มิตรภาพที่แท้ตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจ

มิตรภาพที่แท้ตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจถ้าเธอรู้สึกใส่ใจในความเป็นสุขของผู้อื่นอย่างแท้จริงความไว้วางใจก็จะเกิดขึ้นเองนั่นคือพื้นฐานของความเป็นมิตรพวกเราล้วนเป็นสัตว์สังคมเราต้องการเพื่อนเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดตั้งแต่เราเกิดจนกระทั่งเราตายทุกคนจำเป็นต้องอาศัยความรักเพื่อที่จะมีชีวิตรอด แม่เป็นตัวอย่างที่ได้แสดงความรักและความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อเราตอนที่เราเกิด⭐️⭐️ เรากล้ายืนเคียงข้างใครหนึ่งคนแบบสนิทใจหรือไม่ โดยที่เขานั้นไม่ได้สนิทใจต่อเรา ถ้าคำตอบคุณคือ ….กล้านั่นแปรว่า …หัวใจคุณหนักแน่นและยิ่งใหญ่ มากกว่าสิ่งใดจะทำให้ไหวเอน คุณมีแรง ปรารถนาของพรหมวิหาร ที่ชนะใจตนเองหลวงปู่จันทิมา (วัดหัวเสียง) จ.แม่ฮ่องสอน

Similar Posts

  • คบเพื่อนแต่อย่าหวังผลประโยชน์

    คบเพื่อนแต่อย่าหวังผลประโยชน์ให้ตัวเอง มิตรภาพที่เห็นแก่ตัวเองเท่านั้นที่ทำลายความไว้วางใจ “จงมีมิตรภาพที่ยั่งยืนด้วยใจที่บริสุทธิ์” อย่าแสวงหาผลกำไรเกินกว่ามูลค่างานของเรา การได้มาซึ่งกำไรปลอมทำให้เราเป็นคนโง่งม คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า “จงมั่งคั่งในความซื่อสัตย์”

  • หัวใจช่วยและจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง 

    #หัวใจช่วยและจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง (เริ่มต้นเข้าหาเทวดาประจำตัว)ย้ายสติวิญญาณเข้าสติประดับ5 (มิติที่5) ดังที่ท่านทราบเราอยู่ท่ามกลางการปฏิวัติปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในจิตสำนึกซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคน  กฎ 80-20 ระบุว่า 80% ของการเปลี่ยนแปลงใด ๆ มักเกิดจากคน 20%20% ประกอบด้วยนักคิดชั้นนำ ผู้มีปัญญาผู้นำเทรนด์ที่มีสติสัมปชัญญะ #ในเรื่องจิตวิญญาณผู้คนระดับแนวหน้าบางครั้งเรียกว่าช่างแสงหรือ#วิญญาณเก่าซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาได้เรียนรู้มากขึ้นจากประสบการณ์ของพวกเขาผ่านหลาย ๆ ชาติ การเรียนรู้ขั้นสูงนี้ถูกเก็บไว้เป็นภูมิปัญญาในจิตวิญญาณของพวกเขาและพวกเขาจะได้รับประโยชน์จากมันอย่างมีสติผ่านคำแนะนำภายในที่เข้าใจง่าย  คำว่า ‘lightworker’มีความหมายเหมือนกันกับ‘#ผู้แสวงหาจิตวิญญาณ‘ รูปแบบจิตสำนึกของความหนาแน่นที่ต่ำกว่าและมิติสี่ ซึ่งเป็นขอบเขตของจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลางโปรดทราบว่าในขณะที่ร่างกายของเราอยู่ในความหนาแน่นในมิติที่สามในขณะนี้จิตใจของเรามีอิสระที่จะทะยานผ่านความหนาแน่น ที่มิติที่สี่ที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง  และเข้าสู่จิตสำนึกของวิญญาณที่มีความหนาแน่นที่มิติห้า  เมื่อบุคคลย้ายจากฟังก์ชันความหนาแน่นที่สามในการพัฒนาสติปัญญาพื้นฐานไปสู่ความหนาแน่นที่สี่ที่ต่ำกว่าโลกทัศน์ของพวกเขาจะขยายกว้างขึ้นและพวกเขาก็ตระหนักถึงความต้องการของชุมชนที่ใหญ่ขึ้น พวกเขาคำนึงถึงผลกระทบในระดับท้องถิ่นและระดับโลก #จากการกระทำของตนเองและการกระทำของผู้อื่นที่พวกเขาสนับสนุน ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมอาหารออร์แกนิก และความกังวลเรื่องการสร้างสันติภาพล้วนอยู่ภายใต้ความถี่ของจิตสำนึกนี้ #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • ยิ่งกายแห่งแสงสว่าง

