ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆ

ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆ
เกิดขึ้นเพราะกรรมที่แต่ละตัวตนทำไว้
ฉะนั้น ตนเองจึงเป็น ผู้สร้างชาติคือความเกิดและความสุขทุกข์ของตนแก่ตน

หรือผู้สร้างก็คือตนเอง แต่มิได้ไปสร้างใครอื่น เพราะใครอื่นนั้นๆ ต่างก็เป็นผู้สร้างตนเองด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่มีใครเป็นผู้สร้างให้ใคร และเมื่อผู้สร้างคือตนสร้างให้เกิดก็เป็นผู้สร้าง ให้ตายด้วย ทำไมผู้สร้างคือตนเองจึงสร้างชีวิตที่เป็นทุกข์เช่นนี้เล่า ปัญหา นี้ตอบว่า

?️?#สร้างขึ้นเพราะความโง่ ไม่ฉลาด
คือไม่รู้ว่าการสร้างนี้ก็คือสร้างทุกข์ขึ้น
ถ้าเป็นผู้รู้ฉลาด เต็มที่ก็จะไม่สร้างสิ่งที่เกิดมาต้องตาย

Similar Posts

  • มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า

    มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้าครูอาจารย์เป็นทิศเบื้องขวาบุตรภรรยาเป็นทิศเบื้องหลังมิตรสหายเป็นทิศเบื้องซ้ายคนรับใช้หรือผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นทิศเบื้องต่ำสมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน ถ้าทิศทั้งหลายดังกล่าวไม่ดีเสียโดยมากก็ยากที่จะให้ใครๆที่อยู่ระหว่างกลางดีอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อมองไปเบื้องหน้า ไม่มีบิดา-มารดาเป็นที่ยึดเหนี่ยวมองไปเบื้องขวาก็ไม่พบครู-อาจารย์ที่จะอบรมแนะนำมองไปเบื้องหลังก็ไม่พบญาติพี่น้องผู้หวังดีมองไปเบื้องซ้ายก็ไม่มีสหายที่เป็นกัลยาณมิตร มองไปเบื้องล่างก็ไม่พบผู้ที่รับใช้ให้ความช่วยเหลือมองไปเบื้องบนก็ไม่พบสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดี ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ทางที่ถูกให้ #ตรงกันข้าม มองไปทางทิศไหนก็พบแต่โรงหนัง โรงละคร สถานอบายมุขต่างๆ และบุคคลต่างๆ ที่ชักนำไปทางเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นเหตุชักจูงกันไปในทางเสื่อมเสียต่างๆ แต่ถ้าทิศทั้งหลายดีอยู่โดยมากก็ยากจะเสื่อมเสียได้

  • 13 เหตุผลที่ย่ำอยู่ที่เก่า

     #13 เหตุผลที่ย่ำอยู่ที่เก่า #เหตุผลที่ไม่สามารถก้าวหน้าทางด้านการฝึกจิตหรือปฎิบัติธรรม แม้แต่การเจอเทวดาประจำตัวหรือญาณบารมีของตนเอง  เพราะมนุษย์เป็นรูปแบบวิญญาณที่เชื่อถือไม่ได้เว้นเสียแต่จะผ่านการฝึกฝน เพราะมนุษย์ไม่มีการศึกษาจากผู้รู้หรือครูบาอาจารย์เป็นตัวเป็นตน เพราะมนุษย์ปรุงแต่งกิเลสเพิ่มพูนมากกว่าที่จะเอาขยะออกจากทางจิตใจ เพราะมนุษย์เป็นผู้ศึกษาจากความกลัวจากโลกภายนอกเพื่อเอามาปิดบังปมที่ซ่อนอยู่ภายในใจของตัวเอง เพราะมนุษย์เป็นรูปแบบดวงวิญญาณที่มีความอดทนต่ำ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมและมีสมองอันประเสริฐที่พร้อมไหลไปตามกันตามธรรมชาติของจิตที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ไตรภูมิชนิดกลางที่สามารถกลับกรอกหรอกลิ้นได้มากกว่าภพภูมิอื่นอื่น เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ไม่มีสัจจะต่อตัวเองแม้กระทั่งจะรับปากกับสิ่งใดไว้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่จะโกรธก็ได้เกลียดก็ได้แตกต่างจากภพภูมิอื่น มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีอารมณ์หลากหลาย สิ่งสำคัญนี้ควรจะศึกษาพลังจิตให้กับตัวเองให้รู้เท่าทันอารมณ์  เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มีสมองและโครงสร้างพร้อมต่อการพัฒนาและฝึกฝนสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่สร้างดวงวิญญาณหนึ่งดวงให้ประสพความสำเร็จและในขณะตรงกันข้ามก็ทำลายดวงวิญญาณอีกหนึ่งดวงให้ล้มเหลวและผิดหวังขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ชีวิตของดวงวิญญาณนั้นนั้นเองในระหว่างการดำรงอยู่ในรทางๆนี้  อ่านว่ามนุษย์ผู้พัฒนาดวงวิญญาณอันประเสริฐแล้วเปรียบเหมือนบัวเหล่าที่หนึ่งและสอง หย่อมใช้ชีวิตไม่ประมาท และฝึกฝนหาส่วนประกอบ ชิ้นส่วนของดวงวิญญาณตนเองเพื่อการพัฒนาสูงสุดของบรมวิญญาณ  มนุษย์เป็นสัตว์แปลกประหลาดชนิดเดียวที่มี EGO(อัตตาความกลัวสูง) เอาไว้ใช้ปกป้องตัวเองที่ภาษามนุษย์เรียกกันว่าศักดิ์ศรีมากกว่าที่จะยอมรับความกลัวในตัวเองและพัฒนาเป็นสุดยอดซุปเปอร์อีโก้ต่อไป  #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • ฟังบ้าง โทษของปัญญา

