#ครูที่กล้าเตือน การเตือนคือการ “ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของเราสว่าง

#ธรรมจากประตู-ครูที่กล้าเตือน

๑๐/๑/๖๙

ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ

“#เทวดาอารักขาครูบาอาจารย์”

ถือเป็นกลุ่มพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพสูงมาก ซึ่งศิษย์และผู้ปฏิบัติธรรมควรทำความเข้าใจเพื่อการวางจิตที่ถูกต้องดังนี้

ผู้พิทักษ์กระแสธรรม: เทวดากลุ่มนี้มีหน้าที่อารักขาพระธรรมและรักษาความบริสุทธิ์ของสายธรรม #ท่านจะทำหน้าที่คัดกรองผู้ที่จะเข้ามาสู่ประตูธรรม หากใครเข้ามาด้วยจิตที่มืดบอด หรือมีเจตนาแฝง ท่านจะสร้างสภาวะ “พลังงานยัน” #ทำให้คนเหล่านั้นอยู่ไม่ได้หรือต้องออกไปจากสายธรรม

✅ บทลงโทษจากการปรามาส
หากศิษย์คนใดเกิดจิตดูถูกครูผู้สอน หรือทำตัว อกตัญญู เทวดาอารักขาครูบาอาจารย์จะปิดกั้นบารมีของศิษย์คนนั้นทันที ส่งผลให้เกิดสภาวะ “ญาณบอด” และ “เงินหนี” เนื่องจากรัศมีธรรมของครูถูกปิดกั้นไม่ให้ส่งถึงศิษย์

การเชื่อมต่อบารมีผ่านครู: เมื่อเรากตัญญูและทำตามคำชี้แนะของครูบาอาจารย์ เทวดาอารักขาของท่านจะเชื่อมต่อกระแสบุญมายัง เทวดาประจำตัว ของเรา ทำให้เทวดาของเรามีกำลังมากขึ้น ส่งผลให้ชีวิตเกิดสภาวะ “พลังงานไหล” และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

พลังแห่งสัจจะ: เทวดาอารักขาครูบาอาจารย์ให้ความสำคัญกับ “สัจจะ” สูงสุด หากศิษย์รักษาสัจจะที่ให้ไว้ต่อหน้าครู ท่านจะช่วยเปิดทางทรัพย์และดึงดูดสิ่งดีงามมาให้เป็นรางวัลทางการปฏิบัติ

🚩🚩🚩 #วิธีวางจิตต่อเทวดาอารักขาครูบาอาจารย์

นอบน้อมจากใจ: ไม่ใช่เพียงทางกาย แต่ต้องนอบน้อมจากจิตบันทึกภายใน เพื่อไม่ให้เกิดรอยรั่วทางพลังงาน

ขอขมาเมื่อพลาดพลั้ง: หากเผลอคิดลบต่อครู ให้รีบทำพิธีขอขมาเพื่อถอนกรรมปรามาสก่อนที่เทวดาอารักขาจะปิดทางบารมี
การเคารพครูบาอาจารย์คือการเคารพเทวดาอารักขาของท่าน ซึ่งเป็นทางลัดที่ทำให้เรา ได้รับการคุ้มครองและหนุนนำในมิติที่สูงขึ้นอย่างเต็มกำลัง

🚩🚩 ถ้าครูท่านไม่สื่อสารจากวาจาของท่านผ่านมาให้เรารู้เราจะตื่นรู้ได้เช่นไร

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…

  • การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก

    #การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก มันเกี่ยวกับการมีทัศนคติเชิงบวกและมีสามส่วนด้วยกัน คิดบวกอารมณ์เชิงบวกพฤติกรรมเชิงบวก หากคุณมุ่งความสนใจไปที่ด้านลบ#ในสามด้านใดด้านหนึ่งนั่นคือสิ่งที่คุณจะต้องสนใจโดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น แต่ให้นึกถึงแง่มุมที่ดีของช่วงเวลานั้นด้วย #จำไว้ว่าคุณมักจะไปทุกที่ที่มีความคิดของคุณดังนั้น หากคุณจดจ่ออยู่กับด้านบวกของชีวิตคุณก็จะไปที่นั่นเช่นกัน ที่ที่คุณอยู่ สิ่งที่คุณทำ นั่นคือภายในของคุณ

