“ล้างสัญญาเก่า” บันทึกจิตใหม่เพื่อเชื่อมต่อสายใยครู

#ธรรมชั้นครู🚩🚩
๑๘/๑/๖๙

การบันทึกจิตใหม่เพื่อเชื่อมต่อสายใยครู คือการ “ล้างสัญญาเก่า”
ที่เคยผิดพลาด และ “สถาปนาสัจจะใหม่” เพื่อให้กระแสบารมีไหลผ่านท่อพลังงานได้อีกครั้ง

ให้เตรียมน้ำสะอาด 1 แก้ว วางหน้าพานอธิษฐาน (หรือหิ้งพระ)
นั่งหลังตรง ยิ้มที่มุมปากเพื่อให้จิต เบา สบาย แล้วกล่าวตามดังนี้
#บทบันทึกจิตใหม่เชื่อมต่อสายใยครู

(มิติที่ 5) (ตั้งนะโม 3 จบ)

“ข้าพเจ้า (บอกชื่อ-นามสกุล) ขอน้อมนิ่งดวงจิตสู่สภาวะที่ว่างและบริสุทธิ์ ขอนอบน้อมต่อบารมีรวมของครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ในสายธรรม และเทวดาประจำตัวของข้าพเจ้า

หนึ่ง… ข้าพเจ้าขอยอมรับผิดอย่างไม่มีเงื่อนไข หากที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยมี จิตปรามาส เคย นินทา เพ่งโทษ หรือมีใจที่ดื้อรั้น ไม่รู้จักครู ไม่เห็นความเมตตาในคำดุสอน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมขอขมาและขอให้เทวดาช่วยถอนสัญญากรรมลบๆ เหล่านี้ทิ้งไปจากดวงจิตของข้าพเจ้า ณ บัดนี้

สอง… ข้าพเจ้าขอเชื่อมต่อสายใยบารมีใหม่ด้วย ‘สัจจะบารมี’ ข้าพเจ้าจะตั้งมั่นในวาจาสิทธิ์ พูดคำไหนทำคำนั้น และจะใช้สัจจะนี้เป็นเครื่องมือในการขัดเกลาตนเอง เพื่อให้ภาชนะใจของข้าพเจ้าใสสะอาดพอที่จะรองรับเมตตาธรรมจากครู

สาม… ข้าพเจ้าขอนำความ ‘กตัญญู’ มาเป็นท่อส่งพลังงาน ข้าพเจ้าจะระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ช่วยส่องทางสว่างและอุดรอยรั่วทางบุญให้ข้าพเจ้า ขอให้กระแสบารมีจากครูไหลผ่านดวงจิตของข้าพเจ้า เพื่อไปสร้างคุณงามความดีและดึงดูดทรัพย์ใหญ่ในยุคศิวิไลซ์

สี่… ข้าพเจ้าขอวางจิตให้ ‘เบา สบาย’ ไม่ว่าครูจะดุสอนหรือชี้แนะสิ่งใด ข้าพเจ้าจะน้อมรับด้วยใจที่เป็นบวก ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าทุกสิ่งที่ครูมอบให้คือความปลอดภัยและการชี้ทางรอดในมิติที่ 5 นี้

#ขอให้สายใยบารมีของข้าพเจ้ากับครูบาอาจารย์จงเชื่อมติดสนิทกันนับแต่บัดนี้

ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากสภาวะ ญาณบอด มีดวงตาเห็นธรรมและเห็นทางทรัพย์อย่างแจ่มชัดด้วยเทอญ”

🚩🚩🚩#ข้อปฏิบัติหลังการบันทึกจิต
ดื่มน้ำปรับธาตุ: ดื่มน้ำที่อธิษฐานทันที เพื่อให้พลังงานใหม่ซึมซับเข้าสู่เซลล์ในร่างกาย
หยุดนินทาเด็ดขาด 7 วัน: เพื่อเป็นการ “บ่มจิต” ให้สายใยที่ต่อใหม่แข็งแรงขึ้น หากทำได้คุณจะรู้สึกว่าใจเบาขึ้นอย่างประหลาด

✅✅ เฝ้าสังเกต “สังหรณ์ใจ”: เมื่อสายใยติดแล้ว #ครูบาอาจารย์จะสื่อสารผ่านความรู้สึกหรือเหตุการณ์ที่นำทางคุณไปสู่สิ่งที่ดี

การบันทึกจิตใหม่คือการเริ่มต้นด้วยความ นอบน้อมและสัจจะ เมื่อใจเรากลับมา เบา สบาย สายใยนี้จะไม่มีวันขาด และบารมีจะคุ้มครองคุณไปตลอดปี 2026

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • บทบาทของการชี้นำจากสวรรค์ในการตัดสินใจที่ถูกต้อง

    #บทบาทของการชี้นำจากสวรรค์ในการตัดสินใจที่ถูกต้องบางครั้งในชีวิตคุณมาที่ทางแยก แล้วบอกตัวเองว่าควรไปทางซ้ายหรือควรไปทางขวา? #เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราเลือกคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง? หากคุณกำลังเผชิญกับทางแยกในชีวิตของคุณในวันนี้ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับง่ายๆสี่ข้อที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้อง: 1. #อธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่าเพียงแค่ขอให้พระเจ้าช่วยคุณ แต่จงเปิดใจรับการนำทางจากสวรรค์จริงๆ ทำสิ่งนี้โดยหายใจเข้าลึก ๆ สามครั้ง หลับตา เคลื่อนเข้าสู่หัวใจ แล้วถามพระเจ้าว่าไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับคำตอบทันที บ่อยครั้งที่เราผลักสิ่งต่าง ๆ ออกไปจากเราเพราะเราต้องการมันมากเกินไป หายใจเข้าในคำถามและยอมจำนนต่อคำตอบ การตัดสินใจที่ถูกต้องจะถูกเปิดเผยให้คุณทราบหากคุณถามคำถาม 2. #ให้ความสนใจมักจะมีสัญญาณรอบตัวเราที่พยายามจะบอกเราว่าใช่! หรือไม่! แต่เราคิดถึงพวกเขาเพราะเรายุ่งเกินไปและไม่ “ได้ยิน” ว่ายังคงเสียงเล็กๆ ที่พยายามจะชี้นำเรา ช้าลงหน่อย. หาเวลาให้กับตัวเองเป็นประจำและติดต่อกับภูมิปัญญาภายในของคุณเพื่อที่คุณจะได้ตระหนักถึงสัญญาณที่วิญญาณกำลังพยายามทำให้คุณพลาดอยู่เสมอหนึ่งสัญญาณที่จะใส่ใจกับเป็นขนลุกหรือหนาวสั่น หากคุณกำลังคิดเกี่ยวกับบางสิ่งและรู้สึกหนาวสั่น ทูตสวรรค์ของคุณยืนยันอย่างชัดเจนว่าคุณมาถูกทางแล้ว หากคุณกำลังคิดเกี่ยวกับบางสิ่งและรู้สึกปวดหัวหรือเริ่มรู้สึกไม่สบาย นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณมาไม่ถูกทาง ทุกครั้งที่ฉันปวดหัว ฉันมักจะตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการตัดสินใจที่ฉันกำลังพยายามทำเกี่ยวกับบางสิ่งหรือไม่ และหากมี ฉันรู้ว่าอาการปวดหัวเป็นสัญญาณสำหรับฉันที่จะไม่ก้าวไปข้างหน้า บ่อยครั้งร่างกายและอารมณ์ของเราเป็นอีกทางหนึ่งที่วิญญาณ/เทวดาพยายามจะนำทางเราไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไปในทิศทางที่ถูกต้อง 3. #ความหลงใหลโดยปกติเส้นทางที่คุณควรเดินไปจะทำให้คุณสว่างไสวเหมือนต้นคริสต์มาส หรือจะระเบิดความตื่นเต้นอย่างดอกไม้ไฟในวันที่ 25 ธันวา เส้นทางที่คุณควรหลีกเลี่ยงมักจะรู้สึกราบเรียบและไร้ความรู้สึกลองพูดคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับการตัดสินใจที่คุณต้องทำและขอให้พวกเขาใส่ใจกับน้ำเสียงและการแสดงออกทางสีหน้าของคุณ บางครั้งคำตอบอาจซ่อนอยู่ในภาษาของคุณและบุคคลอื่นสามารถระบุได้อย่างง่ายดาย เพียงตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคคลนั้นสามารถคัดค้านได้และพวกเขาไม่มีส่วนได้เสียส่วนตัวในผลลัพธ์ 4. #เห็นภาพมันเทคนิคคือการสร้างภาพ ให้เห็นภาพรายละเอียดที่เล็กที่สุดในแต่ละเส้นทางแยกจากกัน เหมือนกับภาพยนตร์ที่กำลังแล่นอยู่ในหัวของพวกเขา พวกเขาจินตนาการสิ่งที่ชีวิตของพวกเขาจะเป็นเช่นหากพวกเขาเลือกเส้นทางที่ 1 ให้ความสนใจใกล้เคียงกับวิธีที่พวกเขารู้สึกจากนั้นให้พวกเขาทำเช่นเดียวกันกับเส้นทาง # 2 จากนั้นเราร่วมกันประมวลผลข้อดีและข้อเสียของแต่ละเส้นทาง และหลายครั้งก็ปรากฏชัดว่าเส้นทางใดเป็นผลดีสูงสุดของพวกเขา บางครั้งการรู้ว่าคุณไม่ต้องการอะไรก็สำคัญพอๆ กับรู้ว่าคุณต้องการอะไร เส้นทางที่คุณเลือกคือการยืนยันสิ่งที่คุณไม่…

