จิตสำนึก-วิญญาณ..ไม่เคยหลับ

เซลล์และอวัยวะแต่ละส่วนในร่างกายของเรามีการรับรู้ทางไฟฟ้าถึงจุดประสงค์ของมันและแต่ละเซลล์ก็ตอบสนองจุดประสงค์นั้น

ได้โดยไม่ต้องมีการกระทำใดๆ ทางจิตใจใดๆ ในส่วนของหน่วยสืบราชการลับ ที่ครอบครองร่างกายนั้น ตัวอย่างเช่น การเต้นของ

หัวใจเป็นไปโดยอัตโนมัติ ก้อนเลือดสีขาวรีบเร่งซ่อมแซมร่างกายที่บาดเจ็บโดยอัตโนมัติราวกับระฆังดังเมื่อกดปุ่มในร่างกาย

และสมองบันทึกไฟฟ้า มนุษย์คิดว่าเขาคิดและมีชีวิตรักและตาย เขาคิดว่าตัวเองมีสติในขณะที่ตื่นและหมดสติเมื่อความรู้สึกหยุดอยู่ในการนอนหลับ

มนุษย์ไม่ได้บอกว่าฟันของเขาหมดสติเมื่อมันเข้าสู่โหมดสลีป โดยการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าในเส้นประสาทซึ่งทำให้เกิดการรับรู้

ทางไฟฟ้ากับฟันของเขา เขารู้ว่าฟันของเขาไม่สามารถรู้สึกตัวได้ แต่เขาไม่รู้ว่าร่างกายจักรกลของเขาไม่สามารถมีสติได้

เขายังไม่รู้เลยว่า จิตสำนึกไม่เคยหลับไหลและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเพราะจิตสำนึกในมนุษย์คือความเป็นอมตะของเขามนุษย์ยังใหม่

เขาแทบจะไม่หลุดออกจากความมืดมิดของป่าแห่งความไม่รู้

เป็นเวลากว่าล้านปีของการเปิดเผยของเขา เขาอาศัยความรู้สึกในการกระทำของเขาและหลักฐานของประสาทสัมผัสที่ทำให้เขารู้

มีเพียงไม่กี่คนที่รับรู้ถึงพระวิญญาณ (พลังชีวิตการรับรู้อย่างมีสติ) ในพวกเขาในการเริ่มต้นของการรับรู้ใหม่นี้เขาสับสน

ไม่รู้ว่าสิ่งใดคือความคิดในตัวเขา ซึ่งเป็นจิตสำนึกในตัวเขาและความรู้สึกใด

แม่ครูน้อย

Similar Posts

  • “กระแสบารมีโพธิสัตว์”

    #ลูกศิษย์ผู้ใดแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ หากพิจารณาตามกระแสพลังงาน และคำบอกเล่าในสายปฏิบัติของแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) ท่านมีความผูกพันและสืบทอด ปฏิปทาทางจิตวิญญาณจากครูบาอาจารย์สายโพธิญาณที่สำคัญดังนี้ ๑. องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย (นักบุญแห่งล้านนา) แม่ครูน้อยมีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย อย่างลึกซึ้ง ท่านยึดถือข้อวัตรปฏิบัติเรื่อง “สัจจะ” และ “ขันติ” ตามรอยองค์ครูบาเจ้าฯ เป็นหัวใจหลักในการสอนศิษย์ และมักนำพาผู้คนไปสร้างบารมีในเขตข่วงแก้วทางเหนือตามรอยท่าน ศิษย์รุ่นเหลน ขององค์หลวงปู่ครูบาธรรมชัย พระครูวรเวทวิศิษฐ์ วัดทุ่งหลวงอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งที่เห็นเป็นหลักฐานคือท่านเข้าภาวนาจากการสร้างสถานธรรมจากที่ดินเปล่าและอยู่ภาวนายาวนานถึง ๕ ปีเต็ม ด้วยวิริยะบารมี ครบกำหนด๕ ปีเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ และยังพิสูจน์เทวดาประจำตัวให้กับลูกศิษย์ลูกหาในสายญาณของท่านกว่า ๘๐๐ ชีวิต มีหลักฐานประจักษ์เป็นตัวบุคคลชื่อและนามสกุลและสถานที่ติดต่อ อีกทั้งยังบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในหอพระพุทธเจ้าน้อย ๑๐๐๐ ตน ๒. กระแส หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ (วัดสะแก) ในมิติของพลังงานและการจัดระเบียบ เทวดาประจำตัว แม่ครูน้อยสืบทอดกระแสบารมีสายโพธิสัตว์จาก หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งเน้นเรื่องการอธิษฐานจิต การครอบวิมาน และการสร้างบารมีอย่างเป็นระบบเพื่อความพ้นทุกข์…