    ฟังบ้าง#โทษของปัญญา บางครั้งนักเรียนก็พูดกับข้าพเจ้าว่า“#ทำไมคนเช่นนี้และคนเช่นนั้นจึงฝึกฝนความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณดีขึ้นกว่ากระผมล่ะ ทําไมล่ะ?ทำไมเขาจึงทำได้? ” ข้าพเจ้าตอบว่า: ” #เขารู้วิธีรับฟัง ”ทุกคนจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้ด้วยการฟังด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้งกับคําปรึกษาง่าย ๆ ที่ได้รับในจรรยาบรรณของทุกศาสนา มันเป็นแกนกลางของความอัปยศความสงสัย ในหัวใจของผู้ฝึกฝน ส่วนใหญ่การฟังของพวกเขาอย่างระมัดระวังเพื่อยุติภูมิปัญญาอัปยศ ที่อวิชชาของยุค #ปัญญาสามารถเกิดขึ้นได้สองทางถ้าฝึกฝนและเข้าใจอย่างชำนาญ การไม่ฟังสิ่งใดทำให้ผลของการศึกษาไม่บรรลุ

  • ราคาแห่งการตื่น

    “#ราคาแห่งการตื่น“ของดวงวิญญาณที่รู้ตัวเพื่อจะพัฒนาไปสู่ #จิตวิญญาณ * คุณจะรู้สึกเจ็บปวด* คุณจะสงสัยตัวเองเป็นพันครั้ง* พวกเขาจะบอกคุณว่าคุณกำลังจะบ้า* คุณจะสูญเสียเพื่อน*บางครั้งครอบครัวของคุณก็ไม่เข้าใจคุณ* ผู้คนจะเกลียดคุณโดยไม่มีเหตุผล* คุณจะพัฒนานิสัยแปลก ๆ* คุณจะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดของคุณ(กลัวอัตตา) และความไม่รู้* คุณจะไม่สนใจว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับคุณ* คุณจะรู้สึกไม่เหมาะกับโลกนี้* คุณจะเลือก* และคุณจะค่อยๆถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง #แต่ทุกอย่างจะคุ้มค่า…ไม่มีใครส่องสว่างตัวเองด้วยการจินตนาการถึงร่างของแสง แต่ด้วยการตระหนักถึงความมืดรอบตัวเราและที่สถิตอยู่ในตัวเรา” #การปลุกจิตวิญญาณที่แท้จริงไม่ใช่การกอดรัด แต่เป็นถังน้ำเย็น สิ่งที่จะให้บริการคุณที่ลูบไล้อัตตาของคุณด้วยเสียงกระซิบจินตนาการหรือความโหยหา เมื่อคุณต้องการเพียงแค่การเขย่าแรงๆ #เพื่อให้คุณได้สมมติอย่างแท้จริงว่าชีวิตคืออะไร การตื่นขึ้นทางวิญญาณที่แท้จริงคือกระบวนการแห่งการทำลายล้าง เป็นการพังทลายสิ่งลวงตาของทุกสิ่งที่คุณไม่ใช่ 

  • เมื่ออัตมันประสานกายสิ่งที่วิญญาณจะเข้าใจบรมวิญญาณ

    เมื่ออัตมันประสานกายสิ่งที่วิญญาณจะเข้าใจบรมวิญญาณ #คือการรู้ความจริงยินดีต้อนรับ #บารมีเก่าเรียนรู้การเป็นมนุษย์อีกครั้งสะสมกรรมดี #ต่อไปให้สูงสุดสาธุอายุบวร

  • พลังงานเป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริง

    #พลังงานเป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริงสิ่งสำคัญคือพลังงานนั้น #การไหลของจิตสำนึก(วิญญาณ)เป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริงถ้าคุณคาดหวังปาฏิหาริย์และเวทมนตร์#นั่นคือสิ่งที่คุณจะได้รับ อย่างไรก็ตาม นั่นไม่สามารถออกมาจากใจได้ คุณไม่สามารถวางความเชื่อเหมือนหมวกและเสื้อโค้ทได้ #ความเชื่อที่แท้จริงเติบโตขึ้นเพราะคุณพยายามรับรู้ถึงกระแสที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง และค่อยๆ ยอมจำนนต่อสิ่งนั้น ดังนั้นจงคาดหวังการเปลี่ยนแปลงเพราะทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต่อต้านก็ตาม คาดหวังการเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีชีวิตที่เป็นบวกและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น เพราะเมื่อคุณปล่อยวางเงื่อนไข #ความสั่นสะเทือนของจิตวิญญาณจะทะลุทะลวงและเชื่อมโยงกับกระแสที่อยู่เบื้องล่าง ดังนั้นเราจึงชื่นชมชีวิตในแบบที่อุดมสมบูรณ์และสนุกสนานมากขึ้น