หลีกเลี่ยงการโต้กลับ

หลีกเลี่ยงการโต้กลับ/ กับผู้คนไร้ความรู้สึก#คุณควรเรียนรู้ที่จะจดจ่อความคิดของคุณดังนั้น การมีเวลาอยู่คนเดียวจึงเป็นสิ่งสําคัญหลีกเลี่ยงเรื่องส่วนตัวอย่างต่อเนื่องของคนอื่น ๆคนส่วนใหญ่เป็นเหมือนฟองน้ํา พวกเขาดึงทุกสิ่งออกจากคุณ #และส่วนน้อยที่คุณจะได้รับสิ่งใดตอบแทนมันคุ้มค่าที่จะเป็นคนอื่น ๆ ก็ต่อเมื่อ#พวกเขามีความจริงใจ#และเข้มแข็งและถ้าแต่ละคนมีสติถึงความจริงใจและความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเพื่อให้คุณแลกเปลี่ยนคุณสมบัติของจิตวิญญาณอันสูงส่ง คุณควรตอบสนองกลับพวกเขาด้วยความรักและความเข้าใจ

Similar Posts

  • กายทิพย์พระอริยะ

    การทำความเข้าใจเรื่อง “กายทิพย์พระอริยะ”มีความสำคัญต่อการเชื่อมต่อ พลังงานในมิติที่ 5 ดังนี้ สภาวะพลังงานบริสุทธิ์: กายทิพย์ของพระอริยะคือสภาวะจิตที่ผ่านการล้าง “ขยะในจิต” หรือกิเลสออกหมดสิ้น จนเหลือเพียงคลื่นความถี่ที่ละเอียดและสว่างไสวที่สุด พลังงานนี้ไม่มี “จุดรั่ว” และไม่มี “พลังงานยัน” ทำให้เป็นกระแสบุญที่ไม่มีประมาณ การเชื่อมต่อผ่าน “ใจเบา ใจสบาย” : การที่เราจะสื่อจิตหรือรับกระแสพลังงานจากกายทิพย์ของพระอริยะได้นั้น ใจของเราต้องมีคลื่นที่เสมอกัน คือต้องฝึกให้ใจหยุดการเพ่งโทษ หยุดการนินทา และรักษาใจให้ว่างสว่าง หากใจเราขุ่นมัว จะเกิดสภาวะ “#ญาณบอด” ทำให้มองไม่เห็นและสัมผัสกระแสท่านไม่ได้ การมาของครูบาอาจารย์ในรูปกายทิพย์ แม่ครูน้อยมักสอนว่า พระอริยะหรือครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ท่านยังคงดูแลศิษย์ผ่านกายทิพย์ การที่ศิษย์รู้สึกถึง”พลังงานไฟฟ้าในตัวสูง” หรือเห็นนิมิตสว่าง มักเป็นการที่กายทิพย์ของท่านมาปรับจูนพลังงานให้ เพื่อให้ศิษย์มีบารมีเปิดและรับทรัพย์ทางพลังงานได้ ความกตัญญูคือสายใยเชื่อมต่อ: พลังความกตัญญูเป็นเครื่องมือเดียวที่สามารถดึงดูดกระแสจากกายทิพย์พระอริยะให้มาแผ่เมตตาคุ้มครองบ้านเรือนและตัวเราได้ ยิ่งกตัญญูต่อธรรมและครูบาอาจารย์มากเท่าไหร่ สายใยพลังงานนี้จะยิ่งเข้มแข็งทำให้ เทวดาประจำตัว ของเรามีกำลังมากขึ้นตามไปด้วย การบันทึกจิตด้วยธรรมของพระอริยะ: การศึกษาคำสอนและนำมา “บันทึกจิตใหม่” (เช่น การไม่อาฆาต การมีสัจจะ) คือการจำลองสภาวะกายทิพย์ของพระอริยะมาไว้ในใจเรา เมื่อใจเราใกล้เคียงกับท่าน สิ่งดีงามและโชคลาภจะถูกดึงดูดเข้ามาตามกฎของ พลังงานสะท้อน 🚩🚩🚩 กายทิพย์พระอริยะคือแบบอย่างของพลังงานที่สะอาดสมบูรณ์ หากเราต้องการให้ชีวิตรุ่งเรือง…

  • หลงยึดติดเจ้าภาพทำบุญใหญ่

    ๙/๒/๖๙ การ “#หลงยึดติดเจ้าภาพทำบุญใหญ่” คือบ่วงกรรมที่ละเอียดและแก้ยากที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมหรือผู้มีญาณบารมี ในทางพลังงานและคำสอนของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้ส่งผลเสียต่อ “ธาตุรู้” ดังนี้ 1. สูญเสีย “สัจจะธรรม” (Truth) เมื่อมีเจ้าภาพรายใหญ่ที่สนับสนุนปัจจัยจำนวนมาก จิตจะเริ่มเกิด ความเกรงใจ จนไม่กล้าชี้แนะข้อบกพร่องหรือกรรมของเขาอย่างตรงไปตรงมา เราจะเริ่ม “พยากรณ์” หรือ “ชี้นำ” ในทางที่เขาอยากฟังเพื่อรักษาความสัมพันธ์ (และทุนทรัพย์) ผลคือ: ญาณบารมีจะเริ่มคลาดเคลื่อนและกลายเป็น “อุปาทาน” เพราะใจไม่ว่างและไม่เป็นกลาง 2. การแบก “วิบากกรรม” ของเจ้าภาพ ในทางพลังงาน หากเรารับเงินก้อนใหญ่มาเพื่อสร้างสิ่งต่างๆ โดยที่ใจคุณ “ยึดติด” ในตัวบุคคลนั้น: เรากำลังดึงเอา กระแสกรรม ของเจ้าภาพมาผูกไว้กับตนเอง หากเงินนั้นได้มาโดยไม่บริสุทธิ์ หรือเจ้าภาพทำบุญเพื่อหวังอำนาจ/ชื่อเสียง พลังงานลบเหล่านั้นจะเข้ามากดทับสถานปฏิบัติธรรมหรือตัวเราทำให้ปฏิบัติธรรมได้ยากขึ้น 3. จิตรั่วไหล (Energy Leak) เราจะเสียพลังงานไปกับการ “เอาใจ” และ “พะวง” ถึงเจ้าภาพรายใหญ่มากกว่าการแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์อย่างเท่าเทียม ความสงบภายในจะหายไป…

