๒๕ มกรา

เช้าวันที่ ๒๕ ม.ค.กิจกรรมภายในแม่ครูได้ อัญเชิญ พระสิงห์อาชาทอง เศรษฐีล้มลุก จากพระครูบาเหนือชัย โฆษิโตจากวัดถ้ำป่าอาชาทองมอบโดยพระ อาจารย์สุทธิพงษ์ นำ เขาประดิษฐาน ณ.หอจิตวิญญาณประตูธรรม๕หนเหนือบ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ จ.พะเยาเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับนักเรียนได้มีโอกาสมากราบไหว้ และระถึงคำสอนอันสูงสุด⭐️โดยมีครูฟอร์ดUnique lash education และ⭐️คุณข้าวโพดคั่ว เป็นตัวแทนนักเรียนร่วมพิธีภายใน

Similar Posts

  • สนามพลังงานบุญ

    “สนามพลังงานบุญ” ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ในปี 2026 นี้คือการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้เป็นมิติที่สูง ภพภูมิเทวดาและพรหม เพื่อดึงดูดทรัพย์และโชคลาภ โดยมีหลักการสำคัญดังนี้ ความสะอาดและระเบียบ (กายภาพสะท้อนจิต)บ้านที่รกและสกปรกคือที่สถิตของ พลังงานยัน และขยะทิพย์ การจัดบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง คือการเตรียมภาชนะเพื่อรองรับ ทรัพย์ทางพลังงาน เมื่อบ้านสะอาด พลังงานจะไหลเวียน (Flow) ได้สะดวก ทำให้คนในบ้านใจเบาและสบายขึ้น ตั้งสัจจะในพื้นที่กำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้าน (เช่น หิ้งพระหรือมุมสงบ) แล้วรักษา สัจจะ ในพื้นที่นั้น เช่น ตั้งสัจจะว่าจะสวดมนต์หรือนั่งนิ่งๆ วันละ 5-10 นาที พลังแห่งสัจจะจะแผ่กระจายออกมาเป็นรัศมีคุ้มครองบ้าน ทำให้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้ามากล้ำกราย เสียงหัวเราะและวาจาสิทธิ์บ้านที่เป็นสนามพลังบุญต้องไม่มีเสียงด่าทอ นินทา หรือการเพ่งโทษ เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ อย่างมหาศาล ให้เปลี่ยนเป็นการพูดคำขอบคุณ การชื่นชม และการมีเสียงหัวเราะของเด็กๆ คลื่นความถี่สูงเหล่านี้จะช่วยดึงดูด เทวดาประจำตัว ของทุกคนในบ้านให้มีกำลัง การบันทึกจิตใหม่ในบ้านในทุกๆ วัน ให้บันทึกความรู้สึกกตัญญูต่อบ้านที่ให้เราอยู่อาศัย…

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว

  • พลังแห่งจิตวิญญาณ พิษคืออะไร?

    พลังแห่งจิตวิญญาณ พิษคืออะไร? อะไรที่เกินความต้องการคือยาพิษ อาจเป็นอำนาจ ความเกียจคร้าน อาหาร อัตตา ความทะเยอทะยาน ความไร้สาระ ความกลัว ความโกรธ หรืออะไรก็ตาม

  • สติ 3 ระดับ

    สติ 3 ระดับ > (#คุณมีสติระดับไหน)สติมีด้วยกัน 3 ระดับ1. #สติระดับควบคุมความคิดสติระดับนี้เป็นสติขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสติที่มีอยู่แล้วในสัตว์โลกตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไป เป็นสติที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน ความสัมพันธ์ และการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น นึกว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่ ก็ต้องตั้งใจทำงาน” หรือนึกว่า “เราไม่ควรไปโกรธเขาเลย ให้อภัยเขาจะดีกว่า จะได้ไม่มีเรื่องติดใจต่อกัน” การฉุกคิดในลักษณะนี้ ล้วนเกิดจากการใช้สติในการควบคุมความคิดทั้งสิ้น》สติระดับที่หนึ่งเป็นสติที่ทำให้เรากลายเป็นผู้มองโลกในแง่ดี ถ้าใช้สติระดับที่หนึ่งบ่อยๆ ชีวิตในโลกภายนอกก็จะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ2. #สติระดับเห็นความคิดสติระดับนี้เป็นสติที่พระพุทธเจ้าทรงคิดขึ้นมาเป็นคนแรก เป็นการกำหนดสมาธิ วางใจให้เป็นกลาง แล้วจึงใช้สติดึงจิตให้หลุดจากความคิดมาเป็นผู้สังเกต การฝึกสติเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นผู้เท่าทันความคิด สามารถเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด ทำให้อยู่เหนืออารมณ์ของตนเองได้ ความทุกข์ต่างๆ จะน้อยลง ความสุขจะเพิ่มขึ้น อัตตาตัวตนจะทุเลาเบา ถ้าฝึกสติในระดับนี้เป็นประจำ สติในระดับแรกก็จะเกิดง่ายขึ้น 》สติระดับที่สองนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นต้น3. #สติระดับเหนือความคิด (มหาสติมหาปัญญา)สติระดับที่สามนี้ เป็นสติที่ก่อให้เกิดปัญญาทะลุโลก เป็นสติที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนสติในระดับที่สองจนเกิดความชำนาญ สติระดับมหาสติมหาปัญญานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การฉุกคิด เพราะเป็นสติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเหมือนสายน้ำไหล ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลืม ไม่มีวันเผลอ ไม่มีคำว่าขาดช่วงขาดตอน กล่าวคือเป็นสติที่มีความเร็ว จนสามารถเห็นว่าความคิดและความรู้สึกมีกระบวนการทำงานอย่างไร…

  • การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก

    #การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก มันเกี่ยวกับการมีทัศนคติเชิงบวกและมีสามส่วนด้วยกัน คิดบวกอารมณ์เชิงบวกพฤติกรรมเชิงบวก หากคุณมุ่งความสนใจไปที่ด้านลบ#ในสามด้านใดด้านหนึ่งนั่นคือสิ่งที่คุณจะต้องสนใจโดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น แต่ให้นึกถึงแง่มุมที่ดีของช่วงเวลานั้นด้วย #จำไว้ว่าคุณมักจะไปทุกที่ที่มีความคิดของคุณดังนั้น หากคุณจดจ่ออยู่กับด้านบวกของชีวิตคุณก็จะไปที่นั่นเช่นกัน ที่ที่คุณอยู่ สิ่งที่คุณทำ นั่นคือภายในของคุณ

  • คิดถึงดวงวิญญาณที่เห็นอกเห็นใจ

    คิดถึงดวงวิญญาณที่เห็นอกเห็นใจทุกคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็น ‘บ้า’#เพราะไม่ยอมทนต่อการยักยอก#ปรับปรุงเปลี่ยนแปลกพฤติกรรมสันดานเก่าอีกต่อไป #และส่งพลังให้พวกเขาคิดได้ด้วยมหาปัญญาอันลึกซึ้งในตน ยืนหยัดในอำนาจของตนอย่างมั่นคงด้วยความเข้าใจ  ที่ negative thinking energy #MAEKHUNOYเทวดาประจำตัว