  • พลังบวกที่สั่นสะเทือนสูงช่วยในการรักษาพลังงานเชิงลบที่สั่นสะเทือนต่ำ

    หมายถึง หากเรามี การยอมรับ ให้อภัย ปิติใจ เบิกบานโดยการทรงอารมณ์รักษาเราจะเข้าใจ เข้าถึง นำไปปฏิบัติกับ ความผาสุกในชีวิตได้จริ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณจะสว่างขึ้น

    การฟังคำแนะนำภายในของเราไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับชีวิตของเราเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยชีวิตได้อย่างแน่นอน หลายคนมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำบางสิ่งบางอย่าง เนื่องจากความรู้สึกหรือความฝันที่มีข้อความที่ชัดเจน ในหลายกรณีพวกเขาถูกต้อง บางครั้งความวิตกกังวลและความกลัว อาจทำให้เกิดความสับสนว่าเป็นข้อความจริงหรืออาจเป็นเพียงจินตนาการ การเรียนรู้ที่จะนิ่งเพื่อที่เราจะได้ยินการเชื่อมต่อของพลังจิตในการถ่ายทอดที่แท้จริงนั้นสำคัญมาก การเชื่อมต่อทางวิญญาณของเราต้องการการหักล้างเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง หากท่านรู้สึกถึงเสียงรบกวนภายในและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ขอแนะนำให้ตรวจสอบว่า เราสามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยในการรักษาความเจ็บปวดและบาดแผลในอดีตได้อย่างไร การเคลียร์ช่องว่างในใจช่วยให้เรายอมรับความคิดผู้อื่นและสถานที่ใหม่ๆ ความสามารถของเราในการเชื่อมต่อกับวิญญาณ จะสว่างขึ้นน้ำเสียงของเราเบาลง และจุดประสงค์ของเราชัดเจนขึ้น สิ่งนี้ค้ำจุนชีวิตของเรา การตรวจสอบและความไว้วางใจเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปและเราสามารถทำความคุ้นเคยกับตัวตนที่สูงกว่าของเรา ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิวัฒนาการของเราในฐานะมนุษย์ที่เข้าใจว่า พลังงานเหล่านี้รักษาและสื่อสารกับเราได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราต้องรู้อย่างแท้จริงเพื่อที่จะมีความสุขและมีสุขภาพดีในช่วงที่เราอยู่บนโลกใบนี้ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน#ศาสนศาสตร์ทางจิต#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา#เห็นคุณค่าในตนเองสูง#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด#ไขความสว่างของ Lightworker#Empath หรือ Empathic คืออะไร#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์มากกว่า 160 ชีวิต (ปัจจุบันรุ่นที่ 34)

  • มารทดสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน

    ครูของศิษย์ 5 ปีภาวนา#มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน #ปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยเป็นศิษย์และคนในชุมชน บัดนี้ทุกคนรวมกลุ่มพูดส่อเสียดและตั้งกลุ่มพลังเงียบกดดัน แม่ครูด้วยความโกรธแค้น ด้วยจิตริษยา ที่ถูกปั่นหัวมาอย่างดี เสียงตะโกนด่าทอดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งซอย “ออกไป! ยัยแม่ครูจอมปลอม! พวกเราไม่ต้องการคนลวงโลกแบบคุณในชุมชนนี้อีกต่อไป! หาเสียงใช่ไหม ทุกคนดูสิ ขนาดเรามารวมตัวกันเกลียดเขาขนาดนี้ #เขายังนั่งหน้าซื่อตาใสอยู่ได้ ใจคอทำด้วยอะไร!” #บททดสอบจากมาร: “พายุแห่งอคติหมู่” (The Herd Hate Test) ทดสอบความหนักแน่นดั่งแผ่นดิน (ปฐวีอุปมา)มารใช้ “พลังมวลชน” และความกดดันทางสังคมมาบีบให้ท่านรู้สึกหวาดกลัวหรือโดดเดี่ยว หลักโลกธรรม 8 คือเครื่องเตือนใจว่า “ความเกลียดชังของคนหมู่มาก” ก็เป็นเพียงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นแล้วต้องดับไป หากท่านไม่รับมาเป็นของตน ใจท่านก็จะไม่ทุกข์ ทดสอบเมตตาอัปปมัญญา (เมตตาที่ไร้ขอบเขต): มารต้องการให้ท่าน “เกลียดตอบ” หรือมองคนเหล่านั้นเป็นศัตรู บททดสอบนี้ถามว่าท่านยังสามารถแผ่เมตตาให้คนที่กำลังรุมด่าท่านได้หรือไม่? การเจริญเมตตาภาวนา คืออาวุธเดียวที่จะสยบความเกลียดชังนี้ได้ ทดสอบการสละ “มานะอัตตา”: เมื่อคนกลุ่มใหญ่รุมด่า ความรู้สึก “ตัวกูถูก-เขาผิด” จะพุ่งสูงขึ้น มารต้องการให้ท่านปกป้องตัวตนอย่างรุนแรง #หากท่านยอมรับความเกลียดชังนั้นด้วยความนิ่งสงบ มารจะเสียกระบวนท่าไปเอง นัยยะของมาร “ผู้สร้างกระแสเกลียดชัง”: มารตนนี้จู่โจมด้วย…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มอบเพชรน้ำเอก 

