ครูปุ๊ย
เดอะแองเจิ้ล
The Angel Spiritual

แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5

จิตวิญญาณ คืออะไร
ศึกษาจิตวิญญาณ ยกระดับวิญญาณ

ลำนำคำเกริ่นและเจตนารมณ์

  ทิพยสถานอันไร้ผู้ชี้แนะคู่มือถึงหนทางไป การเดินทางยาวไกลสำหรับแนวคิดระดับจิตมนุษย์เป็นสิ่งที่ว่างเปล่าสำหรับคำสอนและการค้นหาตัวตน ผู้ซึ่งไม่เข้าใจความหมายที่สูงสุดของการเดินทาง ที่ไร้การพิสูจน์ ได้ด้วยตนเองอย่างถูกทาง และชัดตรง ยิ่งเป็นภาพเลือนราง สำหรับนักฝึกหัดยุคใหม่

  วัตถุประสงค์ที่ข้าพเจ้ามีเจตจำนง ชี้แนะแนวทางด้านจิตวิญญาณ ข้าพเจ้ามิได้กล่าวอ้างตนเป็นผู้บรรลุหรือผู้หลุดพ้นใดๆ ข้าพเจ้าเพียงชี้แนะด้วยญาณปัญญา และปรีชาญาณของข้าพเจ้า เพื่อเป็นวิทยาทาน และอีกช่องทาง แห่งการเข้าถึงตัวตนและค้นหาความจริงสูงสุด ของสรรพชีวิตทุกผู้นาม เพื่อให้ทุกดวงวิญญาณ ได้มีโอกาสทราบถึง องค์ความรู้ซึ่งเสมือนใบไม้อีก ๑ ใบที่ไร้การพูดถึงโดยง่าย แต่เข้าถึงได้จริง เป็นปริศนัยความหมายของชีวิตและจิตวิญญูชน ใบไม้ ๑ใบนี้มีความสำคัญไปไม่น้อยกว่าใบไม้อีกหลากหลายใบในป่าใหญ่ หากไร้ซึ่งใบไม้๑ใบที่สำคัญนี้ต้นไม้ก็คงมิอาจเป็นต้นไม้แห่งคำสอนที่สมบูรณ์ได้ ยุคกาลสมัยนั้นเปลี่ยนไป แต่คำสอนนั้นเป็น อกาลิโก ไม่ประกอบด้วยกาล ไม่จำกัดกาลเวลา ไม่ขึ้นกับเวลา ให้ผลทุกเมื่อทุกโอกาสให้ผลตามลำดับแห่งการปฏิบัติ ด้วยสติ และปัญญา และข้าพเจ้าตั้งชื่อให้ว่า มิติที่ ๕ วิญญาณเราจะไปไหนได้ หากไม่รู้ความหมายของชีวิต

ความเป็นมา (บทคัดย่อ)


            บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ ประตูธรรมหนเหนือ ตั้งอยู่ที่ 25 ม. 5 บ้านสันหลวง ต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา  เดิมที ที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินของคุณปู่ของแม่ครูน้อยและได้ขายส่งต่อมือไปหลายช่วงคน ก่อนหน้าที่แม่อยู่จะย้ายกลับมายังบ้านเกิดของท่าน ท่านได้สื่อสอนและเปิดมิติจิตวิญญาณให้กับนักเรียนมากกว่า 200 ชีวิต ตั้งแต่มีนาคม 2561 สถานที่แรก คือโรงแรม โอ๊ควูด โฮเต็ล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ศรีราชา จากนั้นได้ย้ายมาที่ โรงแรมริเวอร์ไรน์เพลส โฮเต็ล แอนด์ เรสซิเดนซ์ นนทบุรี ตลอดระยะเวลาของการสอนนักเรียนแม่ครูมีเจตนาอันแน่วแน่ว่าท่านจะกลับไปยังบ้านเกิดของท่าน ที่ จ.พะเยา หลังจากที่ท่านได้กลับมารับงานสอนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อจิตวิญญาณอีกครั้ง จากการขอให้ท่านสอนโดยคุณอภิชาต  นักเรียนรุ่น 1 และเป็นนักเรียนรุ่นแรก ที่แม่ครูกลับมารับงานสอนหลังจากที่ท่านยุติงานสื่อสอนและเชื่อมต่อมิติจิตวิญญาณไปนานเกือบ 15 ปี เหตุผลเพราะย้อนหลังกลับไปเวลานั้น

