อย่าประมาทตนอย่าประมาทข้อธรรม

?️

?⭐️#อย่าประมาทตนอย่าประมาทข้อธรรม22-1-2022ครูได้มาคัดสรรคขนมไทย #ที่ร้านหอมรัญจวนจ.เชียงราย เพื่อนำไปถวายเป็นภัตตาหารเลี้ยงพระในวันที่ 23 มกราคม ที่วันถ้ำป่าอาชาทอง จ.เชียงราย ซึ่งปีนี้ครูและนักเรียนร่วมเป็นเจ้าภาพซื้อที่ดินจำนวน 1 ไร่ สนับสนุนกองงานศาสนาร่วมซื้อที่ดิน สร้างเขตธุดงค์กรรมฐาน เป็นเงิน50,000 บาท ⭐️โดยมีท่านนายกกาญจนา(คุณติ๊ก)นายกเทศบาล บ้านหลวงศิริ จ.ชัยภูมิหนึ่งในนักเรียนที่ครูสอน และครูฟอร์ดSchool of life ร่วมชิมขนมและคัดสรรคของคาวหวาน ถวายพระอริยะสงฆ์ในวันออกนิโรธสมาบัติ ครูบาเหนือชัย โฆสิโตซึ่งปีนี้ครูไม่ได้ไปร่วมงานในวันดังกล่าวเพราะติดงานสอน นร.รุ่น 47⭐️ คุณติ๊กได้ถามครูว่าเหตุใดแม่ครูรู้ธรรมแล้วด้วยปัญญาเช่นนี้จึงต้องสนทนาธรรมอีก#ครูได้ให้ปัญญาคุณติ๊กว่าบัณฑิตคือผู้เป็นพหูสูตควรคบหาบัณฑิตด้วยกันแม้เราจะเก่งกล้าสามารถแต่ก็ต้องลดตัวเพื่อสอบความรู้ตนเอง ถ้าเราเข้าใจดีแล้วว่า สิ่งที่เรารู้นั้นถูกก็จงกาเครื่องหมายลงในข้อชอบจากนั้นลองหาคู่ธรรมตรวจเครื่องหมายดูให้เราชัดเจนและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตด้วยสติ?️?บัณฑิตควรมี ธรรม 8 ประการสังฆเภทขันธกะดังนี้1. ฟังคนอื่น2.ทำให้คนอื่นฟังตน 3.คงแก่เรียน 4.ทรงจำดี 5.รู้คำพูดของคนอื่น 6.ทำให้คนอื่นรู้คำพูดของตน 7.ฉลาดในประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ 8.ไม่ชวนทะเลาะ⭐️โดยเฉพาะหลักธรรมข้อที่ว่าด้วยการฟังคนอื่น : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องไม่ยึดติดความคิดเห็นของตนเป็นที่ตั้ง แต่จะต้องฟังคนอื่นบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องฟังคู่กรณีแห่งความขัดแย้ง⭐️คงแก่เรียน : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องเป็นพหูสูตคือสดับตรับฟังมากในศาสตร์ต่างๆ ซึ่งจะต้องนำมาเป็นข้ออ้างอิง และเกื้อกูลต่อการเจรจาผู้ไกล่เกลี่ย⭐️รู้คำพูดของคนอื่น : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องมีความรู้มีความเข้าใจในภาษา และเนื้อหาที่คู่กรณีแต่ละฝ่ายพูดเป็นอย่างดีว่าหมายถึงอะไร⭐️ทำให้คนอื่นรู้คำพูดของตน : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องมีศิลปะในการพูดให้คนอื่นฟังโดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่กรณีเข้าใจคำพูดของตนว่า สิ่งที่ตนพูดหมายถึงอะไร?️? ผู้เป็นบัณฑิตทุกคนแม้จะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถแต่ก็ต้องแสดงความรู้ความสามารถของตนให้บัณฑิตผู้รู้เป็นผู้รับฟังในทัศนคติด้วย ครูมีพระอาจารย์สุทธิพงษ์ เมตตาให้เกรียติเป็น เพื่อนบัณฑิตคู่ธรรม ท่านมีเมตตาฟังคำสอนเกี่ยวกับเรื่องของการฝึกจิตจากครูครูก็มีความกรุณาที่ได้สดับรับฟังคำสั่งสอนที่เป็นพระธรรม⭐️#หนึ่งปีครูยังมีการสนทนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับท่าน และหนึ่งปีครูก็ได้เห็นว่าผู้ที่เข้าใจคำสอนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนและมีน้อยเหลือเกินที่จะสามารถปฏิบัติตัวสู่การปฎิบัติธรรมขั้นสูงได้#โดยน้อยที่ฆราวาสจะปฏิบัติจิตได้ ด้วยความเพียรเพื่อนำมาทวนสอบตัวเราเองว่าเราไม่ควรลืมตัวในทุกๆวินาทีที่เรามีความรู้ความสามารถความรู้ที่เป็นปัญญาก็ดีที่เป็นความสามารถของเราหากเราหลงลืมตัวเองเมื่อไหร่มันอาจจะกลายมาเป็นอวิชา กลับมาตีความหมายทำร้ายเราอย่าประมาทตน อย่าประมาทธรรม?️?#รายนามผู้ร่วมสร้าง ดังนี้⭐️ รายนามผู้ร่วมสร้าง ดังนี้1.ครูฟอร์ด 500 -.2.ข้าวโพดคั่ว 300.-3.ป้าพัช 200.-4.คุณเกีย 2,000 .-5.คุณไอริน 1000 .-6.คุณหวี 300.-7.คุณพงศ์ 500.-8.คุณหลี 555 .-9.คุณแพม ก้างคำ 1000.-10.คุณภาวนา 599.-11. คุณแอม 888.-12.คุณติ๊ก 1,500 .-13. คุณปาริชาติ สุภา 500 .-14.คุณสวยเยอรมันนี 500.-15 คุณเปิ้ล 99.-16.ประชาชนตัวดำ 50017.คุณแตน 50018.คุณสาคร 50019.ป๋ามุ 50020.คุณลูกอิน 500

Similar Posts

  • ประตูสู่แรงบันดาลใจบนโลก 3 มิติ

    #โอบรับความกลัวเป็น#ประตูสู่แรงบันดาลใจบนโลก 3 มิติเราได้ก้าวข้ามรูบิคอนแล้ว ก้าว#เข้าสู่ดินแดนที่ไม่รู้จักภายในการเปลี่ยนแปลงของจิตสำนึก 5 มิติครั้งยิ่งใหญ่นี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สังคมไม่มั่นคงมากขึ้น การเคลื่อนตัวของมวลที่หก” ของชีวิตกำลังดำเนินไปด้วยดี โดยมีสปีชีส์จากไปในอัตรามหัศจรรย์มากถึง 200 ต่อวัน คุณกลัวไหม กังวล? เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ #การต่อสู้หรือเที่ยวบินกลไกจุดประกายโดยตัวเร่งปฏิกิริยาเช่นการเปลี่ยนแปลงพลังงาน จิตใจตอบสนองบ่อยครั้งสร้างการตัดสินเกี่ยวกับสิ่งที่อาจหมายถึง เช่นความผิด หวัง การสูญเสีย การลาจากไม่เป็นไรนะ#ตั้งแต่แรกเกิดคุณได้ลงมือบนเส้นทางสู่การจากไปของคุณแล้ว มันเป็นธรรมชาติโดยสิ้นเชิง คุณโอบรับมันและรู้สึกถึงความกลัว เป็นประตูวิเศษสู่ความเวิ้งว้างอันกว้างใหญ่ในอีกด้านหนึ่งเสมอพิจารณาว่ารู้สึกสิ่งเหล่านี้เป็นความจริงและคุณกลัวใจหาย อ้างว้าง และกลัวการสูญเสียคุณไม่พบความสุขระหว่างการเป็นมนุษย์ และไม่เข้าใจความจริง เช่นเดียวกับละมั่งที่วิ่งหนีข้ามทุ่งหญ้าสะวันนาอย่างรวดเร็ว ควายกระทืบและปลาแซลมอนก็กระโจนขึ้นในลำธารกลับสู่ต้นทาง พลังงานที่เหลือเชื่ออะไร หลับตา นึกภาพตอนนี้ รู้สึกว่ามันไหลผ่านเส้นเลือดของคุณเอง ปล่อยให้มันพุ่งผ่านตัวคุณโดยรู้สึกเข้าไปในนั้นความกดดันทั้งปวง อยู่ในมินิที่ 3

  • คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหา

    คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหาเพื่อจะยัดใส่ตัวเองด้วยความรู้ความสามารถในการใช้เหตุผลทางอนุมานแสวงหาความรู้ทางพระคัมภีร์อยู่ทุกหนทุกแห่งและเรียกการทำอย่างนั้นว่าการปฎิบัติธรรมเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าความรู้และสติปัญญาชนิดนั้นยิ่งมีมากก็ยิ่งมีผลในทางตรงกันข้าม#คือเป็นการสุ่มกองสิ่งกีดขวางให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง การถ่ายทอดความว่างให้กันและกันนั้นไม่สามารถทำได้โดยท่องคำพูดการถ่ายทอดตามความหมายของฝ่ายวัตถุนั้นไม่สามารถใช้การได้กับธรรมะเมื่อเป็นดังนั้น#จิตเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดโดยจิตและจิตเล่านี้ไม่แตกต่างกันเลยการถ่ายทอดและการรับการถ่ายทอดทั้งสองอย่างนี้เป็นความเข้าใจอันเร้นลับที่เข้าใจได้ยากที่สุดจนถึงกับมีไม่กี่คนจริงๆที่สามารถรับเอาได้เมื่อสิ่งที่เรียกว่าความรู้และสติปัญญาเฉลียวฉลาดชนิดนั้นเกิดย่อยไม่ได้ขึ้นมามันก็กลายเป็นพิษขึ้นเพราะมันเป็นได้แต่เพียงของในเครือเดียวกันกับสังสารวัฏเท่านั้นในฝ่ายธรรมอันสูงสุดนั้นไม่มีของชนิดนี้เลยดังนั้นจึงมีคำกล่าวไว้ว่าในคลังแสงสรรพวุฒิแห่งราชาธิปัตย์ของข้าหามีดาบแห่งความเป็นเช่นนั้นใหม่

  • ดูไม่ออกว่าการเข้าสมาธิของเจ้าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

