จิตใจของมนุษย์ไม่สามารถ เข้าใจอวตาร-และพุทธะได้ มันเป็นไปไม่ได้

จิตใจของมนุษย์ไม่สามารถ
เข้าใจอวตาร-และพุทธะได้
มันเป็นไปไม่ได้

#คุณจะบ้าทันทีหากคุณคิดด้วยจิตสำนึก
สมองคน

⭐️?#ฉันอยู่กับคุณมานานมากแต่คุณยังไม่รู้จักฉัน#คำพูดของเทวดา

คุณไม่สามารถเข้าใจในสิ่งนี้ได้หากใช้จิตสำนึกในสติสัมปชัญญะระดับมนุษย์

ไม่เคยเป็นไปได้

⭐️⭐️⭐️#แต่หากคุณเข้าใจและชำนาญในสิ่งนี้แล้วจักรวาลทั้งพิภพจะเปิดเผยทุกมิติในตัวคุณครูว่าคุณเป็นคนที่โชคดี
ที่ได้มีเทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • 6 สิ่งที่ต้องจำเมื่อทุกอย่างรู้สึกเหมือนกำลังจะผิดพลาด

    อย่ากังวลว่าชีวิตของคุณจะกลับหัวกลับหาง คุณรู้ได้อย่างไรว่าด้านที่คุณคุ้นเคยดีกว่าด้านที่จะมาถึง คุณเคยมีวันที่เลวร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้นหรือไม่? คุณเคยรู้สึกว่าคุณไม่สามารถทำอะไรได้ถูกต้องและทุกการเคลื่อนไหวที่คุณทำดูเหมือนจะทำให้คุณมีปัญหาหรือไม่? หากคุณมีวันที่แย่ หรือแม้แต่เดือนที่แย่ นี่คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อบรรเทา: รู้ว่าสิ่งนี้เกินไป ShaThingsll ผ่านแม้ว่าจักรวาลจะนำเสนอปัญหาให้คุณทีละเรื่อง แต่ให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะผ่านไปในที่สุดบางครั้งชีวิตก็นำพาสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นเกลียวคลื่น และคุณต้องลุยน้ำต่อไปเพื่อให้ลอยได้ ความรู้สึกนี้จะไม่คงอยู่ตลอดไป ดังนั้นจงรู้และไว้วางใจว่าสิ่งที่คุณต้องทำคือค้นหาความแข็งแกร่งของคุณในแต่ละช่วงเวลา เมื่อสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นทุกที่ ความเครียดหรือความกังวลเกี่ยวกับอนาคตอาจเป็นเรื่องง่าย แต่การอยู่กับปัจจุบันและเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปในที่สุด จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจ ใช้เวลาเพียงวันเดียว เน้นความกตัญญูกตเวทีเมื่อสิ่งต่างๆ ยุ่งเหยิง ให้หยุด หายใจเข้าลึกๆ และจดจ่อกับสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณ พยายามจดจ่อกับสิ่งที่ใช้ได้ผลในชีวิตของคุณ แทนที่จะจมอยู่กับสิ่งที่ไม่ได้ผล เป็นเรื่องง่ายมากที่จะมุ่งความสนใจทั้งหมดของคุณไปยังจุดที่มีปัญหาในชีวิตของคุณ แต่การถอยกลับและนำความตระหนักรู้มาสู่ทุกสิ่งที่คุณ รู้สึกขอบคุณ สามารถช่วยเปลี่ยนมุมมองของคุณได้ ใช้เวลากับตัวเองบ้างเมื่อสิ่งต่าง ๆ รู้สึกเหมือนกำลังจะผิดพลาด มักจะเป็นสัญญาณว่าการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องเกิดขึ้น บางครั้งจักรวาลท้าทายให้เรามองชีวิตของเราจริงๆ และจัดการกับสิ่งที่จำเป็นต้องไปหากมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน เป็นไปได้ว่าคุณอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตของคุณ อย่าเครียดมากเกินไปเกี่ยวกับ จุดเปลี่ยนที่ อาจเกิดขึ้น เพียงแค่ใช้เวลาเชื่อมโยงภายในและค้นหาว่าความจริงของคุณคืออะไร คิดให้ออกว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อตัวเองในการก้าวไปข้างหน้าคือแล้วค่อยทำทีละขั้น เรียนรู้ที่จะปฏิเสธวิธีที่เร็วที่สุดวิธีหนึ่งที่จะสูญเสียการควบคุมชีวิตของคุณคือการเริ่มตอบตกลงในสิ่งที่คุณไม่ต้องการทำจริงๆ พวกเราหลายคนกลัวที่จะปฏิเสธเพราะเราต้องการทำให้คนอื่นพอใจและเราไม่ต้องการทำให้คนอื่นผิดหวัง แต่การเรียนรู้วิธีปฏิเสธจะทำให้เป็นอิสระได้อย่างมากเมื่อคุณมีเรื่องมากมายเกิดขึ้น หรือเมื่อชีวิตทำให้คุณมีปัญหาทีละเรื่องๆ ก็มักจะเป็นสัญญาณว่าคุณใส่ใจมากเกินไป การเรียนรู้ที่จะไม่บอก คนอื่นจะช่วยให้คุณปลดปล่อยความรู้สึกนี้และจะช่วยให้คุณมีเวลามากขึ้นในการจัดระเบียบตัวเองและรวบรวมสิ่งต่างๆ รู้ว่าเวลาของคุณมีค่าแค่ไหนบางครั้งเราเครียดและหมกมุ่นอยู่กับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ…

  • คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร?

    #คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร? นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าความสุขเป็นทักษะทางอารมณ์ที่คนเราเรียนรู้ได้และจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ #มันทำให้สมองของคุณทำงานเสมือนว่าคุณกำลังฝึกจิตใจในช่วงเวลานั้น และการฝึกอบรมอาจต้องการความสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่ต่างจากการฝึกทางกายภาพที่ฝังแน่นในชีวิตของเรา #ที่น่าสนใจคือนักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปว่าประมาณ40% ของศักยภาพความสุขของเราเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้  50 % เป็นพันธุกรรม และมีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นสถานการณ์ ในบางครั้ง เหตุการณ์ที่โชคร้ายจะเข้ามาหาคุณ และคุณไม่สามารถทำอะไรกับมันได้อย่างไรก็ตาม วิธีที่คุณตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นอยู่กับคุณทั้งหมด เพียงจำสุภาษิต: “เมื่อชีวิตให้มะนาวแก่คุณ จงทำน้ำมะนาว” 

  • ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่ และการยกระดับจิตวิญญาณ

    ๒๗/๑/๖๙ ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่และการยกระดับจิตวิญญาณ หมายถึงการรักษา “เอกเทศทางพลังงาน” (Energetic Sovereignty) เพื่อไม่ให้กระแสลบหรือวิบากกรรมของผู้อื่นมาดึงรั้งการตื่นรู้ของเรา มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้ 1. การวางเฉยด้วยเมตตา (Equanimity with Compassion)การไม่ร่วมกรรมไม่ใช่การใจดำ แต่คือการระลึกว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”: เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์หรือทำผิด ให้ช่วยตามกำลังที่ทำได้โดยไม่เอาใจไป “แบก” หรือไป “ตัดสิน” (Judge) #การด่าทอหรือซ้ำเติมผู้ที่ทำผิด คือการเอาตัวเราเข้าไปพันตูในกระแสกรรมนั้นโดยตรง 2. การรักษาขอบเขตพลังงาน (Setting Energetic Boundaries) ในยุคนี้เราต้องรู้จักการปฏิเสธสิ่งที่ “ไม่ใช่” สำหรับเรา หลีกเลี่ยงการนินทา: การร่วมวงนินทาคือการรับกระแสพลังงานลบและร่วมพันธะกรรมกับผู้พูดและผู้ถูกพูดถึง ไม่รับพิษทางอารมณ์: หากใครมาตัดพ้อหรือด่าทอเพื่อระบายพลังงานลบ ให้รับรู้แต่ไม่รับมาเป็นอารมณ์ของตนเอง 3. กฎแห่งการไม่แทรกแซง (Law of Non-Interference) หนึ่งในกฎสำคัญของการไม่ร่วมกรรมคือ การไม่เข้าไปก้าวก่ายบทเรียนชีวิตของผู้อื่นหากเขาไม่ได้ขอ บางครั้งความลำบากของเขาคือ “บทเรียน” ที่จิตวิญญาณเขาเลือกมาเพื่อเติบโต การเข้าไปช่วยผิดวิธีหรือช่วยจนเขาไม่ต้องเรียนรู้ #อาจเป็นการเข้าไปรับส่วนแบ่งแห่งกรรมนั้นมาโดยไม่จำเป็น 4. #การตัดพันธนาการทางจิต (Cutting Energetic Cords) #หากรู้สึกว่ายังยึดติดกับใครบางคนในทางลบ ให้ฝึกการ…

  • จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้

    จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้กับจิตวิญญาณอย่างแท้จริงใครไม่อยากอยู่ด้วยคุณก็อยู่คนเดียวเพื่อนและความมั่งคั่งที่คุ้นเคยและวัตถุต่างๆต่างก็เย้ยหยัน#ดังนั้นจงทิ้งมันไปความทะเยอทะยานและก้าวร้าวจะเกิดหากคุณอยู่กับคนอื่นๆ#ใช้ชีวิตด้วยตัวคุณเองและฝึกฝนจิตวิญญาณ

  • ผมได้ยินท่านอาจารย์พูดว่าท่านเป็นห่วงลูกศิษย์ที่พากเพียรมากใช่ไหมครับ ?

    #อย่ากลัวคว ผมได้ยินท่านอาจารย์พูดว่าท่านเป็นห่วงลูกศิษย์ที่พากเพียรมากใช่ไหมครับ ?คำตอบหลวงปู่ชา :#ถูกแล้วผมเป็นห่วง ผมเป็นห่วงว่าเขาเอาจริงเอาจังจนเกินไป #เขาพายายามจนเกินไปแต่ขาดปัญญา เขาเคี่ยวเข็ญตนเองไปสู่ความทุกข์โดยไม่จำเป็น อย่างนี้เป็นความพยายามมากเกินไปคนทั่วไปก็เช่นกัน พวกเขาไม่รู้ถึงสภาพเป็นจริงของสิ่งทั้งปวง สังขารทั้งปวง จิตและร่างกายล้วนเป็นของไม่เที่ยง บางคนคิดว่าเขารู้ เขาวิพากษ์วิจารณ์จับตามอง และลงความเห็นเอาเอง อย่างงี้ก็ตามใจเขา ทิฐิของใครก็ปล่อยให้เป็นของคนนั้นถ้าเราคิดว่าคนอื่นด้อยกว่า หรือดีกว่า หรือเสมอกันกับเราเราก็ตกทางโค้ง #ถ้าเราแบ่งเขาแบ่งเราเราก็จะเป็นทุกข์คำตอบหลวงปู่ชา#กับพ่อ

  • วันแต่ละวันเราทำสิ่งใดกันบ้าง

    2 ม.ค.2022วันนี้เรามอบสิ่งของให้กับพี่น้องชาวบ้าน บ้านกุดบวก และบ้านกองแหะจ.เชียงใหม่ #วันแต่ละวันเราทำสิ่งใดกันบ้าง#ในตอนเช้าคุณตื่นขึ้นและกล่าวคำอธิษฐานสั้นๆ แล้วกินข้าวไปทำงาน ถัดมาคือช่วงพักกลางวัน ทำงานมากขึ้น และถึงเวลาอาหารเย็น และทำกิจกรรมต่างๆ ที่เปล่าประโยชน์ และอีกไม่นานคุณก็จะเข้านอน #เหมือนเดิมทุกวัน! และทุกวัน เจตจำนงของคุณถูกทำลายโดยนิสัยและสิ่งแวดล้อมของคุณ #ทำไมคุณถึงอนุญาตสิ่งนี้ คุณขอโทษตัวเองและพูดว่า “สักวันหนึ่ง ฉันจะพยายามทำสิ่งที่ฉันรู้ว่าควรทำ” แต่วันนั้นอาจไม่มีวันมาถึง ทำไมต้องจำกัดความสามารถของคุณไว้ที่สุภาษิตที่ว่า “อย่ากัดกินมากเกินกว่าที่คุณจะเคี้ยวได้”? อย่าทำตัวไร้ประโยชน์ ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า