ท่านอายุเพียง 27 ปี ไม่มีผู้ใดฟังงานสอนของท่านได้เข้าใจ จึงทำให้ท่านเลือกที่จะฝึกฝนปฏิบัติโดยลำพัง โดยมิได้เอ่ยวาจางานสอนที่ยากลึกยิ่งต่อผู้เข้าถึงอีกและท่านยังเลือกใช้ชีวิตทำงานดังเช่นคนปกติ แม้ภายในของท่านจะยังคงระลึกและทบทวนคำสอนและวิชาตลอดเวลา กระทั่งปี 2563 ในสภาวะสถานการณ์โควิช19 ที่คนทั้งโลกสูญเสียและหวาดกลัว แม่ครูได้พิจารณาเห็นว่า นับจากนี้ไปมนุษย์จะพบกับหายนะที่ไม่คาดฝันมากมาย พวกเขามีใช้สติสัมปชัญญะเช่นไรในภัยพิบัติกาลต่อไปที่จะมาถึงนี้  ท่านจึงกลับไปยังบ้านเกิดของท่าน ที่ จ.พะเยา และได้ซื้อต่อที่ดินผืนดังกล่าวกลับมา จำนวน 2 ไร่ เพื่อจะสร้างสถานที่ แหล่งพักพิงจิตวิญญาณ และเป็นที่อาศัยสังขารให้คำปรึกษาศิษย์รุ่นผ่านๆมา ในบั้นปลายสุดท้ายของท่าน

ซึ่งวิชาที่ท่านสอน หาได้ยากยิ่งในเมืองไทย ณ.ปัจจุบันนี้ ทำให้ผู้คนที่ตามหาความสุขอันแท้จริง ได้พบเจอบ้านภายในของเขา ท่านสามารถเปิดมิติจิตวิญญาณ เชื่อมต่อกายทิพย์   หรือที่หลายท่านเรียกว่า เทวดาประจำตัว ให้กับผู้คนมากมาย และท่านกำชับว่า หากผู้ใดไม่ศึกษาเรื่องนี้อย่างกระจ่างแจ้ง แม้ปฏิบัติสมาธิ ธรรมะเช่นไร ก็จักเป็นความหลงทั้งปวง และไปไม่ถึงฝั่ง เป็นเหตุผลที่ท่านเปิดครอสการสอนและเก็บค่าเข้าเรียนจากประสบการณ์ตรงของท่านที่เปลี่ยนพลังภายในได้จริง ซึ่งท่านก็มักพูดเสมอว่า มนุษย์เรานี่แปลกตัวตนเราคือเจ้าปัญหา ไม่ศึกษาตัวเอง แต่จะได้หาพระเจ้านอกตัว ท่านใช้เวลา 1 ปีในการสร้างประตูธรรม๕หนเหนือ เร็วราวกับปฏิหาริย์ ดังเช่นจิตของท่าน กระทั้ง มิถุนายน 2564 รุ่น 41 เป็นรุ่นแรกที่ท่านเปิดสอนอย่างเป็นทางการ ที่บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณแห่งนี้


            แม่ครูมีเจตนารมณ์สุดท้ายของท่าน ท่านจะกลับมาบ้านเกิดของท่านเพื่อปิดประตูบานสุดท้ายและได้อยู่ดูแลบิดามารดาของท่าน และท่านยังปรารถให้ศิษย์ใกล้ตัว เช่นคุณแดนไตร ฟังเสมอว่า เราจะอยู่ที่นี่บ้านหลังสุดท้ายเพื่อจะรอให้ศิษย์ที่ไม่เข้าใจได้กลับมาสอบถามเรา มาหลับมานอน มากินข้าว มานั่งชมวิว ที่นี่ ณ.ประตูธรรม๕ ซึ่งเป็นประตู 4 ทิศ ที่ท่านสร้างเป็นกุศโลบายว่า ไม่ว่าใครจะมาจากทางใด ท่านก็จักชี้แนะทั้งสิ้น ในระหว่างที่ท่านยังครองขันธ์อยู่ที่ ท่านฝึกจิตอย่างเดียวดาย ณ.ประตูธรรม โดยมิให้บิดามารดาของท่านมานอนเป็นเพื่อนดูแล ท่านไม่เคยออกจากประตูธรรมไปค้างอ้างแรมที่ไหนเกิน 5 วันเว้นเสียแต่ จะมีภารกิจเดินดง ที่ท่านนำสิ่งของขึ้นไปแจกจ่ายบนดอยสูง ซึ่งบางครั้ง ระยะทางไกล อาจจะมีเกินเลยเวลาบ้าง หรือท่านเดินทางไปภารกิจต่างประเทศ แต่ส่วนน้อยที่ท่านจะออกจากประตูธรรมเกิน 5 วัน โดยท่านให้เหตุผลว่า จิตของเรามันเดินทางหลงทางมานานแล้ว เมื่อรู้จักบ้านของตัวเอง ก็จงอย่าปล่อยให้มันเสียนิสัยตามกิเลสอีก จงให้มันรู้ตัวและรู้จักทางกลับบ้านของมัน และฝึกมันเช่นนี้เสมอ ให้มันชินและเป็นอัตโนมัติ จิตเรานิสัยมันก็ดีเอง