  • ยิ่งกายแห่งแสงสว่าง

    #เรื่องของมารทดสอบ ทำความดีมักมีอุปสรรคธรรมสูงขึ้นหนึ่งศอก มารจะสูงขึ้นหนึ่งวาผู้บำเพ็ญจึงให้เห็นเป็นธรรมดา อย่าหวั่นไหว ไม่ท้อถอยถูกทดสอบ….ว่าบำเพ็ญจริง!!!ถูกทดสอบ….เพื่อสะเดาะห์เคราะห์ ลบล้างหนี้เวรกรรมถูกทดสอบ….เพื่อลบล้างความแข็งกระด้าง ยโส โอหังถูกทดสอบ….เพื่อกำหนดรู้ ดีกรี ระดับ มรรคผล #แบบอย่างการทดสอบ สอบประชิดตัว คือ เจ็บป่วยถูกทำร้ายสอบอารมณ์ คือ ถูกทรยศหักหลังสอบรอบนอก คือ ถูกใส่ร้ายขู่ขวัญเป็นความสอบวิปริต คือ จากพรากล้มละลายสอบราบรื่น คือ สมหวังทุกอย่างสอบฝืดขัด คือ มีอุปสรรคบั่นทอน ทุกอย่างสอบพลิกผัน คือ ชะตากรรมผันผวน เช่น รวยแล้วจน สอบทางธรรม เรื่องแปลก ๆ วุ่นวาย…ให้รู้เท่าทัน มุ่งมั่นบำเพ็ญ มารทดสอบจะเลิกราไปเอง  เราชาวพุทธถูกสอนให้เกลียดมารมีอคติกับมารมานาน แต่เราไม่มีความรู้แจ้งจริงว่ามารคือใคร? แท้แล้วมารคือ เทวดาชั้นหกไม่ต่างจากเทพหรอกเขาเป็นชาวสวรรค์เหมือนกันมีอาญาสิทธิ์ อาญาธรรมในการทำหน้าที่ของตนเองเหมือนกัน เป็นธรรมะ ธรรมชาติที่ขาดจากโลกนี้ไปไม่ได้หากขาดแล้วก็จะเสียสมดุล

  • กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า

    #ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปร #กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า#พบแล้วเทวดาประจำตัวการฝึกฝนในห้องเรียนไม่สนภาวะเปลือกนอก(ความแปดเปื้อน) ของจิตเช่นความโกรธความโลภ หรือรัก ความชอบหรือความไม่ชอบแต่จะชี้ตรงไปยังจิตส่วนลึกที่สุดเมื่อตัวรู้(จิต)กับสิ่งที่ถูกรู้(วัตถุ) กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเมื่อจิตกลายเป็นความตระหนักรู้บริสุทธิ์ในความตระหนักรู้อันนี้จะไม่มีภาวะแปลกปลอมจะไม่มีกระบวนการสร้างความคิดและไม่มีมโนทัศน์ด้านคู่ใดๆเกิดขึ้นจิตในระดับลึกที่สุดนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนต่อให้จนถึงที่สุดก็จะนำไปสู่อิสรภาพการฝึก จิตส่วนลึกก็คือการกำจัดอุปาทานทั้งหลายแม้ในระดับละเอียดอ่อนให้สิ้นไปเมื่อนั้นจิตย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธะโลกไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจิตของตนเอง

  • Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต)

    Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต) #แตกต่างจาก Sympathy (ความสงสาร)Sympathy จะเป็นความรู้สึกของความเศร้าโศกหรือเวทนาไปกับผู้ที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบากในบางเรื่องราว…..แต่ Empathy คือการเสียสละ และแสดงออกด้วยการกระทำที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นซึ่งในขณะที่ Empathy จะดูเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปด้านบวก และมีจริยธรรมอันสูงส่ง ทั้งยังมีหลักการในการปฏิบัติที่ดีก็ตามที แต่ก็มีบางคนเชื่อว่า การหยั่งรู้วาระจิตผู้อื่นมากเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายต่อความผาสุกของตัว Empath (ผู้หยั่งรู้วาระจิต) เอง และอันตรายนั้นอาจลามไปถึงระดับโลกอีกด้วยเพราะพฤติกรรมของการหยั่งรู้วาระจิต (Empathy) ที่มากเกินไปนั้น จะไปรบกวนต่อการตัดสินใจที่ควรจะเป็นไปตามเหตุผล ซึ่งสืบเนื่องจากการที่พวก Empath ชอบที่จะใช้หัวใจนำทางมากกว่าสมอง ซึ่งอาจทำให้พวกเขาสูญเสียภาพที่กว้างขึ้นของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวก็เป็นได้ตามหลักจิตวิทยา… Empathy (การหยั่งรู้วาระจิต) แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ1. ‘การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด2. ‘การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’ (หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน3. ‘การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร…