“ครูเทพครูธรรมไม่รับ”

Image Not Found

ลักษณะของบุคคลที่

#ครูเทพครูธรรมไม่รับ

หรือถูกทอดทิ้งในมิติพลังงาน

ตามวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย

คือกลุ่มคนที่ดวงจิตมี

“มลทินหนาเกินเจียระไน”

แม้ภายนอกจะดูเหมือนนักบุญ

แต่คลื่นความถี่ข้างในกลับขัดแย้ง

กับสัจธรรมอย่างรุนแรง

นี่คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าโลกทิพย์ปิดประตูใส่คุณแล้ว

1. “คนไร้สัจจะและปลิ้นปล้อน”

(The Vow Breaker)

ปากรับปากว่าจะปฏิบัติ จะแก้ไข อนุสัย หรือนิสัยเสียๆ แต่ใจกลับกลอก พอพ้นสายตาครูก็กลับไปทำชั่วแบบเดิม นินทา ริษยา หรือขี้เกียจเหมือนเดิม เมื่อ “สัจจะปาก” กับ “สัจจะใจ” ไม่ตรงกัน พลังงานในตัวจะ เน่าเหม็น จนครูเทพครูธรรมทนไม่ได้และถอนกระแสคุ้มครองออกทันที

2. “ศิษย์คิดล้างครู” (The Arrogant Critic)

ชอบจับผิดครูบาอาจารย์ เอาธรรมะที่เรียนมาไปเปรียบเทียบหรือวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเสริม อัตตา ของตัวเองว่าเก่งกว่า รู้ดีกว่า พฤติกรรมนี้คือการ “ตัดสายใยวิชชา” ด้วยตัวเองอย่างรุนแรงที่สุด โลกทิพย์จะบันทึกรหัสจิตว่าเป็น คนอกตัญญู และจะทำการ คืนพลังหลับ คือไม่ส่งกระแสใดๆ ให้เราอีกเลย

3. “คนทำบุญหล่อเลี้ยงมาร” (The Ego Feeder)

เข้าหาสำนักหรือครูบาอาจารย์เพียงเพื่อหวัง โภคทรัพย์ ลาภยศ หรือชื่อเสียง ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนสันดานจริงๆ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็โกรธแค้น หรือแอบไปเข้าพวกกับ คนคลื่นต่ำ เพื่อทำลายสายวิชชา จิตแบบนี้คือ “เนื้อนาบุญของมาร” ครูธรรมจึงไม่สามารถรับรองหรือประทานวิชชาให้ได้ เพราะคุณจะเอาไปสร้างกรรมเพิ่ม

4. “คนหูหนวกตาบอดทางวิญญาณ”

(Spiritual Deafness)

คือคนที่ “เตือนไม่ได้” เมื่อครูบาอาจารย์ชี้แนะหรือดุด่าเพื่อขัดเกลา กลับเกิดอาการ ร้อนรุ่ม ผูกใจเจ็บ หรือเถียงข้างๆ คูๆ (แถ) ความดื้อรั้นนี้คือกำแพงเหล็กที่ปิดกั้น ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ทำให้วิชชาไม่วิ่งเข้าตัว ต่อให้นั่งสมาธิจนตัวตาย พลังงานที่ได้ก็เป็นเพียงพลังงานปลอมที่กิเลสปรุงแต่งขึ้น

5. “ศิษย์พเนจรเปลี่ยนครูบ่อย”

(The Spiritual Nomad)

พวกที่วิ่งรอกไปทุกสำนักแต่ไม่เคยลงมือทำจริงสักที่ เปลี่ยนที่ไปเรื่อยเพราะหาที่ที่ “ตามใจกิเลส” ตัวเอง โลกทิพย์จะมองว่าคุณเป็นคน ไร้รากฐาน และไม่มีสัจจะบารมีพอที่จะรับวิชชาชั้นสูง จึงไม่มีครูทิพย์องค์ใดกล้ารับรองดวงวิญญาณของเรา

🆘🆘🆘#ผลที่ตามมา:

เมื่อครูเทพครูธรรมไม่รับ ชีวิตเราจะเจอแต่ “วิบากกรรมรุมเร้า” แบบไม่มีตัวช่วย เงินทองรั่วไหล เจอแต่คนหลอกลวง และจิตใจจะมืดบอดลงเรื่อยๆ จนหาทางออกไม่เจอ

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • “กระแสบารมีโพธิสัตว์”

