ดูไม่ออกว่าการเข้าสมาธิของเจ้าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

⭐️#ดูไม่ออกว่าการเข้าสมาธิของเจ้าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
#การเข้าสมาธิจนได้ฌาน
วิญญาณสามารถออกจากร่างได้ ไปเที่ยวทุกสารทิศ เบื้องล่างดูความวุ่นวายของโลกมนุษย์ เบื้องบนก็สามารถเห็นพุทธภูมิที่สะอาดสงบ

เมื่อเธอสามารถเข้าสมาธิได้ก็ควรยินดี
#แต่การเข้าสมาธิต้องมีจิตแน่วแน่
#ไม่มีความคิดเกิดขึ้น แม้ในขณะจิต ก็จะไม่มีมารภายนอกมารบกวน
❌#หากเกิดปีติขึ้นหนึ่งขณะจิต มารภายนอกก็จะเข้ามาแทรกทันที ถ้าหากเกิดอกุศลจิตขึ้น มารแห่งอายตนะทั้งหกก็จะเข้ามาพร้อมกัน ก็จะรบกวนไม่ให้เธอออกจากสมาธิ

??#นี่แหละที่เขาว่ากันว่าเข้าฌานจนกลายเป็นสติฟั่นเฟือน ก็เป็นสาเหตุอย่างนี้ เธอเห็นอะไรต่าง ๆ ในสมาธิจนรู้สึกสงสาร เกิดจิตเมตตา บอกทางออกให้พวกเขา อย่างนี้คือกุศลจิต แต่ไม่เหมาะที่จะบอกพวกเขามาที่นี่ ด้วยเหตุนี้จึงไม่พ้นที่จะมีจิตเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นบ้าง ชั่วขณะจิตอันนี้เองจึงเป็นการเชื้อเชิญมารภายนอก จนภายหลังเกิดเป็นภาพที่น่ากลัว อันตรายมากนะ หากครูไม่เห็นและมองทะลุ พวกมารก็จะทำให้เธอไม่สามารถออกจากสมาธิ

ลูกเอ๋ย! ต่อไปเธอต้องระมัดระวัง อย่าได้คิดฟุ้งซ่าน #ต้องรู้ว่าที่นี่เป็นตอนสำคัญในการเข้าสู่ธรรม ถ้าพลาดแล้วจะไปไกลมาก
ถามต่อไปว่า ตามปกติที่แม่ครูได้บรรยายธรรมนั้นทำไมบางคนจึงไม่ได้ยินธรรมอันแยบยลเหล่านี้ เพราะอะไรหรือ จึงไม่รู้จะเข้าสู่ธรรมโดยทางนี้ ไม่ทราบว่ายังต้องผ่านขั้นตอนอะไรอีกบ้าง โปรดให้ท่านชี้แนะด้วยเถิด

ตอบว่า ลูกรักเอ๋ย! สิ่งที่เธอยังไม่รู้ คนเหล่านั้นคนฟังธรรมล้วนเป็นผู้โง่เขลา ถ้าหากนำเอาหลักธรรมที่ลึกล้ำเหล่านี้ไปบรรยายให้ฟัง ไม่เพียงแต่เป่าปีให้กระบือฟังเท่านั้น แต่ยังเสียเวลาเปล่า ทั้งยังจะทำให้ญาณทวารของพวกเขาอุดตัน ไม่มีทางได้ปัญญาเห็นธรรม

เพราะฉะนั้นวิธีการบรรยายธรรมให้พวกเขาฟังในระยะเริ่มแรกก็เพียงปรับจิตใจของพวกเขาให้ตรง เมื่อจิตใจตรงแล้ว ญาณทวารก็จะว่างขึ้นเอง เมื่อความโง่เขลาหมดไปแล้ว ค่อยบรรยายถึงขั้นตอนการเข้าสู่ธรรมให้พวกเขา จึงค่อยเข้าใจรู้เรื่องง่ายหน่อย นี่คือสาเหตุที่ไม่ได้บรรยายถึงการเข้าสมาธิ ตลอดจนการบรรลุมรรคผลให้พวกเขาฟัง จะว่าไกลก็ไกล จะว่าใกล้ก็ใกล้เหมือน ๆ กับจะบอกให้ได้ แท้ที่จริงบอกไม่ได้ เรื่องการเข้าสู่สมาธิคือต้องมีบุญกุศลที่มากพอ วิญญาณจึงสามารถออกมาท่องเที่ยวได้ทั่ว แต่อย่างไรก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากกายเนื้อ ถ้าหากเข้าสู่สมาธิแล้ว ไม่สามารถออกจากสมาธิเวลาเพียงไม่นานนัก กายเนื้อก็จะเน่าเปื่อยเหมือนคนปกติทั่วไปหมายความว่าวิญญาณได้ออกจากร่างไปแล้วก็เหมือนคนทั่วไปที่ตาย เวลาผ่านไปไม่กี่วันร่างกายก็จะพังทลาย และจะสลายไปในที่สุด

⭐️⭐️ ดังนั้นในช่วงเวลาที่เข้าสู่สมาธิแล้วก็ต้องหาทางออกจากสมาธิ ให้ปฏิบัติอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จะค่อย ๆ ก้าวหน้า ก็จะสามารถไปถึงขั้นสภาวะของภายนอกกาย อะไรเรียกว่ากายนอกกานก็คืออยู่ข้างนอกของกายเนื้อจะมีกายหนึ่ง ถึงตอนนั้นวิญญาณก็สามารถไปห่างจากกายเนื้อได้ พูดง่าย ๆ คือ ว่าเมื่อเข้าสู่สมาธิแล้วไม่จำเป็นต้องหาทางออกจากสมาธิอีก วิญญาณก็ยังอยู่เป็นดวงไม่แยกแตกสลาย เมื่อถึงขั้นนี้ ก็สามารถหลุดพ้นจากกายเนื้อได้สำเร็จมหาธรรมแล้ว

???#แต่ว่าการที่จะไปถึงสภาวะเช่นนี้ได้ ไม่ใช่เพียงการนั่งฌานให้ลึกหรือไหว้พระสวดมนต์เท่านั้น ยังต้องสั่งสมบุญกุศลให้เต็มถึง 3,000 กุศล ต้องผ่านทุกข์ยากหมดสิ้นทุกอย่าง จึงจะมีความหวัง เธอไม่เห็นหรือเมื่อก่อนพระพุทธเจ้าได้ผ่านมารดีดขวางนานัปการ จึงจะบรรลุธรรม การบำเพ็ญกุศลของเราเวลานี้ นับว่ายังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพระพุทธเจ้า เมื่อกุศลยังไม่ได้สั่งสม ยังไม่ได้ผ่านทุกข์ยาก จะทำให้สำเร็จธรรมนั้น หนทางยังอีกไกลนัก แต่ขอให้มีจิตใจแน่วแน่ ก็จะไม่เปลืองแรงเปล่า ก็อย่างที่เธอสามารถเข้าสู่สมาธิก็เป็นหลักฐานยืนยันได้ ขอให้อดทนบำเพ็ญต่อไป ศิษย์บางคนบำเพ็ญได้ขนาดนี้แล้ว บางคนบำเพ็ญมาคงถึงขั้นสูงกว่าข้าพเจ้าแน่ แล้วเหตุไฉนจึงไม่บรรลุมรรคผลสู่ปทุมอาสน์

⭐️⭐️ ทั้งนี้เป็นเพราะยังไม่หมดเคราะห์กรรม กุศลยังไม่เต็ม ครูมีญาณหยั่งรู้ได้เอง หากแต่ไม่พูดให้ใครฟังเท่านั้น ยังคงแอบบำเพ็ญกุศลอย่างเงียบ ๆ

#แม่ครูน้อย

Similar Posts

  • #ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ผู้คนทำในการเดินทางทางจิตวิญญาณของพวกเขา#เมื่อไหร่จะรู้ความจริง