    #ดูไม่ออกว่าการเข้าสมาธิของเจ้าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว#การเข้าสมาธิจนได้ฌานวิญญาณสามารถออกจากร่างได้ ไปเที่ยวทุกสารทิศ เบื้องล่างดูความวุ่นวายของโลกมนุษย์ เบื้องบนก็สามารถเห็นพุทธภูมิที่สะอาดสงบ เมื่อเธอสามารถเข้าสมาธิได้ก็ควรยินดี#แต่การเข้าสมาธิต้องมีจิตแน่วแน่#ไม่มีความคิดเกิดขึ้น แม้ในขณะจิต ก็จะไม่มีมารภายนอกมารบกวน#หากเกิดปีติขึ้นหนึ่งขณะจิต มารภายนอกก็จะเข้ามาแทรกทันที ถ้าหากเกิดอกุศลจิตขึ้น มารแห่งอายตนะทั้งหกก็จะเข้ามาพร้อมกัน ก็จะรบกวนไม่ให้เธอออกจากสมาธิ #นี่แหละที่เขาว่ากันว่าเข้าฌานจนกลายเป็นสติฟั่นเฟือน ก็เป็นสาเหตุอย่างนี้ เธอเห็นอะไรต่าง ๆ ในสมาธิจนรู้สึกสงสาร เกิดจิตเมตตา บอกทางออกให้พวกเขา อย่างนี้คือกุศลจิต แต่ไม่เหมาะที่จะบอกพวกเขามาที่นี่ ด้วยเหตุนี้จึงไม่พ้นที่จะมีจิตเห็นแก่ตัวเกิดขึ้นบ้าง ชั่วขณะจิตอันนี้เองจึงเป็นการเชื้อเชิญมารภายนอก จนภายหลังเกิดเป็นภาพที่น่ากลัว อันตรายมากนะ หากครูไม่เห็นและมองทะลุ พวกมารก็จะทำให้เธอไม่สามารถออกจากสมาธิ ลูกเอ๋ย! ต่อไปเธอต้องระมัดระวัง อย่าได้คิดฟุ้งซ่าน #ต้องรู้ว่าที่นี่เป็นตอนสำคัญในการเข้าสู่ธรรม ถ้าพลาดแล้วจะไปไกลมากถามต่อไปว่า ตามปกติที่แม่ครูได้บรรยายธรรมนั้นทำไมบางคนจึงไม่ได้ยินธรรมอันแยบยลเหล่านี้ เพราะอะไรหรือ จึงไม่รู้จะเข้าสู่ธรรมโดยทางนี้ ไม่ทราบว่ายังต้องผ่านขั้นตอนอะไรอีกบ้าง โปรดให้ท่านชี้แนะด้วยเถิด ตอบว่า ลูกรักเอ๋ย! สิ่งที่เธอยังไม่รู้ คนเหล่านั้นคนฟังธรรมล้วนเป็นผู้โง่เขลา ถ้าหากนำเอาหลักธรรมที่ลึกล้ำเหล่านี้ไปบรรยายให้ฟัง ไม่เพียงแต่เป่าปีให้กระบือฟังเท่านั้น แต่ยังเสียเวลาเปล่า ทั้งยังจะทำให้ญาณทวารของพวกเขาอุดตัน ไม่มีทางได้ปัญญาเห็นธรรม เพราะฉะนั้นวิธีการบรรยายธรรมให้พวกเขาฟังในระยะเริ่มแรกก็เพียงปรับจิตใจของพวกเขาให้ตรง เมื่อจิตใจตรงแล้ว ญาณทวารก็จะว่างขึ้นเอง เมื่อความโง่เขลาหมดไปแล้ว ค่อยบรรยายถึงขั้นตอนการเข้าสู่ธรรมให้พวกเขา จึงค่อยเข้าใจรู้เรื่องง่ายหน่อย นี่คือสาเหตุที่ไม่ได้บรรยายถึงการเข้าสมาธิ ตลอดจนการบรรลุมรรคผลให้พวกเขาฟัง จะว่าไกลก็ไกล จะว่าใกล้ก็ใกล้เหมือน ๆ กับจะบอกให้ได้ แท้ที่จริงบอกไม่ได้ เรื่องการเข้าสู่สมาธิคือต้องมีบุญกุศลที่มากพอ วิญญาณจึงสามารถออกมาท่องเที่ยวได้ทั่ว…

  • บทบาทของการชี้นำจากสวรรค์ในการตัดสินใจที่ถูกต้อง

    #บทบาทของการชี้นำจากสวรรค์ในการตัดสินใจที่ถูกต้องบางครั้งในชีวิตคุณมาที่ทางแยก แล้วบอกตัวเองว่าควรไปทางซ้ายหรือควรไปทางขวา? #เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราเลือกคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง? หากคุณกำลังเผชิญกับทางแยกในชีวิตของคุณในวันนี้ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับง่ายๆสี่ข้อที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้อง: 1. #อธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่าเพียงแค่ขอให้พระเจ้าช่วยคุณ แต่จงเปิดใจรับการนำทางจากสวรรค์จริงๆ ทำสิ่งนี้โดยหายใจเข้าลึก ๆ สามครั้ง หลับตา เคลื่อนเข้าสู่หัวใจ แล้วถามพระเจ้าว่าไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับคำตอบทันที บ่อยครั้งที่เราผลักสิ่งต่าง ๆ ออกไปจากเราเพราะเราต้องการมันมากเกินไป หายใจเข้าในคำถามและยอมจำนนต่อคำตอบ การตัดสินใจที่ถูกต้องจะถูกเปิดเผยให้คุณทราบหากคุณถามคำถาม 2. #ให้ความสนใจมักจะมีสัญญาณรอบตัวเราที่พยายามจะบอกเราว่าใช่! หรือไม่! แต่เราคิดถึงพวกเขาเพราะเรายุ่งเกินไปและไม่ “ได้ยิน” ว่ายังคงเสียงเล็กๆ ที่พยายามจะชี้นำเรา ช้าลงหน่อย. หาเวลาให้กับตัวเองเป็นประจำและติดต่อกับภูมิปัญญาภายในของคุณเพื่อที่คุณจะได้ตระหนักถึงสัญญาณที่วิญญาณกำลังพยายามทำให้คุณพลาดอยู่เสมอหนึ่งสัญญาณที่จะใส่ใจกับเป็นขนลุกหรือหนาวสั่น หากคุณกำลังคิดเกี่ยวกับบางสิ่งและรู้สึกหนาวสั่น ทูตสวรรค์ของคุณยืนยันอย่างชัดเจนว่าคุณมาถูกทางแล้ว หากคุณกำลังคิดเกี่ยวกับบางสิ่งและรู้สึกปวดหัวหรือเริ่มรู้สึกไม่สบาย นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณมาไม่ถูกทาง ทุกครั้งที่ฉันปวดหัว ฉันมักจะตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการตัดสินใจที่ฉันกำลังพยายามทำเกี่ยวกับบางสิ่งหรือไม่ และหากมี ฉันรู้ว่าอาการปวดหัวเป็นสัญญาณสำหรับฉันที่จะไม่ก้าวไปข้างหน้า บ่อยครั้งร่างกายและอารมณ์ของเราเป็นอีกทางหนึ่งที่วิญญาณ/เทวดาพยายามจะนำทางเราไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไปในทิศทางที่ถูกต้อง 3. #ความหลงใหลโดยปกติเส้นทางที่คุณควรเดินไปจะทำให้คุณสว่างไสวเหมือนต้นคริสต์มาส หรือจะระเบิดความตื่นเต้นอย่างดอกไม้ไฟในวันที่ 25 ธันวา เส้นทางที่คุณควรหลีกเลี่ยงมักจะรู้สึกราบเรียบและไร้ความรู้สึกลองพูดคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับการตัดสินใจที่คุณต้องทำและขอให้พวกเขาใส่ใจกับน้ำเสียงและการแสดงออกทางสีหน้าของคุณ บางครั้งคำตอบอาจซ่อนอยู่ในภาษาของคุณและบุคคลอื่นสามารถระบุได้อย่างง่ายดาย เพียงตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคคลนั้นสามารถคัดค้านได้และพวกเขาไม่มีส่วนได้เสียส่วนตัวในผลลัพธ์ 4. #เห็นภาพมันเทคนิคคือการสร้างภาพ ให้เห็นภาพรายละเอียดที่เล็กที่สุดในแต่ละเส้นทางแยกจากกัน เหมือนกับภาพยนตร์ที่กำลังแล่นอยู่ในหัวของพวกเขา พวกเขาจินตนาการสิ่งที่ชีวิตของพวกเขาจะเป็นเช่นหากพวกเขาเลือกเส้นทางที่ 1 ให้ความสนใจใกล้เคียงกับวิธีที่พวกเขารู้สึกจากนั้นให้พวกเขาทำเช่นเดียวกันกับเส้นทาง # 2 จากนั้นเราร่วมกันประมวลผลข้อดีและข้อเสียของแต่ละเส้นทาง และหลายครั้งก็ปรากฏชัดว่าเส้นทางใดเป็นผลดีสูงสุดของพวกเขา บางครั้งการรู้ว่าคุณไม่ต้องการอะไรก็สำคัญพอๆ กับรู้ว่าคุณต้องการอะไร เส้นทางที่คุณเลือกคือการยืนยันสิ่งที่คุณไม่…

  • อย่าดูถูกคนอื่นเมื่อเห็นคนอื่นละเมิดศีล

    #อย่าดูถูกคนอื่นเมื่อเห็นคนอื่นละเมิดศีล อย่าดูหมิ่นติเตียน อย่าโอ้อวดเย่อหยิ่งและอย่าอ้างว่าฉันเป็นผู้ถือศีลหรือผู้ปฏิบัติธรรม เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะหวงการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ไว้ที่ตัวเองคนเดียว จงรักษาศีลแต่ไม่ทำลายผู้อื่น เมื่อเห็นคนอื่นผิดศีลแล้วเราอวดตัวเอง นี่เป็นความผิด ผู้ที่มีอาการกำเริบควรคิดอย่างนี้อย่าดูถูกคนเขาผิดศีล#อาจเป็นพระโพธิสัตว์แสดงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเราและในอนาคตข้างหน้าอาจได้เป็นพระพุทธเจ้า ดังนั้นจงเคารพเขา #ให้เขากลับใจให้เขาชำระมลทินอีกครั้ง

  • การที่ครูกล้าเตือนคือ “พร” อย่างหนึ่ง

    #ถึงประตูแห่งธรรม ๑๐/๑/๖๙ การที่ “#ครูกล้าเตือนเรา” (แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเตือนผ่านสื่อ) ถือเป็นวาระพิเศษทางพลังงาน ที่เราควรตระหนักดังนี้ การหยุด “พลังงานรั่ว” ที่ครูกล้าเตือน เพราะท่านเห็น “จุดรั่ว” ในสนามพลังงานของเรา(เช่น การเพ่งโทษ การผิดสัจจะ หรืออีโก้) #การเตือนคือการช่วยอุดรอยรั่วก่อนที่บุญบารมีของคุณจะไหลออกจนหมด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” หรือชีวิตติดขัด บททดสอบ “มารสอบอัตตา”: เมื่อถูกเตือน จิตของเราจะเกิดปฏิกิริยาทันที หากเรารู้สึกโกรธ ขัดใจ หรือไม่ชอบใจ นั่นคือ มารทดสอบ ที่กำลังทำงาน หากเราก้าวข้ามความโกรธไม่ได้ เราจะเกิด พลังงานยัน #ทำให้บารมีที่ควรจะเปิดกลับถูกปิดกั้นลง ความเมตตาจากภพที่สูง การเตือนคือการ “#ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของคุณตาสว่าง ครูที่กล้าเตือนคือครูที่ยอมเสี่ยงต่อการถูกโกรธเพื่อช่วยให้ศิษย์พ้นจากสภาวะ ญาณบอด #การที่ครูสื่อสารออกมาแล้วตรงกับสภาวะของคุณพอดี เป็นเพราะ เทวดาประจำตัว ของคุณไปเชื่อมกระแสเพื่อให้ครูช่วยดึงเราออกจากวิบากกรรม กุญแจสู่ “พลังงานไหล”: หากเราน้อมรับคำเตือนด้วย ใจเบา ใจสบาย และนำไปปรับปรุง (บันทึกจิตใหม่) สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านเป็นแรงดึงดูดทันที ทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามที่เทวดาเตรียมไว้สามารถไหลเข้าสู่ชีวิตได้ #วิธีปฏิบัติเมื่อถูกครูเตือน อย่าส่งจิตออกนอก:…