    #ลูกศิษย์ผู้ใดแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ หากพิจารณาตามกระแสพลังงาน และคำบอกเล่าในสายปฏิบัติของแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) ท่านมีความผูกพันและสืบทอด ปฏิปทาทางจิตวิญญาณจากครูบาอาจารย์สายโพธิญาณที่สำคัญดังนี้ ๑. องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย (นักบุญแห่งล้านนา) แม่ครูน้อยมีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย อย่างลึกซึ้ง ท่านยึดถือข้อวัตรปฏิบัติเรื่อง “สัจจะ” และ “ขันติ” ตามรอยองค์ครูบาเจ้าฯ เป็นหัวใจหลักในการสอนศิษย์ และมักนำพาผู้คนไปสร้างบารมีในเขตข่วงแก้วทางเหนือตามรอยท่าน ศิษย์รุ่นเหลน ขององค์หลวงปู่ครูบาธรรมชัย พระครูวรเวทวิศิษฐ์ วัดทุ่งหลวงอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งที่เห็นเป็นหลักฐานคือท่านเข้าภาวนาจากการสร้างสถานธรรมจากที่ดินเปล่าและอยู่ภาวนายาวนานถึง ๕ ปีเต็ม ด้วยวิริยะบารมี ครบกำหนด๕ ปีเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ และยังพิสูจน์เทวดาประจำตัวให้กับลูกศิษย์ลูกหาในสายญาณของท่านกว่า ๘๐๐ ชีวิต มีหลักฐานประจักษ์เป็นตัวบุคคลชื่อและนามสกุลและสถานที่ติดต่อ อีกทั้งยังบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในหอพระพุทธเจ้าน้อย ๑๐๐๐ ตน ๒. กระแส หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ (วัดสะแก) ในมิติของพลังงานและการจัดระเบียบ เทวดาประจำตัว แม่ครูน้อยสืบทอดกระแสบารมีสายโพธิสัตว์จาก หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งเน้นเรื่องการอธิษฐานจิต การครอบวิมาน และการสร้างบารมีอย่างเป็นระบบเพื่อความพ้นทุกข์…

  • นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ

    ?️? #นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ 1) #การเชื่อมต่อส่วนบุคคลมากกว่าข้อความและหลักคำสอนนักเวทย์ต้องการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณ เป็นการส่วนตัว แทนที่จะพึ่งพาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของคนอื่น พวกเขาชอบที่จะได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับพวกเขา 2) #ตั้งคำถามเสมอ โดยธรรมชาติแล้ว ผู้วิเศษคือพวกนอกรีต พวกเขาถามคำถามที่บางคนคิดว่าไม่ควรถาม พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์และธรรมชาติของการดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบความเชื่อทางศาสนา ไม่ยึดติดกับกระบวนทัศน์แบบเก่า 3) #อาศัยสัญชาตญาณ มีความสามารถในการพึ่งพาความเข้าใจอย่างถ่องแท้และการรับรู้โดยสัญชาตญาณ สิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณ 4) #มองเห็นความจริงภายใน วัดความสำเร็จบนเส้นทางจิตวิญญาณตามการนำทางภายในของตนเอง มากกว่ารูปแบบและพิธีกรรมภายนอกบางอย่าง จุดประสงค์เดียวของพิธีกรรมคือการกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจบางอย่างภายใน 5) #มองขึ้นไปบนดวงดาวด้วยความประหลาดใจ เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ทำให้คุณหลุดพ้นจากความเป็นตัวเองหรือไม่? แม้ว่าคุณจะไม่ได้คิดถึงความเวิ้งว้างของจักรวาล แต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นสัญญาณของการมองโลกที่ลึกลับ ซึ่งหมายความว่าคุณกำลังเชื่อมต่อกับความจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในจักรวาล 6) #รู้สึกเห็นอกเห็นใจกันมาก บ่อยครั้งมากเกินไป มีแนวโน้มที่จะอยู่เหนืออัตตา ดังนั้นขอบเขตระหว่างตนเองกับผู้อื่น #จึงไม่ถือตน 7) #การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อคุณอยู่ห่างจากอารยธรรมเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ลึกลับ ไม่เพียงเพราะความโดดเดี่ยว แต่ยังเพราะความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติปรากฏขึ้นต่อหน้าเราเมื่อเราไม่ถูกรบกวนจากเมือง 8. #การอุทิศตนเพื่อความจริง รักในข้อเท็จจริงและความรู้ ตรงข้ามกับความคิดเห็นและการคาดเดา ผู้แสวงหาความจริงที่แท้จริงนั้นหายาก