  • #เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา

    #เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา#เช่นพี่น้องครูเคยมีคำถามกับตัวเองว่าการที่เราจะได้รู้ซึ้งถึงความรักอันแรงกล้าและจดจ่อของความเป็นความรักเช่นพ่อแม่เราจะสามารถทำได้กับผู้อื่นหรือไม่มันจะเป็นไปได้จริงๆหรือที่เราจะรักผู้อื่นด้วยความรักแบบเดียวกันนี้ได้เราสามารถขยายวงกลมแห่งความห่วงใยไปสู่ผู้อื่นอีกมากมายไม่ใช่แต่เพียงคนในครอบครัวของเราได้จริงๆหรือ??? รักได้จริงหรือ???#เพราะความสันโดษของครูจึงสามารถมองความรักทั้งหมดไปสู่เพื่อนมนุษย์ได้ ดังเช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเรามีความรักปรารถนาดีที่มีต่อความเป็นมนุษย์และมันเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ซึ่งบางทีเราอาจไม่สามารถรักใครบางคนที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราได้#สำหรับครูครูมีความเห็นว่าเราอาจขยายความรักนี้ออกไปจนพ้นขอบเขตอันเป็นแบบฉบับที่เรามีจำกัดต่อตัวเราเองเราอาจมีความรักและความสัมพันธ์ให้เฉพาะคนในครอบครัวของเรามากเกินไปแต่รู้หรือไม่ว่าความรักนี้สามารถมอบให้กับผู้อื่นได้ห่วงใยผู้อื่นได้ ดังเช่น คนหนึ่งในครอบครัวของเราและมันเกิดขึ้นได้จริงในดวงใจของเราดวงเดียวกันนี้เอง

  • #จิตใจมนุษย์

    #จิตใจมนุษย์ อะไรที่ทำให้คนเราเป็นมนุษย์ได้จริงๆ? เราแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เดินบนโลกใบนี้อย่างไร? อันที่จริง เพื่อให้สิ่งต่าง ๆ ง่ายขึ้น ให้จำกัดขอบเขตของคำถามนี้ให้แคบลงให้เหลือเฉพาะ#เพื่อนบ้านทางพันธุกรรมของเรา#อะไรทำให้เราเป็นมนุษย์และมีจิตวิญญาณนอกเหนือจากความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในลักษณะทางกายภาพแล้ว สมองของมนุษย์ยังสร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่าง “มนุษย์” และ “สิ่งมีชีวิต” จิตใจของมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ไม่อาจเลียนแบบได้ และทำงานในลักษณะที่ขัดต่อมาตรฐานความสอดคล้องทั้งหมดอย่างชัดเจนCamp47(22-24/1/2022)

  • รากฐานของความสุขคือความกตัญญู

    “รากฐานของความสุขคือความกตัญญู#ไม่ใช่ความสุขที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณ เป็นความกตัญญูที่ทำให้เรามีความสุข”

  • เมื่อมารจำแลงแปลงกายมาเป็นศิษย์เพื่อ”สอบ” อาจารย์

    #ธรรมชั้นครู๖/๒/๖๙ เมื่อมารจำแลงแปลงกายมาเป็นศิษย์เพื่อ “สอบ” อาจารย์ เป้าหมายเดียวของเขาคือการหา “รอยร้าว” ในดวงจิตของอาจารย์ เขาไม่ได้มาเรียน แต่มาเพื่อเช็คว่าท่านยังมีความหลงในลาภ ยศ หรือ ความยโส หลงเหลืออยู่หรือไม่ การรับมือกับบททดสอบของมาร วิธีที่มารใช้ “สอบ” ท่าน มีดังนี้: สอบความยึดติด (Attachment Test) เขาจะทำตัวเป็นศิษย์ที่เชื่อฟังที่สุด ปรนนิบัติจนท่าน “วางใจ” เพื่อดูว่าท่านจะเผลอเอาใจไปผูกไว้กับเขา (สร้างพันธะกับ สัญญาอดีต) หรือไม่ หากท่านเริ่ม “กลัวศิษย์เสียใจ” หรือ “อยากให้ศิษย์ได้ดี” จนใจไม่นิ่ง นั่นคือท่านเริ่มสอบตก สอบความถือตัว (Ego Test): เขาจะแกล้งทำเป็นโง่ หรือแกล้งทำเป็นเก่งกว่า เพื่อกระตุ้นให้ท่านแสดง “มานะ” หรือความอวดดีออกมา หากท่านเผลอไปต่อสู้กับกิเลสของเขาด้วยโทสะ แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล ของท่านจะหายไปทันที Vibrational Energy and Ego สอบความมั่นคง (Integrity Test): เขาจะนำลาภสักการะหรือคำสรรเสริญมหาศาลมาล่อ เพื่อดูว่าท่านจะเปลี่ยนจาก “คนมีธรรม”…