    #ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ผู้คนทำในการเดินทางทางจิตวิญญาณของพวกเขา#เมื่อไหร่จะรู้ความจริง#ยึดติดกับการปฏิบัติธรรมเรามักชอบเข้าคลาสเดินสมาธิ เราได้รับคำแนะนำให้ฝึกทุกวัน #แต่คนขี้เกียจมักไม่ทำแล้วเราก็จะรู้สึกแย่กับตัวเอง ดังนั้นในที่สุดเราก็เลิกทำทั้งหมดเพราะเราไม่อยากถูกเตือนถึงความล้มเหลวของตัวเอง#คุณเคยเริ่มพิธีกรรมการทำสมาธิทุกวันเพื่อลดความวิตกกังวลของคุณ#เพียงเพื่อจะวิตกกังวลมากขึ้นในวันที่คุณไม่สามารถหาเวลาทำสมาธิหรือไม่? มันเป็นแบบนั้นเมื่อเราพึ่งพาพิธีกรรมเพื่อให้รู้สึกดีกับตัวเอง บางครั้งเราก็ยึดติดกับพิธีกรรมมากเกินไป ครั้งต่อไปที่คุณทำสมาธิทุกวัน #ให้ถามตัวเองว่าคุณกำลังทำเพราะรักตัวเองหรือเพราะกลัวจะไม่ทำ?วิธีง่ายๆ ในการตอบคำถามนี้คือการสังเกตว่าคุณกำลังนั่งสมาธิเพื่อดูแลตัวเองหรือเพื่อให้คุณรู้สึกดีที่ได้ลองเช็คดูจากรายการสิ่งที่ต้องทำ #กุญแจสู่การปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่ดีต่อสุขภาพคือการทำเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ ไม่ใช่เพื่อความสำเร็จหรือเพื่อสร้างคุณค่าในตนเองคุณจำคำพูดที่ซ้ำซากจำเจ แต่จริง ๆ แล้ว “เมื่อคุณรักใครซักคนจริง ๆ คุณรักเขาทั้งๆที่มีข้อบกพร่องไม่เพียงเพราะคุณสมบัติที่ดีของพวกเขา”? ตอนนี้คุณรู้สึกเพียงพอแม้จะไม่ได้ทำพิธีกรรม ไม่ใช่เพราะพิธีกรรมของคุณแล้วถ้าวันนี้คุณไม่มีเวลาอยู่เงียบๆ สัก 30 นาทีล่ะ คุณจะยังรู้ว่าคุณยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามและใช้งานได้จริง แค่ว่าเมื่อคุณใช้เวลาสามสิบนาทีจดจ่ออยู่กับลมหายใจ มันก็จะยิ่งเพิ่มพลังให้ตัวเองที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว การนั่งสมาธิเป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อมในการยกระดับปัญญาวิญญาณสู่การเปลี่ยนแปลงสุขสภาวะจิต

