ดีอย่างไร

?️

?#ดีอย่างไร
ใจเบาบาง= พร้อมต่อการพิจารณาความจริง
ปัญญาผ่องใส=ฟังสิ่งใดง่ายขึ้น
สติดี =คิดการคิดงานมีหลากหลายทางออก
ได้พบคนดี สิ่งดี ที่เหมาะกับ #บารมีตนเอง

เมื่อเจริญจิต เจริญใจ เจริญปัญญาวิญญาณ
ก็ง่ายต่อการสดับรับคำสอน
เหมาะสมต่อบารมีแห่งการปลดปล่อย
วิญญาณตนเอง สู่การหลุดพ้น

??ชีวิตที่เหลือจึงสมบูรณ์มีกำลังทรัพย์
ต่อการสะสมบารมี และเกื้อกูลตนเอง
ไม่ขาดแคลน

ทำซ้ำๆทำบ่อยๆ ดี ดี ดี

คว่ำตายหงายเป็น

???สุขสวัสดีมีชัย

Similar Posts

  • หน้าที่ครูคือความรักและความอดทน

    หน้าที่ครูคือความรักและความอดทนบทเรียนคนเป็นครูและบททดสอบหน้าที่ทางจิตวิญญาณก็มากมาย หลายด้าน#หลายครั้งก็ต้องสอนดวงจิตคนที่แฝงด้วย กิเลสและมารและอีกหลายครั้งที่ได้สอนดวงจิต #ที่เป็นเหล่าเทวดาตัวน้อยครูไม่สามารถคัดเลือกผู้รับการถ่ายทอดได้ว่าจะเป็น ดวงจิตเทพมาเกิด (บุญวิสัยมาเกิด)หรือจะงดสอน ดวงจิต(ที่เป็น อวิสัยมาเกิด) ไม่ว่าจะด้านไหนครูต้องแน่วแน่และอดทดและหาปัญญาจากสิ่งที่ถูกรู้ทุกสิ่งอย่างทั้งดีร้ายก็แค่สลับผัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปแต่หัวใจและจิตวิญญาณความเป็นครูจะมั่นคง#ดิ่งตรงเป้าหมายแห่งสูญญตาเกิดเทวดาตัวน้อยอีกครั้งแล้วที่รุ่น 47

  • ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง

    #ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง ในอุดมการณ์ ความหลงใหล และแผนการของพวกเขา และเต็มใจที่จะใช้ชีวิตที่แท้จริงในการให้บริการผู้อื่น สังคม โลกของเรา #และหลายคนได้เปลี่ยนแปลงสภาพของมนุษย์อย่างแท้จริงมีคนจำนวนมากที่ไม่อยู่ในรายการที่สร้างความแตกต่างทุกวันและทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคน! คนเหล่านี้คือคนที่เราต้องการอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราดีขึ้น ใหญ่กว่าตัวเรา เมตตา เอาใจใส่มากขึ้น และสร้างความแตกต่างในโลกทีละวัน#สิ่งที่สวยงามและน่าทึ่งเกี่ยวกับแรงบันดาลใจคือส่วนที่ “ธรรมดา” ของการเดินทางของมนุษย์กลายเป็น “#สิ่งที่ไม่ธรรมดา” #ด้วยพลังแห่งเจตจำนงเสรี, ความมุ่งมั่น, ความหลงใหล, จุดมุ่งหมาย, แง่บวก, ความปรารถนา, สมาธิ, สติ, การศึกษา, ความรู้, ปัญญา#และที่สำคัญที่สุดคือพลังแห่งการเลือกท่ามกลางเส้นทางชีวิตมากมาย อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? ใครเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? อะไรทำให้เราเหนื่อย? ใครทำให้เราเหนื่อย? #ทางเลือกเป็นของเราเสมอที่จะทำให้

  • สัญชาตญาณอาจทำให้เราล้มเหลวเพราะเราไม่รู้ว่าจะเข้าถึงมันได้อย่างไร

    #สัญชาตญาณอาจทำให้เราล้มเหลวเพราะเราไม่รู้ว่าจะเข้าถึงมันได้อย่างไร หรือเราคิดว่ามันเป็น “พระเจ้า” หรือสำหรับคน “พิเศษ” เท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันเป็นทักษะเชิงปฏิบัติที่เราทุกคนมี มันตอบคำถามเฉพาะในลักษณะที่ไม่เป็นเชิงเส้นและไม่ใช่เชิงประจักษ์ เมื่อเราเรียนรู้ว่าสัญชาตญาณให้ข้อมูลแก่เราอย่างไร เคล็ดลับง่ายๆ สามารถช่วยให้เราเริ่มใช้พลังนั้นในชีวิตของเรา ตั้งแต่การกำหนดความสามารถที่เป็นธรรมชาติ ไปจนถึงการติดตามการทดลองที่ใช้งานได้จริงและเป็นธรรมชาติ#สัญชาตญาณคืออะไร?คาดเดาอะไร? สัญชาตญาณไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคน “พิเศษ” และไม่ถูกต้องเสมอไป มันคืออะไรกันแน่? เป็นความสามารถโดยกำเนิดของเราในการรวบรวมข้อมูลที่ตอบคำถามเฉพาะในลักษณะที่ไม่เป็นเชิงเส้นและไม่เป็นเชิงประจักษ์ เมื่อเราใช้งาน เราจะไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน A ถึง B ถึง C ในวิธีการทางวิทยาศาสตร์ #เนื่องจากการวัดตามวัตถุประสงค์นั้นไม่เป็นไปตามสัญชาตญาณ#ทำไมสัญชาตญาณไม่ทำงาน?ความเชื่ออย่างแน่วแน่ของเราในวิธีการทางวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์คือสาเหตุที่พวกเราส่วนใหญ่ล้มเหลวในการสัมผัสสัญชาตญาณ ข้อมูลที่เข้าใจง่ายมักไม่สมเหตุสมผลสำหรับเราอย่างที่เราได้รับคำสั่งให้เข้าถึงโลก ดังนั้นเราจึงเลิกพยายาม หรือเราถูกสอนว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพียงเพราะบางครั้งเราใช้สัญชาตญาณในการเชื่อมต่อกับทีมจิตวิญญาณ เทวดา หรือจุดประสงค์ของจิตวิญญาณและ “พระเจ้า” ไม่ใช่สิ่งแรกที่เราหันไปใช้ในการตัดสินใจในทางปฏิบัติ หากเราผ่านพ้นช่วงนั้นไป เราก็จะถูกกีดกันเพราะดูเหมือนว่าสัญชาตญาณจะจำกัดเฉพาะคนที่ “พิเศษ” ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาที่คอยรับฟังและขอคำแนะนำจากเรา แต่เราทุกคนล้วนแต่เกิดมาโดยสัญชาตญาณ เพราะสัญชาตญาณเป็นความรู้สึกที่แท้จริง เช่นเดียวกับความสามารถในการมองเห็น ได้ยิน ลิ้มรส สัมผัส และได้กลิ่นของเรา มันไม่ได้ผลเพราะเราพูดถึงตัวเองโดยยืนยันว่าเราทำไม่ได้หรือ “นั่นไม่ใช่วิธีการทำ” (กล่าวคือ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ “มีเหตุมีผล”)#เมื่อเราผ่านอุปสรรคและเข้าถึงสัญชาตญาณของเราแล้ว เราก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง: #สัญชาตญาณไม่ถูกต้องเสมอไปรออ่านต่อ

  • จิตใจเป็นสิ่งสำคัญ

    ไม่ว่าเราจะพบเจอสิ่งใด จิตใจเป็นสิ่งสำคัญ #ให้ตรงต่อความคิด#ให้ตรงต่อจิต#ให้ตรงต่อใจ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดให้คุณมีปัญญาแล้วเทวดาจะคุ้มครอง ด้วยรัก #MAEKHUNOY#เทวดาประจำตัว ไม่ว่าเราจะพบเจอสิ่งใด จิตใจเป็นสิ่งสำคัญ #ให้ตรงต่อความคิด#ให้ตรงต่อจิต#ให้ตรงต่อใจ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดให้คุณมีปัญญาแล้วเทวดาจะคุ้มครอง ด้วยรัก #MAEKHUNOY#เทวดาประจำตัว ชมรมสายใยไทยแทนคุณแผ่นดิน  รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปี 2564สาขา นักพัฒนาวัฒนธรรมดีเด่น

  • คนที่มีพลังงานแข็งแรง

    #ถึงประตูธรรม เช้าวันที่ ๒๐/๑/๖๙ คนที่มีพลังงานแข็งแรง” #ไม่ใช่คนที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงหรือมีอำนาจล้นฟ้า แต่คือคนที่มี “ออร่าบารมี” ที่ใสสะอาดและมั่นคงพอที่จะดึงดูดทรัพย์ใหญ่ในมิติที่ 5 ได้ ลักษณะของคน พลังงานแข็งแรงในปี 2026 มีดังนี้ 1. มี “สัจจะ” เป็นฐานที่มั่น (พลังงานไม่แตกพร่า) คนพลังงานแข็งแรงคือคนที่มี วาจาสิทธิ์ พูดคำไหนทำคำนั้น ไม่ต้องพูดเยอะแต่ทุกคำมีน้ำหนักลักษณะ: จิตใต้สำนึกของเขาจะเชื่อฟังคำสั่งของเขาเอง #ทำให้เสาสัญญาณระหว่างเขากับเทวดาประจำตัวแข็งแรงมาก หยิบจับอะไรก็สำเร็จไว เพราะไม่มีพลังงาน “ความไม่จริง” มาสั่นคลอนดวงชะตา 2. มีเกราะป้องกันจากการ “หยุดนินทาและเพ่งโทษ” คนพลังงานแข็งแรงคือคนที่มี “#กายทิพย์ไร้รอยรั่ว” เขาจะไม่เอาตาไปจับผิดใคร และไม่เอาปากไปสร้างขยะทิพย์ ลักษณะ: เมื่อเขาหยุดนินทา พลังงานบุญที่เขาสร้างจะคงอยู่ 100% ไม่รั่วไหล ทำให้เขามีรัศมีคุ้มกายที่หนาแน่น #สิ่งไม่ดีหรือคนพลังงานต่ำจะกระดอนออกไปเองโดยธรรมชาติ และสภาวะ ญาณบอด จะเข้าไม่ถึงตัวเขา 3. มีใจที่ “เบา สบาย” เป็นปกติ (ความถี่สูง)คนพลังงานแข็งแรงจะไม่ปล่อยให้จิตตกนานเกิน 17 วินาที เขารู้จักวิธีปรับค่าพลังงานให้กลับมาสว่างไสวได้เร็วลักษณะ: เขามักจะยิ้มที่มุมปาก มีความสุขง่าย และวางใจในทุกสถานการณ์ว่า “#เทวดาจัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ” ความเบาสบายนี้คือคลื่นความถี่มหาอำนาจที่ดึงดูดโชคลาภและกัลยาณมิตรในปี 2026…

  • การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม”

    ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม” ฟังดูย้อนแย้ง แต่ในทางปฏิบัติขั้นสูง (เช่น แนวทางวัชรยาน หรือการเจริญสติแบบวิปัสสนา) กิเลสคือ “#เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ทำให้เกิดการตื่นรู้ #หากไม่มีกิเลสเราก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพื่อจะหลุดพ้น นี่คือวิธีการเปลี่ยน “พิษ” ของกิเลส ให้กลายเป็น “ยา” แห่งปัญญา 1. กิเลสคือ “ครู” ที่สอนอริยสัจ หนทางบรรลุธรรมเริ่มต้นที่การ “กำหนดรู้ทุกข์”ถ้าไม่มีกิเลส (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) เราก็จะไม่เห็น “ความบีบคั้น” (ทุกข์) ในใจ เมื่อกิเลสเกิดขึ้น ให้จ้องมองความทุกข์ที่มันสร้างขึ้นมาอย่างชัดๆ จนจิตมัน “เข็ด” และเห็นความจริงว่า “การมีกิเลสนั้นเป็นภาระ” การบรรลุ: เกิดขึ้นเมื่อจิตเห็นโทษของกิเลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดการ “คลายความกำหนัด” (วิราคะ) และปล่อยวางไปเองโดยธรรมชาติ 2. ใช้กิเลสเป็น “เป้านิ่ง” ของสติ การฝึกจิตที่ไม่มีกิเลสเลยเหมือนการซ้อม ชกมวยกับลม แต่การฝึกกับกิเลสคือการลงสนามจริง วิมุตติ (ความหลุดพ้น) ไม่ได้เกิดจากการที่กิเลสหายไปหมดโลก แต่เกิดจาก “การที่กิเลสทำอะไรจิตไม่ได้” ทุกครั้งที่กิเลสมา…