คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหา

คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหาเพื่อจะยัดใส่ตัวเองด้วยความรู้ความสามารถในการใช้เหตุผลทางอนุมานแสวงหาความรู้ทางพระคัมภีร์อยู่ทุกหนทุกแห่งและเรียกการทำอย่างนั้นว่าการปฎิบัติธรรมเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าความรู้และสติปัญญาชนิดนั้นยิ่งมีมากก็ยิ่งมีผลในทางตรงกันข้าม#คือเป็นการสุ่มกองสิ่งกีดขวางให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง?? การถ่ายทอดความว่างให้กันและกันนั้นไม่สามารถทำได้โดยท่องคำพูดการถ่ายทอดตามความหมายของฝ่ายวัตถุนั้นไม่สามารถใช้การได้กับธรรมะเมื่อเป็นดังนั้น#จิตเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดโดยจิตและจิตเล่านี้ไม่แตกต่างกันเลยการถ่ายทอดและการรับการถ่ายทอดทั้งสองอย่างนี้เป็นความเข้าใจอันเร้นลับที่เข้าใจได้ยากที่สุดจนถึงกับมีไม่กี่คนจริงๆที่สามารถรับเอาได้??เมื่อสิ่งที่เรียกว่าความรู้และสติปัญญาเฉลียวฉลาดชนิดนั้นเกิดย่อยไม่ได้ขึ้นมามันก็กลายเป็นพิษขึ้นเพราะมันเป็นได้แต่เพียงของในเครือเดียวกันกับสังสารวัฏเท่านั้นในฝ่ายธรรมอันสูงสุดนั้นไม่มีของชนิดนี้เลยดังนั้นจึงมีคำกล่าวไว้ว่าในคลังแสงสรรพวุฒิแห่งราชาธิปัตย์ของข้าหามีดาบแห่งความเป็นเช่นนั้นใหม่

Similar Posts

  • โอวาทวันมุฑิตาจิต

    ครูฟอร์ดUnique lash education ตัวแทนนักเรียนนำเค้กมะพร้าวเขาถวายแม่ครู #ก่อนที่แม่ครูจะเดินทางไปแจกของเด็กๆ#โอวาทวันมุฑิตาจิตไม่ว่าจะอยู่ในโลกหรือในวัดภายในใจของคุณคุณสามารถละทิ้งทุกอย่างได้ รู้สึกว่าสิ่งที่คุณทําคือการทําให้พระเจ้าพอใจ ดังนั้นการฝึกจิตมีสองประเภทของการคืนชีพดวงวิญญาณ: 1.ผู้ที่สละทุกอย่าง ทั้งทางกายภาพ เขาสละคนอย่างคุณได้ และจิตใจ (เพื่อบวช)2.และผู้ที่ยังคงอยู่ใน โลกเพื่อเติมเต็มภาระหน้าที่ของพวกเขา แต่จิตใจละทิ้งความปรารถนาทั้งหมด (ฆราวาสธรรมที่ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ) เพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องการที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าในการทําสมาธิและในกิจกรรมบริการ #คุณสามารถเลือกได้หนึ่งอย่างว่าคุณจะเริ่มต้นในการฝึกจิตเพื่อการก้าวหน้าต่อดวงวิญญาณเช่นไร

  • ความมืด

    คุณไม่จำเป็นต้องปล่อยให้ความมืดมาสร้างอารมณ์ใดๆ ในตัวคุณที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ พลังงานมืดไม่ฉลาด มันโง่ เมื่อรับรู้ถึงความดับของมันเอง มันก็ทำสิ่งต่าง ๆ ที่นำไปสู่ความตายต่อไป มันจะไม่ทำงานในครั้งนี้และคุณจะเห็นมัน คุณจะเห็นความพยายามที่จะทำให้เกิดการแบ่งแยกและจะไม่มีผลกับคุณในลักษณะเดียวกัน เมื่อคุณยืนอยู่ในแสงสว่าง สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสัมผัสคุณได้ ใช้เทียนเล่มเดียวในการส่องสว่างพื้นที่ขนาดใหญ่และความมืดก็ต้องการจะพัดมันออกไป มันจะระเบิดออกมาได้อย่างไรเมื่อมีเทียนนับพันเล่มทั่วโลก? ฉันอยู่ข้างคุณ ช่วยให้คุณจุดเทียนและฉันจะไม่ทิ้งคุณคุณคือความแข็งแกร่งของฉัน เช่นเดียวกับที่คุณรู้สึกว่าฉันเป็นของคุณ#ขออภัยท่านดำมืดแต่เทียนเหล่านี้จะไม่ไปไหน#อยากได้ความมืดจงไปในที่มืดมิด #ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และความสัมพันธ์ของความมืดและความสว่างกำลังได้รับการปรับเทียบใหม่ มันจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งในฝันของคุณ มันจะพยายามทุกครั้งที่ทำได้เพื่อทำให้คุณสงสัยในพลังงานใหม่ ชนะไม่ได้เพราะแพ้ไปแล้ว มันยังไม่รู้เลย แต่จะพยายาม…ยากมากที่จะทำให้คุณคิดว่ามีโอกาส #โปรดจำไว้เสมอว่าความมืดไม่มีพลังงานอาศัยอยู่ เป็นเพียงการไม่มีแสง ไม่มีพลังงานเป็นของตัวเอง มันอยู่ไม่ได้เมื่อมีแสงสว่าง มีอยู่ได้ก็ต่อเมื่อแสงจางลงเท่านั้น แสงจางลงได้อย่างไร? ความโกรธ ความเกลียดชัง ความเกลียดชัง ความกลัว ฯลฯ ฝ่ายมืดชอบสติระดับล่าง มันเติบโตที่นั่น ดังนั้นจงแสดงพลังของคุณ ยืนหยัดในพลังและแสงสว่างของคุณ และแสดงความมืดที่ไม่มีอยู่ในตัวคุณอีกต่อไป เมื่อคุณยืนหยัดในความเชี่ยวชาญของคุณ ความมืดจะหายไป