  • 6 สิ่งที่ต้องจำเมื่อทุกอย่างรู้สึกเหมือนกำลังจะผิดพลาด

    อย่ากังวลว่าชีวิตของคุณจะกลับหัวกลับหาง คุณรู้ได้อย่างไรว่าด้านที่คุณคุ้นเคยดีกว่าด้านที่จะมาถึง คุณเคยมีวันที่เลวร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้นหรือไม่? คุณเคยรู้สึกว่าคุณไม่สามารถทำอะไรได้ถูกต้องและทุกการเคลื่อนไหวที่คุณทำดูเหมือนจะทำให้คุณมีปัญหาหรือไม่? หากคุณมีวันที่แย่ หรือแม้แต่เดือนที่แย่ นี่คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อบรรเทา: รู้ว่าสิ่งนี้เกินไป ShaThingsll ผ่านแม้ว่าจักรวาลจะนำเสนอปัญหาให้คุณทีละเรื่อง แต่ให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะผ่านไปในที่สุดบางครั้งชีวิตก็นำพาสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นเกลียวคลื่น และคุณต้องลุยน้ำต่อไปเพื่อให้ลอยได้ ความรู้สึกนี้จะไม่คงอยู่ตลอดไป ดังนั้นจงรู้และไว้วางใจว่าสิ่งที่คุณต้องทำคือค้นหาความแข็งแกร่งของคุณในแต่ละช่วงเวลา เมื่อสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นทุกที่ ความเครียดหรือความกังวลเกี่ยวกับอนาคตอาจเป็นเรื่องง่าย แต่การอยู่กับปัจจุบันและเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปในที่สุด จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายใจ ใช้เวลาเพียงวันเดียว เน้นความกตัญญูกตเวทีเมื่อสิ่งต่างๆ ยุ่งเหยิง ให้หยุด หายใจเข้าลึกๆ และจดจ่อกับสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณ พยายามจดจ่อกับสิ่งที่ใช้ได้ผลในชีวิตของคุณ แทนที่จะจมอยู่กับสิ่งที่ไม่ได้ผล เป็นเรื่องง่ายมากที่จะมุ่งความสนใจทั้งหมดของคุณไปยังจุดที่มีปัญหาในชีวิตของคุณ แต่การถอยกลับและนำความตระหนักรู้มาสู่ทุกสิ่งที่คุณ รู้สึกขอบคุณ สามารถช่วยเปลี่ยนมุมมองของคุณได้ ใช้เวลากับตัวเองบ้างเมื่อสิ่งต่าง ๆ รู้สึกเหมือนกำลังจะผิดพลาด มักจะเป็นสัญญาณว่าการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องเกิดขึ้น บางครั้งจักรวาลท้าทายให้เรามองชีวิตของเราจริงๆ และจัดการกับสิ่งที่จำเป็นต้องไปหากมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน เป็นไปได้ว่าคุณอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตของคุณ อย่าเครียดมากเกินไปเกี่ยวกับ จุดเปลี่ยนที่ อาจเกิดขึ้น เพียงแค่ใช้เวลาเชื่อมโยงภายในและค้นหาว่าความจริงของคุณคืออะไร คิดให้ออกว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อตัวเองในการก้าวไปข้างหน้าคือแล้วค่อยทำทีละขั้น เรียนรู้ที่จะปฏิเสธวิธีที่เร็วที่สุดวิธีหนึ่งที่จะสูญเสียการควบคุมชีวิตของคุณคือการเริ่มตอบตกลงในสิ่งที่คุณไม่ต้องการทำจริงๆ พวกเราหลายคนกลัวที่จะปฏิเสธเพราะเราต้องการทำให้คนอื่นพอใจและเราไม่ต้องการทำให้คนอื่นผิดหวัง แต่การเรียนรู้วิธีปฏิเสธจะทำให้เป็นอิสระได้อย่างมากเมื่อคุณมีเรื่องมากมายเกิดขึ้น หรือเมื่อชีวิตทำให้คุณมีปัญหาทีละเรื่องๆ ก็มักจะเป็นสัญญาณว่าคุณใส่ใจมากเกินไป การเรียนรู้ที่จะไม่บอก คนอื่นจะช่วยให้คุณปลดปล่อยความรู้สึกนี้และจะช่วยให้คุณมีเวลามากขึ้นในการจัดระเบียบตัวเองและรวบรวมสิ่งต่างๆ รู้ว่าเวลาของคุณมีค่าแค่ไหนบางครั้งเราเครียดและหมกมุ่นอยู่กับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ…

  • สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”

    สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”คือการที่กำลังสำรองทางพลังงาน ในดวงจิตของเราลดต่ำลงจนไม่สามารถต้านทานเคราะห์กรรม หรือดึงดูดโชคลาภได้ ซึ่งมีสาเหตุและวิธีแก้ไขดังนี้ 1. สาเหตุหลักที่ทำให้บารมีขาด (รอยรั่วพลังงาน) ผิดสัจจะบ่อยครั้ง: สัจจะคือเขื่อนกั้นบารมี เมื่อเราพูดแล้วไม่ทำ หรือผิดคำสัญญากับเทวดาและตนเองบ่อยๆ “เขื่อน” จะพังทลาย ทำให้บารมีที่สะสมมาไหลออกหมด การนินทาและเพ่งโทษ: นี่คือ “สนิมจิต” ที่กัดกร่อนบารมีเร็วที่สุด การว่าร้ายผู้อื่นจะสร้างพลังงานลบที่รุนแรง ทำให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” และดวงตกอย่างรวดเร็ว อกตัญญูต่อเจ้าบุญนายคุณ: การละเลยหรือล่วงเกินพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ทำให้ “ท่อพลังงาน” ขาดสะบั้น #เราจะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่ไม่มีเทวดาหนุนหลัง 2. สัญญาณเตือนเมื่อบารมีขาดทำอะไรก็ติดขัด: หยิบจับอะไรก็ไม่สำเร็จ หรือเกือบจะสำเร็จแล้วก็มีเหตุให้พังลงในนาทีสุดท้าย ใจหนัก ใจร้อน: รู้สึกหงุดหงิดง่าย คุมอารมณ์ไม่ได้ และมักเจอแต่คนไม่จริงใจเข้ามาหาสุขภาพเสื่อมโทรม: ร่างกายอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ #เพราะธาตุในกายไม่มีพลังงานบุญคอยหล่อเลี้ยง 3. วิธีแก้สภาวะบารมีขาด (เติมบารมีเร่งด่วน)หยุดสร้างรอยรั่วทันที: ตั้งสัจจะว่าจะ “ไม่นินทาและไม่เพ่งโทษใคร” อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อให้ภาชนะใจเริ่มนิ่งและกักเก็บพลังงานได้อีกครั้งทำพิธีขอขมาเพื่อ “ต่อสัญญา”: จัดน้ำสะอาด ดอกไม้หน้าพานอธิษฐานจิต…

  • การที่ครูกล้าเตือนคือ “พร” อย่างหนึ่ง

    #ถึงประตูแห่งธรรม ๑๐/๑/๖๙ การที่ “#ครูกล้าเตือนเรา” (แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเตือนผ่านสื่อ) ถือเป็นวาระพิเศษทางพลังงาน ที่เราควรตระหนักดังนี้ การหยุด “พลังงานรั่ว” ที่ครูกล้าเตือน เพราะท่านเห็น “จุดรั่ว” ในสนามพลังงานของเรา(เช่น การเพ่งโทษ การผิดสัจจะ หรืออีโก้) #การเตือนคือการช่วยอุดรอยรั่วก่อนที่บุญบารมีของคุณจะไหลออกจนหมด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” หรือชีวิตติดขัด บททดสอบ “มารสอบอัตตา”: เมื่อถูกเตือน จิตของเราจะเกิดปฏิกิริยาทันที หากเรารู้สึกโกรธ ขัดใจ หรือไม่ชอบใจ นั่นคือ มารทดสอบ ที่กำลังทำงาน หากเราก้าวข้ามความโกรธไม่ได้ เราจะเกิด พลังงานยัน #ทำให้บารมีที่ควรจะเปิดกลับถูกปิดกั้นลง ความเมตตาจากภพที่สูง การเตือนคือการ “#ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของคุณตาสว่าง ครูที่กล้าเตือนคือครูที่ยอมเสี่ยงต่อการถูกโกรธเพื่อช่วยให้ศิษย์พ้นจากสภาวะ ญาณบอด #การที่ครูสื่อสารออกมาแล้วตรงกับสภาวะของคุณพอดี เป็นเพราะ เทวดาประจำตัว ของคุณไปเชื่อมกระแสเพื่อให้ครูช่วยดึงเราออกจากวิบากกรรม กุญแจสู่ “พลังงานไหล”: หากเราน้อมรับคำเตือนด้วย ใจเบา ใจสบาย และนำไปปรับปรุง (บันทึกจิตใหม่) สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านเป็นแรงดึงดูดทันที ทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามที่เทวดาเตรียมไว้สามารถไหลเข้าสู่ชีวิตได้ #วิธีปฏิบัติเมื่อถูกครูเตือน อย่าส่งจิตออกนอก:…

  • คิดว่าสำคัญมากสำหรับการทำความเข้าใจอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ

    #มาดูกันว่ามันคืออะไร: Lightworkers มีคนที่รู้สึกสำนึกในหน้าที่ที่มีต่อโลกที่จะรักการแพร่กระจาย, การศึกษา, การรักษาและมีสติมากขึ้น พวกเขามีบทบาทสำคัญในความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณของโลกDr. Doreen Virtueจัดหมวดหมู่พวกเขาใน 4 อาณาจักร#ทูตสวรรค์ที่แตกต่างกัน #อาณาจักรเทวดาดินคือ: 1. #เทวดาที่จุติมาคนเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะเช่น- ใบหน้ารูปหัวใจหรือผมสีอ่อน พวกเขามักจะสงบ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และอดทน พวกเขามักจะพกสิ่งของต่างๆ เช่น ล็อกเกตนางฟ้า หนังสือ เป็นต้น เนื่องจากมีความสุภาพเรียบร้อย พวกเขาจึงหางานทำในสาขาต่างๆเช่น การสอน การให้คำปรึกษา การพยาบาล ฯลฯ 2. #องค์ประกอบที่จุติมาองค์ประกอบที่จุติมาสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากในแง่ของรูปลักษณ์ พวกเขาอาจมีผมหยักศก จมูกสั้น หรืออะไรก็ได้ที่แสดงถึงองค์ประกอบของธรรมชาติ บุคลิกของพวกเขามักจะกระฉับกระเฉงมาก พวกเขาชอบเล่น หัวเราะและสนุกสนาน พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับธรรมชาติและสัตว์ พวกเขามักจะทำงานเป็นนักแสดงตลก นักแสดง หรือนักดนตรี 3. #สตาร์ผู้คนพวกเขาเกิดบนโลกใบนี้มีภารกิจในการแพร่กระจายความเมตตา ลักษณะเด่นของร่างกายคืออัลมอนด์หรือตารูปตัวยูคว่ำ ผู้ชายมักจะสูงและผอม พวกเขารู้สึกทึ่งกับยูเอฟโอและเทคโนโลยี พวกเขามักจะทำงานเป็นผู้รักษาพลังงาน 4. #ปราชญ์คนเหล่านี้มีพฤติกรรมที่จริงจังและมีสัญชาตญาณอย่างมาก เหล่านี้รวมถึงผู้ที่เกิดก่อนหน้านี้นักปฏิบัติ สวดมนต์ พวกเขาสนุกกับการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาต่างๆ ยุคในตำนาน กฏแห่งกรรม และอื่นๆ

  • หากคุณขาดวิสัยทัศน์ที่

    #หากคุณขาดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนคุณจะยอมแพ้อย่างง่ายดายเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายระหว่างทางเพราะคุณลืมสิ่งที่คุณเป็นอยู่หลังจากนั้น พัฒนาวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าคุณต้องการอยู่ที่ไหนและอย่าให้อะไรมาหยุดคุณได้ ดูตัวเองว่าคุณอยากเป็นใครคุณพูดอย่างไรคุณเดินอย่างไรคุณมีงานอดิเรกแบบไหน ทำตามหัวใจของคุณและเคารพความสนใจของคุณ ไม่ว่าคุณจะอยากลองอะไรให้รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร #แก่นแท้ของคุณที่อยู่ในอาณาจักรที่สูงขึ้นนี้อาจแยกหรือเดินทางลงไปยัง มิติ ที่ไม่ใช่โลก #แต่สามารถเข้าถึงได้โดยผู้ที่อาศัยอยู่บนโลก นี่คือมิติหรือขอบเขตของตัวตนที่สูงขึ้น #ในดินแดนนี้พลังวิญญาณของคุณ(ซึ่งเรียกว่าตัวตนที่สูงขึ้นเทวดาประจำตัว กายทิพย์ ของคุณ ) สามารถนำทางคุณและทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างคุณได้  เกือบจะเหมือนกับว่าตัวตนที่สูงขึ้นของคุณเป็นคู่มือวิญญาณประเภทหนึ่ง แต่จริงๆแล้วมีแค่คุณเท่านั้น! #ตัวตนที่สูงขึ้นของคุณ ( พลังวิญญาณ ) มีความเข้าใจและตระหนักเกี่ยวกับการเดินทางบนโลกของคุณมากกว่าที่คุณอาศัยอยู่บนโลกซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงสามารถนำทางคุณและกระตุ้นให้คุณก้าวไปข้างหน้า คุณสามารถปรับตัวให้เป็นตัวตนที่สูงขึ้นได้ตลอดเวลาและรับคำแนะนำด้วยความรักจากคุณ! #ก็ต่อเมื่อคุณได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจในระดับที่สูงขึ้นเท่านั้นที่คุณจะสามารถเข้าถึงส่วนนี้ของคุณได้