การตื่นขึ้นทางวิญญาณ

การตื่นขึ้นทางวิญญาณ
#การเจอเทวดาประจำตน

มักจะไม่น่ารื่นรมย์
มักจะรู้สึกเหมือนสับสน
หงุดหงิด โกรธ เศร้า
เศร้าโศก หรืออยู่นอกสถานที่

สิ่งนี้อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
#และท้าทาย

เพราะเป็นช่วงเวลาที่เข้มข้นของ
การเติบโต #ส่วนบุคคล

แต่ถึงแม้จะรู้สึกยากเพียงใด
คุณก็ไม่ต้องคลั่งไคล้
คุณกำลังพัฒนา #จงตื่นตัว

#??????????
วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ
(พรหมนาคา) ประจำปี 2564
สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น

#ทูตวัฒนธรรม
(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)
ประจำปี 2564
โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย
สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน
สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

Similar Posts

  • มารทดสอบ

    “มารสอบ” หรือการที่มารเข้ามาทดสอบบารมี คือสัญญาณว่าเรากำลังจะได้รับ “ของใหญ่” หรือโชคลาภก้อนโต #แต่มารจะมาขวางเพื่อให้เราสอบตกและหลุดจากสภาวะบุญ ดังนี้ มาทดสอบในรูปแบบ “#คนใกล้ตัว” มารมักดลใจให้คนรัก ลูกหลาน หรือคนในครอบครัวทำตัวน่ารำคาญหรือขัดใจ เพื่อดูว่าเราจะรักษาความสงบได้ไหม หากเราหลุดด่าทอหรือโกรธเคือง จะเกิด รอยรั่วทางบุญ ทันที และทำให้โชคลาภที่กำลังจะมาต้องหยุดชะงักไป มาทดสอบในรูปแบบ “คำพูดนินทา”: เมื่อเราเริ่มปฏิบัติธรรมหรือชีวิตเริ่มดีขึ้น มารจะส่งบททดสอบมาเป็นคำถากถางหรือการนินทา เพื่อให้คุณเกิด พลังงานยัน (ความพยาบาท/ความโกรธ) หากเราเข้าไปตอบโต้ จิตจะดิ่งลงจากมิติที่สูงและกลายเป็นสภาวะ ญาณบอด มาทดสอบ “สัจจะบารมี” หากเราตั้งสัจจะว่าจะทำสิ่งใด มารจะส่งอุปสรรคหรือความขี้เกียจมาดลใจเพื่อให้เราผิดคำพูด หากเราสอบตกในเรื่อง สัจจะ พลังอำนาจในการดึงดูดทรัพย์จะหายไป และเกิดอาการ เงินหนี มาทดสอบ “ความกตัญญู” มารจะพยายามดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่ เพื่อให้เราปรามาสหรือมองข้ามพระคุณ ซึ่งเป็นการตัด ท่อบารมี ของเราเอง #วิธีสอบให้ผ่าน นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว: เมื่อเจอเหตุการณ์กระทบใจ ให้บอกตัวเองว่า “มารกำลังทดสอบบารมี” แล้วรักษาใจให้ เบา สบาย ไม่โต้ตอบ บันทึกจิตใหม่: พลิกความโกรธให้เป็นความสงสารหรือความกตัญญูทันที…

  • มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ผู้ทำลายล้าง

    มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ผู้ทำลายล้างมารข้างนอกคือผู้มุ่งทำลายล้างข้างนอกมารข้างใน คือกิเลสในใจของตนเองเป็นต้นว่าความรัก ความชัง ความหลงซึ่งบังใจเราไม่ให้เกิดปัญญาในเหตุผลเมื่อชนะมารในใจของตนได้แล้วมารข้างนอกก็ทำอะไรไม่ได้ #แกนบัลลังก์ทองสุดยอดพญามารที่ปลอมเหมือนเทวดา  จุดสกัดของลักษณะมารตัวนี้คือจะแฝงลึกที่สุดในจิตของมนุษย์จากนั้นสิ่งใดที่มนุษย์คนนั้นชอบไม่ว่าจะเป็นกิเลสตันหาต่างๆทางโลกหรือความสุขมารตัวนี้จะเข้าไปปิดบังความรู้ที่มาจากพระธรรมหรือเทวดาประจำตัวและจะทำให้ดวงวิญญาณนั้นเพลิดเพลินกับแหล่งทางโลกอะไรที่เป็นความสุขทางโลกมารตัวนี้จะสนับสนุนให้วิญญาณดวงนั้นเกิดมีความสุขและเมื่อวิญญาณดวงนี้เกิดมีความสุขและหลงละเลิงว่าเป็นความจริงแกนบัลลังก์ทองก็จะปิดพระบารมีทำให้เราเหมือนเป็นคนมีเทวดาประจำตัวเหมือนเป็นผู้ที่มี ของรักษา #แต่ปัญญาวิญญาณไม่เกิด รางวัล 1 ปณิธานความดีใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์สาขา เกียรติคุณครูผู้ทำคุณประโยชน์ด้านเผยแผ่ส่งเสริม อนุรักษ์สืบทอดพุทธศาสนาดีเด่น

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • ความมืด

    คุณไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ความมืดมาสร้างอารมณ์ใดๆ ในตัวคุณที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ พลังงานมืดไม่ฉลาด มันโง่ เมื่อรับรู้ถึงความดับของมันเอง มันก็ทำสิ่งต่าง ๆ ที่นำไปสู่ความตายต่อไป มันจะไม่ทำงานในครั้งนี้และคุณจะเห็นมัน คุณจะเห็นความพยายามที่จะทำให้เกิดการแบ่งแยกและจะไม่มีผลกับคุณในลักษณะเดียวกัน เมื่อคุณยืนอยู่ในแสงสว่าง สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสัมผัสคุณได้ ใช้เทียนเล่มเดียวในการส่องสว่างพื้นที่ขนาดใหญ่และความมืดก็ต้องการจะพัดมันออกไป มันจะระเบิดออกมาได้อย่างไรเมื่อมีเทียนนับพันเล่มทั่วโลก? ฉันอยู่ข้างคุณ ช่วยให้คุณจุดเทียนและฉันจะไม่ทิ้งคุณคุณคือความแข็งแกร่งของฉัน เช่นเดียวกับที่คุณรู้สึกว่าฉันเป็นของคุณ#ขออภัยท่านดำมืดแต่เทียนเหล่านี้จะไม่ไปไหน#อยากได้ความมืดจงไปในที่มืดมิด #ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และความสัมพันธ์ของความมืดและความสว่างกำลังได้รับการปรับเทียบใหม่ มันจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งในฝันของคุณ มันจะพยายามทุกครั้งที่ทำได้เพื่อทำให้คุณสงสัยในพลังงานใหม่ ชนะไม่ได้เพราะแพ้ไปแล้ว มันยังไม่รู้เลย แต่จะพยายาม…ยากมากที่จะทำให้คุณคิดว่ามีโอกาส #โปรดจำไว้เสมอว่าความมืดไม่มีพลังงานอาศัยอยู่ เป็นเพียงการไม่มีแสง ไม่มีพลังงานเป็นของตัวเอง มันอยู่ไม่ได้เมื่อมีแสงสว่าง มีอยู่ได้ก็ต่อเมื่อแสงจางลงเท่านั้น แสงจางลงได้อย่างไร? ความโกรธ ความเกลียดชัง ความเกลียดชัง ความกลัว ฯลฯ ฝ่ายมืดชอบสติระดับล่าง มันเติบโตที่นั่น ดังนั้นจงแสดงพลังของคุณ ยืนหยัดในพลังและแสงสว่างของคุณ และแสดงความมืดที่ไม่มีอยู่ในตัวคุณอีกต่อไป เมื่อคุณยืนหยัดในความเชี่ยวชาญของคุณ ความมืดจะหายไป

  • กระบวนการสื่อสาร

    กระบวนการสื่อสารทางจิตของมนุษย์ที่เรียกว่าโทรจิตนี้เป็นการสื่อภาษาจิตที่เกิดขึ้นพร้อมพร้อมกันกับการเกิดกระบวนการสร้างพลังงานใหม่ของจิตเมื่อมีการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นให้รับรู้ด้วยตนเองได้ว่ามีอารมณ์รู้สึกเกิดขึ้นอยู่ในขณะนั้นซึ่งตลอดทั้งวันมนุษย์จะมีอารมณ์แปลกๆใหม่ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลานั่นเท่ากับว่ามนุษย์ได้สร้างพลังงานใหม่ด้วย #แก่นแท้คือจิตตนเองอยู่ตลอดทั้งวัน เช่นเดียวกันและถ้าในแต่ละครั้งที่มนุษย์มีการสั่นสะเทือนเป็นอารมณ์รู้สึกมนุษย์ก็จะได้ใส่รหัสทางจิตของตนด้วยการคิดนึกหรือต้องการผสมผสานคลื่นอารมณ์เข้าไปด้วย #แทนที่มนุษย์จะสร้างพลังงานใหม่ด้วยจิตตนเองอย่างเดียว ในขณะนั้นคลื่นพลังงานใหม่ของจิตยังจะทำหน้าที่เป็น #พาหนะหรือพาหะ ที่จะนำเอารหัสการคิดต้องการคิดไปกับคลื่นความถี่ทางอารมณ์ซึ่งอยู่ในรูปของคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวกด้วยเพื่อส่งตรงไปยังจิต ซึ่งเป็นแก่นแท้ของอีกรูปธรรมหนึ่งหรืออีกสรรพสิ่งหนึ่งที่เขามีคุณสมบัติในการรับรู้ได้และยังคิดรู้ได้อีกต่างหากด้วยจึงถือได้ว่าการโทรจิตจากจิตสู่จิตกับกระบวนการสร้างใหม่นั้นเป็นเรื่องเดียวกันนั่นเอง

  • เงินหนี

    ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩 ๘/๑/๖๙ “เงินหนี” คือสภาวะที่ทรัพย์สินเงินทองไหลออกไปอย่างรวดเร็ว เก็บไม่อยู่ หรือมีเหตุให้ต้องจ่ายกะทันหัน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าสนามพลังงานในตัวเราหรือในบ้านกำลังมีปัญหาดังนี้ ⚠️สาเหตุหลักที่ทำให้ “เงินหนี” ทางพลังงานพลังงานรั่วอย่างรุนแรง (รอยรั่วทางบุญ)เงินหนีคือผลลัพธ์ของการมีจุดรั่วไหลของพลังงานกุศลที่ใหญ่มาก สาเหตุหลักมักมาจากการที่ “#ปากเป็นพิษ” คือการพูดจาทำร้ายผู้อื่น นินทา หรือที่ร้ายแรงที่สุดคือ “การปรามาสครูบาอาจารย์” หรือผู้มีพระคุณ พลังงานลบจากคำพูดเหล่านี้จะเจาะรูรั่วในถังบุญของคุณ ทำให้บุญที่ควรจะดึงดูดเงินตราไหลออกไปหมด ⚠️ ความอกตัญญู (พลังงานยันขั้นรุนแรง)หากมีความขัดแย้ง หรือมีจิตที่อกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูผู้สอน หรือผู้มีพระคุณ จะเกิด “พลังงานยัน” ที่หนาแน่นมาก พลังงานนี้จะผลักทรัพย์สินและโอกาสดีๆ ออกจากตัวและออกจากบ้าน ทำให้เงินไม่สามารถเข้ามาหรือคงอยู่ได้ ⚠️ #จิตบันทึกความขาดแคลนและความกลัว:เมื่อเรากลัวว่าเงินจะหมด หรือรู้สึกว่าตนเอง “ขาดแคลน” อยู่เสมอ จิตของเราจะบันทึกคลื่นความถี่นี้ไว้ และส่งออกไปเป็น พลังงานสะท้อน กลับมา ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ #เงินหนีออกจากตัวเราจริง ๆ ตามกฎของแรงดึงดู ⚠️การผิดสัจจะ (ขาดความมั่นคงทางพลังงาน)การที่เราให้สัจจะไว้แล้วทำไม่ได้บ่อยๆ จะทำให้พลังงานในตัวขาดความน่าเชื่อถือ ไม่มีความมั่นคง ซึ่งทำให้ “เทวดาประจำตัว” ไม่สามารถหนุนนำทรัพย์มาให้ได้เต็มที่ เพราะไม่มีกำลังพลังงานที่เข้มแข็งพอ 🚩🚩🚩 วิธีแก้ไขเพื่อหยุด…