โลกภายในของคุณใหญ่และทรงพลังมากกว่าโลกที่คุณเห็นรอบตัวคุณ

⭐️?#โลกภายในของคุณใหญ่และทรงพลังมากกว่าโลกที่คุณเห็นรอบตัวคุณ มีบางอย่างที่ดีในตัวคุณ บางคนกําลังเป็นพยานในการกระทํา วาจา และจิตใจของคุณ #ผู้สังเกตการณ์คนนั้นคือคุณ ส่วนที่ดีที่สุดในตัวคุณเอง ???#วันไหนที่คุณไปถึงขั้นนั้น#คุณจะไม่ประจานตัวเองต่อหน้าผู้อื่นอีกต่อไป⭐️#จากนั้นคุณจะไม่พบจุดอ่อนในตัวเองอีกต่อไป จงไปที่นั่นและพบว่าความปลอดภัย อยู่ภายใน อย่าหลงทางต่อไปภายนอกตัวคุณเองและไม่รู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริงและเป็นธรรมชาติของคุณ นั่งสมาธิทุกวัน เข้าสู่ความเงียบสงบและนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับแสงแห่งสัญชาตญาณที่เผาไหม้บนแท่นบูชา ไม่มีความกระสับกระส่าย ไม่มีการค้นหาหรือการมุ่งมั่นที่นั่น ตระหนักว่าความรู้ของตนเองสูงสุดอยู่ในตัวคุณ ⭐️⭐️⭐️#ที่นั่นส่องประกายพลังของพระเจ้า ดื่มหัวเชื้อแห่งพระเจ้าที่หวานที่สุดและกลายเป็นอมตะ กลับสู่สูญญตา

Similar Posts

  • เมื่อคนใดคนหนึ่งได้พบคุรุของเขา

    เมื่อคนใดคนหนึ่งได้พบคุรุของเขาควรจะมีความอุทิศตนอย่างไม่มีเงื่อนไขสําหรับเขาเพราะเขาเป็นพาหนะของพระเจ้า วัตถุประสงค์เดียวของคุรุคือการนําลูกศิษย์ไปสู่การตระหนักถึงตนเอง ความรักที่คุรุได้รับจากผู้อุทิศตน#ได้รับโดยคุรุให้กับพระเจ้าCamp-นักเรียนประจำ(15-16 ม.ค.2022า

  • มิติที่ 11

    มิติที่ 11 องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เพียงทรงเป็นทั้งองค์ศาสดาและเป็นสัพพัญญูแต่ยังเป็นนักจิตวิทยาและนักฟิสิกส์อย่างไม่น่าเชื่อ #การก้าวกระโดดของมนุษยชาติในมิติที่ห้านี้ คาร์ล ซี จุง นักจิตบำบัดและจิตแพทย์ผู้ก่อตั้งสำนักจิตวิเคราะห์เรียกว่า#จิตไร้สำนึกร่วมของจักรวาล อันที่จริงแล้วญาณหยั่งรู้ใจคนหรือเจโตปริยญาณก็คือการเข้าใจสภาวะของธรรมชาติในระดับสูงของจิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์แต่อย่างใดเพียงแต่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังเข้าไม่ถึงเท่านั้นเองแต่มั่นใจได้ว่าในอีกไม่เกิน 50 ปีข้างหน้าเครื่องอ่านใจคนจะสามารถประดิษฐ์ขึ้นมาได้อย่างแน่นอนจากทฤษฎีควอนตัม  ในคืนวันตรัสรู้แม้พระพุทธองค์จะทรงเจริญสติจนเกิดปัญญาระดับสูงสุดของสิ่งมีชีวิตทุกมิติแล้วส่งเข้าใจหมดทั้ง 11 มิติในจักรวาล แต่พระองค์ก็ยังทรงบอกว่าเรื่องจักรวาลยกไว้เรื่องหนึ่ง #สัพพัญญุตญาณ ของพระองค์ก็ยังไม่ทรงหยั่งรู้ว่าจักรวาลที่แท้จริงเป็นอย่างไรเกิดขึ้นมาตอนไหนมีขอบเขตสิ้นสุดที่ตรงไหนพระองค์เพียงแค่ตรัสว่าจักรวาลมีเป็นอนันต์ ในยามต้นแห่งราตรีของคืนวันตรัสรู้พระองค์ทรงบรรลุญาณระลึกชาติ ก็คือญาณที่สามารถหยั่งรู้ถึงการเกิดในครั้งก่อนก่อนที่วนเวียนไปตามมิติต่างๆดังนั้น #นอกจากทฤษฎีควอนตัมแล้วอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทะลุมิติได้คือการฝึกเจริญสติถึงขั้นบรรลุญาณความจริงเหล่านี้ต้องปรากฏขึ้นก่อนการบรรลุอรหันต์

