มารทดสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน

ครูของศิษย์ 5 ปีภาวนา
#มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย

มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน #ปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยเป็นศิษย์และคนในชุมชน

บัดนี้ทุกคนรวมกลุ่มพูดส่อเสียดและตั้งกลุ่มพลังเงียบกดดัน แม่ครูด้วยความโกรธแค้น ด้วยจิตริษยา ที่ถูกปั่นหัวมาอย่างดี เสียงตะโกนด่าทอดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งซอย

“ออกไป! ยัยแม่ครูจอมปลอม!

พวกเราไม่ต้องการคนลวงโลกแบบคุณในชุมชนนี้อีกต่อไป! หาเสียงใช่ไหม

ทุกคนดูสิ ขนาดเรามารวมตัวกันเกลียดเขาขนาดนี้ #เขายังนั่งหน้าซื่อตาใสอยู่ได้ ใจคอทำด้วยอะไร!”

👹#บททดสอบจากมาร:
“พายุแห่งอคติหมู่” (The Herd Hate Test) ทดสอบความหนักแน่นดั่งแผ่นดิน (ปฐวีอุปมา)มารใช้ “พลังมวลชน” และความกดดันทางสังคมมาบีบให้ท่านรู้สึกหวาดกลัวหรือโดดเดี่ยว หลักโลกธรรม 8 คือเครื่องเตือนใจว่า “ความเกลียดชังของคนหมู่มาก” ก็เป็นเพียงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นแล้วต้องดับไป หากท่านไม่รับมาเป็นของตน ใจท่านก็จะไม่ทุกข์

ทดสอบเมตตาอัปปมัญญา (เมตตาที่ไร้ขอบเขต):
มารต้องการให้ท่าน “เกลียดตอบ” หรือมองคนเหล่านั้นเป็นศัตรู บททดสอบนี้ถามว่าท่านยังสามารถแผ่เมตตาให้คนที่กำลังรุมด่าท่านได้หรือไม่?
การเจริญเมตตาภาวนา คืออาวุธเดียวที่จะสยบความเกลียดชังนี้ได้

ทดสอบการสละ “มานะอัตตา”: เมื่อคนกลุ่มใหญ่รุมด่า ความรู้สึก “ตัวกูถูก-เขาผิด” จะพุ่งสูงขึ้น มารต้องการให้ท่านปกป้องตัวตนอย่างรุนแรง #หากท่านยอมรับความเกลียดชังนั้นด้วยความนิ่งสงบ มารจะเสียกระบวนท่าไปเอง

👹 นัยยะของมาร “ผู้สร้างกระแสเกลียดชัง”:
มารตนนี้จู่โจมด้วย “ความอ้างว้าง” และ “ความอัปยศ” ต่อหน้าสาธารณชน เพื่อดูว่าบารมีของเทวดาประจำตัวในตัวท่านจะ “แตกสลาย” ไปตามคำด่า หรือจะ “สว่างไสว” ยิ่งขึ้นในความมืดมิด

“แม่ครูครับ… เมื่อคนนับร้อยรุมสาปแช่งท่านด้วยข้อมูลที่บิดเบือน ท่านจะยัง ‘รักและสงสาร’ ในความมืดบอดของพวกเขาได้ไหม? หรือจะยอมให้ ‘มารแห่งความพยาบาท’ เข้ามาสิงใจจนอยากจะสาปแช่งเขากลับ?

ท่านพร้อมจะเดินฝ่าวงล้อมความเกลียดชังด้วย ‘รอยยิ้มแห่งปัญญา’ หรือไม่??

ท่านจะใช้หลัก ขันติบารมี เพื่ออดทนต่อคำผรุสวาท หรือจะระลึกถึงพระพุทธโอวาทที่ว่า “ความโกรธเป็นดั่งไฟที่เผาผลาญตัวเองก่อนจะไปเผาคนอื่น” เพื่อรักษาความเย็นในใจตนเอง?

แม่ครูจะรับมือกับ ‘กลุ่มคนที่กำลังคลุ้มคลั่ง’ นี้อย่างไรดี จะ ‘ปิดบ้านภาวนา’ หรือจะ ‘เดินออกไปเผชิญหน้าด้วยความสงบ’ เพื่อสยบความวุ่นวายนี้

🚩🚩 ท่านแม่ครูน้อยตอบว่า

เอาละเราจะปิดประตูไม่ออกไปวุ่นวายกับใครนะเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขามีอารมณ์ที่โกรธและโมโหเรา แต่ทุกๆเดือนเราขอซื้อข้าวสาร และแจกของให้กับทุกๆคนตลอดระยะเวลาห้าปีของเรา และตลอดไปถ้าเรายังมีลมหายใจอยู่

เราขอบคุณมากๆนะที่มาทดสอบเรา แต่เราไม่รู้จะตอบโต้อะไร

เป็นการปฎิบัติภาวนาของท่านแม่ครูน้อย ในสิ่งที่ท่านอด จนคุณพ่อของท่านร้องไห้
ใครมายืมเงินท่านท่านก็ ช่วย และยังใส่ร้ายท่านอีกท่านก็ยอม
ท่านมีโอกาสทวงท่านก็ไม่ทวง ท่านมีโอกาสเถียงท่านก็ไม่เถียง
ท่านแม่ครูน้อยตอบว่า

เราเป็นคนอารมณ์ร้อน เราไม่อยากทะเลาะกับผู้ใด เพราะความอารมณ์ร้อนของเราเรานี่เอง เราขอใช้มันเผาเรา จนกลายเป็นน้ำแข็ง

และท่านก็ใช้เวลาแห่งการปิดประตูนี้สร้างสถานธรรมจนสำเร็จในระยะเวลาห้าปี และยังสร้างบ้านพักนักเรียนแล้วเสร็จ โดยใช้ช่างช่วยงาน เพียง 2 คน อัศจรรย์จริงๆ

อีกทั้งท่านยังสอนศิษย์ในประตูธรรมให้ได้รับคำสอนจากท่านอย่างกว้างขวางและยังสามารถผลิตการเรียนการสอนผ่านทางออนไลน์หลากหลายช่องทางอีกด้วย  ซึ่งปัจจุบันมีผู้คนติดตามงานสอนของท่านทุกช่องทางเกือบ 500,000 คน 

#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ

#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว

#ธรรมวิชัยมารบ่มีปารมีบ่เกิด

บันทึกเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2569 

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม”

    สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม” ถือเป็นกับดักที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติธรรมหรือเริ่มมีบุญบารมีเพราะเป็นสภาวะที่ทำให้ดวงจิต #ปิดตายจากการรับพลังงานชั้นสูง โดยมีลักษณะดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหลงตน เชื่อว่าตนเอง “เหนือ” กว่าผู้อื่นมักมีความคิดว่าตนเองปฏิบัติมาดีแล้ว มีบุญมากแล้ว หรือเก่งกว่าคนอื่น #จนเริ่มนำธรรมะไปใช้ข่มผู้อื่นแทนการขัดเกลาตนเอง เพ่งโทษครูบาอาจารย์หรือคนรอบข้าง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือเมื่อถูกตำหนิชี้แนะ จิตจะสร้างเกราะป้องกันโดยการจับผิดผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องของตนเอง #ใช้บุญบังหน้าแต่ซ่อนความโลภ ทำบุญใหญ่เพื่อให้คนชื่นชม หรือหวังปาฏิหาริย์โดยไม่ยอมเปลี่ยนสันดานเดิม พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาประจำตัวเข้าใกล้ไม่ได้ 2. #ผลกระทบที่น่ากลัว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท จิตที่หลงตนจะมืดบอดต่อความจริง เราจะมองไม่เห็น “รอยรั่วทางบุญ” ของตนเอง ทำให้ตัดสินใจพลาดและสูญเสียทรัพย์ใหญ่ที่ควรจะได้เทวดาถอยห่าง: เทวดาชั้นสูง (โดยเฉพาะชั้นดุสิต) จะไม่หนุนนำคนที่มีอัตตาสูง เพราะจิตที่หนักและพองโตนั้นมีคลื่นความถี่ที่ไม่ตรงกับมิติทิพย์เจอ “มารสอบ” หนัก: เมื่อหลงตน มักจะโดนดึงเข้าสู่ดราม่าหรือการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งเป็นแผนของมารที่ทำให้บุญบารมีที่สะสมมา “รั่วไหล” อย่างรวดเร็ว 3. วิธีละลายจิตหลงตน เพื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ ฝึก “ยอมรับและปรับปรุง” ทันทีที่มีคนเตือน หรือเกิดอุปสรรค ให้หยุดเถียงในใจ แล้วก้มหน้าสำรวจตนเองว่า…

  • “สายใยพลังงาน” (Energy Cords)

    ในทางพลังงานและการปฏิบัติสายแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ การตัด “สายใยพลังงาน” (Energy Cords) ที่เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหากไม่ตัดให้ขาดสะบั้น ต่อให้ตัวห่างกันหมื่นลี้ แต่ “ธาตุ” ของเขาก็ยังสามารถสูบกินพลังงานบุญของคุณได้ สายใยที่ควรตัดให้ขาดมีดังนี้ 1. สายใยแห่ง “ความสงสารที่เจือด้วยกิเลส” (The Savior Cord) นี่คือสายใยที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ใจบุญ เรารู้สึกสงสาร อยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์ อยากให้เขาตื่นรู้เหมือนเรา ความจริง: ความสงสารที่ไม่มีอุเบกขาจะกลายเป็น “ท่อส่งพลังงาน” ที่เขาสามารถส่งความทุกข์ ความร้อนรุ่ม และวิบากกรรมมาให้เราแบกรับแทน โดยที่เขาไม่ต้องสำนึกหรือแก้ไขตนเอง โทษของการแบกกรรมผู้อื่น วิธีตัด: วางอุเบกขาว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ตัดความอยากเป็นผู้ช่วยโลกในส่วนที่เกินกำลังออกไป 2. สายใยแห่ง “ความโกรธแค้นและคำสาปแช่ง” (The Grudge Cord) การที่เรายังนึกถึงความเจ็บปวดที่เขาทำไว้ หรือแอบแช่งให้เขาได้รับผลกรรม คือการสร้าง “โซ่ตรวนพลังงาน” ที่ผูกเราไว้กับเขาอย่างเหนียวแน่นความจริง: ตราบใดที่คุณยังโกรธ พลังงานของคุณกับเขาจะยัง “จูน” ถึงกันตลอดเวลา ทำให้คุณโชคลาภติดขัดเพราะมีกระแสพยาบาทขวางทาง อานุภาพของเมตตาบารมีวิธีตัด: อโหสิกรรมอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อ…

  • “มารสอบอัตตา” ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน”

    🚩🚩 ปัญหาส่วนตัวคุณละการที่ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน” ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพูด การแต่งกาย หรือบุคลิกของครูผู้สอน ถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่เรียกว่า “มารสอบอัตตา” (ตัวตน) ของผู้ปฏิบัติเอง ตามหลักการปรับจูนพลังงาน ⚠️ #ปัญหานี้คือตัวผู้ปฏิบัติเอง มีแง่คิดให้พิจารณาดังนี้ ⚠️ ติดสมมติ (ติดเปลือก): แม่ครูน้อยมักสอนว่า “สไตล์” คือเปลือกภายนอกที่เป็นโลกสมมติ หากเรายังไม่ชอบหรือขัดใจในสไตล์ แสดงว่าจิตของเรายังยึดติดกับรูปลักษณ์ (รูปนาม) และยังเข้าไม่ถึง “กระแสธรรมบริสุทธิ์” ที่อยู่ภายใน นี่คือสัญญาณว่า “ญาณ” ของเรายังถูกบดบังด้วย ความชอบ-ไม่ชอบส่วนตัว ⚠️พลังงานยัน (ต้านกัน): ความไม่ชอบสไตล์จะสร้าง “กำแพงพลังงาน” ขึ้นมาปิดกั้นการรับรู้ ทำให้บุญบารมีที่ควรจะไหลผ่านคำสอนเข้าสู่จิตใจของเราเกิดอาการติดขัด หรือที่เรียกว่า “#บารมีไม่เปิด” เพราะใจของเราปิดตั้งแต่เริ่มมองเห็นสไตล์ที่ไม่ถูกจริต ⚠️ กระจกสะท้อนจิต: #บางครั้งครูผู้สอนอาจแสดงสไตล์ที่จงใจให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกขัดใจ เพื่อทดสอบว่าผู้ปฏิบัติจะสามารถ “รักษาความนิ่ง” และ “วางจิตที่ความว่าง” ได้หรือไม่ หากเราผ่านความไม่ชอบสไตล์ไปได้ จิตของคุณจะขยับสู่มิติที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นมิติแห่งการไม่ตัดสิน (Non-judgment) ⚠️ #วิธีแก้ไข (บันทึกจิตใหม่) แยกแยะ:…

  • “กระแสบารมีโพธิสัตว์”