    #ยิ่งกายแห่งแสงสว่าง อยู่ในระดับสูงมากเท่าใด ความหนาแน่นของกายเนื้อก็จะยิ่งน้อยลงมากเท่านั้นด้วย และยิ่งปริมาณแสงสว่างในร่างกายเนื้อของคุณมีมากเท่าใด ร่างกายเนื้อของคุณ ก็จะยิ่งสามารถรองรับจิตวิญญาณได้ในระดับสูงมากเท่านั้นด้วย และปลายทางของกระบวนการพัฒนากายแห่งแสงสว่างที่กำลังดำเนินไป ภายใต้กระบวนการเลื่อนระดับขึ้นอยู่นี้ #คุณจะสามารถผสานรวมกับตัวตนที่สูงส่งกว่าของพวกคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ ….. ส่วนการลงมา (Descension) ของจิตวิญญาณ ก็เป็นกลไกที่ใช้สำหรับการ “นำเข้ามา” หรือ “เปิดการทำงานขึ้น” #ของพรสวรรค์ต่างๆด้านจิตวิญญาณของคุรุทั้งหลาย…. กระบวนการพัฒนากายแห่งแสงสว่างนี้ มีอยู่ 12 ขั้นตอน หรือ 12 ระดับด้วยกัน และเมื่อแต่ละระดับเสร็จสิ้นสมบูรณ์ลงแล้ว การเปลี่ยนแปลงต่างๆทางกายภาพ ที่เกิดขึ้นควบคู่กันมาตลอดนั้น ก็จะส่งผลกระทบต่อทุกๆด้านของชีวิตและของจิตวิญญาณของคนๆนั้นด้วย #เพราะระหว่างขั้นตอนของการพัฒนากายแห่งแสงสว่างนี้ มันได้ถูกออกแบบมาให้ไปดึงเอาปัญหาต่างๆของมนุษย์ทุกๆปัญหาขึ้นมาด้วย และยิ่งเข้าสู่ระดับขั้นสูงมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจะไปดึงเอาปัญหาที่อยู่ลึกลงไปได้มากขึ้นเท่านั้นด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะช่วยให้พวกคุณสามารถชำระสะสาง ความคิด, จิตใจ, อารมณ์ความรู้สึก, ร่างกาย และจิตวิญญาณ ให้สะอาดปลอดโปร่งได้ หากปัญหาโผล่ขึ้นมาให้เห็นได้มากเท่าใด พวกคุณก็จะยิ่งมีโอกาสมากขึ้น ที่จะปล่อยให้ “การยอมรับความจริง” ช่วยเปลี่ยนสถานะของพวกมันให้กับคุณได้ หรือมีโอกาสมากขึ้น ที่จะกำจัดพวกมันออกไปมากเท่านั้น  และด้วยการใช้เทคโนโลยีแห่งแสงสว่าง ที่มีใช้กันอยู่แล้ว ตั้งแต่เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว(เช่น N.L.P, body work, rebirthing, body…

  • คนที่มีความสุข

    #คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า ปฏิบัติธรรมไม่ได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นว่า ไปติดสังคมในวัด ไปหาเพื่อนคุยในวัด ซึ่งกลายเป็นกับดักอีกรูปแบบหนึ่ง ปฏิบัติผิดวิธี หมายความว่า เป็นกลุ่มที่โชคร้าย เพราะคิดดี และต้องการทำดี แต่ไปเจออาจารย์ไม่ดี เจออรหันต์ปลอม เจอสิบแปดมงกุฏ จึงทำให้การปฏิบัติผิดทิศผิดทางไปหมด คล้ายๆกับองคุลีมาลที่ถูกอาจารย์หลอก ในข้อนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการคบหากัลยาณมิตร…

  • ส่วนความดีชั้นเอกก็คือความดีที่ชนะความชั่วของตนเอง

    ความดีที่จะทำให้สำเร็จการชนะนั้นก็ต้องใช้ปัญญาค้นหา คือวิธีชนะที่จะไม่ต้องเบียดเบียนใครเป็นความดีชั้นตรี ถ้าเป็นการชนะชนิดที่เกื้อกูลเขาอีกด้วย โดยเฉพาะทำให้เขาซึ่งเป็นคนไม่ดีเลิกละความไม่ดีของเขา หรือกลับเป็นคนดีก็นับว่าเป็นความดีชั้นโท #ส่วนความดีชั้นเอกก็คือความดีที่ชนะความชั่วของตนเอง

  • “รหัสใจอิสระ”

    “รหัสใจอิสระ“ ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) เมื่อชีวิตถึงจุดที่สมดุล มวลสารใน ศูนย์กลางกาย จะนิ่งและแน่นจนไม่เกิดแรงดึงดูดที่ จะไปคว้าเอาเศษกรรมของผู้อื่นมาปนเปื้อน ทำไมความสมดุลนี้จึงเป็นรหัสชั้นสูง รหัส “วงโคจรส่วนตัว” เมื่อใจเราสมดุล เราจะมีสนามพลังที่เป็นเอกเทศ ไม่เป็น “ทาสทางอารมณ์” ของใคร เราจะมองเห็นความสุขและความทุกข์ของเพื่อนหรือคนรอบข้างเป็นเพียง มวลสารที่ผ่านมาแล้วผ่านไป โดยที่ดวงแก้วของเราไม่กระเพื่อมตาม รหัส “หยุดการจูนคลื่นต่างแดน” การดึงสุขหรือทุกข์ของคนอื่นมาใส่ตัว คือการทำให้รหัสชีวิตตัวเองรวน ความสมดุลจะช่วยให้เรารักษา ความถี่ (Frequency) ของตัวเองไว้ได้คงที่ ทำให้คุณมีพลังเหลือเฟือที่จะสร้างสรรค์ “ตัวสำเร็จ” ในทางของคุณเอง รหัส “เมตตาไร้พันธนาการ” คุณยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่เป็นการช่วยด้วย มวลสารสว่าง ที่ส่งออกไป โดยไม่เอาตัวเข้าไปแบก (ไม่ใช้ความสงสารที่ความถี่ต่ำ) นี่คือความสมดุลที่ทำให้คุณช่วยคนได้มากกว่าเดิม โดยที่บารมีของคุณไม่ลดลง รหัส “ป้องกันขยะวิญญาณ” สุขทางโลกของคนอื่นมักแฝงด้วยความหลง ทุกข์ของคนอื่นมักแฝงด้วยโทสะ การไม่ดึงรหัสเหล่านี้มาใส่ตัว คือการทำความสะอาดทางจิตวิญญาณแบบ Real-time ทำให้ใจคุณใสเป็นปกติอยู่เสมอ ชีวิตที่สมดุลคือชีวิตที่ “รู้ขอบเขตของมวลสาร” เราคือผู้ครอบครองพื้นที่สว่างของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องพึ่งพาเศษความสุขจากใคร…