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…

  • “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ”

    ในยุคพลังงานใหม่ที่ผู้คนเชื่อมต่อกันทางอารมณ์และข้อมูลอย่างรวดเร็ว “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ” #ที่คัดกรองสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจ นี่คือ 4 ชั้นของเกราะที่จะช่วยให้จิตของเราผ่องใสและไม่ร่วมกรรมกับใคร 1. เกราะชั้นที่ 1: “ศีล” (Integrity Shield) – เกราะกันแรงปะทะศีลคือเกราะชั้นนอกสุดที่แข็งแกร่ง ที่สุดในทางพลังงาน เมื่อเรามีศีล เราจะ ไม่มี “ช่องโหว่” ของความรู้สึกผิดหรือความหวาดระแวงคนที่ชอบมาขอ หรือคนที่จะมาเอาเปรียบ จะ “เกรงใจ” หรือ “แพ้ทาง” พลังความบริสุทธิ์ของเราไปเองโดยธรรมชาติ วิธีสร้าง: ตั้งมั่นว่าจะไม่เบียดเบียนใครทั้งกายและวาจา เกราะนี้จะทำให้ใจเรา หนักแน่นเหมือนภูเขา 2. เกราะชั้นที่ 2: “สติ” (Awareness Shield) – เกราะคัดกรองสติคือเซนเซอร์ที่คอยบอกว่าอะไรกำลังจะเข้ามาในใจ เมื่อมีคนเอาเรื่องลบๆ มาให้ หรือมาขอในสิ่งที่ไม่ควร สติจะทำงานทันทีว่า “นี่คือเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา” สติจะช่วยให้เราหยุดชะงักก่อนที่จะ “รับ” อารมณ์คนอื่นมาเป็นของตนเองวิธีสร้าง: ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นในกาย เช่น เมื่อรู้สึกอึดอัดใจเวลาถูกขอ ให้รู้ว่า “ความอึดอัดเกิดขึ้นแล้ว”…

  • พลังงานเป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริง

    #พลังงานเป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริงสิ่งสำคัญคือพลังงานนั้น #การไหลของจิตสำนึก(วิญญาณ)เป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริงถ้าคุณคาดหวังปาฏิหาริย์และเวทมนตร์#นั่นคือสิ่งที่คุณจะได้รับ อย่างไรก็ตาม นั่นไม่สามารถออกมาจากใจได้ คุณไม่สามารถวางความเชื่อเหมือนหมวกและเสื้อโค้ทได้ #ความเชื่อที่แท้จริงเติบโตขึ้นเพราะคุณพยายามรับรู้ถึงกระแสที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง และค่อยๆ ยอมจำนนต่อสิ่งนั้น ดังนั้นจงคาดหวังการเปลี่ยนแปลงเพราะทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต่อต้านก็ตาม คาดหวังการเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีชีวิตที่เป็นบวกและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น เพราะเมื่อคุณปล่อยวางเงื่อนไข #ความสั่นสะเทือนของจิตวิญญาณจะทะลุทะลวงและเชื่อมโยงกับกระแสที่อยู่เบื้องล่าง ดังนั้นเราจึงชื่นชมชีวิตในแบบที่อุดมสมบูรณ์และสนุกสนานมากขึ้น

  • ครูจะพาเที่ยว

    #ครูจะพาเที่ยว#การเป็นไกด์เป็นไปได้ว่าวิญญาณที่เรียนรู้ที่จะเป็นไกด์หรือเป็นไกด์อยู่แล้วสามารถกลับชาติมาเกิดบนโลกได้ #แต่ยังคอยดูแลคนที่พวกเขารับผิดชอบในการชี้แนะด้วยงานนำทางนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในอาณาจักรที่สูงขึ้นโดยห่างจากจิตสำนึกของมัคคุเทศก์ที่ใช้ชีวิตแบบมนุษย์#มัคคุเทศก์อาจเป็นประเภทของครูผู้รักษาหรือที่ปรึกษาในชีวิตทางกายภาพของพวกเขาเช่นกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป ไม่ว่าไกด์จะเลือกเส้นทางใดในชีวิตบนโลกของพวกเขาพลังวิญญาณส่วนหนึ่งของพวกเขาก็จะอยู่ในอาณาจักรที่สูงขึ้นเพื่อช่วยเหลือและช่วยเหลือผู้อื่นในขณะที่พวกเขาดำเนินชีวิตตามความเป็นมนุษย์พลังวิญญาณของเรานั้นยิ่งใหญ่กว่าที่เราจะจินตนาการได้ดังนั้นเดาว่าค่อนข้างเข้าใจได้ว่าครูสามารถอยู่ได้หลายที่ในคราวเดียว!เรียกครูว่า#MAEKHUNOY