อย่าดูถูกคนอื่นเมื่อเห็นคนอื่นละเมิดศีล

?️?#อย่าดูถูกคนอื่นเมื่อเห็นคนอื่นละเมิดศีล

อย่าดูหมิ่นติเตียน อย่าโอ้อวดเย่อหยิ่ง
และอย่าอ้างว่าฉันเป็นผู้ถือศีล
หรือผู้ปฏิบัติธรรม

เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะหวงการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ไว้ที่ตัวเองคนเดียว จงรักษาศีล
แต่ไม่ทำลายผู้อื่น เมื่อเห็นคนอื่นผิดศีล
แล้วเราอวดตัวเอง นี่เป็นความผิด

ผู้ที่มีอาการกำเริบควรคิดอย่างนี้
อย่าดูถูกคนเขาผิดศีล
#อาจเป็นพระโพธิสัตว์แสดงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเราและในอนาคตข้างหน้าอาจได้เป็นพระพุทธเจ้า ดังนั้นจงเคารพเขา

#ให้เขากลับใจให้เขาชำระมลทินอีกครั้ง

Similar Posts

  • นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ

    ?️? #นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ 1) #การเชื่อมต่อส่วนบุคคลมากกว่าข้อความและหลักคำสอนนักเวทย์ต้องการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณ เป็นการส่วนตัว แทนที่จะพึ่งพาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของคนอื่น พวกเขาชอบที่จะได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับพวกเขา 2) #ตั้งคำถามเสมอ โดยธรรมชาติแล้ว ผู้วิเศษคือพวกนอกรีต พวกเขาถามคำถามที่บางคนคิดว่าไม่ควรถาม พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์และธรรมชาติของการดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบความเชื่อทางศาสนา ไม่ยึดติดกับกระบวนทัศน์แบบเก่า 3) #อาศัยสัญชาตญาณ มีความสามารถในการพึ่งพาความเข้าใจอย่างถ่องแท้และการรับรู้โดยสัญชาตญาณ สิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณ 4) #มองเห็นความจริงภายใน วัดความสำเร็จบนเส้นทางจิตวิญญาณตามการนำทางภายในของตนเอง มากกว่ารูปแบบและพิธีกรรมภายนอกบางอย่าง จุดประสงค์เดียวของพิธีกรรมคือการกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจบางอย่างภายใน 5) #มองขึ้นไปบนดวงดาวด้วยความประหลาดใจ เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ทำให้คุณหลุดพ้นจากความเป็นตัวเองหรือไม่? แม้ว่าคุณจะไม่ได้คิดถึงความเวิ้งว้างของจักรวาล แต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นสัญญาณของการมองโลกที่ลึกลับ ซึ่งหมายความว่าคุณกำลังเชื่อมต่อกับความจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในจักรวาล 6) #รู้สึกเห็นอกเห็นใจกันมาก บ่อยครั้งมากเกินไป มีแนวโน้มที่จะอยู่เหนืออัตตา ดังนั้นขอบเขตระหว่างตนเองกับผู้อื่น #จึงไม่ถือตน 7) #การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อคุณอยู่ห่างจากอารยธรรมเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ลึกลับ ไม่เพียงเพราะความโดดเดี่ยว แต่ยังเพราะความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติปรากฏขึ้นต่อหน้าเราเมื่อเราไม่ถูกรบกวนจากเมือง 8. #การอุทิศตนเพื่อความจริง รักในข้อเท็จจริงและความรู้ ตรงข้ามกับความคิดเห็นและการคาดเดา ผู้แสวงหาความจริงที่แท้จริงนั้นหายาก

  • สิ่งที่วิญญาณของคุณพยายามจะบอกคุณ

    #สิ่งที่วิญญาณของคุณพยายามจะบอกคุณเมื่อจิตวิญญาณของคุณพยายามจะพูดกับคุณ โดยทั่วไปแล้ว #ควรฟัง นี่เป็นเพราะว่าจิตวิญญาณของเราเป็นรูปแบบการดำรงอยู่ที่ทรงพลังที่สุด สมบูรณ์ที่สุดของเรา เขาพยายามช่วยให้คุณเติบโตและเชื่อมต่อกับโลกรอบตัวคุณอยู่เสมอ #บางครั้งเราพยายามเพิกเฉยต่อสิ่งที่เขาพูด หรือรู้สึกว่าเราไม่มีเวลาที่จะแยกแยะปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไขซึ่งกำลังนำกลับมา #แต่เราต้องให้ความสนใจกับจิตวิญญาณ และความปรารถนาของเขาตามที่ควรและเราสามารถเริ่มต้นด้วย #การให้เกียรติบทเรียนที่จิตวิญญาณต้องการสอนคุณ #วัตถุมงคลไม่มีวันสร้างสุขถาวรรู้ว่าคุณต้องการรถใหม่และบ้านที่ดี แต่จิตวิญญาณของคุณไม่ได้กังวลกับสิ่งเหล่านี้จริงๆ อันที่จริงจิตวิญญาณของคุณไม่รู้จักแม้แต่วัตถุในชีวิตของคุณ #ดังนั้นอย่าหลงทางในการแสวงหาความมั่งคั่ง เน้นทำให้จิตวิญญาณของคุณมีความสุข สิ่งนี้จะช่วยคุณส่งเสริมแง่บวกในทุกด้านของชีวิต #หยุดวิตกกังวลกับอดีตและอนาคตเมื่อเราใช้เวลาเสียใจกับเหตุการณ์ในอดีตหรือเครียดกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เรากำลังสูญเสียพลังงานไปกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เมื่อคุณก้าวออกจากขณะปัจจุบันและอาศัยอยู่ที่อื่น ๆ สิ่งที่คุณกำลังทำคือการระบายน้ำใจของคุณและทำลายจิตวิญญาณของคุณ #ชีวิตมันยากสิ่งหนึ่งที่เราทุกคนต้องตระหนักในจุดหนึ่งคือชีวิตนั้นยากกว่าที่เราคิด แต่ไม่เป็นไรเพราะเป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดที่เรามีศักยภาพสูงสุดสำหรับชัยชนะ วิญญาณของคุณมีคำตอบทั้งหมดที่คุณต้องการ ดังนั้นเชื่อว่าไม่ว่าตอนนี้จะยากแค่ไหน คุณก็จะออกมาอีกด้านหนึ่ง #อย่าใช้เวลามากเกินไปในการทำให้คนอื่นมีความสุขสิ่งที่ปลดปล่อยมากที่สุดอย่างหนึ่งที่คนเราตระหนักได้ก็คือพวกเขาไม่สามารถทำให้ทุกคนในชีวิตมีความสุขได้ รู้ว่าพวกเราหลายคนพยายามแล้วและล้มเหลว การทำให้ทุกคนในชีวิตของคุณมีความสุขเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ #บางครั้งคุณต้องเลือกว่าใครจะมีความสุขและใครผิดหวัง ดังนั้น #คุณอาจเลือกตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่คุณสร้างความสุขได้เช่นกัน #ความล้มเหลวและความผิดพลาดมีมากกว่าโอเค แม้ว่าความล้มเหลวและความผิดพลาดอาจทำให้คุณอารมณ์เสีย แต่ก็ทำให้จิตใจคุณเบิกบาน ทำไม? เพราะจากความล้มเหลว เราเรียนรู้มากกว่าที่เราทำจากความสำเร็จ #หากจิตวิญญาณของคุณสามารถพูดกับคุณได้ มันก็จะบอกคุณว่าอัตตาของคุณทำให้คุณรู้สึกแย่กับความล้มเหลว จิตวิญญาณของคุณไม่สามารถมีความสุขมากขึ้นที่คุณพยายามและล้มเหลว

  • มารทดสอบ

    “มารสอบ” หรือการที่มารเข้ามาทดสอบบารมี คือสัญญาณว่าเรากำลังจะได้รับ “ของใหญ่” หรือโชคลาภก้อนโต #แต่มารจะมาขวางเพื่อให้เราสอบตกและหลุดจากสภาวะบุญ ดังนี้ มาทดสอบในรูปแบบ “#คนใกล้ตัว” มารมักดลใจให้คนรัก ลูกหลาน หรือคนในครอบครัวทำตัวน่ารำคาญหรือขัดใจ เพื่อดูว่าเราจะรักษาความสงบได้ไหม หากเราหลุดด่าทอหรือโกรธเคือง จะเกิด รอยรั่วทางบุญ ทันที และทำให้โชคลาภที่กำลังจะมาต้องหยุดชะงักไป มาทดสอบในรูปแบบ “คำพูดนินทา”: เมื่อเราเริ่มปฏิบัติธรรมหรือชีวิตเริ่มดีขึ้น มารจะส่งบททดสอบมาเป็นคำถากถางหรือการนินทา เพื่อให้คุณเกิด พลังงานยัน (ความพยาบาท/ความโกรธ) หากเราเข้าไปตอบโต้ จิตจะดิ่งลงจากมิติที่สูงและกลายเป็นสภาวะ ญาณบอด มาทดสอบ “สัจจะบารมี” หากเราตั้งสัจจะว่าจะทำสิ่งใด มารจะส่งอุปสรรคหรือความขี้เกียจมาดลใจเพื่อให้เราผิดคำพูด หากเราสอบตกในเรื่อง สัจจะ พลังอำนาจในการดึงดูดทรัพย์จะหายไป และเกิดอาการ เงินหนี มาทดสอบ “ความกตัญญู” มารจะพยายามดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่ เพื่อให้เราปรามาสหรือมองข้ามพระคุณ ซึ่งเป็นการตัด ท่อบารมี ของเราเอง #วิธีสอบให้ผ่าน นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว: เมื่อเจอเหตุการณ์กระทบใจ ให้บอกตัวเองว่า “มารกำลังทดสอบบารมี” แล้วรักษาใจให้ เบา สบาย ไม่โต้ตอบ บันทึกจิตใหม่: พลิกความโกรธให้เป็นความสงสารหรือความกตัญญูทันที…

