วันครู

?️?#วันครู

ครูกับนักเรียน ครูกับนักเรียนนับว่าเป็น
บุคคลที่มีความใกล้ชิดกันมากที่สุด
จนกระทั่งในอดีตยกย่องให้ครูเป็นบิดาคนที่สองของศิษย์ ผู้ปกครองเมื่อส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนก็ฝากความหวังไว้กับครู กล่าวคือ
มอบภาระต่าง ๆ ในการอบรมดูแล ลูกหลานของตนให้แก่ครู ดังนั้น

⭐️#ครูจึงควรปฏิบัติหน้าที่ของครูให้สมบูรณ์ที่สุด และควรสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีระหว่างครูและศิษย์ให้แน่นแฟ้น ให้ศิษย์มีความรู้สึกฝังใจตลอดไป

⭐️⭐️#วิธีการที่ครูควรจะทำต่อศิษย์ เช่น

1. สอนศิษย์ให้เกิดความสามารถในการเรียนรู้ในวิชาการต่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่ครูจะกระทำได้

2. สอนให้นักเรียนหรือศิษย์ของตนมีความสุขเพลิดเพลินกับการเล่าเรียนไม่เบื่อหน่าย อยากจะเรียนอยู่เสมอ

3. อบรมดูแลความประพฤติของศิษย์ให้อยู่ในระเบียบวินัยหรือกรอบของคุณธรรม ไม่ปล่อยให้ศิษย์กระทำชั่วด้วยประการทั้งปวง

4. ดูแลความทุกข์สุขอยู่เสมอ

5. เป็นที่ปรึกษาหารือ ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ศิษย์

?️?#การประเมินผล
หมายถึงการประเมินผลการเรียนการสอนนักเรียนซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งของครูเพราะการประเมินผลการเรียนการสอนเป็นการวัดความเจริญก้าวหน้าของศิษย์ในด้านต่างๆ

⭐️#หากครูสอนแล้วไม่มีการประเมินผลหรือวัดผลครูก็จะ ไม่ทราบได้ว่าศิษย์มีความเจริญก้าวหน้าในด้านใดมากน้อยเพียงใด ดังนั้น ครูจึงควรจะระลึกอยู่เสมอว่า ณ ที่ใดมีการสอน ทีนั่นจะต้องมีการสอบ สำหรับการประเมินผลการเรียนการสอนของนักเรียนนั้น ครูสามารถใช้วิธีการต่าง ๆ ได้หลายวิธี ทั้งนี้อาจจะใช้หลาย ๆ วิธีในการประเมินผลครั้งหนึ่งหรือเลือกใช้เพียงวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ในการประเมินผลการเรียนการสอนนั้นมีหลายวิธี เช่น

1. การสังเกต หมายถึง การสังเกตพฤติกรรมการทำงาน การร่วมกิจกรรมกลุ่มหรือความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน เป็นต้น

2. การสัมภาษณ์ หมายถึง การสัมภาษณ์เพื่อต้องการทราบความเจริญก้าวหน้าทางด้านการเรียนของนักเรียน ซึ่งอาจจะเป็นการสัมภาษณ์ในเนื้อหาวิชาการที่เรียน วิธีการเรียน หรือวิธีการทำงาน เป็นต้น

3. การทดสอบ หมายถึง การทดสอบความรู้ในวิชาการที่เรียน อาจจะเป็นการทดสอบทางภาคทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติก็ได้ ถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้นก็ควรมีการ
ทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการเรียนการสอนทุก ๆ วิชา

4. การจัดอันดับคุณภาพ หมายถึง การนำเอาผลงานของนักเรียนแต่ละคนในกลุ่มมาเปรียบเทียบกันในด้านคุณภาพ แล้วประเมินคุณภาพของนักเรียน
แต่ละคนว่าคนใด ควรอยู่ในระดับใด

5. การใช้แบบสอบถามและแบบสำรวจ เป็นวิธีการประเมินผลการเรียนอีกแบบหนึ่ง เพื่อสำรวจตรวจสอบคุณภาพการเรียนการสอนทั้งของนักเรียนและของครู

6. การบันทึกย่อและระเบียนสะสม เป็นวิธีที่ครูจดบันทึกพฤติกรรมความเจริญก้าวหน้าของนักเรียนแต่ละคนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

7. การศึกษาเป็นรายบุคคล หมายถึง เป็นวิธีการที่นิยมใช้กับนักเรียนที่มีปัญหาเป็นรายบุคคล ปัญหาในที่นี้หมายความว่า ควบคุมทั้งเด็กที่เรียนเก่งและ
เด็กที่เรียนอ่อนรวมทั้งเด็กมีปัญหาในด้านพฤติกรรมต่าง ๆ ด้วย

8. การใช้วิธีสังคมมิติ เป็นวิธีการที่นิยมใช้เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มเดียวกันประเมินคุณภาพของบุคคลในสมาชิกเดียวกัน เพื่อตรวจสอบดูว่า สมาชิกคนใด
ได้รับความนิยมสูงสุดในด้านใดด้านหนึ่งหรือหลาย ๆ ด้านก็ได้

9. การให้ปฏิบัติและนำไปใช้ เป็นวิธีการที่ครูต้องการทราบพัฒนาการทางด้านทักษะหรือการปฏิบัติงานของนักเรียนหลังจากที่ได้แนะนำวิธีการปฏิบัติให้แล้ว ดูน้อยลง

Similar Posts

  • #ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ผู้คนทำในการเดินทางทางจิตวิญญาณของพวกเขา#เมื่อไหร่จะรู้ความจริง

    #ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ผู้คนทำในการเดินทางทางจิตวิญญาณของพวกเขา#เมื่อไหร่จะรู้ความจริง#ยึดติดกับการปฏิบัติธรรมเรามักชอบเข้าคลาสเดินสมาธิ เราได้รับคำแนะนำให้ฝึกทุกวัน #แต่คนขี้เกียจมักไม่ทำแล้วเราก็จะรู้สึกแย่กับตัวเอง ดังนั้นในที่สุดเราก็เลิกทำทั้งหมดเพราะเราไม่อยากถูกเตือนถึงความล้มเหลวของตัวเอง#คุณเคยเริ่มพิธีกรรมการทำสมาธิทุกวันเพื่อลดความวิตกกังวลของคุณ#เพียงเพื่อจะวิตกกังวลมากขึ้นในวันที่คุณไม่สามารถหาเวลาทำสมาธิหรือไม่? มันเป็นแบบนั้นเมื่อเราพึ่งพาพิธีกรรมเพื่อให้รู้สึกดีกับตัวเอง บางครั้งเราก็ยึดติดกับพิธีกรรมมากเกินไป ครั้งต่อไปที่คุณทำสมาธิทุกวัน #ให้ถามตัวเองว่าคุณกำลังทำเพราะรักตัวเองหรือเพราะกลัวจะไม่ทำ?วิธีง่ายๆ ในการตอบคำถามนี้คือการสังเกตว่าคุณกำลังนั่งสมาธิเพื่อดูแลตัวเองหรือเพื่อให้คุณรู้สึกดีที่ได้ลองเช็คดูจากรายการสิ่งที่ต้องทำ #กุญแจสู่การปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่ดีต่อสุขภาพคือการทำเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ ไม่ใช่เพื่อความสำเร็จหรือเพื่อสร้างคุณค่าในตนเองคุณจำคำพูดที่ซ้ำซากจำเจ แต่จริง ๆ แล้ว “เมื่อคุณรักใครซักคนจริง ๆ คุณรักเขาทั้งๆที่มีข้อบกพร่องไม่เพียงเพราะคุณสมบัติที่ดีของพวกเขา”? ตอนนี้คุณรู้สึกเพียงพอแม้จะไม่ได้ทำพิธีกรรม ไม่ใช่เพราะพิธีกรรมของคุณแล้วถ้าวันนี้คุณไม่มีเวลาอยู่เงียบๆ สัก 30 นาทีล่ะ คุณจะยังรู้ว่าคุณยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามและใช้งานได้จริง แค่ว่าเมื่อคุณใช้เวลาสามสิบนาทีจดจ่ออยู่กับลมหายใจ มันก็จะยิ่งเพิ่มพลังให้ตัวเองที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว การนั่งสมาธิเป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อมในการยกระดับปัญญาวิญญาณสู่การเปลี่ยนแปลงสุขสภาวะจิต

  • พลังจิตของเราเป็นสิ่งที่จำเป็น

    พลังจิตของเราเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อกำลังวิญญาณจิตเชื่อมโยงกับ #สมองวิธีคิด ถ้าสมองดีจิตดีจิตจะดี จะแจ่มใสเบิกบานผู้นั้นต้อง #มีสมองที่ดี แตกฉานด้านปัญญา กำลังของสมองนี้จะส่งคลื่นที่ดีไปยัง #จิตและยกกำลังให้จิตมีพลัง จากนั้นจึงสั่งจิตให้โชคดีในสิ่งที่อันควรของกำลังวิญญาณ บางคนบรรลุธรรมได้เพราะสมองเชื่อ และสั่งจิต โปรดระวังคลื่นสมองของคุณใช้ของสำคัญนี้ เชื่อมต่อกับสภาวะที่สูงกว่าเช่นสภาวะพุทธะ คำสอนครูบาอาจารย์อยู่ใกล้คนที่ฉลาด จะทำให้คุณได้รับนิวรอน แห่งปัญญาญาณ