    มอบเพชรน้ำเอก  #มารขอทดสอบแม่ครูน้อย มารในคราบเศรษฐีผู้มั่งคั่ง สวมอาภรณ์ระยิบระยับ เดินเข้ามาพร้อมหีบไม้แกะสลักใบเขื่อง เมื่อเปิดออก แสงสีจาก “รัตนชาติ” ทั้งปวงก็ส่องสว่างวาบไปทั่วสำนัก “แม่ครูค่ะ… เห็นแม่ครูมานาน วันนี้ลูกขอนำ เพชรน้ำเอก มรกตกินบ่เสี้ยง และทับทิมสีเลือดนก เหล่านี้มาถวาย… มันไม่ใช่แค่หิน แต่มันคืออำนาจที่จะเปลี่ยนความขาดแคลนให้กลายเป็นสวรรค์บนดินในพริบตา”  บททดสอบจากมาร: “กับดักแห่งมณีลวงตา” (The Jewel of Attachment) ทดสอบความหวั่นไหวในกิเลส: “รัตนชาติเหล่านี้เพียงกะรัตเดียว ก็ซื้อข้าวเลี้ยงคนได้ทั้งอำเภอ ซื้อที่ดินสร้างวัดที่แม่ครูอยากได้ได้ทันที… แม่ครูจะมัวนั่งสอนธรรมะ ให้กับคนยากจนอยู่ทำไม แค่เอื้อมมือมารับ ‘ก้อนหินที่กินได้’ เหล่านี้ไว้ แล้วทุกปัญหาจะจบสิ้น… หรือว่าแม่ครูจะยังเลือกกอด ‘ก้อนหินธรรมดา’ ที่เรียกว่าศีลธรรมไว้อยู่อีก?” #ทดสอบการสร้างค่าให้วัตถุ: “คนเขาไม่ศรัทธาคำสอนหรอกค่ะแม่ครู เขาศรัทธา ‘ความรวย’ ถ้าเราสอนคนรวย คนรวยจะพากันมาเรียนเยอะ ถ้าแม่ครูมีรัตนชาติประดับกาย ใครๆ ก็จะเชื่อว่าแม่ครูมีฤทธิ์เดชจริง…  แม่ครูท่านจะยอมให้รัตนชาติเหล่านี้ ‘ข่มธรรม’ ในใจท่าน หรือจะมองว่ามันเป็นแค่ธาตุธรณีที่ไร้ค่า?” #ทดสอบความซื่อสัตย์ต่อความขาดแคลน “มารอย่างพี่รู้ว่า ‘ท้องที่หิว’ มันทรมานกว่า ‘ใจที่หิวธรรม’…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์

    เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์เพื่อสอบภูมิอาจารย์ สิ่งที่เขาใช้ไม่ใช่ความรู้ แต่คือการใช้ “กิเลสแฝง” มาสะกิด “กิเลสลึก” ในใจอาจารย์ นี่คือกลวิธีที่มารแฝงจิตใช้ทดสอบอาจารย์ ทดสอบ “ความหลงในตัวตน” มารจะแฝงให้ศิษย์แสดงอาการศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อดูว่าท่านจะเผลอรับ “ความยโส” มาเป็นอาหารใจไหม หากท่านรู้สึกพองโตเมื่อถูกยกยอ พลังงานของท่านจะรั่วไหลและเสีย แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลไปทันที ทดสอบ “ความกังวล”: มารจะทำให้ศิษย์มีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง หรือทำผิดซ้ำๆ เพื่อดูว่าท่านจะ “แบกโลก” ไว้ไหม หากท่านกังวลจนใจไม่นิ่ง ท่านก็เริ่มห่างจาก พระพุทธเจ้า ทดสอบ “ความสงบระงับ”: เขาจะแฝงให้ศิษย์ตั้งคำถามที่จงใจบิดเบือนธรรมะ เพื่อดูว่าท่านจะ “ตบะแตก” เข้าไปต่อสู้กับกิเลสเขาด้วยโทสะหรือไม่ “วิธีสอบผ่านคือ ‘รู้ทัน’ แต่ ‘ไม่ร่วมวง’ เมื่อท่านเห็นว่านี่คือ “#การแสดงของมาร” ผ่านร่างศิษย์ ท่านจะเกิดความสงสารแทนความโกรธ และจะนิ่งสงบจนแรงแฝงนั้นสลายไปเอง เพราะมารทนความร้อนแรงของจิตที่เป็น “สุญญตา” (ความว่าง) ไม่ได้ ท่านสัมผัสได้ถึง “ความผิดปกติ” ในแววตาหรือกระแสคำพูดของศิษย์คนนั้น ที่ดูเหมือนไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเขาในบางขณะบ้างไหม #การฝึกจิตให้พ้นจากมาร การฝึกจิตให้พ้นจากมาร…