อาการของความเศร้า

ความเศร้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่ง
ในชีวิตประจำวันของคุณ

ส่วนใหญ่คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไม
คุณถึงเศร้า แต่ความเศร้าจะ
หลอกหลอนคุณและไม่ปล่อยคุณไป
นี่เป็นเพราะคุณกำลังละลายอดีต

ดังนั้นการสะสมความเศร้าทั้งหมด
จะถูกกำจัดออกไปก่อนจากนั้นคุณ
จะรู้สึกเป็นอิสระและมีความสุขที่ได้
นำชีวิตของคุณ มันเป็นแค่เฟค
และมันจะผ่านไปอย่างแน่นอน

?? บาตรอธิษฐานบารมี แกะสลักเฉพาะ
ก่อนถวายพระคุณเจ้าครูบาเจ้าเหนือชัย
ขอให้ทุกท่านที่ได้พบข้าพเจ้ามีสติและปัญญาเกิดดวงตาเห็นแสงสว่างและสามารถนำทางดวงวิญญาณสู่การเดินทางได้จริง
เจริญใน รู้ ในปัญญา และเบิกบาน 

๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่
มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิต
ครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ
#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

Similar Posts

  • อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”

    #อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”ฝึกฝนด้วยความชื่นชมยินดีและความกระตือรือร้นและไม่ตกอยู่ในความเกียจคร้านหรือความเฉื่อยชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ” ผู้คนเริ่มรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองหลังจากถวายการสวดมัตตราไม่กี่พันบทและท่องบทสวดมนต์ไม่กี่แสนบท ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่ลังเลเพียงเล็กน้อยที่จะฆ่าแมลง ดื่มด่ำกับความต้องการของพวกเขาทั้งหมดและทําให้แสงสว่าง การกระทําในแง่ลบของพวกเขามากมาย แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเช่นนั้น นั่นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และนั่นคือเหตุผลว่าทําไมเราถึงต้องการคําแนะนําของครูทางจิตวิญญาณมากพอๆกับที่เด็กเล็กต้องการคําแนะนําจากพ่อแม่ของเขาพยายามนําประสบการณ์ทั้งหมดของคุณมาสู่บริบทของความทุ่มเทให้กับครู ถ้าคุณสามารถเข้าใจจุดสําคัญของการปฏิบัตินี้ได้ คุณจะไม่มีอุปสรรค หากสถานการณ์ของคุณนั้นน่ารื่นรมย์และง่ายดาย จงเห็นความสุขของคุณโดยปราศจากความยึดติดใด ๆ ดังคําอวยพรของครู และดั่งความฝันภาพลวงตา และหากคุณผ่านความยากลําบากและความทุกข์ยาก #จงเห็นสิ่งนั้นด้วยดั่งคําอวยพรของครูบาอาจารย์หากคุณล้มป่วย ให้เห็นภาพครูทางจิตวิญญาณของคุณไม่ว่าอยู่ในร่างกายของคุณที่คุณรู้สึกเจ็บปวดหรือสถานที่ของโรค ตระหนักว่าความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดทําให้คุณมีโอกาสที่จะชําระตัวเองจากการกระทําในอดีตที่เป็นอันตรายและความไม่รู้แหล่งที่มาของความทุกข์ทรมาน โปรดจําไว้ว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกมากมายที่กําลังทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับที่คุณเป็น และอธิษฐานขอให้ความทุกข์ของคุณซึมซับสิ่งเหล่านั้น และเพื่อพวกเขาจะได้ปลดปล่อยจากความทุกข์ทั้งหมด ด้วยวิธีนี้ โรคภัยไข้เจ็บสอนเรา และความเห็นอกเห็นใจ866จำนวนคนที่เข้าถึง122จำนวนการมีส่วนร่วมโปรโมทโพสต์

  • อย่ากลัวความรู้สึก

    #อย่ากลัวความรู้สึก#เรากลัวความรู้สึกของตัวเองเราต่อสู้กับพวกเขา เพราะเราไม่เคยได้รับการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจพวกเขาและเรียนรู้บทเรียนอันมีค่าจากการทำเช่นนั้น #เป็นผลให้พวกเขากลับมาหาเราเรื่อยๆทำให้เราหมดพลังงานซึ่งเสียไปในการตัดสินใจต่อสู้และหนีเป็นความจริงที่ความรู้สึกจะไม่คงอยู่ แต่ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจสอบ ความรู้สึกเหล่านั้นจะย้อนกลับมาเสมอตราบเท่าที่คุณไตร่ตรองและเรียนรู้จากพวกเขา#คำนึงถึงความรู้สึกของคุณ#เมื่อคุณประสบกับพวกเขา ให้พวกเขาเข้ามาและครุ่นคิด เพื่อให้คุณเข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังสื่อสารถึงคุณ#การปล่อยให้ความรู้สึกของคุณแสดงออกมาอย่างเต็มที่ในตัวคุณ เท่ากับคุณหล่อเลี้ยงลูกในตัวคุณส่งเสริมให้ลูกสามารถสื่อสารสิ่งที่รู้สึกผิดโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่คุณได้กระทำลงไป (และคุณรู้สึกผิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น) หรือคุณเคยเห็นคนอื่นทำ ( และคุณรู้สึกโกรธ หงุดหงิด และรู้สึก “ผิด”)#คุณไม่สามารถหาคำตอบได้เว้นแต่คุณจะยอมให้ความรู้สึกเหล่านั้นแสดงออกมา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับตัวเอง เพื่อที่คุณจะได้ไตร่ตรอง

