ประเพณีเดือนยี่

?️?#ประเพณีเดือนยี่ คือ ประเพณีลอยกระทงแบบล้านนาโดยคำว่า ยี่ แปลว่า สอง ส่วน เป็ง แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา ซึ่งตรงกับเดือนสิบสองของไทย#ตั้งธรรมหลวง การตั้งธรรมหลวง หรือเทศน์มหาชาติ ในอดีตเป็นหัวใจหลักของงานยี่เป็ง โดยแบ่งการเทศน์เป็น วันแรกเทศน์ธรรมวัตร วันที่สองเทศน์คาถาพัน ก่อนที่จะเทศน์มหาชาติก็จะเทศน์เรื่องอื่นไปเรื่อย ๆ พอถึงวันสุดท้ายก็จะเทศน์ด้วยคัมภีร์ชื่อ มาลัยต้น มาลัยปลาย และอานิสงส์มหาชาติ รุ่งขึ้นเวลาเช้ามืดก็จะเริ่มเทศน์มหาชาติตั้งแต่กัณฑ์ทศพรเรื่อยไป จนครบทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ซึ่งมักจะไปเสร็ฐเอาในเวลาทุ่มเศษ แล้วจะมีการเทศนธรรมพุทธาภิเษกปฐมสมโพธิ สวดมนต์เจ็ดตำนานย่อ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร และสวดพุทธาภิเษก ปัจจุบันนิยมเทศน์จบภายในวันเดียว?️? การทำรั้วราชวัตร ประตูป่า ประดับโครงซุ้มด้วยทางมะพร้าว ประดับด้วยฉัตร ธง ช่อช้าง ต้นกล้วย ต้นอ้อย ต้นข่า ต้นกุก มาปักไว้ให้ดูเหมือนกับประตูเข้าป่าใครไปทำอะไรกันบ้างในวันนี้ขอให้โชคดีมีชัย

Similar Posts

  • สภาวะ ที่ “จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง”

    ธรรมชั้นครู ๗/๑/๖๙ #บันทึกโดยแม่ครูน้อย สภาวะ ที่ “#จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง” หมายถึง การที่ดวงจิตถูกสะสมด้วยคลื่นความถี่ต่ำและข้อมูลลบ (Toxic คลื่น) มายาวนานจนกลายเป็นโปรแกรมอัตโนมัติที่คอยขัดขวางความเจริญของชีวิต นี่คือลักษณะของสภาวะนี้และวิธี “ชุบพลังใหม่” ให้กลับมาเป็นปกติ1. สัญญาณที่บอกว่า “จิตไร้สำนึก” ของเราเริ่มเสีย#ทำผิดซ้ำซาก: แม้ใจจะรู้ว่าไม่ดี แต่จิตใต้สำนึกจะสั่งให้ทำเรื่องเดิมๆ เช่น ผิดสัจจะบ่อยครั้ง หรือเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจผู้มีพระคุณ ดึงดูดแต่เรื่องร้าย: จิตที่เสียจะส่งคลื่นความถี่ต่ำออกไปดึงดูดวิบากกรรมลบ ทำให้ เงินหนี เจอแต่อุปสรรค และคนโกงเข้ามาในชีวิตอาการ “#ญาณบอด” รุนแรง: ไม่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ มักจะมองความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์เป็นการตำหนิจนเกิดอาการ #เกลียดครูเพราะครูรู้ทัน ร่างกายรับผลกระทบ: มีอาการเหนื่อยล้า ปวดหัว หรืออึดอัดแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ #พลังยัน 2. #สาเหตุที่ทำให้จิตไร้สำนึกเสียการเพ่งโทษและนินทา: การเก็บเอาขยะพลังงานของผู้อื่นมาไว้ในจิตตนเองเป็นเวลานานการอกตัญญูและดูถูกครู: เป็นการทำลายโครงสร้างพลังงานที่สะอาดในดวงจิตอย่างรุนแรงการบันทึกอารมณ์ลบก่อนนอน: ทำให้จิตใต้สำนึกนำเรื่องร้ายไปขยายผลตลอดทั้งคืน 3. วิธีซ่อมแซมและ “ชุบพลังใหม่”แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า แม้จิตจะเสียเพียงใด ก็สามารถกู้คืนได้ในปี 2026 ด้วยกระบวนการนี้ขออโหสิกรรมถอนรากถอนโคน: ทำพิธีขอขมาต่อพระรัตนตรัย พ่อแม่…

  • คุณต้องถ่อมตนรักษา

    คุณต้องถ่อมตนรักษาความชอบส่วนตัวและความเกลียดชังในพื้นหลังหากคุณต้องการค้นพบความเป็นจริงของโลก (ความรู้ทั่วไปเบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิเคราะห์)ภาพลวงตานั้นได้รับความไว้วางใจจากเราเพราะมันช่วยให้เราเจ็บปวดและทำให้เราเพลิดเพลิน ดังนั้นเราต้องยอมรับพวกเขาโดยไม่มีการร้องเรียนเมื่อพวกเขาชนกับความจริงที่พวกเขาถูกทำลายความตั้งใจที่มนุษย์ควรมีความสุขไม่ได้อยู่ในแผนการสร้าง

  • พระโพธิสัตว์ในร่างสตรี

    การที่พระโพธิสัตว์มาปรากฏใน “ร่างสตรี” นั้นมีนัยสำคัญทั้งในทางตำนาน และทางธรรม ดังนี้ 1. เพื่อ “สยบมานะ” และเข้าถึงใจสัตว์โลก ในทางมหายาน พระโพธิสัตว์มักจำแลงกายเป็นสตรีเพื่อลดความแข็งกระด้างของผู้ที่จะไปโปรด เมตตาบารมี: ร่างสตรีเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนโยนและการให้อภัยแบบแม่ (Motherly Love) ซึ่งช่วยให้สัตว์โลกกล้าเข้าหาและรับธรรมะได้ง่ายขึ้น เช่น เจ้าแม่กวนอิม (พระอวโลกิเตศวร) ที่เดิมมีลักษณะบุรุษ แต่เปลี่ยนเป็นสตรีเพื่อโปรดชาวจีนในยุคที่เต็มไปด้วยสงคราม #การเอาชนะราคะ: บางตำนานเล่าว่าพระโพธิสัตว์จำแลงเป็นหญิงงามเพื่อดึงคนหิวกามให้เข้ามาหา แล้วจึงแสดงธรรมให้เห็นถึง “ความไม่เที่ยง” ของสังขารในภายหลัง 2. ตาม “วาระ” และ “กรรม” ของผู้ที่จะโปรด พระโพธิสัตว์จะเลือกกายที่ “เหมาะสมกับภารกิจ” (Skillful Means) #หากต้องโปรดกลุ่มสตรีหรือนางในวัง #การเป็นสตรีจะทำให้คลุกคลีและสอนธรรมได้สะดวกโดยไม่ผิดจารีต ในคัมภีร์ วิมลเกียรตินิเทศสูตร มีบทสนทนาเรื่อง “เพศ” ว่าแท้จริงแล้ว “สภาวะธรรมไม่มีเพศ” การปรากฏเป็นชายหรือหญิง #เป็นเพียงภาพมายาที่พระโพธิสัตว์ใช้สอนธรรมเท่านั้น 3. การบำเพ็ญบารมีในฐานะสตรี (สายเถรวาท) ในทางเถรวาท แม้พระพุทธเจ้าองค์จริงจะเป็นบุรุษ แต่ก่อนจะได้รับพุทธพยากรณ์ #พระโพธิสัตว์สามารถเกิดเป็นผู้หญิงได้ บำเพ็ญในร่างสตรี: ในช่วงที่ยังไม่ได้นับว่าเป็น “นิยตโพธิสัตว์”…

  • #ข้อดี

    #ข้อดี ข้อดี…ของการถูกหักหลังเราจะได้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ข้อดีของการถูกหลอกเราจะได้เข้าใจ…คำที่บอก…ของคนรอบข้างจะได้ใจกว้าง…รับฟังความหวังดีของเขา ข้อดี…ของการผิดหวังทำอะไรครั้งต่อไปให้เผื่อใจมากยิ่งขึ้น ข้อดี…ของการมีทุกข์เราจะได้หาวิธีพ้น…เพื่อเจอความสุขที่หวัง ข้อดี…ของการพ่ายแพ้เราจะได้เตรียมพร้อมให้มากยิ่งขึ้น ข้อดี…ของปัญหาช่วยให้เราหาทางออกและใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ ข้อดี…ของการอยู่โดดเดี่ยวทำให้เรามีจิตใจได้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ข้อดี…ของความจนเราได้อดทน…ใช้ความเพียร…พัฒนายิ่งขึ้นความจน…ทำให้เราเห็นคนจริงใจและได้เห็นว่าใครอยู่กับเรา…ใครเดินจากเราไป ข้อดี…ของการเจ็บป่วยไข้เราจะได้ดูแลสุขภาพของตัวเองมากยิ่งขึ้น ข้อดี…ของการเจอวิกฤตชีวิตเราจะได้เห็นความเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้เห็นความไม่แน่นอน….ที่เกิดขึ้นกับชีวิต 

  • หลักของอารยธรรมสมัยใหม่

    #ความทุกข์ยากหลักของอารยธรรมสมัยใหม่คือการที่เราไม่รู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์ทรมานในตัวเรา และเราพยายามปกปิดมันด้วยการบริโภคทุกประเภท ผู้ค้าปลีกขายอุปกรณ์มากมายเพื่อช่วยเราปกปิดความทุกข์ที่อยู่ภายใน เว้นแต่และจนกว่าเราจะสามารถเผชิญกับความทุกข์ของเรา เราไม่สามารถอยู่และพร้อมสำหรับชีวิต และความสุขจะหลบหลีกเราต่อไป#มีคนจำนวนมากที่มีความทุกข์มหาศาลและไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร สำหรับหลายๆ คน มันเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วทำไมโรงเรียนไม่สอนให้เยาวชนรู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์? ถ้านักเรียนไม่มีความสุข เขาไม่มีสมาธิและเรียนรู้ไม่ได้ ความทุกข์ของเราแต่ละคนส่งผลต่อผู้อื่น ยิ่งเราเรียนรู้ศิลปะแห่งความทุกข์ได้ดีเท่าไร ความทุกข์ในโลกก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น#สติเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะอยู่กับความทุกข์ของเราโดยไม่ถูกครอบงำ สติคือความสามารถที่จะอยู่กับปัจจุบันขณะ รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่นี่และตอนนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเรายกแขนทั้งสองขึ้น เราตระหนักดีว่าเรากำลังยกแขนขึ้น จิตใจของเราอยู่ที่การยกแขนขึ้น และเราไม่ได้คิดถึงอดีตหรืออนาคต เพราะการยกแขนของเราเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ#มีสติ ความหมายคือ มีสติ เป็นพลังงานที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน ยกแขนขึ้นและรู้ว่าเรากำลังยกแขนขึ้น นั่นคือสติ การมีสติในการกระทำของเรา เมื่อเราหายใจเข้าและรู้ว่าเราหายใจเข้า นั่นคือสติ เมื่อเราก้าวและรู้ว่าขั้นตอนต่างๆ กำลังเกิดขึ้น เราก็นึกถึงขั้นตอนต่างๆ สติคือการมีสติในบางสิ่งเสมอ เป็นพลังงานที่ช่วยให้เราตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้และที่นี่ในร่างกายของเรา ในความรู้สึกของเรา ในการรับรู้ของเรา และรอบตัวเรา

  • เมตตาต่อทุกสิ่ง

    มีเมตตาต่อทุกสิ่งคุณรู้หรือไม่ว่าพลังงานความเห็นอกเห็นใจนั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพลังงานทั้งหมด?ใช่ #แข็งแกร่งกว่าความรักด้วยซ้ำ ความรักเป็นเรื่องรอง พอโตก็กลายเป็นความสงสาร คุณสามารถแสดงความเห็นอกเห็นใจแทนการวิพากษ์วิจารณ์ได้ไหม?คุณเห็นอกเห็นใจเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องอดทนได้ไหม?คุณสงสารคนที่ตัดคุณได้ไหม?หรือคนที่โกงทางผ่านสายที่คุณรออย่างอดทน? #คุณจะอยู่กับคนที่ทำให้คุณโกรธกังวล กลัว และเห็นพระเจ้าในพวกเขาหรือไม่? #ปรมาจารย์ที่เดินดินมีระดับสูงสุดของความเมตตาของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด พวกเขามีความสามารถในการปรับพลังงานของผู้อื่นโดยอาศัยระดับความเห็นอกเห็นใจที่พวกเขาสามารถแผ่ออกไปสู่ผู้อื่นได้ นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญและทำไมทุกคนถึงอยากอยู่กับพวกเขา คุณเคยเป็นพวกเขาและคุณจะเป็นอีกครั้งเริ่มด้วยความเมตตา ณ บัดนี้ คุณรู้สึกว่าพระเจ้าผู้สร้างหลักของเรามีเมตตาในทุกสถานการณ์หรือไม่? คุณยังคงรู้สึกว่าจำเป็นต้องเชื่อว่าพระเจ้าจะต้องมีมนุษยธรรมและตัดสิน ลงโทษ หรือเอาผิดต่อความรุนแรงต่อผู้ที่ผิดศีลธรรมในการรับรู้ของคุณหรือไม่? #พระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความรักล้วนเลือกคัดเลือกผู้ที่จะแสดงความเห็นอกเห็นใจหรือไม่? เมื่อคุณสามารถเริ่มประสานคำตอบของคำถามเหล่านี้ที่ประสานกับพลังงานในหมู่พวกเราได้ คุณจะเริ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆ (ทุกสิ่ง) ผ่านมุมมองอื่น คุณจะเริ่มเห็นความสงสารในทุกสิ่งและระบบแห่งความรักที่เกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูดได้