อย่ากลัวความรู้สึก

#อย่ากลัวความรู้สึก#เรากลัวความรู้สึกของตัวเองเราต่อสู้กับพวกเขา เพราะเราไม่เคยได้รับการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจพวกเขาและเรียนรู้บทเรียนอันมีค่าจากการทำเช่นนั้น ?️? #เป็นผลให้พวกเขากลับมาหาเราเรื่อยๆทำให้เราหมดพลังงานซึ่งเสียไปในการตัดสินใจต่อสู้และหนีเป็นความจริงที่ความรู้สึกจะไม่คงอยู่ แต่ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจสอบ ความรู้สึกเหล่านั้นจะย้อนกลับมาเสมอตราบเท่าที่คุณไตร่ตรองและเรียนรู้จากพวกเขา#คำนึงถึงความรู้สึกของคุณ#เมื่อคุณประสบกับพวกเขา ให้พวกเขาเข้ามาและครุ่นคิด เพื่อให้คุณเข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังสื่อสารถึงคุณ?️?#การปล่อยให้ความรู้สึกของคุณแสดงออกมาอย่างเต็มที่ในตัวคุณ เท่ากับคุณหล่อเลี้ยงลูกในตัวคุณส่งเสริมให้ลูกสามารถสื่อสารสิ่งที่รู้สึกผิดโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่คุณได้กระทำลงไป (และคุณรู้สึกผิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น) หรือคุณเคยเห็นคนอื่นทำ ( และคุณรู้สึกโกรธ หงุดหงิด และรู้สึก “ผิด”)?️?#คุณไม่สามารถหาคำตอบได้เว้นแต่คุณจะยอมให้ความรู้สึกเหล่านั้นแสดงออกมา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับตัวเอง เพื่อที่คุณจะได้ไตร่ตรอง

Similar Posts

  • ทันทีที่คุณตระหนักว่า

    ทันทีที่คุณตระหนักว่าคุณได้เกิดมาเป็นมนุษย์#คุณก็มีทุกสิ่งที่ต้องกลัว  ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางหนี ไม่ว่าคุณจะใช้ข้อควรระวังใด ๆ มันมักจะมีความผิดพลาดอยู่สักที่เสมอ #ความปลอดภัยเพียงอย่างเดียวของคุณอยู่ในพระเจ้าในตัวคุณ  ไม่ว่าคุณจะอยู่ในป่าแอฟริกาหรือในสงครามหรือถูกข่มขู่โดยโรคและความยากจน #เพียงแค่พูดกับ#เทวดาประจำตัวของคุณและเชื่อ“ฉันอยู่ในรถหุ้มเกราะของการปรากฏตัวของคุณ ย้ายข้ามฟิลล์ของชีวิต คุณจะได้รับการปกป้อง “ #ไม่มีทางอื่นที่จะปลอดภัย… #มีหลายคนตกอยู่ในโรคและนิสัยที่ไม่ถูกต้องและไม่ได้ดึงตัวเองออกมาอย่าบอกว่าคุณหนีไม่พ้น โชคร้ายของคุณแค่ชั่วครู่เท่านั้น ความล้มเหลวของชีวิตเรา #ไม่ใช่ตัววัดว่าคุณจะประสบความสําเร็จหรือไม่  ทัศนคติของคนที่เอาชนะไม่กลัว“คุณเป็นลูกของพระเจ้าคุณไม่มีอะไรต้องกลัว “ดังนั้นไม่กลัวอะไรเลย ชีวิตและความตายเป็นเพียงกระบวนการที่แตกต่างกันของสติของคุณเท่านั้น #ข้าพเจ้าแม่ครูน้อย#เทวดาประจำตัว

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…

  • “เทวดาแปลงกาย”

    🪷🪷 “เทวดาแปลงกาย” 🪷🪷 หรืออมนุษย์ที่ปลอมตัวมาเป็นมนุษย์เพื่อลองใจหรือช่วยเหลือผู้คนนั้นมีวิธีสังเกตความผิดปกติจากมนุษย์ทั่วไปผ่าน 4 ลักษณะเด่น 🪷🪷🔜 ร่างกายและอวัยวะผิดปกติ (สรีรศาสตร์)นัยน์ตาไม่กะพริบ ดวงตาจะนิ่ง จ้องมองตรง ไม่มีการกะพริบตาเหมือนคนปกติไม่มีเงา: เมื่อเดินผ่านแสงแดดหรือแสงไฟ ร่างกายจะไม่มีเงาทอดลงบนพื้น เท้าไม่แตะพื้นลอยสูงจากพื้นเล็กน้อย หรือเดินแล้วไม่มีรอยเท้า 🪷🪷 ไม่มีเหงื่อไคล: ผิวพรรณจะสะอาดสะอ้านเกินจริง ไม่มีเหงื่อหรือคราบไคล รูปโฉมและกลิ่นอาย (กายภาพ)ผิวพรรณผ่องใส มีสง่าราศี ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งและเรียบเนียนผิดมนุษย์ 🪷🪷 กลิ่นกายหอม: มีกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้หรือเครื่องหอมโบราณโชยรอบตัว เสื้อผ้าไม่ยับ: เครื่องแต่งกายจะดูสะอาด ไร้รอยยับ และไม่มีคราบสกปรก 🪷🪷 พฤติกรรมและการมาเยือน (ลึกลับ)มาและไปอย่างไร้ร่องรอย ปรากฏตัวในที่ลับตาคน และหายตัวไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครสังเกต #มักปรากฏตัวในคราบคนยากไร้:เพื่อมาทดสอบ “ทานบารมี” หรือ “จิตใจ” ของมนุษย์ มักปลอมเป็นคนชรา พลัดถิ่น หรือคนขอทาน 🪷🪷การแสดงออกทางจิต(วาจาและสายตา)วาจามีปัญญา คำพูดเต็มไปด้วยคติธรรม มีเหตุมีผล หรือล่วงรู้จิตใจและความคิดของเราสายตาเปี่ยมเมตตา: แววตาจะนิ่ง สงบ และแสดงออกถึงความเมตตาอย่างสูง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube…

  • สติ 3 ระดับ

    สติ 3 ระดับ > (#คุณมีสติระดับไหน)สติมีด้วยกัน 3 ระดับ1. #สติระดับควบคุมความคิดสติระดับนี้เป็นสติขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสติที่มีอยู่แล้วในสัตว์โลกตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไป เป็นสติที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน ความสัมพันธ์ และการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น นึกว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่ ก็ต้องตั้งใจทำงาน” หรือนึกว่า “เราไม่ควรไปโกรธเขาเลย ให้อภัยเขาจะดีกว่า จะได้ไม่มีเรื่องติดใจต่อกัน” การฉุกคิดในลักษณะนี้ ล้วนเกิดจากการใช้สติในการควบคุมความคิดทั้งสิ้น》สติระดับที่หนึ่งเป็นสติที่ทำให้เรากลายเป็นผู้มองโลกในแง่ดี ถ้าใช้สติระดับที่หนึ่งบ่อยๆ ชีวิตในโลกภายนอกก็จะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ2. #สติระดับเห็นความคิดสติระดับนี้เป็นสติที่พระพุทธเจ้าทรงคิดขึ้นมาเป็นคนแรก เป็นการกำหนดสมาธิ วางใจให้เป็นกลาง แล้วจึงใช้สติดึงจิตให้หลุดจากความคิดมาเป็นผู้สังเกต การฝึกสติเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นผู้เท่าทันความคิด สามารถเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด ทำให้อยู่เหนืออารมณ์ของตนเองได้ ความทุกข์ต่างๆ จะน้อยลง ความสุขจะเพิ่มขึ้น อัตตาตัวตนจะทุเลาเบา ถ้าฝึกสติในระดับนี้เป็นประจำ สติในระดับแรกก็จะเกิดง่ายขึ้น 》สติระดับที่สองนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นต้น3. #สติระดับเหนือความคิด (มหาสติมหาปัญญา)สติระดับที่สามนี้ เป็นสติที่ก่อให้เกิดปัญญาทะลุโลก เป็นสติที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนสติในระดับที่สองจนเกิดความชำนาญ สติระดับมหาสติมหาปัญญานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การฉุกคิด เพราะเป็นสติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเหมือนสายน้ำไหล ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลืม ไม่มีวันเผลอ ไม่มีคำว่าขาดช่วงขาดตอน กล่าวคือเป็นสติที่มีความเร็ว จนสามารถเห็นว่าความคิดและความรู้สึกมีกระบวนการทำงานอย่างไร…

  • สิ่งที่ผสมผสานล้วนเป็นอนิจจัง

    สิ่งที่ผสมผสานล้วนเป็นอนิจจังทุกอารมณ์คือความเจ็บปวดทุกสิ่งไม่มีการดํารงอยู่โดยธรรมชาตินิพพานอยู่เหนือแนวคิด เมื่อคุณได้พบคุรุภายในของคุณแล้วคุณควรตั้งมั่นศึกษา และใช้เวลาเดินทางด้วยสติ ยิ่งภายนอกจะล่อเป้าโจมตีคุณการได้พบครูจะเปรียบเสมือนแสงตะเกียงแก้ว ….ชี้บอกทางไป จงเข้าให้ถึงเทวดาประจำตัว #ความจริงคือเนื่องจากคุณจะไม่ได้อยู่ในโลกนี้ตลอดไปจงเตรียมพร้อมสําหรับการเดินทางตอนนี้  พวกเราคนไหนที่ไม่คิดที่จะสร้างบ้านที่เราสามารถอาศัยอยู่ในหลายทศวรรษและนั่นจะคงอยู่ได้นานหลายศตวรรษหลังจากที่เราจากไป? พวกเราคนไหนบ้างที่ไม่เคยฝันที่จะสร้างโชคลาภและหลุดพ้นจากความกังวลไปตลอดชีวิต? “#ปีศาจแห่งนิรันดร์” นี้หลอกให้เราเชื่อสิ่งที่สามารถคงอยู่ตลอดไป #แต่ความเชื่อว่าสิ่งใดหรือใครก็ตามอาจเป็นของเราตลอดไปนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ผูกพันกับการผิดหวัง มันน่าเศร้าแค่ไหนที่เห็นผู้คนบนเตียงตายของพวกเขา ดังนั้นว้าวุ่นใจที่ความคิดที่จะทิ้งคนที่พวกเขารักไว้ข้างหลัง ดังนั้นจึงหมกมุ่นกับทรัพย์สินของพวกเขาและกับพินัยกรรมสุดท้ายของพวกเขาซึ่งในความจริงนั้นมีมากกว่ารายการสิ่งที่แนบมาด้วยของพวกเขา#กรรม อย่ามืดบอดต่อโชคชะตาที่รอพวกเขาอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นคนที่ถูกทรมานหากพวกเขาละเลยสิ่งที่มีความหมายอย่างแท้จริงอย่างสิ้นเชิง และโดยทางตรงกันข้าม การสร้างแรงบันดาลใจอย่างไรที่ได้ยินเกี่ยวกับหรือพบกับผู้ปฏิบัติงานที่ฉลาดและแท้จริงที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของสิ่งใดเลย แม้กระทั่งร่างกายของพวกเขา น้อยกว่าวัตถุหรือสถานที่ที่พวกเขาอาจอาศัยอยู่ ไม่ว่าทรัพย์สินใดก็ตามที่พวกเขาอาจมี พวกเขามองว่าเป็นสิ่งไม่จริงและภาพลวงตาในชั่วครู่หนึ่งก็ถูกกู้ยืม เราต้องเดินทางอีกยาวไกลเพื่อผ่านทั้งหกอาณาจักรเราควรเข้าใกล้ธรรมะเหมือนกะลาสีกําลังเตรียมการอย่างพิถีพิถันสําหรับการเดินทางทั่วโลกและเตรียมตัวให้พร้อมสําหรับการเดินทางที่ยาวไกลของเรา ผ่านความตายและการเกิดใหม่

  • บารมีเต็ม

    #บารมีเต็ม แปลว่า ทำจนถึงที่สุดของกำลังใจแล้ว บารมีก็คือกำลังใจ มีอยู่ ๓ ระดับ ๙ ขั้น๑. #สามัญบารมี กำลังใจขั้นต้น ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๒. #อุปบารมี กำลังใจขั้นกลาง ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๓. #ปรมัตถบารมี กำลังใจขั้นสูงสุด ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง #ละเอียด เหมือนกัน#ถ้าหากว่าถึงปรมัตถบารมีขั้นละเอียดก็แปลว่ากำลังใจเต็ม พร้อมที่จะเข้าพระนิพพานได้ #คราวนี้จะวัดจากตรงไหนได้สามัญบารมี ให้ทานได้ บอกให้รักษาศีลก็จะไม่ไหว อุปบารมีให้ทานได้ รักษาศีลได้ บอกให้ภาวนาไม่ไหว #ถ้าหากว่ากำลังใจพร้อมทั้ง ทาน ศีล ภาวนา ตั้งมั่นว่าจะทำเพื่อพระนิพพาน อันนี้ถือเป็นปรมัตถบารมีเต็มแล้ว พร้อมที่จะไปแล้ว ถาม : ถ้าในชาตินี้เราให้ทานประจำ รักษาศีลก็ได้ ภาวนาได้ ?ตอบ : #แสดงว่ากำลังใจของเราอยู่ระดับปรมัตถ์แล้ว เพียงแต่จะหยาบ จะกลาง จะละเอียดเท่านั้น ถ้าถึงปรมัตถบารมีนี้มีสิทธิ์ไปพระนิพพานได้แน่ อย่างแย่…