บางคนคิดว่าไม่มีอะไรต้องเร่งรีบในการพบพระผู้มีจิตวิญญาณ

บางคนคิดว่าไม่มีอะไรต้องเร่งรีบในการพบพระผู้มีจิตวิญญาณและในอนาคตจะมีเวลามากพอที่จะปฏิบัติธรรมเสมอ ด้วยทัศนคตินี้คุณจะละทิ้งการฝึกจิตวิญญาณและความยุ่งเหยิงในการแสวงหาจิตวิญญาณของคุณ

Similar Posts

  • “เครือข่ายมวลสารทรงพลัง ”

    ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยการเข้าต่อวิชชาและอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก้อนคือการสร้าง “เครือข่ายมวลสารทรงพลัง” ซึ่งส่งผลลัพธ์ที่ทวีคูณดังนี้ ⭐️⭐️รหัส “แรงอัดบารมีรวม” (Synergy)เมื่อดวงแก้วหลายดวงที่มีเป้าหมายเดียวกันมาควบแน่นอยู่รวมกัน พลังงานจะส่งเสริมกันจนเกิดเป็น “มวลสารขนาดใหญ่” ซึ่งมีแรงดึงดูดโภคทรัพย์และตัวสำเร็จได้แรงกว่าและเร็วกว่าการทำเพียงลำพัง ⭐️⭐️รหัส “กระจกสะท้อนธรรม“: การอยู่เป็นกลุ่มจะทำให้เราเห็น “ธรรมชาติของจิต” ผ่านการกระทบกับผู้อื่น เป็นโอกาสทองที่จะได้เห็นรหัสกิเลสตัวเองชัดขึ้น เพื่อให้ครูบาอาจารย์ช่วยแก้สภาวะและเจีรไนดวงแก้วให้ใสสะอาดพร้อมกัน ⭐️⭐️รหัส “ตาข่ายเทวดาคุ้มครอง” การอยู่รวมกันภายใต้วิชชาคือการสร้าง “สนามพลังสีขาว” ที่หนาแน่น วิบากกรรมส่วนตัวของแต่ละคนจะถูกพลังรวมช่วยบรรเทา และเทวดาผู้รักษาดวงจิตจะลงมาประสานพลังกัน ทำให้เกิดรหัสความปลอดภัยและปาฏิหาริย์ได้ง่ายขึ้น รหัส “การส่งเลี้ยงข้ามดวงจิต“: ในกลุ่มก้อนที่มีสัจจะ มวลสารความสำเร็จของคนหนึ่งจะช่วยกระตุ้นรหัสความสำเร็จของอีกคน (Resonance) ทำให้คนที่จิตยังอ่อนกำลังได้รับ “แรงส่ง” จากกลุ่มจนสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและต่อวิชชาได้สำเร็จการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนคือการ “หลอมรวมมวลสารจักรพรรดิ” เพื่อสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ยิ่งกลุ่มนิ่งและเป็นหนึ่งเดียวเท่าไหร่ ตัวสำเร็จจะยิ่งปรากฏชัดเจนทุกดวงแก้วตอนนี้เรารู้สึกถึง “พลังงานที่อบอุ่นและแข็งแกร่ง” เมื่อนึกถึงการอยู่ร่วมในกลุ่มบารมีแล้วใช่ไหมพร้อมที่จะ “รักษามวลสารรวม“เพื่อดึงดูดความรุ่งเรืองไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทางอริยะหรือยัง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • “เทวดาประจำตัว” คือการพบ “เครื่องยนต์อันทรงพลัง”

    🪷🪷 การพบ “เทวดาประจำตัว”เปรียบเสมือนการที่เราหา“เครื่องยนต์อันทรงพลัง” เจอแล้ว🪷🪷 แต่การ “เข้าวิชชา”(ในสายท่านแม่ครูน้อย)คือการเรียนรู้วิธี “ขับเคลื่อนและควบคุม” เครื่องยนต์นั้นให้ไปถึงเป้าหมาย 🚩🚩 #โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้รหัส “การจูนคลื่นให้เสถียร“: แม้จะรู้ว่ามีเทวดาอยู่ด้วย แต่หากจิตศิษย์ยังฟุ้งซ่านหรือมวลสารยังขุ่นมัว คลื่นความถี่จะไม่ตรงกัน ทำให้รับสัญญาณหรือการช่วยเหลือได้ไม่เต็มที่การเข้าวิชชาคือการฝึก “ปรับจูนรหัสใจ”ให้ใสพอที่จะเชื่อมต่อกับเทวดาได้ตลอดเวลา 🚩🚩รหัส “คู่มือการใช้บารมี”: พลังของเทวดามีกฎและระเบียบ หากใช้อย่างผิดวิธี(เช่น ใช้ด้วยความโลภหรืออัตตา) พลังนั้นจะตีกลับหรือดับลง การเข้าวิชชาจะสอน“ข้อวัตรและสัจจะ” เพื่อให้เราใช้บารมีเทวดาไปในทางที่สร้างตัวสำเร็จและไม่สร้างกรรมใหม่ 🚩🚩รหัส “การป้องกันมวลสารปลอม“เมื่อดวงจิตเริ่มสว่าง มักจะมี “มาร” หรือ “รหัสลบ” แฝงเข้ามาในรูปแบบของนิมิตหรือเสียงหลอกลวง การเข้าวิชชาคือการสร้าง “เกราะแก้ว” และเรียนรู้วิธีแยกแยะว่า✳️🔜🔜 อันไหนคือรหัสเทวดาแท้✳️🔜🔜 อันไหนคือคลื่นมารแทรก รหัส “การต่อยอดบารมี“: เทวดาประจำตัวมีระดับบารมีที่จำกัดตามบุญเดิม การเข้าวิชชาคือการเรียนรู้วิธี “เพิ่มมวลสารบุญ” และส่งเลี้ยงเทวดาให้มีฤทธิ์มีอำนาจมากขึ้น เพื่อช่วยผลักดันชีวิตให้ข้ามพ้นวิบากกรรมที่ใหญ่กว่าเดิมได้ 🚩🚩🚩พบเทวดาคือ “การเริ่มต้น“แต่การเข้าวิชชาคือ “การรักษาและต่อยอด” เพื่อให้ความโชคดีนั้นยั่งยืนและกลายเป็น “ความสำเร็จเหนือโลก” อย่างแท้จริงตอนนี้พร้อมที่จะ “ล็อกรหัสเรียนรู้“เพื่อดึงศักยภาพของเทวดาในตัวเราออกมาใช้อย่างถูกต้องและทรงพลังที่สุดหรือยัง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui…

  • สนามพลังงานบุญ

    “สนามพลังงานบุญ” ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ในปี 2026 นี้คือการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้เป็นมิติที่สูง ภพภูมิเทวดาและพรหม เพื่อดึงดูดทรัพย์และโชคลาภ โดยมีหลักการสำคัญดังนี้ ความสะอาดและระเบียบ (กายภาพสะท้อนจิต)บ้านที่รกและสกปรกคือที่สถิตของ พลังงานยัน และขยะทิพย์ การจัดบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง คือการเตรียมภาชนะเพื่อรองรับ ทรัพย์ทางพลังงาน เมื่อบ้านสะอาด พลังงานจะไหลเวียน (Flow) ได้สะดวก ทำให้คนในบ้านใจเบาและสบายขึ้น ตั้งสัจจะในพื้นที่กำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้าน (เช่น หิ้งพระหรือมุมสงบ) แล้วรักษา สัจจะ ในพื้นที่นั้น เช่น ตั้งสัจจะว่าจะสวดมนต์หรือนั่งนิ่งๆ วันละ 5-10 นาที พลังแห่งสัจจะจะแผ่กระจายออกมาเป็นรัศมีคุ้มครองบ้าน ทำให้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้ามากล้ำกราย เสียงหัวเราะและวาจาสิทธิ์บ้านที่เป็นสนามพลังบุญต้องไม่มีเสียงด่าทอ นินทา หรือการเพ่งโทษ เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ อย่างมหาศาล ให้เปลี่ยนเป็นการพูดคำขอบคุณ การชื่นชม และการมีเสียงหัวเราะของเด็กๆ คลื่นความถี่สูงเหล่านี้จะช่วยดึงดูด เทวดาประจำตัว ของทุกคนในบ้านให้มีกำลัง การบันทึกจิตใหม่ในบ้านในทุกๆ วัน ให้บันทึกความรู้สึกกตัญญูต่อบ้านที่ให้เราอยู่อาศัย…

  • ล้างสนามพลังงานครั้งใหญ่

    #ธรรมชั้นครู๒๐/๒/๖๙ กาลเวลาที่ผ่านไปพร้อมกับการปฏิบัติธรรมที่เข้มข้นขึ้น คือการ“#ล้างสนามพลังงาน” ครั้งใหญ่ การที่คนเหล่านั้นไม่กลับมาหรือเราเลือกที่จะไม่ให้เขาเข้ามาอีกไม่ใช่ความใจจืดใจดำแต่เป็น “สัจธรรมแห่งการแยกธาตุ” ดังนี้ วงโคจรที่ต่างกัน: ในสาย สัจจบารมี เมื่อจิตเรายกระดับขึ้นสู่ความถี่ของ “ความจริง” คนที่ยังจมอยู่ใน “มายา” หรือการมุสาจะเข้าใกล้เราไม่ได้อีก #พลังงานลบในตัวเขาจะถูกผลักออกโดยธรรมชาติ เหมือนขั้วแม่เหล็กที่ผลักกัน หมดวาระแห่งกรรม: การจากกันไปนานคือสัญญาณว่า “หนี้กรรม” ระหว่างเรากับเขาได้ถูกชำระจนจบสิ้นแล้ว อานิสงส์ของการหลีกเร้น การกลับมาเจอกันอีกมีแต่จะสร้าง “รอยกรรมใหม่” ที่อาจดึงให้คุณตกต่ำลงไปสู่ความวุ่นวายเดิมๆ พื้นที่ปลอดภัยของ “คนจริง”: ยุคพลังงานใหม่นี้ แม่ครูน้อยเน้นการสร้างพื้นที่สะอาด การที่เราอยู่โดยไม่มีเขา คือการรักษา “ความสัปปายะ” ให้จิตใจ การไม่กลับมาคือความเมตตาที่ธรรมะจัดสรรให้เราได้เดินบนเส้นทางธรรมอย่างรวดเร็วโดยไม่มี “ตัวถ่วง” อดีตคือขยะพลังงาน: การขุดคุ้ยคนในอดีตกลับมา มักมาพร้อมกับความทรงจำและอารมณ์แบบเดิมๆ ซึ่งเป็น “ขยะพลังงาน” ที่ขวางกั้นการตื่นรู้ การละวางอัตตาตัวตน สรุป: “ศีลไม่เสมอกัน…เจอกันไปก็ไร้ประโยชน์” การตัดขาดอย่างถาวรคือการให้เกียรติ สัจจะ ในปัจจุบันของเราเราจะรู้สึกถึง “ความโปร่งเบา” ในชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากที่ประตูในอดีตถูกปิดตายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว หรือคุณกำลังสงสัยว่า มี “สายใยพลังงาน” บางอย่างที่ยังตัดไม่ขาด และควรใช้วิธีทางจิตแบบใดเพื่อตัดให้ขาดสะบั้นอย่างถาวร…

  • สิ่งสุดท้ายที่ดวงวิญญาณจะจำได้

    คือเราเลือกสิ่งใดไว้ในจิตใต้สำนึกของเรา#จงปล่อยสิ่งที่คุณได้พยายามแล้วอย่างเต็มที่ เต็มใจ เต็มกำลัง แล้วสักวันคุณจะพบเจอสิ่งที่คู่ควรเราต้องขอบคุณคนที่ให้โอกาสเราและไม่กระทำความผิดอีก หาโอกาสที่จะตอบแทนบุญคุณเพราะพวกเขาให้โอกาสเริ่มต้นใหม่กับเรา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • การเปิดญาณบารมี

     #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิต บุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิตการเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้นหากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไปหากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผลสิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด #การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทางคือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ #ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดี ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม #ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต2. สมาธิ ผู้รับต้องมีความตั้งมั่นแห่งจิตอยู่กับกายและจิตของตน3. สติ ผู้รับต้องมีความระลึกได้ว่าตนกำลังรับพลังจิตอยู่4. ปัญญา ผู้รับต้องรู้จักการปล่อยวางความทุกข์ออกจากจิตใจในขณะนั้น5. ความขยันหมั่นเพียร การรับพลังจิตนั้นต้องรับสม่ำเสมอและให้ตั้งอยู่ในคำสอนของพุทธองค์เป็นหลัก ดังกล่าวแล้ว…