ในมิติของ “ยุคพลังงานชีวิตใหม่” และการรักษาจิตให้ผ่องใส การเจอกับ “#คนชอบขอ” 

#ถึงประตูธรรม 
๒๗/๑/๖๙

ในมิติของ “ยุคพลังงานชีวิตใหม่” และการรักษาจิตให้ผ่องใส การเจอกับ “#คนชอบขอ” (ทั้งขอเงิน ขอน้ำใจ หรือขอพลังงาน/Energy Vampire)

เป็นบททดสอบสำคัญในการรักษาความสมดุลของตัวเอง วิธีรับมือโดย ไม่ร่วมกรรม และ จิตยังผ่องใส มีดังนี้:

1. แยกให้ออกระหว่าง “เมตตา” กับ “การทำร้าย”
เมตตาที่ประกอบด้วยปัญญา: คือการให้ที่ทำให้ผู้รับดีขึ้นหรือพ้นทุกข์จริง
การให้ที่ทำร้าย: หากการให้ของเราส่งเสริมให้เขา “#ไม่พึ่งพาตนเอง” หรือ “#เสพติดการแบมือขอ” นั่นคือการสร้างวงจรวิบากกรรมร่วมกัน
❌❌ #เรากำลังขัดขวางไม่ให้เขาเรียนรู้บทเรียนชีวิตของตัวเอง

2. ฝึกทักษะการ “ปฏิเสธด้วยพลังงานบวก”
การปฏิเสธไม่ได้แปลว่าใจดำ แต่เป็นการรักษาขอบเขต (Boundary):
ใช้คำพูดที่เด็ดขาดแต่สุภาพ: “ครั้งนี้เราไม่สะดวกจริงๆ” #โดยไม่ต้องอธิบายเหตุผลยืดเยื้อเพราะการอธิบายมากเกินไปจะเปิดช่องให้เขาโน้มน้าวต่อ
รักษาใจไม่ให้ขุ่นมัว: เมื่อปฏิเสธแล้ว ให้วางใจทันที ไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะเราได้พิจารณาด้วยเหตุผลแล้ว

3. รับมือกับ “Energy Vampire” (คนชอบขอความเห็นใจ/ขอพลังงาน)
คนประเภทนี้จะชอบเอาเรื่องลบๆ มากรอกหู หรือมาขอให้เราช่วยแก้ปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ:
ตั้งขีดจำกัดเวลา: “เรามีเวลาฟังแค่ 5 นาทีน้า เดี๋ยวต้องไปทำธุระต่อ” ดึงเขากลับมาที่ตัวเขาเอง: แทนที่จะช่วยคิด ให้ถามว่า “#แล้วคุณวางแผนจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดีล่ะ?” เพื่อเป็นการส่งพลังงานกลับไปให้เขาพึ่งพาตัวเอง

4. กฎของการ “#ไม่เป็นหนี้บุญคุณ” และ “ไม่สร้างภาระกรรม”
ถ้าเราให้เพราะเกรงใจ จิตเราจะขุ่นมัว (เกิดกรรมทางใจกับเรา) #ถ้าเราให้แล้วคาดหวังว่าเขาต้องกตัญญู (เกิดพันธะกรรมต่อกันไม่จบสิ้น)
✅ #ช่วยเหลืออะไรมาจ่ายเงินให้ เพื่อเป็นการบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือสิ่งของนั้น ก็จบไม่ต้องมีบุญคุณอะไรต่อกันช่วยกันเป็นครั้งๆไป
ทางออก: หากจะให้ ให้ตัดจบที่ใจทันทีว่า “ให้แล้วคือจบ” ไม่หวังผล ไม่เอามาคิดซ้ำ

5. พิจารณาด้วย “อุเบกขา” (Equanimity)
หากเขาโกรธที่เราไม่ให้ หรือเขาไปลำบากเพราะเราไม่ช่วย (ในกรณีที่เราช่วยไม่ได้จริงๆ): ให้ระลึกว่า “กรรมใคร กรรมมัน” เขามีวาระกรรมที่ต้องเผชิญเพื่อเรียนรู้ความลำบาก จะได้เกิดมานะพยายาม การที่เราไม่ช่วยในบางครั้ง อาจเป็นความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่กระตุ้นให้เขา “ตื่น” มาพึ่งพาตัวเอง

6. แผ่เมตตาปิดท้าย
หลังจากปะทะหรือปฏิเสธไปแล้ว ให้ตั้งจิตแผ่เมตตาว่า “ขอให้เขาได้พบทางสว่าง พึ่งพาตนเองได้ และมีความสุขในทางที่ถูกที่ควร” วิธีนี้จะช่วยล้าง “ตะกอนใจ” ของเราไม่ให้ขุ่นมัวจากการปฏิเสธ