  • การที่ครูกล้าเตือนคือ “พร” อย่างหนึ่ง

    #ถึงประตูแห่งธรรม ๑๐/๑/๖๙ การที่ “#ครูกล้าเตือนเรา” (แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเตือนผ่านสื่อ) ถือเป็นวาระพิเศษทางพลังงาน ที่เราควรตระหนักดังนี้ การหยุด “พลังงานรั่ว” ที่ครูกล้าเตือน เพราะท่านเห็น “จุดรั่ว” ในสนามพลังงานของเรา(เช่น การเพ่งโทษ การผิดสัจจะ หรืออีโก้) #การเตือนคือการช่วยอุดรอยรั่วก่อนที่บุญบารมีของคุณจะไหลออกจนหมด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” หรือชีวิตติดขัด บททดสอบ “มารสอบอัตตา”: เมื่อถูกเตือน จิตของเราจะเกิดปฏิกิริยาทันที หากเรารู้สึกโกรธ ขัดใจ หรือไม่ชอบใจ นั่นคือ มารทดสอบ ที่กำลังทำงาน หากเราก้าวข้ามความโกรธไม่ได้ เราจะเกิด พลังงานยัน #ทำให้บารมีที่ควรจะเปิดกลับถูกปิดกั้นลง ความเมตตาจากภพที่สูง การเตือนคือการ “#ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของคุณตาสว่าง ครูที่กล้าเตือนคือครูที่ยอมเสี่ยงต่อการถูกโกรธเพื่อช่วยให้ศิษย์พ้นจากสภาวะ ญาณบอด #การที่ครูสื่อสารออกมาแล้วตรงกับสภาวะของคุณพอดี เป็นเพราะ เทวดาประจำตัว ของคุณไปเชื่อมกระแสเพื่อให้ครูช่วยดึงเราออกจากวิบากกรรม กุญแจสู่ “พลังงานไหล”: หากเราน้อมรับคำเตือนด้วย ใจเบา ใจสบาย และนำไปปรับปรุง (บันทึกจิตใหม่) สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านเป็นแรงดึงดูดทันที ทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามที่เทวดาเตรียมไว้สามารถไหลเข้าสู่ชีวิตได้ #วิธีปฏิบัติเมื่อถูกครูเตือน อย่าส่งจิตออกนอก:…

  • 7 กฏจิตวิญญาณของความสำเร็จ

    #กฎของศักยภาพที่บริสุทธิ์(The Law of Pure Potentiality)ใช้เวลาอยู่เงียบๆ แค่อยู่ฝึกสมาธิ ครั้งละ 30 นาที 2 ครั้งต่อวัน สังเกตปรัชญาในชีวิตต่างๆอย่างเงียบ. ฝึกการที่จะไม่ตัดสิน(practice non-judgement) #กฎของการให้(The Law of Giving)แต่ละวัน ให้ของขวัญกับใครก็ตามที่คุณเจอ อาจจะเป็น คำชม หรือ ดอกไม้รับของขวัญอย่างยินดีให้รักษาความมั่งคั่งให้หมุนเวียนโดยการให้และรับ ความห่วงใย ความชอบพอ ความซาบซึ้งเห็นคุณค่า และ ความรัก ระหว่างกัน #กฎของกรรม(The Law of Karma)ทุกๆการกระทำจะสร้างแรงหรือพลังงานที่จะย้อนกลับมาในลักษณะคล้ายๆกันการเลือกการกระทำที่จะนำความสุขและความสำเร็จไปให้ผู้อื่น จะเป็นการรับรองว่าจะมีกระแสของความสุขและความสำเร็จกลับมาหาคุณ #กฎของการพยายามน้อยที่สุด(The Law of Least Effort)ยอมรับผู้คน สถานะการณ์ เหตุการณ์ ต่างๆ ในแบบที่เป็นมีความรับผิดชอบต่อสถานะของคุณ ต่อเหตุการณ์ทุกๆอย่างที่อาจจะเป็นปัญหาปล่อยวางความต้องการที่คุณจะเถียงอธิบายมุมมองของคุณ #กฎของความมุ่งมั่น(The Law of Intention and Desire)สิ่งที่ซ่อนอยู่ในทุกๆความมุ่งมั่นปรารถนา คือ กลไก สำหรับการเติมเต็มเขียนรายการของสิ่งที่คุณปรารถนาเมื่อสิ่งต่างๆไม่ได้เป็นไปตามที่คุณคิด ให้เชื่อว่ามันมีเหตุผลของมัน #กฎของการปล่อยวาง(The…

  • เทวดาประจำตัวมีจริงหรือไม่ คืออะไร

    เทวดาประจำตัวตอบว่ามีจริง แล้วคืออะไร  การอธิบายในเนื้อหานี้ คือรูปธรรมทางพลังงานชนิดหนึ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของมนุษย์ คำว่าเทวดาประจำตัวถูกจำกัดความในความหมายของภาษาเรียก เพียงเท่านั้น และแนวการปฏิบัติของสิ่งที่ถูกเรียกชื่อหรือความเชื่อ          ทั้งหมดนี้จะสามรถไขปริศนาได้ให้ท่านได้เมื่อท่านได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งพลังงาน หรือมีโอกาส ได้รู้จักเทวดาประจำตัว แล้วเท่านั้น ท่านจึงจะทราบความหมายของสิ่งๆนั้น ได้ด้วยตัวท่านเอง

  • จงพัฒนาปัญญา

    จงพัฒนาปัญญาให้รู้ทุกมิติมัวแต่อยู่มิติที่ 5ไม่ขึ้นไม่ลง#มันจะบ้าความรัก#บ้าความสมบูรณ์ขึ้นลงสติด้วยการพิจารณาความจริงของเรื่องบ้าง #ตั้งสติ