  • ชีวิตคู่ขนานกันอย่างแท้จริงเป็นส่วนเสริม

    #ในทางหนึ่งตัวตนที่สูงขึ้นของคุณไม่ได้ใช้ชีวิตคู่ขนานกันอย่างแท้จริงเป็นส่วนเสริมของคุณที่อาศัยอยู่ในมิติอื่นที่มีอยู่เป็นทรัพยากร #เปลวไฟคู่มีวิญญาณที่กลับชาติมาเกิดเป็นร่างแยกสองร่างเรียกว่า Twin Flames ร่างกายเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเพศตรงข้ามพวกเขาสามารถเลือกเพศใดก็ได้ที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้พวกเขามีชีวิตอยู่นอกบทเรียนในชีวิต การ เชื่อมต่อTwin Flame นั้นแข็งแกร่งมากและหลาย ๆ คนก็อยากจะพบ Twin Flame ของพวกเขาโดยเชื่อว่าพวกเขาจะเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป  ในความเป็นจริงในกรณีส่วนใหญ่การมีความสัมพันธ์ที่โรแมนติกกับ Twin Flame ของคุณอาจรุนแรงมากเพราะพวกเขาถูกสร้างขึ้นจากพลังวิญญาณเช่นเดียวกับคุณ Twin Flamesไม่จำเป็นต้องพบกันและพวกเขาไม่จำเป็นต้องสร้างความโรแมนติกระหว่างกันอย่างไรก็ตามพวกเขามักจะกลับชาติมาเกิดในเวลาเดียวกันและมักทำงานในภารกิจร่วมกัน เมื่อวิญญาณมีชีวิตอยู่สองชีวิตแสดงว่าพวกเขามีแนวโน้มสูงมากที่สุดและกำลังทำเช่นนั้นเพื่อเร่งการเติบโตและกระบวนการเรียนรู้ของพวกเขา การใช้ชีวิตสองชีวิตในคราวเดียวสามารถระบายออกได้มาก  #แม้กระทั่งสำหรับวิญญาณขั้นสูงดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่วิญญาณของคุณจะเลือกทำเช่นนี้ในทุกชีวิต มีโอกาสได้เจอเทวดาประจำตัวแล้วเรียกได้ว่า #โอกาสทองไปต่อไม่ได้ #ก็ค่อนข้างเสียดายชาติเกิด #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น 

  • การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก

    #การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก มันเกี่ยวกับการมีทัศนคติเชิงบวกและมีสามส่วนด้วยกัน คิดบวกอารมณ์เชิงบวกพฤติกรรมเชิงบวก หากคุณมุ่งความสนใจไปที่ด้านลบ#ในสามด้านใดด้านหนึ่งนั่นคือสิ่งที่คุณจะต้องสนใจโดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น แต่ให้นึกถึงแง่มุมที่ดีของช่วงเวลานั้นด้วย #จำไว้ว่าคุณมักจะไปทุกที่ที่มีความคิดของคุณดังนั้น หากคุณจดจ่ออยู่กับด้านบวกของชีวิตคุณก็จะไปที่นั่นเช่นกัน ที่ที่คุณอยู่ สิ่งที่คุณทำ นั่นคือภายในของคุณ

  • กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า

    กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า#พบแล้วเทวดาประจำตัวการฝึกฝนในห้องเรียนไม่สนภาวะเปลือกนอก(ความแปดเปื้อน) ของจิตเช่นความโกรธความโลภ หรือรัก ความชอบหรือความไม่ชอบแต่จะชี้ตรงไปยังจิตส่วนลึกที่สุดเมื่อตัวรู้(จิต)กับสิ่งที่ถูกรู้(วัตถุ) กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเมื่อจิตกลายเป็นความตระหนักรู้บริสุทธิ์ในความตระหนักรู้อันนี้จะไม่มีภาวะแปลกปลอมจะไม่มีกระบวนการสร้างความคิดและไม่มีมโนทัศน์ด้านคู่ใดๆเกิดขึ้นจิตในระดับลึกที่สุดนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนต่อให้จนถึงที่สุดก็จะนำไปสู่อิสรภาพการฝึก จิตส่วนลึกก็คือการกำจัดอุปาทานทั้งหลายแม้ในระดับละเอียดอ่อนให้สิ้นไปเมื่อนั้นจิตย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธะโลกไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจิตของตนเอง