เหตุผลที่คนตามหาเทวดาประจำตัวก่อนวัยอันควร

เหตุผลที่คนตามหาเทวดาประจำตัวก่อนวัยอันควร #ไม่ต้องรอบารมีเต็ม#ไม่ต้องรอชาติหน้า#ต้องเดี๋ยวนี้#การบายพาสจิตวิญญาณคืออะไร?การเลี่ยงผ่านฝ่ายวิญญาณคือแนวโน้มที่จะข้ามไปยังฝ่ายวิญญาณก่อนเวลาอันควร การเข้าถึงจิตวิญญาณตัวเองในระหว่างที่อายุยังน้อยเพื่อกลับไปเข้าใจและแก้ไขบางสิ่งบางอย่างการเลี่ยงผ่านทางจิตวิญญาณมักเกิดขึ้นเมื่อผู้คนพยายามหลีกเลี่ยงการจัดการโดยตรงกับความเป็นจริงทางโลกต่างๆ ของตนเอง ✅(อารมณ์ที่ไม่ได้รับการแก้ไข ความทรงจำ และความท้าทายส่วนตัวและชีวิต)???#อาการหลุดพ้นทางวิญญาณอาการเบื้องต้นของการเลี่ยงผ่านจิตวิญญาณ (การบายพาส) ได้แก่:✅? เราใช้การเข้าถึงความเชื่อและการปฏิบัติทางจิตวิญญาณเพื่อหลีกเลี่ยงบาดแผลที่ไม่ได้รับการแก้ไขและความรู้สึกเจ็บปวด✅? เราสมควร ให้อภัยใครบางคนก่อนวัยอันควร✅? แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่มีเหตุผล✅? เราประสบกับการแยกตัวอย่างรุนแรงจากการระบุตัวตนของตัวเอง✅? การปราบปรามทางอารมณ์และการทำให้มึนงง✅? ความอดทนอดกลั้นและความเห็นอกเห็นใจ ใครบางคนอย่างไม่สมเหตุสมผลทำให้ดวงวิญญาณของเราเจ็บปวดรวดร้าวและฝังใจ เกินความดีงามต่อผู้อื่นแทนที่จะพัฒนาความลึกทางอารมณ์และความถูกต้อง

เรามุ่งเน้นเน้นบวกมากเกินไป อย่างไม่สมเหตุสมผล✅? การแสดงความโกรธ – ความหวาดกลัวที่ความโกรธสับสนกับการรุกรานและเจตนาไม่ดี?️??? ที่กล่าวมานี้เป็นผลให้คนที่เดินผ่านทางเลี่ยง ไม่ต้องการรู้จักตัวตนภายในมักจะทำงานเพื่อสร้างจิตวิญญาณของพวกเขาจากภายนอกสู่ภายในแทนที่จะทำอย่างอื่น?️?? #ดังนั้นพวกเขาพยายามที่จะประจักษ์ที่คาดว่าผลกระทบของการพัฒนาด้านจิตวิญญาณของพวกเขาเช่นความรักความเมตตาความอดทน, ความรัก, การเคารพผู้อื่น ฯลฯเหตุใดพวกเราหลายคนจึง หันกลับเข้ามาใส่ใจสนใจการบายพาสจิตวิญญาณก่อนวัยอันควร?#โลกที่เราสร้างขึ้นมาทำให้เราหวาดกลัว?#โครงการสมัยใหม่แห่งการค้นพบศักยภาพอันไร้ขอบเขตของการกำหนดตนเอง และการตระหนักรู้ในตนเองและการเติบโตได้สร้างโครงสร้างทางสังคมที่บีบรัดอย่างมาก เราสับสนกับข้อมูล หาหลักไม่พบ? เราค่อยๆ ยอมรับความจริงอันมืดมิดของความพยายามของเราในการพัฒนาโลก ? เราได้ตระหนักถึงผลกระทบของการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อความก้าวหน้าและการพัฒนาที่มีต่อโลกของเราและคนรุ่นต่อไป?️? หาที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณการขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ (โค้ชชีวิต นักบำบัด ฯลฯ) ไม่ได้สะท้อนถึงตัวคุณในทางไม่ดี มีหลายสิ่งที่คุณไม่สามารถทำหรือบรรลุโดยลำพังได้ตลอดเวลา และจิตวิญญาณ/การพัฒนาตนเองและการเติบโตเป็นหนึ่งในมิติที่สำคัญในชีวิต#??????????วิทยฐานะ อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น

Similar Posts

  • สุขลักษณะทางจิตวิญญาณ#จิตใต้สำนึก

    #สุขลักษณะทางจิตวิญญาณ#จิตใต้สำนึก ของคุณเป็นแหล่งสะสมวาสนาสัญญาเดิมที่คุณมีบุญตามวาสนาเก่าและรวมถึงการสะสมวิธีการคิดและวาสนาใหม่ปัจจุบันที่คุณไม่มีโอกาสได้เข้าใจวิธีการทำงานของจิตใต้สำนึกนี้ จิตใต้สำนึกเป็นตัวบงการชั้นสุดท้ายของจิตที่จะบ่งบอกพฤติกรรมนิสัยของดวงวิญญาณที่จะบรรลุธรรม #ลึกที่สุดในชั้นของจิตใต้สำนึกต้องถูกปรากฏผ่านออกมา ให้จิตสำนึกปัจจุบันของเรารับรู้ถึงนิสัยที่นอนเนืองให้ได้มากที่สุดโดยวิธีการฝึกฝนจิต การปฎิบัติธรรมและการเข้าคอร์สจิตวิญญาณอื่นๆ #มีกฎการใช้พลังจิตใต้สำนึกตัวอย่างหลายรายการดังนี้ 1. ต้องรู้จัก การทำงานของมัน2. คัดกรองบุคคลที่คุณจะอนุญาตให้เข้าพื้นที่ชีวิต3. ใช้เวลาในการคบหาผู้คน4. จิตสำนึก ที่ยังไม่ผ่านการฝึกฝนดวงวิญญาณจะไม่สามารถต้านทานพลังงานจิตใต้สำนึกเชิงลบได้ บุคคลเหล่านั้นจะปรากฏนิสัยการทำร้ายจิตใจการกระทำเรื่องเดิมๆซ้ำๆที่เป็นสันดานที่หนาแน่น5. อริยะครูบาอาจารย์ทั้งหลายใช้จิตใต้สำนึกที่เป็นคลังมหาปัญญาเป็นส่วนใหญ่จากการฝึกฝนรูปภายในและเรียนรู้จิตสำนึกปัจจุบันให้ควบคู่กับแหล่งปัญญามหาปัญญา6. จิตใต้สำนึกของคุณเป็นเช่นไรปัจจุบันนี้คือสิ่งที่คุณเป็นอยู่7. จิตใต้สำนึกเมื่อสะสมเรื่องราวที่ดีกว่าและเรื่องที่เป็นอกุศลกว่าจะสร้างพลังจิตใต้สำนึกและช่วยให้ดีดดวงวิญญาณดวงนี้สู่การเปลี่ยนภพ หรือเรียกว่าย้ายจากสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่งหนึ่ง8. จิตใต้สำนึกไม่มีสมองของตัวเองเก็บสะสมทุกเรื่อง9. วิธีป้องกันขยะทางจิตเริ่มต้นจากการใช้เกราะป้องกันและวิจารณญาณตั้งแต่จุดเริ่มต้นรับข้อมูลจากตาที่สาม10. จิตใต้สำนึกเป็นนามเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่ปรากฏเป็นพฤติกรรมนิสัยของบุคคลนั้นนั้น11. คำว่าอย่าไว้ใจตนเองให้มากนั่นก็คืออย่าไว้ใจในจิตใต้สำนึกของตนเอง12. จิตสำนึกดวงวิญญาณที่ผ่านการฝึกฝนแล้วจะเผาขยะทางจิตใต้สำนึกให้หมดสิ้นไปและสามารถดับสัญญาในจิตใต้สำนึกนี่ได้นั่นคือขั้นตอนสุดท้ายของการสิ้นสุดการเป็นดวงวิญญาณ13.เรื่องที่คุณพูดคุย (ถ้าอยากมีปัญญา)ก็ต้องพูดคุยเรื่องการพัฒนาตนเองอยากบรรลุหลุดพ้น ต้องพูดคุยเรื่องแนวทางการปฏิบัติดวงวิญญาณ #จิตใต้สำนึกสำคัญขนาดนี้คุณควรดูแลสุขลักษณะทางจิตวิญญาณของคุณให้ดี จิตดี = จิตสำนึกดีทำดี= จิตใต้สำนึกดีรู้ผิดชอบชั่วดี= จิตสำนึกดีดีประพฤติไม่ดีฉ้อโกงลักทรัพย์ หลอกลวง= จิตสำนึกไม่ดี , จิตใต้สำนึกไม่ดี  อวดดื้อถือดีหยิ่งยโสโอหัง= จิตสำนึกไม่ดี ,จิตใต้สำนึกไม่ดี คิดไม่ดีต่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์= จิตสำนึกไม่ดีจิต, จิตใต้สำนึกไม่ดี ไม่มีความอดทนต่อสิ่งใดเรียนอะไรก็ไม่บรรลุผล= จิตสำนึกไม่ดี ไม่สามารถต้านทานพลังลบจากจิตใต้สำนึกได้ อตัญญู = จิตใต้สำนึกไม่ดี ,จิตสำนึกไม่ดี #ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ผู้รู้สามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้

  • มิตรภาพที่แท้ตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจ

    มิตรภาพที่แท้ตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจถ้าเธอรู้สึกใส่ใจในความเป็นสุขของผู้อื่นอย่างแท้จริงความไว้วางใจก็จะเกิดขึ้นเองนั่นคือพื้นฐานของความเป็นมิตรพวกเราล้วนเป็นสัตว์สังคมเราต้องการเพื่อนเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดตั้งแต่เราเกิดจนกระทั่งเราตายทุกคนจำเป็นต้องอาศัยความรักเพื่อที่จะมีชีวิตรอด แม่เป็นตัวอย่างที่ได้แสดงความรักและความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อเราตอนที่เราเกิด เรากล้ายืนเคียงข้างใครหนึ่งคนแบบสนิทใจหรือไม่ โดยที่เขานั้นไม่ได้สนิทใจต่อเรา ถ้าคำตอบคุณคือ ….กล้านั่นแปรว่า …หัวใจคุณหนักแน่นและยิ่งใหญ่ มากกว่าสิ่งใดจะทำให้ไหวเอน คุณมีแรง ปรารถนาของพรหมวิหาร ที่ชนะใจตนเองหลวงปู่จันทิมา (วัดหัวเสียง) จ.แม่ฮ่องสอน

  • สติ 3 ระดับ

    สติ 3 ระดับ > (#คุณมีสติระดับไหน)สติมีด้วยกัน 3 ระดับ1. #สติระดับควบคุมความคิดสติระดับนี้เป็นสติขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสติที่มีอยู่แล้วในสัตว์โลกตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไป เป็นสติที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน ความสัมพันธ์ และการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น นึกว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่ ก็ต้องตั้งใจทำงาน” หรือนึกว่า “เราไม่ควรไปโกรธเขาเลย ให้อภัยเขาจะดีกว่า จะได้ไม่มีเรื่องติดใจต่อกัน” การฉุกคิดในลักษณะนี้ ล้วนเกิดจากการใช้สติในการควบคุมความคิดทั้งสิ้น》สติระดับที่หนึ่งเป็นสติที่ทำให้เรากลายเป็นผู้มองโลกในแง่ดี ถ้าใช้สติระดับที่หนึ่งบ่อยๆ ชีวิตในโลกภายนอกก็จะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ2. #สติระดับเห็นความคิดสติระดับนี้เป็นสติที่พระพุทธเจ้าทรงคิดขึ้นมาเป็นคนแรก เป็นการกำหนดสมาธิ วางใจให้เป็นกลาง แล้วจึงใช้สติดึงจิตให้หลุดจากความคิดมาเป็นผู้สังเกต การฝึกสติเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นผู้เท่าทันความคิด สามารถเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด ทำให้อยู่เหนืออารมณ์ของตนเองได้ ความทุกข์ต่างๆ จะน้อยลง ความสุขจะเพิ่มขึ้น อัตตาตัวตนจะทุเลาเบา ถ้าฝึกสติในระดับนี้เป็นประจำ สติในระดับแรกก็จะเกิดง่ายขึ้น 》สติระดับที่สองนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นต้น3. #สติระดับเหนือความคิด (มหาสติมหาปัญญา)สติระดับที่สามนี้ เป็นสติที่ก่อให้เกิดปัญญาทะลุโลก เป็นสติที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนสติในระดับที่สองจนเกิดความชำนาญ สติระดับมหาสติมหาปัญญานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การฉุกคิด เพราะเป็นสติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเหมือนสายน้ำไหล ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลืม ไม่มีวันเผลอ ไม่มีคำว่าขาดช่วงขาดตอน กล่าวคือเป็นสติที่มีความเร็ว จนสามารถเห็นว่าความคิดและความรู้สึกมีกระบวนการทำงานอย่างไร…

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • จิต กับวิญญาณแยกได้กันได้หรือไม่

    จิต กับ วิญญาณ 2 สิ่งนี้ต้องแยกกันในที่สุด เหมือนเมล็ดข้าวจิตเปรียบเสมือน ข้าวขาววิญญาณเปรียบเสมือน เปลือกข้าวถ้าจิตกับวิญญาณไม่แยกจากกันมนุษย์ก็จักไม่รู้ความจริงของวิญญาณ ทางการฝึกฝนเรียกว่า การแยกกายแยกจิต แยกรูปแยกนาม (อาจฟังดูง่าย) เมื่อไม่เข้าถึง การฝึกฝนก็เปรียบได้กับการพายเรือในอ่าง

  • คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหา

    คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหาเพื่อจะยัดใส่ตัวเองด้วยความรู้ความสามารถในการใช้เหตุผลทางอนุมานแสวงหาความรู้ทางพระคัมภีร์อยู่ทุกหนทุกแห่งและเรียกการทำอย่างนั้นว่าการปฎิบัติธรรมเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าความรู้และสติปัญญาชนิดนั้นยิ่งมีมากก็ยิ่งมีผลในทางตรงกันข้าม#คือเป็นการสุ่มกองสิ่งกีดขวางให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง การถ่ายทอดความว่างให้กันและกันนั้นไม่สามารถทำได้โดยท่องคำพูดการถ่ายทอดตามความหมายของฝ่ายวัตถุนั้นไม่สามารถใช้การได้กับธรรมะเมื่อเป็นดังนั้น#จิตเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดโดยจิตและจิตเล่านี้ไม่แตกต่างกันเลยการถ่ายทอดและการรับการถ่ายทอดทั้งสองอย่างนี้เป็นความเข้าใจอันเร้นลับที่เข้าใจได้ยากที่สุดจนถึงกับมีไม่กี่คนจริงๆที่สามารถรับเอาได้เมื่อสิ่งที่เรียกว่าความรู้และสติปัญญาเฉลียวฉลาดชนิดนั้นเกิดย่อยไม่ได้ขึ้นมามันก็กลายเป็นพิษขึ้นเพราะมันเป็นได้แต่เพียงของในเครือเดียวกันกับสังสารวัฏเท่านั้นในฝ่ายธรรมอันสูงสุดนั้นไม่มีของชนิดนี้เลยดังนั้นจึงมีคำกล่าวไว้ว่าในคลังแสงสรรพวุฒิแห่งราชาธิปัตย์ของข้าหามีดาบแห่งความเป็นเช่นนั้นใหม่