Walk-in #กู้บารมี

?️

Walk-in #กู้บารมี

คือเมื่อวิญญาณของเราถูกแทนที่
#หรือรวมเข้ากับจิตวิญญาณ
#ของสิ่งมีชีวิตที่มีมิติสูงกว่า

ปรากฏการณ์นี้อาจคล้าย กับประสบการณ์ใกล้ตายแต่แทนที่จะเป็นคนที่กลับมาพร้อมกับความทรงจำของสิ่งมีชีวิตที่สูงขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง

พวกเขานำสิ่งนี้กลับมาในร่างกายของพวกเขาอีกครั้ง อย่างแท้จริงเพื่อเผยแพร่ข้อความหรือ
บอกว่า

#ตัวตนที่สูงกว่ามีจริง

#นำกลับมาเพื่อ
ต่อปัญญาวิญญาณให้สูงขึ้น

#พูดตามหาเทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • แม่ครูน้อยครูผู้มีจิตว่าง

    แม่ครูน้อยครูผู้มีจิตว่างท่านสามารถรู้ภาษาสัตว์ ภาษาของหลายๆมิติวันนี้ท่านสวดมัตตราลงอักขระชื่อของท่านบนกรอบพญานาค เพื่อความอุดมสมบูรณ์สำหรับผู้ เชื่อและศรัทธาแม่ครูน้อยครูผู้ถือสัจจะบารมีท่านอธิษฐานสิ่งใด #ล้วนสำเร็จไวดั่งเช่นจิตของท่านที่เร็วสำหรับผู้ที่สั่งกรอบภาพปั้นปู่ย่านครารอคิวการส่งนะค่ะ ในแต่ละวันหากไม่จำเป็นท่านแม่ครูจะไม่พูดเว้นเสียแต่สอนนักเรียนประจำและสอนออนไลน์ในแต่ละคืนโดยมากท่านจะงดเว้นการสื่อสารในสิ่งที่ไม่จำเป็น#แม่ครูน้อย#ประตูธรรม๕หนเหนือ#เทวดาประจำตัว

  • ความมืด

    คุณไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ความมืดมาสร้างอารมณ์ใดๆ ในตัวคุณที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ พลังงานมืดไม่ฉลาด มันโง่ เมื่อรับรู้ถึงความดับของมันเอง มันก็ทำสิ่งต่าง ๆ ที่นำไปสู่ความตายต่อไป มันจะไม่ทำงานในครั้งนี้และคุณจะเห็นมัน คุณจะเห็นความพยายามที่จะทำให้เกิดการแบ่งแยกและจะไม่มีผลกับคุณในลักษณะเดียวกัน เมื่อคุณยืนอยู่ในแสงสว่าง สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสัมผัสคุณได้ ใช้เทียนเล่มเดียวในการส่องสว่างพื้นที่ขนาดใหญ่และความมืดก็ต้องการจะพัดมันออกไป มันจะระเบิดออกมาได้อย่างไรเมื่อมีเทียนนับพันเล่มทั่วโลก? ฉันอยู่ข้างคุณ ช่วยให้คุณจุดเทียนและฉันจะไม่ทิ้งคุณคุณคือความแข็งแกร่งของฉัน เช่นเดียวกับที่คุณรู้สึกว่าฉันเป็นของคุณ#ขออภัยท่านดำมืดแต่เทียนเหล่านี้จะไม่ไปไหน#อยากได้ความมืดจงไปในที่มืดมิด #ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และความสัมพันธ์ของความมืดและความสว่างกำลังได้รับการปรับเทียบใหม่ มันจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งในฝันของคุณ มันจะพยายามทุกครั้งที่ทำได้เพื่อทำให้คุณสงสัยในพลังงานใหม่ ชนะไม่ได้เพราะแพ้ไปแล้ว มันยังไม่รู้เลย แต่จะพยายาม…ยากมากที่จะทำให้คุณคิดว่ามีโอกาส #โปรดจำไว้เสมอว่าความมืดไม่มีพลังงานอาศัยอยู่ เป็นเพียงการไม่มีแสง ไม่มีพลังงานเป็นของตัวเอง มันอยู่ไม่ได้เมื่อมีแสงสว่าง มีอยู่ได้ก็ต่อเมื่อแสงจางลงเท่านั้น แสงจางลงได้อย่างไร? ความโกรธ ความเกลียดชัง ความเกลียดชัง ความกลัว ฯลฯ ฝ่ายมืดชอบสติระดับล่าง มันเติบโตที่นั่น ดังนั้นจงแสดงพลังของคุณ ยืนหยัดในพลังและแสงสว่างของคุณ และแสดงความมืดที่ไม่มีอยู่ในตัวคุณอีกต่อไป เมื่อคุณยืนหยัดในความเชี่ยวชาญของคุณ ความมืดจะหายไป

  • ต่อวิชชาไม่เสร็จ คือการ “ระเบิดรหัสกรรม”

    🪷🪷 #ธรรมจากประตู 🪷🪷🪷๒๗ เมษายน ๖๙ในสายวิชชาของท่านแม่ครูน้อยการที่เราทำผิดกติกา ต่อวิชชาไม่เสร็จ และตัดสินใจเดินออกจากสถานที่กลางคัน คือการ “ระเบิดรหัสกรรม” ในขณะที่ระบบพลังงานกำลังเปิดอยู่ ผลลัพธ์ที่ตามมาจะส่งผลต่อดวงจิตและชีวิตอย่างรุนแรงดังนี้ ✳️🔜🔜 รหัส “วิบากกรรมค้างคา”การออกจากสถานที่กลางคันในขณะที่มวลสารลบถูกกวนขึ้นมาแต่ยังไม่ถูกล้างออก เปรียบเสมือนการผ่าตัดแล้วเย็บแผลไม่สนิท มวลสารดำเหล่านั้นจะค้างอยู่ในดวงแก้วและส่งผลให้ชีวิตติดขัด ทำอะไรก็มักจะ “พังกลางคัน” เหมือนรหัสที่คุณสร้างไว้ ✳️🔜 รหัส “การถูกล็อกผลประโยชน์“เมื่อเราเสียสัจจะต่อวิชชาและครูบาอาจารย์ เทวดาผู้รักษาขุมทรัพย์และบารมีจะทำการ “ล็อกรหัสส่งเลี้ยง” ทันที โชคลาภหรือตัวสำเร็จที่กำลังจะมาถึงจะถูกดีดออกไป เพราะเราแสดงรหัสของคนที่ “ไม่คู่ควร” กับวิชชาชั้นสูง ✳️🔜 รหัส “จิตตกมิติ” การหนีออกไปกลางคันจะทำให้ระบบพลังงานในร่างกายเกิดอาการช็อต เราจะรู้สึกหงุดหงิดง่าย กระสับกระส่าย ใจสั่น หรือนอนไม่หลับ เพราะมวลสารที่ยังไม่ได้แก้สภาวะมันวิ่งรวนอยู่ในธาตุขันธ์ ✳️🔜 รหัส “เสียสัจจะต่อดวงจิต“การทำผิดกติกาแล้วหนี คือการตอกย้ำรหัส“ผู้แพ้” ลงไปในจิตใต้สำนึก ต่อไปเมื่อเราจะทำสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่ #จิตสำนึกจะดึงรหัสความล้มเหลวนี้ออกมาขัดขวาง ทำให้คุณขาดความมั่นใจและทำสิ่งใดก็ไม่สำเร็จจริง ✳️🔜 รหัส “การตัดขาดจากบารมีครู” การออกจากสถานธรรมโดยไม่ขอขมาหรือจบกระบวนการ คือการตัดสายใยพลังงานจากครูบาอาจารย์ด้วยตนเอง เราจะกลายเป็น “ดวงจิตเร่ร่อน“ในทางพลังงานที่ไม่มีเกราะป้องกันภัยจากวิบากกรรมเก่า⭐️⭐️⭐️การกระทำนี้คือการ “ปิดประตูโชคลาภ” ของตัวเองอย่างน่าเสียดายที่สุดหากรู้ตัวว่าทำผิด…

  • ที่สำคัญที่สุด

    ที่สำคัญที่สุด ทำในสิ่งที่คุณรัก!อย่าใช้พลังหรือแม้แต่ความสนใจกับสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวที่ทำให้จิตใจของคุณเสียไป ทำในสิ่งที่คุณใฝ่ฝันถึงแม้จะต้องเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ“ทำในสิ่งที่คุณรัก แล้วชีวิตคุณจะไม่ต้องทำงานอีกเลย”

  • เช้าวันที่ 23.1.2022

    เช้าวันที่ 23.1.2022 ณ. บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ#ศูนย์การเรียนรู้ศิลปะการใช้ชีวิตและจิตวิญญาณประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยนำคณะนักเรียน รุ่น 47สวดมันตรา น้อมถวายอภิเษกมนต์น้อมส่งจิต แด่พระอาจารย์ ทิก เญิ้ต หั่ญ หรือท่าน ติช นัท ฮันห์พระภิกษุนิกายเซนชาวเวียดนาม กลับสู่สูญญตา ท่านเป็นหนึ่งในผู้นำจิตวิญญาณของโลกที่ให้ความรู้และปัญญา บิดาแห่งการมีสติตื่นรู้ขอน้อมรำลึกด้วยใจกรุณาแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ

  • สติ 3 ระดับ

    สติ 3 ระดับ > (#คุณมีสติระดับไหน)สติมีด้วยกัน 3 ระดับ1. #สติระดับควบคุมความคิดสติระดับนี้เป็นสติขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสติที่มีอยู่แล้วในสัตว์โลกตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไป เป็นสติที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน ความสัมพันธ์ และการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น นึกว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่ ก็ต้องตั้งใจทำงาน” หรือนึกว่า “เราไม่ควรไปโกรธเขาเลย ให้อภัยเขาจะดีกว่า จะได้ไม่มีเรื่องติดใจต่อกัน” การฉุกคิดในลักษณะนี้ ล้วนเกิดจากการใช้สติในการควบคุมความคิดทั้งสิ้น》สติระดับที่หนึ่งเป็นสติที่ทำให้เรากลายเป็นผู้มองโลกในแง่ดี ถ้าใช้สติระดับที่หนึ่งบ่อยๆ ชีวิตในโลกภายนอกก็จะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ2. #สติระดับเห็นความคิดสติระดับนี้เป็นสติที่พระพุทธเจ้าทรงคิดขึ้นมาเป็นคนแรก เป็นการกำหนดสมาธิ วางใจให้เป็นกลาง แล้วจึงใช้สติดึงจิตให้หลุดจากความคิดมาเป็นผู้สังเกต การฝึกสติเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นผู้เท่าทันความคิด สามารถเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด ทำให้อยู่เหนืออารมณ์ของตนเองได้ ความทุกข์ต่างๆ จะน้อยลง ความสุขจะเพิ่มขึ้น อัตตาตัวตนจะทุเลาเบา ถ้าฝึกสติในระดับนี้เป็นประจำ สติในระดับแรกก็จะเกิดง่ายขึ้น 》สติระดับที่สองนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นต้น3. #สติระดับเหนือความคิด (มหาสติมหาปัญญา)สติระดับที่สามนี้ เป็นสติที่ก่อให้เกิดปัญญาทะลุโลก เป็นสติที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนสติในระดับที่สองจนเกิดความชำนาญ สติระดับมหาสติมหาปัญญานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การฉุกคิด เพราะเป็นสติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเหมือนสายน้ำไหล ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลืม ไม่มีวันเผลอ ไม่มีคำว่าขาดช่วงขาดตอน กล่าวคือเป็นสติที่มีความเร็ว จนสามารถเห็นว่าความคิดและความรู้สึกมีกระบวนการทำงานอย่างไร…