การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม”

๒๘/๑/๖๙

การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม”

ฟังดูย้อนแย้ง แต่ในทางปฏิบัติขั้นสูง (เช่น แนวทางวัชรยาน หรือการเจริญสติแบบวิปัสสนา) กิเลสคือ “#เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ทำให้เกิดการตื่นรู้
🚩#หากไม่มีกิเลสเราก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพื่อจะหลุดพ้น
นี่คือวิธีการเปลี่ยน “พิษ” ของกิเลส ให้กลายเป็น “ยา” แห่งปัญญา

1. กิเลสคือ “ครู” ที่สอนอริยสัจ
หนทางบรรลุธรรมเริ่มต้นที่การ “กำหนดรู้ทุกข์”ถ้าไม่มีกิเลส (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) เราก็จะไม่เห็น “ความบีบคั้น” (ทุกข์) ในใจ เมื่อกิเลสเกิดขึ้น ให้จ้องมองความทุกข์ที่มันสร้างขึ้นมาอย่างชัดๆ จนจิตมัน “เข็ด” และเห็นความจริงว่า “การมีกิเลสนั้นเป็นภาระ”
การบรรลุ: เกิดขึ้นเมื่อจิตเห็นโทษของกิเลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดการ “คลายความกำหนัด” (วิราคะ) และปล่อยวางไปเองโดยธรรมชาติ

2. ใช้กิเลสเป็น “เป้านิ่ง” ของสติ
การฝึกจิตที่ไม่มีกิเลสเลยเหมือนการซ้อม ชกมวยกับลม แต่การฝึกกับกิเลสคือการลงสนามจริง
✅วิมุตติ (ความหลุดพ้น) ไม่ได้เกิดจากการที่กิเลสหายไปหมดโลก แต่เกิดจาก “การที่กิเลสทำอะไรจิตไม่ได้”
✅ทุกครั้งที่กิเลสมา แล้วเรามีสติรู้ทันจนมันดับไป เราได้สัมผัส “นิพพานชั่วคราว” (ตทังคนิพพาน) คือสภาวะที่จิตว่างจากกิเลสครอบงำ
✅การบรรลุ: คือการสะสมสภาวะ “รู้ทันกิเลส” #นี้จนจิตจำสภาวะความว่างได้แม่นยำกว่ากิเลส

3. หลักการ “หนามยอกเอาหนามบ่ง”
ในบางระดับ เราใช้กิเลสที่ละเอียดกว่าไปละกิเลสที่หยาบกว่า
ใช้ความอยาก (ฉันทะ): ใช้ความอยากพ้นทุกข์ อยากบรรลุธรรม (ซึ่งเป็นกิเลสฝ่ายขาว) มาเป็นแรงผลักดันให้เราถือศีล ทำสมาธิใช้มานะ (ความถือตัว): “คนอื่นทำได้ เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน ทำไมจะฝึกจิตไม่ได้”
การบรรลุ: เมื่อถึงจุดหนึ่ง จิตจะละแม้กระทั่ง #ความอยากบรรลุธรรมนั้นทิ้งไป (เหมือนถีบหัวเรือส่งเมื่อถึงฝั่ง)

4. กิเลสคือ “ความว่าง” (Empty Nature)
นี่คือทางลัดสู่ปัญญาชั้นสูงลองเพ่งดูเข้าไปในกลางความโกรธ หรือกลางความอยากที่กำลังรุนแรง
เราจะพบว่า “กิเลสไม่มีตัวตน” มันเป็นเพียงกระแสพลังงานที่หมุนวนชั่วคราวแล้วก็สลายไป
การบรรลุ: เมื่อเห็นว่ากิเลสว่างเปล่า จิตจะเข้าถึงความจริงว่า “ตัวเรา” ที่เป็นเจ้าของกิเลสก็ว่างเปล่าเช่นกัน (อนัตตา)

5. เปลี่ยน “พลังงาน” ไม่เปลี่ยน “สภาพ” (Alchemical Transformation)
ในยุคพลังงานใหม่ เรามองกิเลสเป็น Raw Energy:
ความโกรธ: มีพลังงานของ “การทำลายสิ่งกีดขวาง” -> เปลี่ยนมาใช้ทำลายมิจฉาทิฐิหรือความขี้เกียจในตัวเอง
ความหลง: มีพลังงานของ “การรวมเป็นหนึ่ง” -> เปลี่ยนมาใช้ในการทำสมาธิจดจ่อ (Samadhi)
การบรรลุ: คือการรู้จักบริหารพลังงานเหล่านี้ให้เข้าสู่สมดุล โดยไม่ถูกมันเผาไหม้

🚩🚩🚩 พระพุทธเจ้าเปรียบเปรยว่า “บัวที่สวยงามย่อมเกิดจากโคลนตมที่เน่าเหม็น” ถ้าไม่มีโคลน (กิเลส) ก็ไม่มีบัว (การบรรลุธรรม) ดังนั้น ไม่ต้องตกใจที่กิเลสเราเยอะ ให้ยิ้มรับมันแล้วบอกว่า “มาเลยครู… วันนี้จะสอนอะไรฉัน?” เมื่อเรามองกิเลสด้วยสายตาของ “นักเรียน” ไม่ใช่ “เหยื่อ”

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • พลังงาน

    #พลังงาน ผู้ที่เศร้าเสียใจเพราะพลังงานตกต่ำมาพบแม่ครูจักกลายเปลี่ยนเป็นผู้ที่ตื่นรู้และเบิกบาน #แบบฉับพลันท่านส่งต่อคลื่นมหาปัญญาเขาแกนกลางของดวงวิญญาณด้วยพลังจิต เราทุกคนต่างเคยประสบกับความรู้สึกหดหู่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนบางคน #โดยทั่วไปแล้วความรู้สึกนี้มักจะอธิบายว่าถูกดูดเข้าไปในแง่ลบของพวกเขาหรือถูกครอบงำโดยการปรากฏตัวของใครบางคน พวกเราส่วนใหญ่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังที่อาจมีอยู่ภายในห้อง พลังงานเหล่านี้ค่อนข้างยากที่จะอธิบายหรือเข้าใจ ความเชื่อของเราคือพลังงานบางส่วนเป็นของญาติผู้ล่วงลับหรือคนใกล้ชิด#แต่ผู้นำทางวิญญาณของเรารู้สึกถึงพลังเหล่านี้เพื่อเราจริงๆ  #คนส่วนใหญ่กลายเป็นคนขี้ระแวงในทันทีเมื่อมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและออร่าเกิดขึ้น ปิดความคิดและเยาะเย้ยความคิดโดยไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจแนวคิดที่แปลกใหม่สำหรับพวกเขา ที่น่าสนใจคือ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังค้นพบหลักฐานที่สนับสนุนสมมติฐานที่ว่าเรามีแหล่งพลังงานอยู่รอบตัวเรา และบางคนได้ศึกษาถึงผลกระทบที่มีต่ออารมณ์และพฤติกรรมของเราด้วย  เราจะสำรวจแนวความคิดบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณเหล่านี้จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ และพยายามให้หลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการค้นพบที่น่าสนใจเกี่ยวกับรัศมีของมนุษย์ #พลังงานประเภทต่างๆเราเริ่มเข้าใจแนวคิดเรื่องพลังงานและการสั่นสะเทือนแล้ว พวกเราเกือบทุกคนมีโอกาสการจัดเรียงอนุภาคเล็กๆ ในร่างกายเรา #พิจารณาจากพลังงานและความถี่การสั่นที่แตกต่างกัน การไหลของน้ำในร่างกายก็ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน หากมีปฏิสัมพันธ์ดังกล่าว เหตุใดจึงควรทำให้เสียชื่อเสียงว่าพลังงานเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนด้วยและกำหนดพฤติกรรมของเราในรูปแบบต่างๆ  คุณสามารถวัดการเปลี่ยนแปลงในด้านพลังงานและแน่นอนการเปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจและร่างกายจะเกิดขึ้นในภายหลัง คุณรู้ไหม #จิตสำนึกของเราเป็นส่วนหนึ่งของโลกวัตถุ และสามารถส่งผลโดยตรงต่อความเป็นจริงของคุณ #หากเข้าใจเรื่องใดถูกจะคิดถูกทำถูกตามมา

  • สิ่งที่ผู้รู้พระเวทเรียกว่าความไม่เสื่อมสลาย

    สิ่งที่ผู้รู้พระเวทเรียกว่าความไม่เสื่อมสลายที่ผู้เลิกละผู้พ้นแล้วจากปัญหาและความคิดมั่นหันมาฝึกฝนเราจะบอกเจ้าอย่างคร่าวๆถึงวิธีที่จะไปถึงสิ่งนั้น  ผู้ปิดทวารทั้งเก้าในกายกักจิตไว้ที่จักระหัวใจตั้งพลังชีวิตปราณไว้ในสมองใหญ่ตั้งจิตมั่นในโยคะ แน่วแน่อยู่ในในพระวัจนะศักดิ์สิทธิ์ แห่งพรหม ระลึกถึงแต่เรา(บรมวิญญาณ) เมื่อเขาละร่างนี้ ย่อมไปถึงเป้าหมายอันเลิศล้ำนั้น ผู้มีจิตแน่วแน่ ระลึกถึงเราต่อเนื่องทุกวัน จิตของท่านไม่หันเหไปจากเรา(คือบรมวิญญาณ) ท่านจะเข้าถึงเราได้โดยง่าย ผู้ภักดีจิตใจหนักแน่น เมื่อบรรลุถึงเรา (บรมวิญญาณ) ย่อมเข้าถึงความสำเร็จเลิศล้ำ จะไม่กลับ มาเกิดใหม่ได้แดนทุกข์ไร้ความจีรัง ผู้ที่ยังไม่พ้นจากโลก จะกลับจากแดนพรหม การรวมเป็นหนึ่งกับพระเจ้าในสมาธิ มาเกิดใหม่ (บนโลกนี้) แต่เมื่อเข้าถึงเราบรมวิญญาณอันประเสริฐท่านจะไม่เกิดใหม่อีกเลย

  • หน้าที่ของจิตวิญญาณคืออะไร

    จิตวิญญาณ หรือคำเรียก กายในกาย จิตในจิต มรรค ตัวรู้ กายทิพย์ กายใน กายฝัน ตัวตนที่สูงกว่า พระเจ้า พระจิต เทวดาประจำตัว ญาณบารมี  และชื่ออื่นๆนี้มีหน้าที่สำคัญยิ่ง ในการช่วยให้วิญญาณมนุษย์ รู้ตัว รู้ในสิ่งที่ถูกรู้ และถูกทาง เพื่อจะช่วยปลดปล่อย วิบากหรือเคราะห์กรรมของดวงวิญญาณมนุษย์ ให้ทราบถึงสิ่งที่ตนได้กระทำมา และทำให้รู้ตัวว่า เพราะเหตุแห่งการกระทำสิ่งนี้ต่อดวงวิญญาณ จึงทำให้ปัจจุบัน พบเจออุปสรรค นานานัปการเพียงไร เพื่อทำให้จิตสำนึกของมนุษย์ได้รู้สึกตัว กลับมารักตัวเอง สำนึกคุณ และหาหานทางสู่การนำพาดวงวิญญาณของตน ให้หลุดพ้น  หากมนุษย์ดวงวิญญาณใด  หาจิตวิญญาณของตนไม่เจอ ในระหว่างได้รับโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ถือได้ว่า ยังไม่รู้ตัวว่าตนเป็นใคร เพื่อพัฒนาองค์รวมของมนุษย์ให้เป็นผู้สมดุลย์พลังงาน ทุกๆมิติ

  • “ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5

    #ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5 #เพราะไม่ใช่แค่การเลิกติดตามอาจารย์ แต่หมายถึงการที่ศิษย์ “เดินทิ้งความกตัญญูและสัจจะ” จนสายใยบารมีขาดสะบั้น 1. เดินทิ้งเพราะ “อัตตา” (จิตหลงตน) เมื่อศิษย์เริ่มมีบุญหนุนนำ เริ่มทำมาหากินคล่องตัวขึ้น มักจะเกิดความคิดว่า “ฉันเก่งเอง ฉันทำเองได้” จนลืมรากแก้วที่ครูบาอาจารย์เคยช่วยอุดรอยรั่วและชี้ทางทรัพย์ให้#ผลที่เกิด: เมื่อเดินทิ้งครูด้วยใจที่ลำพอง ท่อพลังงานบารมีจะถูกปิดทันที เราจะกลายเป็นคน “บารมีขาด” และเมื่อถึงคราวเคราะห์หรือโดน “มารสอบ” หนักๆ จะไม่มีเกราะป้องกันจนดวงตกอย่างรวดเร็ว 2. เดินทิ้งเพราะ “#ทนคำดุไม่ได้” (สอบตกมารทดสอบ) #ครูบาอาจารย์ที่แท้จริงจะดุศิษย์แรงขึ้นเพื่อไล่ขยะทิพย์ (การนินทา/เพ่งโทษ) ออกจากใจศิษย์ผลที่เกิด: ศิษย์ที่ใจไม่หนักแน่นพอจะเกิดจิตปรามาส รู้สึกน้อยใจหรือเกลียดครู แล้วเดินทิ้งสายธรรมไป การเดินทิ้งในลักษณะนี้คือการเดินเข้าสู่สภาวะ “ญาณบอด” สนิท เพราะเราได้ทิ้ง “กระจกเงา” ที่คอยเตือนภัยให้ตนเอง 3. สภาวะ “เรือล่มเมื่อใกล้ฝั่ง” แม่ครูน้อยมักเตือนว่า ศิษย์ที่เดินทิ้งครูตอนที่ชีวิตกำลังจะรุ่งเรืองที่สุด มักจะเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรมาจูงจิตให้เดินออกไปเพื่อให้พ้นจากเขตบุญ ผลที่เกิด: ทรัพย์ที่กำลังจะได้จะหลุดลอยไป สิ่งที่สร้างมาจะพังทลาย เพราะไม่มีกำลังบารมีจากครูบาอาจารย์มาคอยพยุงธาตุในกายและดวงชะตา 4. วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่ากำลัง “เดินหลงทาง” หากเราเคยเดินทิ้งครูไปแล้ว…

  • จงพัฒนาปัญญา

    จงพัฒนาปัญญาให้รู้ทุกมิติมัวแต่อยู่มิติที่ 5ไม่ขึ้นไม่ลง#มันจะบ้าความรัก#บ้าความสมบูรณ์ขึ้นลงสติด้วยการพิจารณาความจริงของเรื่องบ้าง #ตั้งสติ

  • กควบคุมโดยกฎฝ่ายวิญญาณ

    #จักระทั้งเจ็ดถูกควบคุมโดยกฎฝ่ายวิญญาณ หลักการของจิตสำนึกที่เราสามารถใช้ปลูกฝังความสามัคคี ความสุข และความเป็นอยู่ที่ดีในชีวิตของเราและในโลก#ศูนย์แรก: จักระรากจักระรากที่รู้จักกันในชื่อภาษาสันสกฤตว่าmuladharaตั้งอยู่ที่ฐานของกระดูกสันหลัง มันควบคุมความต้องการการเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐานที่สุดของคุณ เมื่อจักระนี้ชัดเจนและพลังงานไหลผ่านอย่างอิสระ เรารู้สึกปลอดภัยและมั่นใจว่าเราสามารถตอบสนองความต้องการของเราได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม การอุดตันในบริเวณนี้อาจทำให้เรารู้สึกวิตกกังวลและวิตกกังวลได้#กฎแห่งกรรมทางจิตวิญญาณควบคุมศูนย์พลังงานแห่งแรก บนระนาบกายภาพ ทุกการกระทำที่คุณทำจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่สอดคล้องกัน เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้สูงสุดที่การกระทำของคุณจะสร้างปฏิกิริยาเชิงวิวัฒนาการ คุณสามารถใช้ร่างกายของคุณเป็นเครื่องมือในการกำหนดทางเลือกพิจารณาความเป็นไปได้ต่อหน้าคุณและฟังสัญญาณจากร่างกายของคุณ ความรู้สึกเหล่านี้ซึ่งเกิดจากจักระของรากจะรู้สึกสบายหรือไม่สบาย ร่างกายของคุณประเมินทุกการตัดสินใจที่เป็นไปได้ในแง่ของความเป็นไปได้ที่จะตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยของคุณหรือเพิ่มระดับของภัยคุกคามที่คุณประสบ จักระแรกซึ่งเชื่อมโยงคุณกับโลก ให้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการบำรุงหรือความเป็นพิษที่อาจเกิดขึ้นกับคุณอันเป็นผลมาจากการกระทำที่คุณทำ#ศูนย์ที่สอง: จักระความคิดสร้างสรรค์จักระความคิดสร้างสรรค์ที่เรียกว่าsvadhishtana มีความเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ในทุกการแสดงออก พลังงานของศูนย์นี้อยู่ในบริเวณอวัยวะเพศของคุณ สามารถใช้สำหรับการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เมื่อช่องทางเข้าศูนย์พลังงานที่สูงขึ้นมันเชื้อเพลิงพลังสร้างสรรค์ที่ช่วยให้คุณในการวาดภาพที่สวยงาม, สร้างธุรกิจหรือสร้างชีวิตของ ความรัก และ ความอุดมสมบูรณ์กฎแห่งความพยายามน้อยที่สุดมีชีวิตชีวาในจักระที่สอง เมื่อพลังงานที่สำคัญของคุณไหลผ่านศูนย์กลางของความคิดสร้างสรรค์ แสดงว่าคุณร่วมสร้างชีวิตของคุณ การแก้ปัญหาทุกปัญหามักไม่ค่อยอยู่ที่ระดับของปัญหา ค่อนข้างมาจากความคิดสร้างสรรค์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความคิดสร้างสรรค์คือกระบวนการนำวัตถุดิบชนิดเดียวกันมาสร้างบริบทและความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันระหว่างส่วนประกอบต่างๆตัวอย่างเช่น เมื่อนักแต่งเพลงสร้างผลงานเพลงชิ้นใหม่ เขากำลังใช้โน้ตเดิมในความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างกันและกัน ส่งผลให้เกิดบางสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน จักระที่สองใช้วัตถุดิบของจักระรากเพื่อสร้างโลกใหม่ในแต่ละวัน#ศูนย์ที่สาม: จักระพลังงานจักระพลังงานมณีปุระถูกแปลเป็นภาษาท้องถิ่นในช่องท้องแสงอาทิตย์ของคุณ เป็นที่นั่งแห่งพลังของคุณในโลก เมื่อศูนย์กลางนี้เปิดกว้างและไหลลื่น คุณจะสามารถแปลความตั้งใจและความปรารถนาของคุณให้แสดงออกได้ เมื่อมันถูกบล็อก คุณรู้สึกหงุดหงิดและไร้ประสิทธิภาพกฎแห่งความตั้งใจและความปรารถนาควบคุมจักระที่สาม เมล็ดพันธุ์แห่งความตั้งใจและความปรารถนาอยู่ในจิตวิญญาณส่วนตัวของคุณ การบำรุงเมล็ดที่คุณต้องการงอกด้วยความเอาใจใส่จะนำไปสู่การแสดงออกอย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญคือต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับความตั้งใจของคุณ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องแปลกใจเมื่อสิ่งนั้นเกิดผลกระบวนการของการแสดงความปรารถนาของคุณคือการทำให้พวกเขาเข้าสู่จิตสำนึกก่อน ตามด้วยการขยายการรับรู้ของคุณผ่านการทำสมาธิและในที่สุดก็ปลดปล่อยความตั้งใจของคุณและแยกตัวออกจากผลลัพธ์ คุณสามารถควบคุมการกระทำของคุณได้ แต่คุณไม่สามารถควบคุมผลของการกระทำของคุณได้ ให้พลังงานชีวิตของคุณไหลเวียนอย่างอิสระผ่านจักระที่สาม และแสงและความร้อนจากความตั้งใจของคุณจะแผ่กระจายไปทั่วโลก#ศูนย์ที่สี่: จักระหัวใจจักระหัวใจแสดงถึงพลังแห่งความรักและความเห็นอกเห็นใจ เรียกว่าอนัตตาอยู่ตรงกลางอก จักระหัวใจทุ่มเทเพื่อเอาชนะการแยกและการแบ่งแยก เมื่อหัวใจถูกปิดกั้น…