    #ลูกศิษย์ผู้ใดแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ หากพิจารณาตามกระแสพลังงาน และคำบอกเล่าในสายปฏิบัติของแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) ท่านมีความผูกพันและสืบทอด ปฏิปทาทางจิตวิญญาณจากครูบาอาจารย์สายโพธิญาณที่สำคัญดังนี้ ๑. องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย (นักบุญแห่งล้านนา) แม่ครูน้อยมีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย อย่างลึกซึ้ง ท่านยึดถือข้อวัตรปฏิบัติเรื่อง “สัจจะ” และ “ขันติ” ตามรอยองค์ครูบาเจ้าฯ เป็นหัวใจหลักในการสอนศิษย์ และมักนำพาผู้คนไปสร้างบารมีในเขตข่วงแก้วทางเหนือตามรอยท่าน ศิษย์รุ่นเหลน ขององค์หลวงปู่ครูบาธรรมชัย พระครูวรเวทวิศิษฐ์ วัดทุ่งหลวงอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งที่เห็นเป็นหลักฐานคือท่านเข้าภาวนาจากการสร้างสถานธรรมจากที่ดินเปล่าและอยู่ภาวนายาวนานถึง ๕ ปีเต็ม ด้วยวิริยะบารมี ครบกำหนด๕ ปีเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ และยังพิสูจน์เทวดาประจำตัวให้กับลูกศิษย์ลูกหาในสายญาณของท่านกว่า ๘๐๐ ชีวิต มีหลักฐานประจักษ์เป็นตัวบุคคลชื่อและนามสกุลและสถานที่ติดต่อ อีกทั้งยังบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในหอพระพุทธเจ้าน้อย ๑๐๐๐ ตน ๒. กระแส หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ (วัดสะแก) ในมิติของพลังงานและการจัดระเบียบ เทวดาประจำตัว แม่ครูน้อยสืบทอดกระแสบารมีสายโพธิสัตว์จาก หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งเน้นเรื่องการอธิษฐานจิต การครอบวิมาน และการสร้างบารมีอย่างเป็นระบบเพื่อความพ้นทุกข์…

  • สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”

    สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”คือการที่กำลังสำรองทางพลังงาน ในดวงจิตของเราลดต่ำลงจนไม่สามารถต้านทานเคราะห์กรรม หรือดึงดูดโชคลาภได้ ซึ่งมีสาเหตุและวิธีแก้ไขดังนี้ 1. สาเหตุหลักที่ทำให้บารมีขาด (รอยรั่วพลังงาน) ผิดสัจจะบ่อยครั้ง: สัจจะคือเขื่อนกั้นบารมี เมื่อเราพูดแล้วไม่ทำ หรือผิดคำสัญญากับเทวดาและตนเองบ่อยๆ “เขื่อน” จะพังทลาย ทำให้บารมีที่สะสมมาไหลออกหมด การนินทาและเพ่งโทษ: นี่คือ “สนิมจิต” ที่กัดกร่อนบารมีเร็วที่สุด การว่าร้ายผู้อื่นจะสร้างพลังงานลบที่รุนแรง ทำให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” และดวงตกอย่างรวดเร็ว อกตัญญูต่อเจ้าบุญนายคุณ: การละเลยหรือล่วงเกินพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ทำให้ “ท่อพลังงาน” ขาดสะบั้น #เราจะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่ไม่มีเทวดาหนุนหลัง 2. สัญญาณเตือนเมื่อบารมีขาดทำอะไรก็ติดขัด: หยิบจับอะไรก็ไม่สำเร็จ หรือเกือบจะสำเร็จแล้วก็มีเหตุให้พังลงในนาทีสุดท้าย ใจหนัก ใจร้อน: รู้สึกหงุดหงิดง่าย คุมอารมณ์ไม่ได้ และมักเจอแต่คนไม่จริงใจเข้ามาหาสุขภาพเสื่อมโทรม: ร่างกายอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ #เพราะธาตุในกายไม่มีพลังงานบุญคอยหล่อเลี้ยง 3. วิธีแก้สภาวะบารมีขาด (เติมบารมีเร่งด่วน)หยุดสร้างรอยรั่วทันที: ตั้งสัจจะว่าจะ “ไม่นินทาและไม่เพ่งโทษใคร” อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อให้ภาชนะใจเริ่มนิ่งและกักเก็บพลังงานได้อีกครั้งทำพิธีขอขมาเพื่อ “ต่อสัญญา”: จัดน้ำสะอาด ดอกไม้หน้าพานอธิษฐานจิต…

  • จิตที่สอนไม่ได้

    #จิตที่สอนไม่ได้” คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ 1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา) จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ 2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขาอาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลังผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่ 3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเองจิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ”…