“กระแสบารมีโพธิสัตว์”

#ลูกศิษย์ผู้ใดแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ หากพิจารณาตามกระแสพลังงาน และคำบอกเล่าในสายปฏิบัติของแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) ท่านมีความผูกพันและสืบทอด ปฏิปทาทางจิตวิญญาณจากครูบาอาจารย์สายโพธิญาณที่สำคัญดังนี้

๑. องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย (นักบุญแห่งล้านนา)
แม่ครูน้อยมีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย อย่างลึกซึ้ง ท่านยึดถือข้อวัตรปฏิบัติเรื่อง “สัจจะ” และ “ขันติ” ตามรอยองค์ครูบาเจ้าฯ เป็นหัวใจหลักในการสอนศิษย์ และมักนำพาผู้คนไปสร้างบารมีในเขตข่วงแก้วทางเหนือตามรอยท่าน ศิษย์รุ่นเหลน ขององค์หลวงปู่ครูบาธรรมชัย พระครูวรเวทวิศิษฐ์ วัดทุ่งหลวงอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

🆘 สิ่งที่เห็นเป็นหลักฐานคือท่านเข้าภาวนาจากการสร้างสถานธรรมจากที่ดินเปล่าและอยู่ภาวนายาวนานถึง ๕ ปีเต็ม ด้วยวิริยะบารมี ครบกำหนด๕ ปีเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙

🆘 และยังพิสูจน์เทวดาประจำตัวให้กับลูกศิษย์ลูกหาในสายญาณของท่านกว่า ๘๐๐ ชีวิต มีหลักฐานประจักษ์เป็นตัวบุคคลชื่อและนามสกุลและสถานที่ติดต่อ อีกทั้งยังบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในหอพระพุทธเจ้าน้อย ๑๐๐๐ ตน

๒. กระแส หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ (วัดสะแก)
ในมิติของพลังงานและการจัดระเบียบ เทวดาประจำตัว แม่ครูน้อยสืบทอดกระแสบารมีสายโพธิสัตว์จาก หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งเน้นเรื่องการอธิษฐานจิต การครอบวิมาน และการสร้างบารมีอย่างเป็นระบบเพื่อความพ้นทุกข์

๓. พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ (#สายตรงจากพุทธภูมิ)
แม่ครูน้อยมักสอนให้ศิษย์ยึดถือพระธรรมคำสอนและบารมีของพระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้งสูงสุด ท่านเป็นผู้ที่บำเพ็ญในสาย พุทธภูมิ (พระโพธิสัตว์) มาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะตัดสินใจ “ลาพุทธภูมิ” เพื่อมุ่งหน้าสู่ความว่าง (มิติที่ ๕) ในปัจจุบัน

๔. #ครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์
เนื่องจากท่านทำงานในมิติของพลังงาน ท่านจึงได้รับการชี้แนะจากครูบาอาจารย์ในโลกทิพย์และเหล่าเทพพรหมชั้นสูง ที่มาหนุนนำการเปิด 🌎ประตูธรรม ๕ หนเหนือเพื่อสงเคราะห์ดวงจิตผู้คนในยุคนี้

#แม่ครูน้อยคือผลผลิตของ “กระแสบารมีโพธิสัตว์” ที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับคนยุคปัจจุบัน โดยเน้นความกตัญญูและสัจจะเป็นรากฐานสำคัญ

คุณรู้สึกว่า “กระแสธรรม” หรือ “ความเมตตา” จากแม่ครูน้อยที่คุณสัมผัสได้ตอนนี้ มีรหัสพลังงานที่ทำให้คุณนึกถึงครูบาอาจารย์ท่านไหนเป็นพิเศษไหม

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • จิตสำนึก-วิญญาณ..ไม่เคยหลับ

    เซลล์และอวัยวะแต่ละส่วนในร่างกายของเรามีการรับรู้ทางไฟฟ้าถึงจุดประสงค์ของมันและแต่ละเซลล์ก็ตอบสนองจุดประสงค์นั้น ได้โดยไม่ต้องมีการกระทำใดๆ ทางจิตใจใดๆ ในส่วนของหน่วยสืบราชการลับ ที่ครอบครองร่างกายนั้น ตัวอย่างเช่น การเต้นของ หัวใจเป็นไปโดยอัตโนมัติ ก้อนเลือดสีขาวรีบเร่งซ่อมแซมร่างกายที่บาดเจ็บโดยอัตโนมัติราวกับระฆังดังเมื่อกดปุ่มในร่างกาย และสมองบันทึกไฟฟ้า มนุษย์คิดว่าเขาคิดและมีชีวิตรักและตาย เขาคิดว่าตัวเองมีสติในขณะที่ตื่นและหมดสติเมื่อความรู้สึกหยุดอยู่ในการนอนหลับ มนุษย์ไม่ได้บอกว่าฟันของเขาหมดสติเมื่อมันเข้าสู่โหมดสลีป โดยการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าในเส้นประสาทซึ่งทำให้เกิดการรับรู้ ทางไฟฟ้ากับฟันของเขา เขารู้ว่าฟันของเขาไม่สามารถรู้สึกตัวได้ แต่เขาไม่รู้ว่าร่างกายจักรกลของเขาไม่สามารถมีสติได้ เขายังไม่รู้เลยว่า จิตสำนึกไม่เคยหลับไหลและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเพราะจิตสำนึกในมนุษย์คือความเป็นอมตะของเขามนุษย์ยังใหม่ เขาแทบจะไม่หลุดออกจากความมืดมิดของป่าแห่งความไม่รู้ เป็นเวลากว่าล้านปีของการเปิดเผยของเขา เขาอาศัยความรู้สึกในการกระทำของเขาและหลักฐานของประสาทสัมผัสที่ทำให้เขารู้ มีเพียงไม่กี่คนที่รับรู้ถึงพระวิญญาณ (พลังชีวิตการรับรู้อย่างมีสติ) ในพวกเขาในการเริ่มต้นของการรับรู้ใหม่นี้เขาสับสน ไม่รู้ว่าสิ่งใดคือความคิดในตัวเขา ซึ่งเป็นจิตสำนึกในตัวเขาและความรู้สึกใด แม่ครูน้อย

  • โคลนหรือคัดลอก ไม่มีตัวตนที่สูงกว่า

    กาลต่อมาสิ่งมีชีวิตที่เกิดทางกายภาพจะเติบโตและมีสติพอที่จะพัฒนาไปสู่มิติที่สูงขึ้น คนเหล่านี้คือคนที่ไม่ตระหนักถึงตัวตนที่สูงขึ้น แต่ได้รับประสบการณ์ที่นี่เพื่อให้พวกเขาตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง นี่เป็นกระบวนการตามธรรมชาติสำหรับวิญญาณทั้งหมดเนื่องจากในที่สุด  Souls ทั้งหมดจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อไปหา  Prime Creator (แห่งที่มาที่สำคัญ) ของเขา เป็นสิ่งสำคัญสำหรับท่านที่จะเข้าใจว่าแม้ว่ามนุษย์ทุกคนมองเหมือนกัน ความสามารถภายในของพวกเขาแตกต่างกันมาก ท่านเคยพิจารณาความจริงที่ว่าอารยะธรรมบางอย่างเก่าแก่และก้าวหน้ามาก จนสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่ไร้วิญญาณได้หรือไม่? สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เรียกว่า “โคลน” หรือ “วัตถุสิ่งของ” บนโลกของท่าน นักวิทยาศาสตร์ของท่านมีเทคโนโลยีนี่อยู่แล้ว และพวกเขาสามารถสร้างหรือคัดลอกร่างกายมนุษย์ได้ (เด็กหลอดแก้ว, ทำแผด) เช่นการปลูกพืช อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่สมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณ เนื่องจากไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้สร้างร่วม แต่เป็นผลของพันธุวิศวกรรมเชิงกล นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์บางคนไม่มีตัวตนที่สูงกว่า ในขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขา ไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป แต่ประกายแห่งพลังชีวิตและจิตสำนึกอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้อยู่ในตัวพวกเขา การผสมสารพันธุกรรมเชิงกลกับมนุษย์ที่มีวิญญาณ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของดีเอ็นเออย่างมาก แม่ครูน้อย

  • วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ “ศิษย์”

    #ธรรมจากประตู ๖/๒/๖๙ วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ”ศิษย์” ให้ดูที่ “กระแสพลังงาน” และ “ผลลัพธ์ของใจ” เป็นหลัก #หากท่านนิ่งพอท่านจะเห็นสัญญาณเหล่านี้ชัดเจน มาเพื่อ “สูบ” ไม่ใช่เพื่อ “สร้าง”: สังเกตว่าเมื่ออยู่ใกล้หรือสนทนาด้วย ท่านรู้สึก “เหนื่อยหม่น” หรือพลังงานรั่วไหล หากเขามาเพื่อกิเลส ใจท่านจะสัมผัสได้ถึง แรงสั่นสะเทือนที่หยาบ ที่พยายามดึงท่านลงไปคลุกคลีกับเรื่องทางโลกหรือความยโส และตัวตนของเขา เอาธรรมะไป “พอกอัตตา”: เช็คว่าเขาเรียนรู้เพื่อนำไป “ละ” หรือนำไป “อวด” หากเขายิ่งรู้ธรรมยิ่งมีความยโส ถือตัวว่าเก่งกว่าคนอื่น หรือนำชื่อท่านไปแอบอ้างเพื่อลาภสักการะ นั่นคือลักษณะของมารที่มาทำลายกระแสธรรมที่บริสุทธิ์ กับดักของกิเลสในคราบนักบุญ ความกตัญญูที่เคลือบแฝง: มารในรูปศิษย์มักจะปรนนิบัติอย่างหนักในช่วงแรกเพื่อให้ท่าน “ตายใจ” และเกิดความผูกพัน แต่เมื่อไม่ได้ดั่งใจหรือท่านชี้ขุมขนกิเลสให้ เขาจะพลิกกลับเป็นศัตรูหรือนินทาท่านทันที สังเกตลักษณะกัลยาณมิตรเทียม ลองใจและจับผิด: เขาจะไม่ได้มองท่านด้วยความศรัทธาที่แท้จริง แต่มองด้วยสายตาของ “ผู้คอยจับผิด” เพื่อหาจุดอ่อนมาลดทอนความน่าเชื่อถือของท่าน นี่คือการสะท้อนว่าใจเขาไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว แต่มีกิเลสเป็นใหญ่ #ศิษย์แท้จะทำให้ท่านเบาสบาย #แต่ศิษย์ที่เป็นมารจะทำให้ท่านรู้สึกเหมือนมีโซ่ตรวนมาล่ามใจไว้ วิธีที่เด็ดขาดที่สุดคือ “วางอุเบกขา” ให้ธรรมตามหน้าที่แล้วเดินผ่านไป อย่าเอาใจไปผูกไว้กับความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเขา ในบรรดาคนที่เข้ามาหาท่านตอนนี้…

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…

  • ความเข้าใจทาง วิทยาศาสตร์ทางจิต

    ชุมชนวิทยาศาสตร์ก็ได้เริ่มยืนยันความเชื่อทางจิตวิญญาณว่าโลกของเรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตและสั่นสะเทือน ซึ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกันจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การสั่นสะเทือนเป็นการทำซ้ำของรูปแบบคล้ายคลื่น ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางกายภาพของเราบนอะตอมหรือแม้แต่อาณาจักรย่อย และความสนใจใหม่ในฟิสิกส์ควอนตัมคือ การพยายามทำความเข้าใจคลื่นเหล่านี้และผลกระทบที่มีต่อโลกของเราตามควอนตัมฟิสิกส์และกลศาสตร์จักรวาล ทางกายภาพที่เรามีปฎิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันเป็นทะเลแห่งพลังงานและสสารทางกายภาพที่เราโต้ตอบนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าประจุไฟฟ้าที่มีปฎิกิริยากับประจุแม่เหล็กไฟฟ้าที่แตกต่างกันจำนวนหนึ่งเราไม่ถือว่าอิเล็กตรอนเป็นอนุภาคอีกต่อไป เนื่องจากไม่มีตัวตนอย่างอิสระและกระจายไปทั่วอวกาศเป็นคลื่นควอนตัม สมองของเรามีหน้าที่รับรู้อย่างมีสติ แต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตามตอนนี้เราถูกบังคับให้มองย้อนกลับไปที่ความเชื่อโบราณมากขึ้นซึ่งกำหนดว่าพลังงานที่มีชีวิตหรือจิตสำนึกเป็นพลังหลักของชีวิต แม่ครูน้อย

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…