พลังหญิง พลังงานชาย และความศักดิ์สิทธิ์

?️? #พลังงานชาย (“ชาย” หรือ“หญิง”)

อาศัยอยู่ในความเป็นจริงภายใต้ กฎหมายของขั้ว
ความเป็นจริงประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะ
เนื่องจากสามารถแสดงประสบการณ์เชิงบวกและเชิงลบได้

?️? #ประสบการณ์เหล่านี้ยอดเยี่ยมสำหรับการสอนจิตวิญญาณ
ให้วิญญาณของมนุษย์ให้ก้าวข้ามบทเรียนชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง
เพื่อที่พวกเขาจะสามารถพัฒนาไปสู่สิ่งมีชีวิตที่รู้แจ้ง
เพื่อให้คุณรู้จักตัวเองในระดับที่ลึกที่สุด คุณต้องสัมผัสกับการแสดงออกของพลังเพศหญิง
และความเป็นชายจากสวรรค์ เพื่อที่คุณจะได้เติบโตทางจิตวิญญาณ และขยายจิตสำนึกของคุณ
ทำให้คุณ “เข้าใจ” ในความดีและความชั่ว

?? #พลังงานของผู้หญิงที่ศักดิ์สิทธิ์คืออะไร?

พลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งเป็น
พลังงานที่มองไม่เห็นอันชาญฉลาด
ซึ่งมีคุณภาพของสัญชาตญาณ
ความเมตตาอารมณ์
ความคิดสร้างสรรค์
การเอาใจใส่
การทำงานร่วมกันความคิดแบบองค์รวม
และการคิดจากสมองซีกขวา
#จากมุมมองของแม่เหล็กไฟฟ้า
พลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งคือพลังไฟฟ้า
และพลังงานของผู้ชายที่ศักดิ์สิทธิ์คือพลังแม่เหล็ก

?? #พลังงานของผู้ชายศักดิ์สิทธิ์คืออะไร?

พลังงานของผู้ชายที่สูงส่ง
เป็นพลังงานที่มองไม่เห็นอันชาญฉลาด
ซึ่งมีคุณภาพของการคิดวิเคราะห์และมีเหตุผล
การแข่งขันความมุ่งมั่นการคิดเชิงเส้น
การกระทำและการคิดสมองซีกซ้าย

?? #ด้วยเหตุนี้คนที่มีคุณสมบัติ
ของพลังแห่งความเป็นชายสูงส่ง
มักจะเก่งในด้านคณิตศาสตร์
และวิทยาศาสตร์ คนส่วนใหญ่ได้รับ
การปรับสภาพให้สนับสนุนพลังแห่ง
ความเป็นชายจากพระเจ้าซึ่งเป็นเหตุผล
ว่าทำไมเราจึงอยู่ในสังคมที่ต้อง
อาศัยคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
เป็นหลักเพื่อทำความเข้าใจชีวิต

?? สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่า
#พลังงานของผู้หญิงที่สูงส่ง
#ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงร่างกายของผู้หญิง
#และพลังงานของผู้ชายจากสวรรค์ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงร่างกายของผู้ชาย
นอกจากนี้ชายหรือหญิงทุกคน
มีทั้งพลังแห่งความเป็นผู้หญิง
และความเป็นชาย #จากสวรรค์ภายใน
ตัวเขาหรือเธอ

?? #สาเหตุพื้นฐาน
ของความทุกข์ทรมานของมนุษย์
ความไม่สมดุลของพลังงาน
ของหญิงและชายจากสวรรค์
เป็นสาเหตุพื้นฐานของความทุกข์ทรมาน
ของมนุษย์
#เพราะมันทำให้เราไม่อยู่ในสภาวะสมดุลและสอดคล้องกับธรรมชาติ

?? ทุกวันนี้เราอาศัยอยู่ในโลกที่พลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าแข็งแกร่งและบิดเบี้ยว
จนทำให้พลังงานของผู้หญิงจากสวรรค์อ่อนแอลง ทำให้ไม่สามารถแสดงออกถึงคุณสมบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

?? #เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่าชายหรือหญิงแต่ละคน
มีทั้งพลังแห่งความเป็นชายและหญิงอันศักดิ์สิทธิ์ในตัวเขาหรือเธอ

อย่างไรก็ตามผู้หญิงมักมีคุณลักษณะของพลังงานของผู้หญิงที่สูงส่ง
และผู้ชายมักจะมีคุณลักษณะของพลังแห่งความเป็นชายที่สูงส่งมากกว่า
การกระทำของผู้ชายที่ทะเลาะกับพลังงานของสตรีศักดิ์สิทธิ์นั้นไร้จุดหมาย
เพราะพวกเขากำลังทำสงครามกับพลังของตัวเองเท่านั้น
นอกจากนี้ยังใช้กับผู้หญิงที่ทำสงครามกับพลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าในตัวเอง

?? เพื่อป้องกันไม่ให้พลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าที่บิดเบี้ยวทำลาย (โลก)
เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างไร
นี้สามารถทำได้โดยการ เรียนรู้วิธีการดูและชื่นชมความงามของธรรมชาติ
และความสมดุลของผู้หญิงที่สูงส่งและพลังงานผู้ชายของพระเจ้า
ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายต้องดูแลพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองอย่างนี้ที่อยู่ในตัวเราเองให้ดี
ผู้หญิงที่ทะเลาะกับตัวเองก็เท่ากับว่ามี ปัญหากับพลังงานชายของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าในตน

๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่
มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิต
ครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ
#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

Similar Posts

  • ความศักดิ์สิทธิ์ของอักขระนาครีย์

    #ความศักดิ์สิทธิ์ของอักขระนาครีย์#และอักขระกูโบ๊ส “เทวดาพูดภาษาอะไร?”มาทำความรู้จัก ภาษา “กูโบ๊ส – กูต๊าบ”เทพยาดาท่านใช้สื่อสารกันภาษา “กูโบ๊ส – กูต๊าบ” #ภาษาของพรหมใช้ คือ กูโบ๊สส่วนภาษาของวิญญาณในภพสัมภเวสี และวิญญาณชั้นต่ำใช้ คือ กูต๊าบ  ในการติดต่อและกระทำพิธีกรรมพวกพรหมชั้นสูงจะใช้ภาษา “กูโบ๊สขั้นสูง” เรียกว่า “ปุริสคาเบ๊ส” พรพรหมชั้นกลางใช้กูโบ๊สแบบ “รอเฟน”พวกพรหมชั้นต่ำและเทพชั้นสูงให้กูโบ๊สแบบ “มินกะเอน” ในการติดต่อสื่อสารและกระทำพิธีพวกวิญญาณเทพชั้นกลางและเทพเจ้าโดยทั่วไป ใช้ภาษา “เช็คราวาตี” ในการติดต่อและกระทำพิธีคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์ยุคดึกดำบรรพ์ใช้อักขระกูโบ๊สจารึกและปราชญ์ทางนิรุกติศาสตร์ลงความเห็นว่า “ภาษากูโบ๊ส คือ ต้นกำเนิดของอักขระเทวนาครีย์” #ในประเทศไทย ยังมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในภาษากูโบ๊ส – กูต๊าบ นั่นคือ ดร.พระธรรมโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ) หลวงพ่อทองอยู่ไปศึกษาสันสกฤตระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมัทราส เมืองมัสราส รัฐทมิฬนาดู ประเทศอินเดียในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “ASHVAGHOSA’S WORK” (งานของท่านอัศวโฆษ) ท่านอัศวโฆษ นี่แหละคือเสาเอกของบวรพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยลูกศิษย์ท่านนามว่า นาคารชุน นำมาปฏิบัติและเผยแพร่ จนกลายเป็นนิกายที่สำคัญไป ซึ่งยึดเอา อวตังสกสูตร เป็นแม่บทของนิกาย คามแตกฉานอย่างกว้างไกลและลุ่มลึกในภาษาสันสกฤตของหลวงพ่อเจ้าคุณ…

  • คุณเป็น light Worker?

    #คุณเป็น lightworker? คุณอาจเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่รู้ตัว ช่างแสงคือสิ่งมีชีวิตที่อุทิศตนเพื่อการเติบโตและส่งเสริมการมีอยู่ภายในและการตระหนักรู้ในตนเองและในผู้อื่น พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนการรักษา# และชอบคิดว่าพวกเขาสามารถตรวจจับพลังงานในการรักษาได้ บ่อยครั้งพวกเขาได้รับการปลุกจิตวิญญาณบางรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตนี้หรือชีวิตในอดีต#คนเหล่านี้จะหลุดออกมาเหมือนมีใจเป็นทอง พวกเขากำลังเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรัก ต่อไปนี้คือ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณกลายเป็นคช่างไฟ (Lightworker)1. #ความเห็นอกเห็นใจของคุณจะมีพลังในขณะที่ทุกคนในโลกแสดงความเห็นอกเห็นใจในระดับหนึ่ง บุคคลบางคนก็มีความเห็นอกเห็นใจมากกว่าคนอื่นโดยเนื้อแท้ Lightworkers คือผู้ที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขามีความสามารถมากขึ้นในการตรวจจับอารมณ์ของผู้อื่น เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของความปรารถนาที่จะรักษาผู้ที่ได้รับความเสียหาย2. #คุณสูญเสียความสอดคล้อง คุณไม่สนใจป้ายที่คนอื่นให้คุณ แทนที่จะสมัครเป็นสมาชิกทางสังคมแบบใดแบบหนึ่ง ช่างทำแสงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องระบุแง่มุมต่างๆ ของชีวิตพวกเขา คุณไม่ได้แต่งตัวเหมือนคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุณไม่ได้แสดงข้อความในลักษณะใดรูปแบบหนึ่ง แม้แต่อัตลักษณ์ทางเชื้อชาติและทางเพศก็หายไป คุณแค่มีตัวตนอยู่ในตัวคุณ3. #คุณรู้สึกในระดับลึก โลกของ Lightworker จะเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก พวกเขาเอาใจใส่ในความหมายที่แท้จริงของคำ: พวกเขาสามารถประสบกับสิ่งที่คนอื่นรู้สึกราวกับว่าคุณได้กลายมาเป็นบุคคลนั้นในขณะนั้น 4. #ผู้คนดึงดูดคุณ – Lightworkers เป็นสัญญาณแห่งแสงสว่างในโลกที่เต็มไปด้วยความมืด ผู้คนสนใจพวกเขาเพราะแสงเล็ดลอดออกมาจากพวกเขา มันง่ายที่จะมองเห็นคนทำงานเบาเพราะพวกเขาจะหลุดออกมาในฐานะเพื่อนเก่า คนที่รู้จักคุณมาหลายปี5. #คุณไม่กลัวความตาย – Lightworkers ไม่กลัวความตาย เนื่องจากพวกเขาเข้าใจว่าความตายมีอยู่ในโลก เช่นเดียวกับทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นธรรมชาติ

  • พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์

    พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มีเมตตากรุณาไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตหรือทำร้ายสิ่งมีชีวิตด้วยความโกรธ แต่บริวารของพวกท่าน ทั้งผู้รักษาธรรม เทวดา นาคมังกร ภูติผี และวิญญาณ จะโกรธเคือง วิญญาณชั่วร้ายและผีร้ายเหล่านั้น เมื่อเห็นเจ้าสวดมนต์ในขณะที่กระทำความผิด จะนำภัยพิบัติและอันตรายมาสู่เจ้า จะทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดมาก จะทำให้เจ้าเดือดร้อน หรือทำให้เจ้าต้องประสบกับความโชคร้ายหรือผลกรรมนานาต่อเนื่อง” “นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!ดังนั้นเจ้าทำตัวเองให้บริสุทธิ์(โดยศีล) ส่วนใหญ่จิตใจของเจ้าต้องบริสุทธิ์ อย่าได้มีมลทินความคิดมิจฉา รักษาความบริสุทธิ์ทางกาย ไม่ปฏิบัติธรรมอันเป็นมลทิน รักษาความบริสุทธิ์ของเจ้าตลอดเวลาอย่าทำผิดวินัยแม้แต่น้อย” #อย่าให้เทวดาหมดความศรัทธาต่อเจ้า#และเจ้าจะไม่ได้รับการปกป้อง

  • พญานาคอันที่จริงท่านชอบทำอะไรกันแน่

    พญานาคอันที่จริงท่านชอบทำอะไรกันแน่ถ้าอยากให้ท่านรักลองมาอ่านเรื่องนี้ 1 ใน 9 ท่านที่น่าสนใจ#มุจลินท์“อันตั้งอยู่ในทิศบูรพาหรือทิศอาคเนย์ แห่งไม้มหาโพธิ์ เสวยวิมุติสุขอยู่ ณ ที่นั้นอีก ๗ วันมุจลินท์นาคราชในกาลนั้นฝนตกพรำตลอด ๗ วัน พญานาคมีนามว่า”มุจลินท์นาคราช”มีอานุภาพมาก อยู่ที่สระโบกขรณี ใกล้ต้นมุจลินท์พฤกษ์นั้น มีความเลื่อมใสในพระศิริวิลาศ พร้อมด้วยพระรัศมีโอภาสอันงามล่วงล้ำเทพยดาทั้งหลาย จึงเข้าไปใกล้แล้วขดเข้าซึ่งขนดกาย แวดวงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ๗ รอบ และแผ่พังพานอันใหญ่ ป้องปกเบื้องบนพระเศียร มิให้ลมและฝนถูกต้องพระกายพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้งล่วง ๗ วัน ฝนหายขาดแล้ว พญานาคก็คลายขนดจำแลงกายเป็นมานพ เข้าไปถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปล่งอุทานวาจาว่า”ความสงัดเป็นสุข สำหรับบุคคลผู้มีธรรมอันเห็นแล้ว ยินดีอยู่ในที่สงัด รู้เห็นตามความเป็นจริง ความไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย และความปราศจากความกำหนัด คือความล่วงกามทั้งหลายเสียได้ด้วยประการทั้งปวง เป็นสุขในโลก ความนำอัสมิมานะ คือความถือตัวออกให้หมดไปเป็นสุขอย่างยิ่ง”ครั้นล่วง ๗ วันแล้ว เสด็จออกจากร่มไม้มุจลินท์ ไปยังร่มไม้เกตุ อันมีนามว่า”ราชายตนะ”อันอยู่ในทิศทักษิณ แห่งต้นมหาโพธิ์ เสวยวิมุติสุข ณ ที่นั้น สิ้น ๗ วัน เป็นอวสาน…

  • มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ผู้ทำลายล้าง

    มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ผู้ทำลายล้างมารข้างนอกคือผู้มุ่งทำลายล้างข้างนอกมารข้างใน คือกิเลสในใจของตนเองเป็นต้นว่าความรัก ความชัง ความหลงซึ่งบังใจเราไม่ให้เกิดปัญญาในเหตุผลเมื่อชนะมารในใจของตนได้แล้วมารข้างนอกก็ทำอะไรไม่ได้ #แกนบัลลังก์ทองสุดยอดพญามารที่ปลอมเหมือนเทวดา  จุดสกัดของลักษณะมารตัวนี้คือจะแฝงลึกที่สุดในจิตของมนุษย์จากนั้นสิ่งใดที่มนุษย์คนนั้นชอบไม่ว่าจะเป็นกิเลสตันหาต่างๆทางโลกหรือความสุขมารตัวนี้จะเข้าไปปิดบังความรู้ที่มาจากพระธรรมหรือเทวดาประจำตัวและจะทำให้ดวงวิญญาณนั้นเพลิดเพลินกับแหล่งทางโลกอะไรที่เป็นความสุขทางโลกมารตัวนี้จะสนับสนุนให้วิญญาณดวงนั้นเกิดมีความสุขและเมื่อวิญญาณดวงนี้เกิดมีความสุขและหลงละเลิงว่าเป็นความจริงแกนบัลลังก์ทองก็จะปิดพระบารมีทำให้เราเหมือนเป็นคนมีเทวดาประจำตัวเหมือนเป็นผู้ที่มี ของรักษา #แต่ปัญญาวิญญาณไม่เกิด รางวัล 1 ปณิธานความดีใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์สาขา เกียรติคุณครูผู้ทำคุณประโยชน์ด้านเผยแผ่ส่งเสริม อนุรักษ์สืบทอดพุทธศาสนาดีเด่น

  • พลังจิต (Gsychergy)

    #พลังจิต (Gsychergy) หมายถึง คลื่นความถี่ของพลังงานความคิด (Pranic Energy) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าบวก (Proton) ไฟฟ้าลบ (Electron) ที่เกิดจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่สมองตอนบน เมื่อบุคคลคิดต่อมนี้ จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น คลื่นนี้อาจจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขบวนการ ทางความคิด (Thinking Process) นั้น คลื่นนี้จะลอยอยู่รอบๆ ตัวผู้คิด เมื่อคิดถึงใคร คลื่นนั้นจะพุ่งตรงไปยัง ต่อมสร้างความคิดของผู้รับนั้น ถ้าผู้รับรับคลื่นความคิดนั้นได้ จะเกิดความคิดเช่นนั้นทันที เรียกว่า เกิดการรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้#บุคคลที่มีพลังจิตสูงบุคคลที่มี พลังจิต สูงคือ บุคคลที่มีสมาธิดี เช่น มีสมาธิอยู่ในขั้นกลางที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ และสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ#การทำงานของ พลังจิตจิตจะทำงานได้ จิตต้องมีเครื่องมือคือ ร่างกายที่เป็นอยู่ของจิต จิตจึงแสดงผลออกมาให้เห็นได้ ส่วนของมันสมอง มีหน้าที่รับคำสั่ง ของจิตคือ ต่อมใพเนียล (Pinial Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆสีแดงอมเทา รูปกรวย เป็นส่วนประกอบของปลายประสาท ต่อมนี้ อยู่ใน…