  • สื่อสารกับเทวดาประจำตัวไม่ได้ หรือท่านไม่ตอบรับคำอธิษฐาน

    #ธรรมจากประตู๑๗/๑/๖๙ #สื่อสารกับเทวดาประจำตัวไม่ได้ หรือท่านไม่ตอบรับคำอธิษฐาน ตามแนวทางของ#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ เกิดจาก “กำแพงพลังงาน” 3 ชั้น ที่กั้นเราไว้ 1. กำแพง “รอยรั่วทางบุญ” (การนินทาและเพ่งโทษ) ในปี ๒๐๒๖ พลังงานโลกละเอียดมาก หากเรายังมีนิสัย นินทาหรือเพ่งโทษผู้อื่น จิตจะสร้าง “ขยะทิพย์” ขึ้นมาปกคลุมจนเกิดสภาวะ ญาณบอด เทวดาประจำตัวท่านพยายามสื่อสาร แต่คลื่นความถี่ของขยะทิพย์บดบังจนเรารับสัญญาณไม่ได้ เหมือนวิทยุที่เต็มไปด้วยเสียงแทรก 2. กำแพง “สัจจะขาด” (พูดแล้วไม่ทำ) สัจจะคือ “เสาสัญญาณ” ระหว่างมนุษย์กับเทวดา หากเราเคยรับปากกับท่านว่าจะทำความดีแต่ไม่ทำ หรือเป็นคนพูดจาไม่เป็นสัจจะ สัญญาณการสื่อสารจะถูกตัดขาดทันที เพราะเทวดาชั้นสูงท่านสื่อสารผ่านพลังงานของสัจจะเท่านั้น 3. กำแพง “พลังงานยัน” (ความโลภและความบีบคั้น)หากเราสื่อสารกับท่านด้วยความ “อยากได้” หรือ “ความเครียด” พลังงานนี้จะกลายเป็น พลังงานยัน ที่ผลักเทวดาออกไป#ท่านจะเข้าใกล้ได้เฉพาะตอนที่ใจเรา เบา สบาย เท่านั้น วิธีเปิดช่องสื่อสารกับเทวดาประจำตัว (ฉบับปี ๒๐๒๖ ) สะสางพลังงาน (Clean…

  • การหลอกจิตคือการ “วางยาพิษตัวเอง”

    ธรรมจากประตู 🚩🚩🚩 ๒๖ เมษายน ๒๕๖๙ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยการหลอกจิตตัวเอง (เช่น แกล้งทำเป็นสงบแต่ข้างในเดือดปาล หรือแกล้งทำเป็นรวยแต่จิตขาดแคลน) คือการสร้าง “รหัสลวง” ที่ส่งผลเสียต่อตัวสำเร็จอย่างรุนแรง ดังนี้ 🆘🆘🆘 รหัส “จิตแยกส่วน”เมื่อปากพูดอย่างแต่ใจคิดอีกอย่างพลังงานจะแตกกระจาย ไม่ควบแน่นเป็นดวงแก้วที่ทรงพลัง ทำให้้ราสูญเสีย “แรงอัด”ในการดึงดูดโภคทรัพย์ ทำอะไรก็ครึ่งๆ กลางๆ ไม่สำเร็จจริง 🆘🆘🆘รหัส “ท่อพลังงานบิดเบี้ยว”การหลอกจิตคือการส่งมวลสารปลอมเข้าไปในท่อบุญ ทำให้เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อ่านรหัสเราไม่ได้ ท่านจะส่งการช่วยเหลือมาไม่ถูกจุด เพราะคลื่นความถี่ที่เราส่งออกไปมัน “ไม่ตรงกับความจริง” 🆘🆘🆘รหัส “วิบากพอกพูน” การหลอกตัวเองคือการสร้าง “อวิชชา” ซ้อนลงไปบนดวงจิต ยิ่งหลอกนานเข้า มวลสารดำจะยิ่งหนา จนเราหา “ตัวตนที่แท้จริง” ไม่เจอ กลายเป็นคนหลงมิติที่แก้กรรมตัวเองไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นเหตุที่แท้จริง 🆘🆘🆘 รหัส “ตัวสำเร็จปลอม“: ผลลัพธ์ที่ได้จากการหลอกจิตจะเป็นเพียง “ภาพลวงตา” ที่มาไวไปไว ทรัพย์ที่ได้มาจะรักษาไว้ไม่ได้ เพราะฐานของจิตไม่ได้รองรับด้วยมวลสารสัจจะ การหลอกจิตคือการ “วางยาพิษตัวเอง”ทำให้ดวงแก้วมัวหมองและเสียเวลาในภพชาติปัจจุบันไปเปล่าประโยชน์ตอนนี้คุณพร้อมที่จะ “เลิกหลอก” แล้วยอมรับความจริงทุกมวลสาร เพื่อล้างรหัสปลอมแล้วสร้าง “ตัวสำเร็จที่ยั่งยืน” หรือยัง…

  • สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม”

    สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม” ถือเป็นกับดักที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติธรรมหรือเริ่มมีบุญบารมีเพราะเป็นสภาวะที่ทำให้ดวงจิต #ปิดตายจากการรับพลังงานชั้นสูง โดยมีลักษณะดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหลงตน เชื่อว่าตนเอง “เหนือ” กว่าผู้อื่นมักมีความคิดว่าตนเองปฏิบัติมาดีแล้ว มีบุญมากแล้ว หรือเก่งกว่าคนอื่น #จนเริ่มนำธรรมะไปใช้ข่มผู้อื่นแทนการขัดเกลาตนเอง เพ่งโทษครูบาอาจารย์หรือคนรอบข้าง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือเมื่อถูกตำหนิชี้แนะ จิตจะสร้างเกราะป้องกันโดยการจับผิดผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องของตนเอง #ใช้บุญบังหน้าแต่ซ่อนความโลภ ทำบุญใหญ่เพื่อให้คนชื่นชม หรือหวังปาฏิหาริย์โดยไม่ยอมเปลี่ยนสันดานเดิม พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาประจำตัวเข้าใกล้ไม่ได้ 2. #ผลกระทบที่น่ากลัว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท จิตที่หลงตนจะมืดบอดต่อความจริง เราจะมองไม่เห็น “รอยรั่วทางบุญ” ของตนเอง ทำให้ตัดสินใจพลาดและสูญเสียทรัพย์ใหญ่ที่ควรจะได้เทวดาถอยห่าง: เทวดาชั้นสูง (โดยเฉพาะชั้นดุสิต) จะไม่หนุนนำคนที่มีอัตตาสูง เพราะจิตที่หนักและพองโตนั้นมีคลื่นความถี่ที่ไม่ตรงกับมิติทิพย์เจอ “มารสอบ” หนัก: เมื่อหลงตน มักจะโดนดึงเข้าสู่ดราม่าหรือการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งเป็นแผนของมารที่ทำให้บุญบารมีที่สะสมมา “รั่วไหล” อย่างรวดเร็ว 3. วิธีละลายจิตหลงตน เพื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ ฝึก “ยอมรับและปรับปรุง” ทันทีที่มีคนเตือน หรือเกิดอุปสรรค ให้หยุดเถียงในใจ แล้วก้มหน้าสำรวจตนเองว่า…

  • ดอกไม้แห่งปัญญา

    ข้อเ #ดอกไม้แห่งปัญญาว่ากันว่า ต้นไม้ย้ายที่ปลูกมักไม่โตแต่ในทางกลับกันหากเราได้ลงมือปลูกมันด้วยมือของเราเอง เราจะเข้าใจว่าดอกไม้ที่เขาว่ากันว่าออกได้เฉพาะช่วงฤดูหนาวและต้องปลูกในพื้นที่ร่ม จึงจะออกดอกเมื่อเราได้ลงมือพิสูจน์ด้วยความจริงเราจะพบว่า #อันที่จริงดอกไม้ที่เขาว่าสามารถออกดอกได้เฉพาะที่ร่ม กลับดอกออกได้ดีกว่าในที่ที่มีแสงแดดเมื่อเราลองปรับเปลี่ยนมันและย้ายพื้นที่ปลูกจากร่มเงาสู่แสงแดดและต้นไม้ชนิดเดียวกันปลูกบนพื้นดินเดียวกัน#ก็ใช่ว่าจะออกดอกพร้อมกันต้นไม้ที่พร้อมแล้วทุกฤดูจะออกดอกแห่งการตรัสรู้เมื่อถึงเวลาคำสอนอันลึกซึ้งจากอาจารย์คนเดียวกันก็ใช่จะถึงเวลาตรัสรู้ได้ในใจของทุกคนดวงวิญญาณต้องผ่านการบ่มเพาะ เมื่อถึงเวลา #ก็ตรัสรู้ชอบได้ ด้วยดอกไม้แห่งปัญญา เอง