แม่ครูน้อย”
(หรือ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ)

คือผู้นำทางจิตวิญญาณที่เป็นที่รู้จัก
จากการสอนเรื่อง “เทวดาประจำตัว”
และการพัฒนาจิตใจผ่านการฝึกสติ

ท่านมักเน้นย้ำถึงกระบวนการที่เรียกว่า
“บันทึกจิต” ซึ่งเป็นการจัดการกับ
ชุดความคิดและการกระทำเพื่อ
สร้างสภาวะชีวิตใหม่

⭐️ จุดเด่นของคำสอนแม่ครูน้อย
ที่เกี่ยวข้องกับการ “บันทึกจิตจิตใหม่”

มีดังนี้

Ⓜ️ จิตคือเครื่องบันทึกพลังงาน
ท่านสอนว่าจิตของเราบันทึกภาพและอารมณ์ทั้งบวกและลบไว้ตลอดเวลา หากเราบันทึกแต่เรื่องลบๆ จะกลายเป็น “#จุดรั่วไหลของบุญ”

การบันทึกจิตเพื่อเปลี่ยนชีวิต:
เน้นการฝึกให้มีสติเพื่อ “บันทึกจิตใหม่”
ให้สะอาด มีความกตัญญูต่อธรรม
และมีสัจจะ เพื่อเพิ่มกำลังให้เทวดาประจำตัวช่วยคุ้มครองและดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามา

Ⓜ️ #การล้างรหัสกรรม: สอนเรื่องการเรียนรู้ที่จะปล่อยวางหรือ “จากไป” เมื่อเจอกับรหัสกรรมที่ไม่ดี เพื่อไม่ให้บันทึกจิตในทางที่เสื่อมเสียต่อไป

ช่องทางติดตาม: สามารถศึกษาแนวคิดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว หรือช่อง YouTube ของท่าน

ย่อลง
  • มารดลใจ

    #ถึงประตูธรรม มารดลใจ ๑๒/๑๑/๖๙ #มารดลใจ” (ท่านแม่ครูน้อยลองดูทั้งหมดแล้ว) คือรูปแบบหนึ่งของบททดสอบ ทางพลังงานที่แยบยลที่สุด เพื่อขัดขวางไม่ให้คุณเข้าสู่ความเจริญในมิติที่ สูงขึ้น #โดยมีลักษณะดังนี้ ดลใจให้ “เพ่งโทษ”: มารจะดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น โดยเฉพาะกับครูบาอาจารย์ พ่อแม่ หรือกัลยาณมิตร เพื่อให้เราสร้าง รอยรั่วทางบุญ เมื่อเรานินทาหรือตำหนิ พลังงานกุศลจะรั่วไหลออกไปทันที และทำให้เราเกิดสภาวะ ญาณบอด ดลใจให้ “ผิดสัจจะ”เมื่อเราตั้งใจจะทำความดีหรือรักษาสัจจะ มารจะดลใจให้เรารู้สึกว่า “เอาไว้ก่อน” หรือหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่ต้องทำตามคำพูด เพื่อทำลายฐาน สัจจะบารมี ของเรา ซึ่งส่งผลให้การอธิษฐานจิตไม่มีพลังและเกิดอาการ เงินหนี ดลใจให้ “ใจหนักและกังวลมารจะดึงภาพความล้มเหลวในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมาให้เราคิดวนเวียน เพื่อทำลายสภาวะ ใจเบา ใจสบาย หากเราหลงเชื่อและจมอยู่กับความเศร้า พลังงานในตัวจะกลายเป็น พลังงานยัน ที่ผลักโชคลาภออกไป ดลใจให้ “อกตัญญู” มารจะพยายามทำให้เราลืมพระคุณของผู้ที่เคยช่วยเหลือ หรือดลใจให้เรามองว่าคำสั่งสอนของครูเป็นเรื่องน่ารำคาญ เพื่อตัดสายสัมพันธ์ทางพลังงาน (ท่อบารมี) ระหว่างเรากับแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ #วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าถูกมารดลใจรู้เท่าทัน: เมื่อจิตเริ่มคิดลบ ให้บอกตัวเองว่า “นี่คือบททดสอบ” แล้วหยุดความคิดนั้นทันที  #บันทึกจิตใหม่: รีบพลิกใจกลับมาที่ ความกตัญญู…

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • มารทดสอบ

    “มารสอบ” หรือการที่มารเข้ามาทดสอบบารมี คือสัญญาณว่าเรากำลังจะได้รับ “ของใหญ่” หรือโชคลาภก้อนโต #แต่มารจะมาขวางเพื่อให้เราสอบตกและหลุดจากสภาวะบุญ ดังนี้ มาทดสอบในรูปแบบ “#คนใกล้ตัว” มารมักดลใจให้คนรัก ลูกหลาน หรือคนในครอบครัวทำตัวน่ารำคาญหรือขัดใจ เพื่อดูว่าเราจะรักษาความสงบได้ไหม หากเราหลุดด่าทอหรือโกรธเคือง จะเกิด รอยรั่วทางบุญ ทันที และทำให้โชคลาภที่กำลังจะมาต้องหยุดชะงักไป มาทดสอบในรูปแบบ “คำพูดนินทา”: เมื่อเราเริ่มปฏิบัติธรรมหรือชีวิตเริ่มดีขึ้น มารจะส่งบททดสอบมาเป็นคำถากถางหรือการนินทา เพื่อให้คุณเกิด พลังงานยัน (ความพยาบาท/ความโกรธ) หากเราเข้าไปตอบโต้ จิตจะดิ่งลงจากมิติที่สูงและกลายเป็นสภาวะ ญาณบอด มาทดสอบ “สัจจะบารมี” หากเราตั้งสัจจะว่าจะทำสิ่งใด มารจะส่งอุปสรรคหรือความขี้เกียจมาดลใจเพื่อให้เราผิดคำพูด หากเราสอบตกในเรื่อง สัจจะ พลังอำนาจในการดึงดูดทรัพย์จะหายไป และเกิดอาการ เงินหนี มาทดสอบ “ความกตัญญู” มารจะพยายามดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่ เพื่อให้เราปรามาสหรือมองข้ามพระคุณ ซึ่งเป็นการตัด ท่อบารมี ของเราเอง #วิธีสอบให้ผ่าน นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว: เมื่อเจอเหตุการณ์กระทบใจ ให้บอกตัวเองว่า “มารกำลังทดสอบบารมี” แล้วรักษาใจให้ เบา สบาย ไม่โต้ตอบ บันทึกจิตใหม่: พลิกความโกรธให้เป็นความสงสารหรือความกตัญญูทันที…

กิจกรรมและคอร์สเรียนออนไลน์

บันทึกประวัติศาสตร์ ท่านแม่ครูน้อยเป็นประธานในการร่วมย้ายองค์พญาลอ “นักรบแห่งทุ่งรวงทอง”

บันทึกประวัติศาสตร์ ท่านแม่ครูน้อยเป็นประธานในการร่วมย้ายองค์พญาลอ “นักรบแห่งทุ่งรวงทอง”

theangel Jan 11, 2026 3 min read

๑๑/๑/๖๙ บันทึกประวัติศาสตร์ ท่านแม่ครูน้อย เป็นประธานในการร่วมย้ายองค์พญาลอนักรบแห่งทุ่งรวงทอง ณ.วัดพญาลอต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา รัศมีห่างจากประตูธรรม 7 ก.ม เดิมทีประดิษฐานอยู่ภายในวัด นำออกมาประดิษฐานไว้ภายนอกวัด เพื่อให้ผู้คนได้เคารพสักการะ เป็น เดชศรี และความเป็นสิริมงคล โดยท่านแม่ครูน้อยยังให้คำนิยามของความหมายจิตวิญญาณของรูปปั้นและรูปเคารพดังนี้ #จิตวิญญาณรูปเคารพ” (พระบูชา เทพเจ้า…

ติดต่อเรา

  • ประตูธรรมหนเหนือ 25 ม.5 ทางหลวง 4005 สันหลวง-ห้วยใคร้
    ตำบล ทุ่งรวงทอง อำเภอ จุน จังหวัดพะเยา 56150
  • Theangelspritual99@gmail.com
    Me-pui@hotmail.com
  • 062-946-1999