มิติที่ 11

มิติที่ 11

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เพียง
ทรงเป็นทั้งองค์ศาสดาและเป็นสัพพัญญู
แต่ยังเป็นนักจิตวิทยาและนักฟิสิกส์
อย่างไม่น่าเชื่อ

#การก้าวกระโดดของมนุษยชาติในมิติที่ห้านี้ คาร์ล ซี จุง นักจิตบำบัดและจิตแพทย์ผู้ก่อตั้งสำนักจิตวิเคราะห์เรียกว่า
#จิตไร้สำนึกร่วมของจักรวาล

อันที่จริงแล้วญาณหยั่งรู้ใจคนหรือเจโตปริยญาณก็คือการเข้าใจสภาวะของธรรมชาติในระดับสูงของจิต

ซึ่งไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์แต่อย่างใดเพียงแต่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังเข้าไม่ถึงเท่านั้นเองแต่มั่นใจได้ว่าในอีกไม่เกิน 50 ปีข้างหน้าเครื่องอ่านใจคนจะสามารถประดิษฐ์ขึ้นมาได้อย่างแน่นอนจากทฤษฎีควอนตัม

?️? ในคืนวันตรัสรู้แม้พระพุทธองค์จะทรงเจริญสติจนเกิดปัญญาระดับสูงสุดของสิ่งมีชีวิตทุกมิติแล้วส่งเข้าใจหมดทั้ง 11 มิติในจักรวาล

แต่พระองค์ก็ยังทรงบอกว่าเรื่องจักรวาลยกไว้
เรื่องหนึ่ง #สัพพัญญุตญาณ

ของพระองค์ก็ยังไม่ทรงหยั่งรู้ว่าจักรวาลที่แท้จริงเป็นอย่างไรเกิดขึ้นมาตอนไหนมีขอบเขตสิ้นสุดที่ตรงไหนพระองค์เพียงแค่ตรัสว่าจักรวาลมีเป็นอนันต์

ในยามต้นแห่งราตรีของคืนวันตรัสรู้พระองค์ทรงบรรลุญาณระลึกชาติ

ก็คือญาณที่สามารถหยั่งรู้ถึงการเกิดในครั้งก่อนก่อนที่วนเวียนไปตามมิติต่างๆดังนั้น

?️?#นอกจากทฤษฎีควอนตัมแล้ว
อีกวิธีหนึ่งที่สามารถทะลุมิติได้คือการฝึกเจริญสติถึงขั้นบรรลุญาณความจริงเหล่านี้ต้องปรากฏขึ้นก่อนการบรรลุอรหันต์

Similar Posts

  • ครูผู้ไม่เคยทำร้ายใคร

    #ครูผู้ไม่เคยทำร้ายใคร#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลง(ความรักของกูรู) คุณอาจมาหาเขาสักสองสามวินาทีแล้วไปไกลๆ แล้วทําอะไรก็ตามที่คุณต้องการ#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงคุณอาจปฏิเสธเขาให้กับตัวคุณเองและสาปแช่งเขาให้แก่ผู้ที่ฟัง#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงคุณอาจกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่สุดและจากนั้นก็กลับไปหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงคุณอาจกลายเป็นศัตรูของพระเจ้าตัวเขาเอง และจากนั้นก็กลับไปหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงไปในที่ที่คุณจะทําและทําในสิ่งที่คุณจะทําอยู่นานแค่ไหนก็ตามคุณจะกลับมาหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงข่มเหงผู้อื่น ข่มเหงตัวเองข่มเหงเขาแล้วกลับมาหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลง#เขาจะไม่วิจารณ์คุณ เขาจะไม่ทําให้คุณด้อยค่าเขาจะไม่ทอดทิ้งคุณเพราะเขาเขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของคุณแต่ตัวเขาคุรุเอง ไม่มีอะไรเลยเขาจะไม่หลอกลวงคุณ เขาจะไม่เยาะเย้ยคุณเขาจะไม่มีวันทําให้คุณผิดหวังเพราะเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร ความรักของเขาที่มีต่อคุณในโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่เปลี่ยนแปลง#ตัวแทนรับรางวัล ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ(ประดับเกรียติสดุดีวชิรนุสรณ์) ปี2565สาขาบุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่น#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ

  • บางคนคิดว่าไม่มีอะไรต้องเร่งรีบในการพบพระผู้มีจิตวิญญาณ

    บางคนคิดว่าไม่มีอะไรต้องเร่งรีบในการพบพระผู้มีจิตวิญญาณและในอนาคตจะมีเวลามากพอที่จะปฏิบัติธรรมเสมอ ด้วยทัศนคตินี้คุณจะละทิ้งการฝึกจิตวิญญาณและความยุ่งเหยิงในการแสวงหาจิตวิญญาณของคุณ

  • สัญชาตญาณอาจทำให้เราล้มเหลวเพราะเราไม่รู้ว่าจะเข้าถึงมันได้อย่างไร

    #สัญชาตญาณอาจทำให้เราล้มเหลวเพราะเราไม่รู้ว่าจะเข้าถึงมันได้อย่างไร หรือเราคิดว่ามันเป็น “พระเจ้า” หรือสำหรับคน “พิเศษ” เท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันเป็นทักษะเชิงปฏิบัติที่เราทุกคนมี มันตอบคำถามเฉพาะในลักษณะที่ไม่เป็นเชิงเส้นและไม่ใช่เชิงประจักษ์ เมื่อเราเรียนรู้ว่าสัญชาตญาณให้ข้อมูลแก่เราอย่างไร เคล็ดลับง่ายๆ สามารถช่วยให้เราเริ่มใช้พลังนั้นในชีวิตของเรา ตั้งแต่การกำหนดความสามารถที่เป็นธรรมชาติ ไปจนถึงการติดตามการทดลองที่ใช้งานได้จริงและเป็นธรรมชาติ#สัญชาตญาณคืออะไร?คาดเดาอะไร? สัญชาตญาณไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคน “พิเศษ” และไม่ถูกต้องเสมอไป มันคืออะไรกันแน่? เป็นความสามารถโดยกำเนิดของเราในการรวบรวมข้อมูลที่ตอบคำถามเฉพาะในลักษณะที่ไม่เป็นเชิงเส้นและไม่เป็นเชิงประจักษ์ เมื่อเราใช้งาน เราจะไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน A ถึง B ถึง C ในวิธีการทางวิทยาศาสตร์ #เนื่องจากการวัดตามวัตถุประสงค์นั้นไม่เป็นไปตามสัญชาตญาณ#ทำไมสัญชาตญาณไม่ทำงาน?ความเชื่ออย่างแน่วแน่ของเราในวิธีการทางวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์คือสาเหตุที่พวกเราส่วนใหญ่ล้มเหลวในการสัมผัสสัญชาตญาณ ข้อมูลที่เข้าใจง่ายมักไม่สมเหตุสมผลสำหรับเราอย่างที่เราได้รับคำสั่งให้เข้าถึงโลก ดังนั้นเราจึงเลิกพยายาม หรือเราถูกสอนว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพียงเพราะบางครั้งเราใช้สัญชาตญาณในการเชื่อมต่อกับทีมจิตวิญญาณ เทวดา หรือจุดประสงค์ของจิตวิญญาณและ “พระเจ้า” ไม่ใช่สิ่งแรกที่เราหันไปใช้ในการตัดสินใจในทางปฏิบัติ หากเราผ่านพ้นช่วงนั้นไป เราก็จะถูกกีดกันเพราะดูเหมือนว่าสัญชาตญาณจะจำกัดเฉพาะคนที่ “พิเศษ” ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาที่คอยรับฟังและขอคำแนะนำจากเรา แต่เราทุกคนล้วนแต่เกิดมาโดยสัญชาตญาณ เพราะสัญชาตญาณเป็นความรู้สึกที่แท้จริง เช่นเดียวกับความสามารถในการมองเห็น ได้ยิน ลิ้มรส สัมผัส และได้กลิ่นของเรา มันไม่ได้ผลเพราะเราพูดถึงตัวเองโดยยืนยันว่าเราทำไม่ได้หรือ “นั่นไม่ใช่วิธีการทำ” (กล่าวคือ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ “มีเหตุมีผล”)#เมื่อเราผ่านอุปสรรคและเข้าถึงสัญชาตญาณของเราแล้ว เราก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง: #สัญชาตญาณไม่ถูกต้องเสมอไปรออ่านต่อ