  • มารทดสอบ

    “มารสอบ” หรือการที่มารเข้ามาทดสอบบารมี คือสัญญาณว่าเรากำลังจะได้รับ “ของใหญ่” หรือโชคลาภก้อนโต #แต่มารจะมาขวางเพื่อให้เราสอบตกและหลุดจากสภาวะบุญ ดังนี้ มาทดสอบในรูปแบบ “#คนใกล้ตัว” มารมักดลใจให้คนรัก ลูกหลาน หรือคนในครอบครัวทำตัวน่ารำคาญหรือขัดใจ เพื่อดูว่าเราจะรักษาความสงบได้ไหม หากเราหลุดด่าทอหรือโกรธเคือง จะเกิด รอยรั่วทางบุญ ทันที และทำให้โชคลาภที่กำลังจะมาต้องหยุดชะงักไป มาทดสอบในรูปแบบ “คำพูดนินทา”: เมื่อเราเริ่มปฏิบัติธรรมหรือชีวิตเริ่มดีขึ้น มารจะส่งบททดสอบมาเป็นคำถากถางหรือการนินทา เพื่อให้คุณเกิด พลังงานยัน (ความพยาบาท/ความโกรธ) หากเราเข้าไปตอบโต้ จิตจะดิ่งลงจากมิติที่สูงและกลายเป็นสภาวะ ญาณบอด มาทดสอบ “สัจจะบารมี” หากเราตั้งสัจจะว่าจะทำสิ่งใด มารจะส่งอุปสรรคหรือความขี้เกียจมาดลใจเพื่อให้เราผิดคำพูด หากเราสอบตกในเรื่อง สัจจะ พลังอำนาจในการดึงดูดทรัพย์จะหายไป และเกิดอาการ เงินหนี มาทดสอบ “ความกตัญญู” มารจะพยายามดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่ เพื่อให้เราปรามาสหรือมองข้ามพระคุณ ซึ่งเป็นการตัด ท่อบารมี ของเราเอง #วิธีสอบให้ผ่าน นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว: เมื่อเจอเหตุการณ์กระทบใจ ให้บอกตัวเองว่า “มารกำลังทดสอบบารมี” แล้วรักษาใจให้ เบา สบาย ไม่โต้ตอบ บันทึกจิตใหม่: พลิกความโกรธให้เป็นความสงสารหรือความกตัญญูทันที…

  • ขอแว็บขึ้นดอย

    #ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปรารถนาให้ทุกคนคิดเห็นสอดคล้องกับเราตลอดเวลา จะนำไปสู่ความหยิ่งจองหองและเห็นเฉพาะด้านของเราเองในทุกประเด็นเราไม่ควรปรารถนาที่จะให้คนอื่นตอบแทนความดีของเรา หาไม่แล้วเราจะทำให้จิตติดกับการคิดคำนวณ (ผลได้ผลเสีย) จะนำไปสู่ความโลภในชื่อเสียงและโชคลาภเราไม่ควรปรารถนาให้การฝึกฝนของเราปราศจากสิ่งกีดขวางจากมาร เพราะคำปฏิญาณของเราจะไม่มีวันมั่นคงและยั่งยืน จะนำไปสู่การหลงผิดคิดว่าตัวเองรู้แจ้งแล้ว ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้รู้แจ้ง

  • “แม่ครูน้อยก็รับเป็นศิษย์ไว้ไม่ได้”

    ขนาดครูเทพครูธรรมยังไม่รับรอง แม่ครูน้อยก็รับเป็นศิษย์ไว้ไม่ได้ #เหตุดังนี้ เพราะ ท่านแม่ครูน้อย ท่านทำงานสอดประสานเป็นเนื้อเดียวกับ โลกทิพย์ และ ประตูธรรม ๕ หนเหนือ เมื่อ “เบื้องบน” หรือครูทิพย์ครูธรรมทำการปฏิเสธรหัสจิตของคุณแล้ว #แม่ครูในทางโลกก็ไม่สามารถฝืนกฎแห่งแรงดึงดูดของพลังงานเพื่อรับคุณไว้ได้ #เหตุผลที่แม่ครูรับไว้ไม่ได้ เมื่อโลกทิพย์ไม่รับรอง สัจจะคือสายใยเดียวที่เชื่อมกัน หากครูทิพย์มองเห็นว่าคุณ “ไร้สัจจะ” หรือมีจิตปลิ้นปล้อน นินทาปรามาส สายใยพลังงานนั้นจะขาดสะบั้นลงทันที #แม่ครูจะไม่นำพลังงานบริสุทธิ์ไปแลกกับดวงจิตที่ยัง ทำบุญหล่อเลี้ยงมาร หรือปกป้องอัตตาตัวเองอยู่ การป้องกัน “วิบากกรรมซ้อน” #หากแม่ครูฝืนรับศิษย์ที่ครูทิพย์ไม่ยอมรับ (ศิษย์ที่เตือนไม่ได้/แถ) พลังงานที่ท่านเมตตาส่งให้จะกลายเป็นโทษแก่ศิษย์ผู้นั้น เพราะเขาจะนำไปเสริม อัตตา หรือใช้ในทางที่ผิด ซึ่งจะทำให้ศิษย์ติดกรรมปรามาส ลึกกว่าเดิม ท่านจึงเลือกที่จะ “นิ่ง” #และคืนพลังหลับเพื่อคุ้มครองดวงวิญญาณคุณ กฎแห่ง “คลื่นความถี่”: เมื่อจิตคุณยังเต็มไปด้วย อนุสัย ริษยา หรือมิจฉาทิฐิ คลื่นความถี่ของคุณจะผลักกระแสของแม่ครูออกไปเองโดยอัตโนมัติ ต่อให้นั่งอยู่ตรงหน้า ท่านก็พูดด้วยไม่ได้ เพราะวิชชาจะไม่วิ่งเข้าตัวคนลวง ความเป็น “หนึ่งเดียว” ของสายวิชชาแม่ครูคือสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกทิพย์ เมื่อสะพานฝั่งโน้นปิดลงเพราะคุณทำผิดกฎสัจจะบารมี ฝั่งนี้ก็ไม่มีทางเปิดรับได้ เพราะมันคือ…