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • #ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ

    #ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ(ประดับเกรียติสดุดีวชิรนุสรณ์) ปี2465สาขาบุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่นเนื่องด้วยวันที่ 23.1.2022เป็นวันประดับเกียรติสดุดีวชิรนุสรณ์ครูติดแคมป์งานสอนรุ่น 47ไ้ด้ส่งตัวแทนห้องเรียน#คุณข้าวโพดคั่ว เป็นตัวแทนห้องเรียนในการเข้ารับรางวัลในกาลนี้พลังแผ่นดินความรักความสามัคคีคุณค่าคุณธรรมและสันติสุขกำลังใจของบุคคลทำดีคิดดีสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมไทย#ปูชนียบุคคลผู้เป็นแบบอย่างที่ดีรางวัลที่ 8 ของห้องเรียนที่ทีมงานทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาสู่ศักยภาพสูงสุดของการเป็นห้องเรียนพัฒนาจิตและวิญญาณ

  • พญานาคทั้งหมด ๑,๐๒๔ ชนิด

    พญานาคทั้งหมด ๑,๐๒๔ ชนิดแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ· กามรูปี พญานาคที่เสวยกามคุณ· อกามรูปี พญานาคที่ไม่เสวยกามคุณ #อายุของพญานาคราชจะมีอายุไม่เท่ากัน คือ ขึ้นอยู่กับบารมีของแต่ละองค์ผู้มีฤทธิ์บารมีสูงก็จะแบ่งจิตลงมาเกิดเป็นมนุษย์และสร้างสมบารมีด้วยการปฏิบัติธรรมและส่งผลย้อนกลับไปสู่ดวงจิตเดิมพญานาคจะมีดวงจิตทั้งหมด ๔๙ ดวงจิต การแบ่งจิตลงมานั้น จะแบ่งมาแค่ ๓๒ ดวงจิต อีก ๑๗ ดวงจิต จะคอยดูแลในการปฏิบัติของการเกิดดังนั้นเราจึงได้รับฟังว่าพญานาคบางองค์ท่านอยู่มานานหลายหมื่นแสนปี #ทำไมเราจึงไม่เห็นพญานาคเพราะพญานาคมีธาตุ ๓ ธาตุ คือ ธาตุไฟ๑ ธาตุลม๑ ธาตุน้ำ๑ จะไม่มีธาตุดิน เหมือนคนเราเราจึงไม่สามารถมองเห็นพญานาคนอกเสียจากว่าเราจะมี ๒ วิธี คือ  เคยเป็นพญานาคในชาติก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ คือปฏิบัติภาวนาจนถึงขึ้นอภิญญา ๖  เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ ๙ พญานาคราช ผู้ปกครองพิภพบาดาล …1.พญาอนัตนาราช2.พญามุจรินทร์นาคราช3.พญาภุชงค์นาคราช4.พญาศีรสุทโธนาคราช5.พญาศรีสัตตนาคราช6.พญาเพชรภัทรนาคราช หรือ พญาเกล็ดแก้วนาคราช7.พญานาคดำแสนสิริจันทรานาคราช8.พญายัสมัญนาคราช9.พญาครรตะศรีเทวานาคราช

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…

  • มารทดสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน

    ครูของศิษย์ 5 ปีภาวนา#มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน #ปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยเป็นศิษย์และคนในชุมชน บัดนี้ทุกคนรวมกลุ่มพูดส่อเสียดและตั้งกลุ่มพลังเงียบกดดัน แม่ครูด้วยความโกรธแค้น ด้วยจิตริษยา ที่ถูกปั่นหัวมาอย่างดี เสียงตะโกนด่าทอดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งซอย “ออกไป! ยัยแม่ครูจอมปลอม! พวกเราไม่ต้องการคนลวงโลกแบบคุณในชุมชนนี้อีกต่อไป! หาเสียงใช่ไหม ทุกคนดูสิ ขนาดเรามารวมตัวกันเกลียดเขาขนาดนี้ #เขายังนั่งหน้าซื่อตาใสอยู่ได้ ใจคอทำด้วยอะไร!” #บททดสอบจากมาร: “พายุแห่งอคติหมู่” (The Herd Hate Test) ทดสอบความหนักแน่นดั่งแผ่นดิน (ปฐวีอุปมา)มารใช้ “พลังมวลชน” และความกดดันทางสังคมมาบีบให้ท่านรู้สึกหวาดกลัวหรือโดดเดี่ยว หลักโลกธรรม 8 คือเครื่องเตือนใจว่า “ความเกลียดชังของคนหมู่มาก” ก็เป็นเพียงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นแล้วต้องดับไป หากท่านไม่รับมาเป็นของตน ใจท่านก็จะไม่ทุกข์ ทดสอบเมตตาอัปปมัญญา (เมตตาที่ไร้ขอบเขต): มารต้องการให้ท่าน “เกลียดตอบ” หรือมองคนเหล่านั้นเป็นศัตรู บททดสอบนี้ถามว่าท่านยังสามารถแผ่เมตตาให้คนที่กำลังรุมด่าท่านได้หรือไม่? การเจริญเมตตาภาวนา คืออาวุธเดียวที่จะสยบความเกลียดชังนี้ได้ ทดสอบการสละ “มานะอัตตา”: เมื่อคนกลุ่มใหญ่รุมด่า ความรู้สึก “ตัวกูถูก-เขาผิด” จะพุ่งสูงขึ้น มารต้องการให้ท่านปกป้องตัวตนอย่างรุนแรง #หากท่านยอมรับความเกลียดชังนั้นด้วยความนิ่งสงบ มารจะเสียกระบวนท่าไปเอง นัยยะของมาร “ผู้สร้างกระแสเกลียดชัง”: มารตนนี้จู่โจมด้วย…

  • อาการของความเศร้า

    ความเศร้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคุณ ส่วนใหญ่คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมคุณถึงเศร้า แต่ความเศร้าจะหลอกหลอนคุณและไม่ปล่อยคุณไปนี่เป็นเพราะคุณกำลังละลายอดีต ดังนั้นการสะสมความเศร้าทั้งหมดจะถูกกำจัดออกไปก่อนจากนั้นคุณจะรู้สึกเป็นอิสระและมีความสุขที่ได้นำชีวิตของคุณ มันเป็นแค่เฟคและมันจะผ่านไปอย่างแน่นอน ?? บาตรอธิษฐานบารมี แกะสลักเฉพาะก่อนถวายพระคุณเจ้าครูบาเจ้าเหนือชัยขอให้ทุกท่านที่ได้พบข้าพเจ้ามีสติและปัญญาเกิดดวงตาเห็นแสงสว่างและสามารถนำทางดวงวิญญาณสู่การเดินทางได้จริงเจริญใน รู้ ในปัญญา และเบิกบาน  ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • หลงยึดติดลูกศิษย์ร่ำรวย

    #ถึงประตูธรรม๙/๒/๖๙ การ “#หลงยึดติดลูกศิษย์ร่ำรวย” คือบททดสอบที่มักทำให้ผู้มีบารมี “ตกม้าตาย” ได้ง่ายที่สุด เพราะมันถูกเคลือบไว้ด้วยคำว่า “การบำรุงพระศาสนา” หรือ “การสร้างมหากุศล” ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย #สภาวะนี้มีอันตรายต่อจิตวิญญาณดังนี้ 1. การเกิด “อคติ” ในกระแสญาณ เมื่อจิตเริ่มให้ค่ากับ “ฐานะ” มากกว่า “ดวงจิต” พลังงานความเมตตาที่ควรจะเป็น อัปปมัญญา (ไม่มีประมาณ) จะถูกบีบให้แคบลงเราจะให้เวลาและความสำคัญกับคนรวยมากกว่าคนจน คำทำนายหรือการชี้แนะจะเริ่ม “อวย” หรือไม่กล้าขัดใจ เพราะลึกๆ กลัวสูญเสียท่อน้ำเลี้ยงก้อนใหญ่ ผลคือ: ญาณที่เคยใสจะเริ่ม “ขุ่นมัว” และกลายเป็นอุปาทานที่ปรุงแต่งเพื่อความอยู่รอดของลาภสักการะ 2. #การกลายเป็น “บริวาร” ของลูกศิษย์ ในโลกวิญญาณ #ใครที่มีกำลังใจอ่อนกว่าย่อมเป็นบริวารของผู้นั้น หากเราเกรงใจเงินของเขา จิตของเราจะตกเป็นรองพลังงานของเขาทันที เราจะสูญเสียอำนาจแห่ง “สัจจะบารมี” ทำให้คำพูดของเราไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม เพราะมันเจือด้วยความโลภและการเอาใจ 3. การแบก “วิบาก” โดยไม่รู้ตัว #ลูกศิษย์ที่รวยมักมาพร้อมกับกรรมหนักจากการทำธุรกิจหรือการชิงดีชิงเด่น หากเรารับเงินเขามาเพื่อบำเรออัตตาตนเอง หรือเพื่อสร้างวัตถุใหญ่โตเกินจำเป็น เรากำลังเอา “โซ่ทองคำ”…