สุษุมนา

?#สุษุมนา คือ ไขสันหลังหรือช่องทางเดินชีวิตของกายทิพย์กายแสงอันปราณีตของมนุษย์ ปราณหรือประจุพลังชีวิตซึ่งเป็นกาบวิญญาณชั้นที่สองในบรรดากาบอุ้มวิญญาณสามชั้น ?

2-3 ธ.ค 2021 เดินดง #นาควัตร ครั้งที่ 18/2021ก่อนจะขึ้นดอยครูขอแบ่งปันความสุขความทรงจำ ที่ดีๆระหว่างทางครูและทีมงาน ขอขอบคุณทุกๆการร่วมสร้างการแบ่งปัน แม้ไม่มากรวมๆกันแล้ว เราช่วยผู้คนได้อิ่มได้อุ่น ได้ยิ้ม ได้รู้จักกันเพียงเท่านี้ ก็ #พอแล้วในระหว่างทางเดินของชีวิต⭐️?#ขอบคุณนะ?คุณฝน TAS-35 บ.จักรวาลแอนด์ซันไลน์?คุณแอน TAS-10คุณแดนไตร TAS-11 ฟารีดาเฟอร์นิเจอร์?ครูฟอร์ด school of life?คุณปัณสกฤต ?คุณใหม่?คุณศิริพร TAS-15?คุณสวย จากเยอรมันนี?คุณพยาบาล เมตตา?คุณแอน คุณลินดา และเพื่อน จากประเทศอเมริกา? คุณอลิส TAS-42? คุณ jinjin TAS-39#??????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม (ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ) ประจำปี 2564 โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

Similar Posts

  • ราคาแห่งการตื่น

    “#ราคาแห่งการตื่น“ของดวงวิญญาณที่รู้ตัวเพื่อจะพัฒนาไปสู่ #จิตวิญญาณ * คุณจะรู้สึกเจ็บปวด* คุณจะสงสัยตัวเองเป็นพันครั้ง* พวกเขาจะบอกคุณว่าคุณกำลังจะบ้า* คุณจะสูญเสียเพื่อน*บางครั้งครอบครัวของคุณก็ไม่เข้าใจคุณ* ผู้คนจะเกลียดคุณโดยไม่มีเหตุผล* คุณจะพัฒนานิสัยแปลก ๆ* คุณจะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดของคุณ(กลัวอัตตา) และความไม่รู้* คุณจะไม่สนใจว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับคุณ* คุณจะรู้สึกไม่เหมาะกับโลกนี้* คุณจะเลือก* และคุณจะค่อยๆถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง #แต่ทุกอย่างจะคุ้มค่า…ไม่มีใครส่องสว่างตัวเองด้วยการจินตนาการถึงร่างของแสง แต่ด้วยการตระหนักถึงความมืดรอบตัวเราและที่สถิตอยู่ในตัวเรา” #การปลุกจิตวิญญาณที่แท้จริงไม่ใช่การกอดรัด แต่เป็นถังน้ำเย็น สิ่งที่จะให้บริการคุณที่ลูบไล้อัตตาของคุณด้วยเสียงกระซิบจินตนาการหรือความโหยหา เมื่อคุณต้องการเพียงแค่การเขย่าแรงๆ #เพื่อให้คุณได้สมมติอย่างแท้จริงว่าชีวิตคืออะไร การตื่นขึ้นทางวิญญาณที่แท้จริงคือกระบวนการแห่งการทำลายล้าง เป็นการพังทลายสิ่งลวงตาของทุกสิ่งที่คุณไม่ใช่ 

  • อาการของความเศร้า

    ความเศร้าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคุณ ส่วนใหญ่คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมคุณถึงเศร้า แต่ความเศร้าจะหลอกหลอนคุณและไม่ปล่อยคุณไปนี่เป็นเพราะคุณกำลังละลายอดีต ดังนั้นการสะสมความเศร้าทั้งหมดจะถูกกำจัดออกไปก่อนจากนั้นคุณจะรู้สึกเป็นอิสระและมีความสุขที่ได้นำชีวิตของคุณ มันเป็นแค่เฟคและมันจะผ่านไปอย่างแน่นอน ?? บาตรอธิษฐานบารมี แกะสลักเฉพาะก่อนถวายพระคุณเจ้าครูบาเจ้าเหนือชัยขอให้ทุกท่านที่ได้พบข้าพเจ้ามีสติและปัญญาเกิดดวงตาเห็นแสงสว่างและสามารถนำทางดวงวิญญาณสู่การเดินทางได้จริงเจริญใน รู้ ในปัญญา และเบิกบาน  ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • การเปิดญาณบารมี