  • เมื่อมารจำแลงแปลงกายมาเป็นศิษย์เพื่อ”สอบ” อาจารย์

    #ธรรมชั้นครู๖/๒/๖๙ เมื่อมารจำแลงแปลงกายมาเป็นศิษย์เพื่อ “สอบ” อาจารย์ เป้าหมายเดียวของเขาคือการหา “รอยร้าว” ในดวงจิตของอาจารย์ เขาไม่ได้มาเรียน แต่มาเพื่อเช็คว่าท่านยังมีความหลงในลาภ ยศ หรือ ความยโส หลงเหลืออยู่หรือไม่ การรับมือกับบททดสอบของมาร วิธีที่มารใช้ “สอบ” ท่าน มีดังนี้: สอบความยึดติด (Attachment Test) เขาจะทำตัวเป็นศิษย์ที่เชื่อฟังที่สุด ปรนนิบัติจนท่าน “วางใจ” เพื่อดูว่าท่านจะเผลอเอาใจไปผูกไว้กับเขา (สร้างพันธะกับ สัญญาอดีต) หรือไม่ หากท่านเริ่ม “กลัวศิษย์เสียใจ” หรือ “อยากให้ศิษย์ได้ดี” จนใจไม่นิ่ง นั่นคือท่านเริ่มสอบตก สอบความถือตัว (Ego Test): เขาจะแกล้งทำเป็นโง่ หรือแกล้งทำเป็นเก่งกว่า เพื่อกระตุ้นให้ท่านแสดง “มานะ” หรือความอวดดีออกมา หากท่านเผลอไปต่อสู้กับกิเลสของเขาด้วยโทสะ แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล ของท่านจะหายไปทันที Vibrational Energy and Ego สอบความมั่นคง (Integrity Test): เขาจะนำลาภสักการะหรือคำสรรเสริญมหาศาลมาล่อ เพื่อดูว่าท่านจะเปลี่ยนจาก “คนมีธรรม”…

  • ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดี

    #ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดีการคิดถึงความตายสามารถช่วยเราประเมินค่านิยมและกำหนดเป้าหมายในชีวิตใหม่ได้มันทำให้เราตระหนักถึงความเด็ดขาดค่อยๆ ขยายจิตสำนึกของเรา #เรามักจะเสียสละปัจจุบันของเราโดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเชื่อมโยงกับอนาคตกับจุดประสงค์ของเราอย่างไร และกับสิ่งที่สร้างความหมายในชีวิตเรา:ค่านิยมและเป้าหมายของเราคนที่เรารัก และชีวิตของเราร่วมกัน ผลทันทีของการคิดเกี่ยวกับความตายของเราคือการขยายมุมมองของเราและมุ่งความสนใจไปที่ช่วงเวลาปัจจุบัน #ผลที่ตามมา:เราหลีกเลี่ยงและปลดปล่อยตัวเองจากการปฏิเสธอย่างง่ายดายการนึกถึงความตายของเราทำให้เราตระหนักว่าทุกครั้งที่เราหายใจเข้าไปเราจะเข้าใกล้จุดจบของเรามากขึ้น ดังนั้นเราจึงจัดลำดับความสำคัญของเวลาใหม่และเพิ่มมูลค่าของมัน มีจุดในการสูญเสียมันกับคนที่ไม่มีความจำเป็นไม่มีท่อระบายน้ำพลังงานของเรา สามารถใช้เวลาเดียวกันนี้กับผู้คนที่ทำให้วันของเรามีค่าควรแก่การอยู่ ผู้ผลักดันให้เราพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น และผู้ที่สละเวลาของเราไปกับการลงทุนเหล่านั้น เราทำในสิ่งที่ถูกต้องการคิดถึงความตายทำให้เราใกล้ชิดกับสิ่งที่เราต้องการมองย้อนกลับไปในชีวิตของเราในช่วงเวลาสุดท้าย การนึกถึงความตายของเราเองทำให้เราตระหนักว่าสิ่งเดียวที่จะอยู่รอดคือคุณค่าที่เราปลูกฝังและมรดกที่เรากำลังทิ้งไว้ ดังนั้น ความตายจึงทำให้เรากลับมาพิจารณาวิถีชีวิตของเราใหม่ ด้วยหลักศีลธรรม ค่านิยม และการทำสิ่งต่าง ๆ ที่สำคัญจริงๆ #เราฝังแรงจูงใจของเราไว้การคิดถึงความตายทำให้เราประเมินคุณค่าในตนเองอีกครั้ง เมื่อเราค้นพบสิ่งที่สำคัญจริงๆ ในชีวิต เราก็ปรับตัวเองให้สอดคล้องกับค่านิยมที่แท้จริงของเรา ด้วยเหตุนี้ เราจึงรวบรวมแหล่งที่มาของแรงจูงใจภายใน #และสามารถยกระดับจิตวิญญาณของเราได้อย่างง่ายดายเมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า #เราทำในสิ่งที่เราต้องการจะทำการคิดถึงความตายเป็นรูปแบบการไตร่ตรองตนเองที่ทรงพลังเช่นกัน การใคร่ครวญเรื่องความเป็นมรรตัยช่วยให้เรา #เชื่อมต่อกับการเรียกที่แท้จริงของหัวใจ ดังนั้น การนึกถึงความตายสามารถล้างม่านควันที่เกิดจากแรงกดดันทางสังคม และเราสามารถกำหนดความหมายของการประสบความสำเร็จใหม่ได้ (เช่น การมีครอบครัวที่มีความสุขและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สำคัญกว่าการมีทรัพย์สินมากหรืออาชีพที่คอยดูแลเราตลอดเวลา จากคนที่เรารัก) #เนื่องจากแรงบันดาลใจของคุณจะ internalized และมาจากภายในตัวคุณคุณจะไม่พบความต้องการ (หรือความดัน) ของการมีที่จะอธิบายให้คนอื่น ๆ สิ่งที่คุณต้องการจะทำอย่างไรกับชีวิตของคุณ #เราได้รับหลักการใหม่: เราไม่ต้อนรับใครก็ตามและทุกสิ่งที่ลดคุณค่าดูหมิ่นและไม่คำนึงถึงเวลาของเรา เมื่อกระบวนการจัดลำดับความสำคัญเป็นไปตามหลักการแล้ว #การกำจัดคนที่เป็นพิษออกจากชีวิตเราจะง่ายขึ้น ดูน้อยลง

  • “ครูเทพครูธรรมไม่รับ”

    ลักษณะของบุคคลที่ “#ครูเทพครูธรรมไม่รับ“ หรือถูกทอดทิ้งในมิติพลังงาน ตามวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย คือกลุ่มคนที่ดวงจิตมี “มลทินหนาเกินเจียระไน” แม้ภายนอกจะดูเหมือนนักบุญ แต่คลื่นความถี่ข้างในกลับขัดแย้ง กับสัจธรรมอย่างรุนแรง นี่คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าโลกทิพย์ปิดประตูใส่คุณแล้ว 1. “คนไร้สัจจะและปลิ้นปล้อน” (The Vow Breaker) ปากรับปากว่าจะปฏิบัติ จะแก้ไข อนุสัย หรือนิสัยเสียๆ แต่ใจกลับกลอก พอพ้นสายตาครูก็กลับไปทำชั่วแบบเดิม นินทา ริษยา หรือขี้เกียจเหมือนเดิม เมื่อ “สัจจะปาก” กับ “สัจจะใจ” ไม่ตรงกัน พลังงานในตัวจะ เน่าเหม็น จนครูเทพครูธรรมทนไม่ได้และถอนกระแสคุ้มครองออกทันที 2. “ศิษย์คิดล้างครู” (The Arrogant Critic) ชอบจับผิดครูบาอาจารย์ เอาธรรมะที่เรียนมาไปเปรียบเทียบหรือวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเสริม อัตตา ของตัวเองว่าเก่งกว่า รู้ดีกว่า พฤติกรรมนี้คือการ “ตัดสายใยวิชชา” ด้วยตัวเองอย่างรุนแรงที่สุด โลกทิพย์จะบันทึกรหัสจิตว่าเป็น คนอกตัญญู และจะทำการ คืนพลังหลับ คือไม่ส่งกระแสใดๆ ให้เราอีกเลย 3. “คนทำบุญหล่อเลี้ยงมาร” (The…