  • “มารสอบอัตตา” ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน”

    🚩🚩 ปัญหาส่วนตัวคุณละการที่ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน” ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพูด การแต่งกาย หรือบุคลิกของครูผู้สอน ถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่เรียกว่า “มารสอบอัตตา” (ตัวตน) ของผู้ปฏิบัติเอง ตามหลักการปรับจูนพลังงาน ⚠️ #ปัญหานี้คือตัวผู้ปฏิบัติเอง มีแง่คิดให้พิจารณาดังนี้ ⚠️ ติดสมมติ (ติดเปลือก): แม่ครูน้อยมักสอนว่า “สไตล์” คือเปลือกภายนอกที่เป็นโลกสมมติ หากเรายังไม่ชอบหรือขัดใจในสไตล์ แสดงว่าจิตของเรายังยึดติดกับรูปลักษณ์ (รูปนาม) และยังเข้าไม่ถึง “กระแสธรรมบริสุทธิ์” ที่อยู่ภายใน นี่คือสัญญาณว่า “ญาณ” ของเรายังถูกบดบังด้วย ความชอบ-ไม่ชอบส่วนตัว ⚠️พลังงานยัน (ต้านกัน): ความไม่ชอบสไตล์จะสร้าง “กำแพงพลังงาน” ขึ้นมาปิดกั้นการรับรู้ ทำให้บุญบารมีที่ควรจะไหลผ่านคำสอนเข้าสู่จิตใจของเราเกิดอาการติดขัด หรือที่เรียกว่า “#บารมีไม่เปิด” เพราะใจของเราปิดตั้งแต่เริ่มมองเห็นสไตล์ที่ไม่ถูกจริต ⚠️ กระจกสะท้อนจิต: #บางครั้งครูผู้สอนอาจแสดงสไตล์ที่จงใจให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกขัดใจ เพื่อทดสอบว่าผู้ปฏิบัติจะสามารถ “รักษาความนิ่ง” และ “วางจิตที่ความว่าง” ได้หรือไม่ หากเราผ่านความไม่ชอบสไตล์ไปได้ จิตของคุณจะขยับสู่มิติที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นมิติแห่งการไม่ตัดสิน (Non-judgment) ⚠️ #วิธีแก้ไข (บันทึกจิตใหม่) แยกแยะ:…

  • หลังแคมป์ปิดมีใครสักคนหนึ่ง #ดีใจที่มีเรา

    หลังแคมป์ปิดมีใครสักคนหนึ่ง #ดีใจที่มีเรากำลังใจไร้เดียงสาขั้นสุด#หมาน้อยปิงปิง

  • ไม่สามารถก้าวหน้าในการเจอเทวดาประจำตัว

    หมายความว่า ไม่รู้จักการแบ่งเวลา ไม่รู้จักสร้างสมดุลย์ให้ชีวิต เราใช้ชีวิตอย่างวุ่นวายไปเรื่อยๆ ต้องสุข ต้องทุกข์ไปเรื่อยๆ อาจอยู่ห่างไกลการพัฒนาจิตใจไปเรื่อยๆ จนมีจุดเปลี่ยนของชีวิต เกิดความทุกข์ครั้งใหญ่จนทำให้เขาต้องกลับมาสร้างสมดุลย์ชีวิตอีกครั้ง เป็นผลให้เสียเวลาปฏิบัติทางจิตไปมาก บางคนมาปฏิบัติในช่วงสุดท้ายของชีวิตก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ดี เนื่องจากสังขารไม่อำนวย นั่งไปปวดไป ทำได้ไม่เท่าไหร่ ก็ลมจับ ล้มพับไปก็มี เป็นการเสียโอกาสเพราะความชราภาพโดยแท้#คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า…

  • วิธีชนะเกมส์แห่ง ” ชีวิต”

    ?️? #ใครบ้างเดินออกจากชีวิตคุณ เราเคยได้ยินคำอุปมามาก่อนแล้ว… เกมแห่งชีวิต พบว่าสิ่งนี้เป็นการเปรียบเทียบที่แท้จริงและเป็นสิ่งที่ช่วยเราในการนำทางการโต้ตอบแบบวันต่อวัน การใช้เกมหมากรุกโดยเฉพาะเป็นตัวอย่างหมากรุกเป็นเกมที่ใช้กลยุทธ์ มีกฎเกณฑ์ในการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนต่างๆ และกฎที่ควบคุมตัวเกมโดยรวมเอง การเปลี่ยนกฎจะส่งผลให้มีการเล่นเกมที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในขณะนี้ มนุษยชาติยังคงเล่นหมากรุกเวอร์ชันเก่า (เคลื่อนผ่านชีวิตผ่านการควบคุม การยักย้ายถ่ายเท และการกระทำตามความกลัวอื่นๆ) ในขณะเดียวกันก็อยู่ท่ามกลางการเจรจาต่อรองและร่วมสร้างกฎใหม่ (วิธีการเคลื่อนไหว) ผ่านการกระทำด้วยความรัก) เมื่อการเจรจาใหม่ของเรากลายเป็นแนวทางใหม่ของการเป็นและการใช้ชีวิต เกมใหม่ทั้งหมดจะเผยออกมา จนกว่าเราจะเริ่มเล่นตามกฎใหม่ เรายังต้องทำตามกฎเก่าให้ดีที่สุด คนส่วนใหญ่ หลายปีที่ผ่านมา… รวมถึงครูด้วย… ได้เห็นเกมหมากรุกเป็นการแข่งขันที่ใส่กล่องของอีกฝ่าย อันที่จริงเป็นราชาของพวกเขา ไม่ทิ้งพวกเขาไปอีก การเคลื่อนไหวที่เป็นไปได้ บังคับมอบตัว. การเล่นหมากรุกเป็นเกมที่ใช้กลยุทธ์กับบุคคลอื่นเป็นวิธีหนึ่งในการเล่นเกมและไม่ใช่วิธีเดียว (ในชีวิต….บ่อยแค่ไหนที่เราทุกคนยอมจำนนในแง่มุมของตัวเอง เลิกเป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา ละเลยของประทานที่เรามีที่สามารถให้บริการแก่สิ่งสร้างทั้งหมดได้ ถ้าคุณเป็นเหมือนครู บังคับให้ยอมจำนน และการถูกขังในการใช้ชีวิตในแบบที่ไม่จริงกลายเป็นวิถีปกติของการเป็นอยู่และการใช้ชีวิตประจำวัน) เกมหมากรุกยังสามารถใช้เป็นเกมกลยุทธ์เพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระและยังคงมีตัวเลือกในแต่ละครั้งที่ทำ (แทนที่จะยอมจำนน จุดสนใจเปลี่ยนเป็นการถามตัวเองว่าสามารถเลือกอะไรได้บ้าง กลยุทธ์ใดที่นำมาใช้ในที่ที่เรายังคงมีอิสระในการใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เหมือนใครซึ่งเราแต่ละคนถูกสร้างมาให้เป็นและอยู่ในกระบวนการ กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของความจริงส่วนตัวของเรา ). เล่นในลักษณะนี้ทั้งหมากรุกและชีวิตกลายเป็นสนามฝึกซ้อมสำหรับเกมใหม่ที่เราทุกคนร่วมสร้างเพราะมันฝึกให้เรามองเห็นตัวเลือกทั้งหมดมองภาพใหญ่และฝึกฝนการมีส่วนร่วมกับทุกคนในความพยายามที่จะเห็น สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายและความปรารถนาของเรา ผู้สนับสนุนเราในการแสวงหาอิสรภาพ และที่ซึ่งยังคงมีการเลือกจากสถานที่แห่งการยอมจำนนแทนความสุขและความรัก แม้จะเล่นเกมโดยใช้กลยุทธ์เพื่อให้มีอิสระ แต่เราก็ยังพบว่าตัวเองถูกใส่ร้ายในบางครั้ง ไม่เป็นไรเพราะเราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เราเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และรู้อีกครั้งว่าในแต่ละเกมที่เล่น วิสัยทัศน์และขอบเขตของเราในการรวบรวมภาพที่ใหญ่ขึ้น ในแต่ละเกมใหม่ ปัญญามากขึ้นจะได้รับจากประสบการณ์ตรง…