     #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิต บุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิตการเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้นหากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไปหากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผลสิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด #การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทางคือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ #ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดี ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม #ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต2. สมาธิ ผู้รับต้องมีความตั้งมั่นแห่งจิตอยู่กับกายและจิตของตน3. สติ ผู้รับต้องมีความระลึกได้ว่าตนกำลังรับพลังจิตอยู่4. ปัญญา ผู้รับต้องรู้จักการปล่อยวางความทุกข์ออกจากจิตใจในขณะนั้น5. ความขยันหมั่นเพียร การรับพลังจิตนั้นต้องรับสม่ำเสมอและให้ตั้งอยู่ในคำสอนของพุทธองค์เป็นหลัก ดังกล่าวแล้ว…

  • คุณต้องถ่อมตนรักษา

    คุณต้องถ่อมตนรักษาความชอบส่วนตัวและความเกลียดชังในพื้นหลังหากคุณต้องการค้นพบความเป็นจริงของโลก (ความรู้ทั่วไปเบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิเคราะห์)ภาพลวงตานั้นได้รับความไว้วางใจจากเราเพราะมันช่วยให้เราเจ็บปวดและทำให้เราเพลิดเพลิน ดังนั้นเราต้องยอมรับพวกเขาโดยไม่มีการร้องเรียนเมื่อพวกเขาชนกับความจริงที่พวกเขาถูกทำลายความตั้งใจที่มนุษย์ควรมีความสุขไม่ได้อยู่ในแผนการสร้าง

  • เร็วได้ ก็เสื่อมได้

    #ไปเร็วได้#ก็เสื่อมได้#ไม่ควรประมาท  ศึกษาเส้นทางจิตอริยะดีกว่าใช้ ทิฐิมานะ (ชนะตน)อวดดื้อถือดี ความดื้อรั้นความตะแบงทั้งที่รู้ว่าผิดแต่ไม่ยอมรับและไม่ยอมแก้ไข #วิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนา#ความรักและความเห็นอกเห็นใจ การมีชีวิตอยู่ในยุคนี้เหมือนการติดอยู่บนเกาะที่มีปีศาจกินมนุษย์ เราไม่สามารถผ่อนคลายใจของเราได้ ทุกสถานการณ์ที่เราเจอสามารถ #เปลี่ยนเป็นแหล่งความทุกข์ยากได้อย่างง่ายดาย #และใครก็ตามที่เราพบมีแนวโน้มที่จะนําเราหลงผิด สิ่งหนึ่งที่แน่นอน #มีเพียงครูทางจิตวิญญาณเท่านั้นที่สามารถให้คําแนะนําที่ถูกต้องแก่เราได้ สิ่งนี้ควรจะชัดเจนในจิตใจของเรา เนื่องจากจิตใจถูกหลอกได้อย่างง่ายดายโดยการรับรู้ที่หลอกลวงของปรากฏการณ์ทางกายภาพและพัวพันได้ง่ายจากการพูดคุยทางโลกที่หลอกลวง #มันจะไม่ดีกว่าที่จะออกไปยังสถานที่โดดเดี่ยวเพื่อวิเวกและนั่งสมาธิ? นั่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาความรักและความเห็นอกเห็นใจต่อสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึ

  • พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือน

    พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนให้เกิดสติขึ้นว่า ความทุกข์นี้มีเพราะความรักมีรักมากก็เป็นทุกข์มากมีรักน้อยก็เป็นทุกข์น้อยจนถึงไม่มีรักเลยจึงไม่ต้องเป็นทุกข์เลย  แต่ตามวิสัยโลกจะต้องมีความรักมีบุคคลและสิ่งที่รัก ในเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้มีสติควบคุมใจ #มิให้ความรักมีอำนาจเหนือสติ#แต่ให้สติมีอำนาจควบคุมความรัก ให้ดำเนินในทางที่ถูกและให้มีความรู้เท่าทันว่าจะต้องพลัดพรากรักสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน เมื่อถึงคราวเช่นนั้นจักได้ระงับใจลงได้  อันความรักหรือที่รัก เมื่อผู้ใดมีร้อยหนึ่ง ผู้นั้นก็มีทุกข์ร้อยหนึ่ง รักเก้าสิบ แปดสิบ เจ็ดสิบ หกสิบ ห้าสิบ เป็นต้น จำนวนทุกข์ก็มีเท่านั้น ถึงแม้มีรักเพียงอย่างหนึ่ง ก็มีทุกข์อย่างหนึ่ง ต่อเมื่อไม่มีรักจึงจะไม่มีทุกข์ ผู้หมดรักหมดทุกข์นั้นพระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่า“เป็นผู้ไม่มีโศก ไม่มีธุลีใจ ไม่มีคับแค้น”