  • ถ้าเรามีตาทิพย์จริงมีญาณทิพย์จริงมีหูทิพย์จริงมีเทวดาประจำตัวจริง

    ถ้าเรามีตาทิพย์จริงมีญาณทิพย์จริงมีหูทิพย์จริงมีเทวดาประจำตัวจริง#เราจะรู้สึกตัวจริงว่าเหตุใด #ครูผู้ถ่ายทอดจึงสำคัญ#คำสอนหลวงปู่ปานสอนศิษย์#อย่าเก่งคนเดียว#พวกเธอจงจำไว้นะการที่เราจะ เสกพระ เสกผ้ายันต์ … อะไรต่ออะไรนี่น่ะถ้าเสกด้วยอำนาจกำลังของเราละ … #ไม่ช้ามันก็เสื่อม#เราน่ะมันดีแค่ไหนการเสกว่าคาถาต่าง ๆ นี่ก็เป็นการอาราธนาบารมีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์หรือเทวดา หรือ พรหม … มาช่วยแต่ว่าคาถาบางอย่าง #ก็จะว่าแต่เฉพาะบางจุดการเสกพระเสกเจ้า หรือเสกผ้ายันต์ เสกอะไรต่ออะไรพวกนี้ #ถ้าเราเอาตัวของเราออกเสีย เราไม่เข้าไปยุ่ง#แต่อาราธนาบารมี …พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระอริยสาวกทั้งหมดพรหม หรือ เทวดาทั้งหมด … ท่านมาช่วยท่านทำประเดี๋ยวเดียว ๒-๓ นาที มันก็เสร็จดีกว่าเราทำ ๑,๐๐๐ ปีแล้วเราจะเอาอะไรบ้าง ก็อาราธนาบอกท่านบอกว่า ขอให้ใช้ได้อย่างนั้นอย่างนี้#แต่อย่าลืมนะ ถ้าใช้ในทางทุจริต หรือ กฎของกรรมบังคับ#ไม่มีอะไรจะคุ้มครองใครได้ ถ้าหากว่าใครเลวอยู่แล้ว ก็คอยพยุงๆให้เลวน้อยลงไปนิดหนึ่งได้ ถ้าใครดีขึ้นมาหน่อย ก็พยุงให้ดีมากได้นี่เป็นกฎของ อำนาจพุทธบารมี ธรรมบารมี สังฆบารมี และพรหม และเทวดาทั้งหลายหลวงพ่อปาน ท่านก็ออกมาบอก …ยังงี้ใช้ไม่ได้ดอกคุณเล็ก (หลวงพ่อเล็ก) คุณเล็กอย่างนี้ใช้ไม่ได้นะคือว่า…

  • คนที่มีพลังงานแข็งแรง

    #ถึงประตูธรรม เช้าวันที่ ๒๐/๑/๖๙ คนที่มีพลังงานแข็งแรง” #ไม่ใช่คนที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงหรือมีอำนาจล้นฟ้า แต่คือคนที่มี “ออร่าบารมี” ที่ใสสะอาดและมั่นคงพอที่จะดึงดูดทรัพย์ใหญ่ในมิติที่ 5 ได้ ลักษณะของคน พลังงานแข็งแรงในปี 2026 มีดังนี้ 1. มี “สัจจะ” เป็นฐานที่มั่น (พลังงานไม่แตกพร่า) คนพลังงานแข็งแรงคือคนที่มี วาจาสิทธิ์ พูดคำไหนทำคำนั้น ไม่ต้องพูดเยอะแต่ทุกคำมีน้ำหนักลักษณะ: จิตใต้สำนึกของเขาจะเชื่อฟังคำสั่งของเขาเอง #ทำให้เสาสัญญาณระหว่างเขากับเทวดาประจำตัวแข็งแรงมาก หยิบจับอะไรก็สำเร็จไว เพราะไม่มีพลังงาน “ความไม่จริง” มาสั่นคลอนดวงชะตา 2. มีเกราะป้องกันจากการ “หยุดนินทาและเพ่งโทษ” คนพลังงานแข็งแรงคือคนที่มี “#กายทิพย์ไร้รอยรั่ว” เขาจะไม่เอาตาไปจับผิดใคร และไม่เอาปากไปสร้างขยะทิพย์ ลักษณะ: เมื่อเขาหยุดนินทา พลังงานบุญที่เขาสร้างจะคงอยู่ 100% ไม่รั่วไหล ทำให้เขามีรัศมีคุ้มกายที่หนาแน่น #สิ่งไม่ดีหรือคนพลังงานต่ำจะกระดอนออกไปเองโดยธรรมชาติ และสภาวะ ญาณบอด จะเข้าไม่ถึงตัวเขา 3. มีใจที่ “เบา สบาย” เป็นปกติ (ความถี่สูง)คนพลังงานแข็งแรงจะไม่ปล่อยให้จิตตกนานเกิน 17 วินาที เขารู้จักวิธีปรับค่าพลังงานให้กลับมาสว่างไสวได้เร็วลักษณะ: เขามักจะยิ้มที่มุมปาก มีความสุขง่าย และวางใจในทุกสถานการณ์ว่า “#เทวดาจัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ” ความเบาสบายนี้คือคลื่นความถี่มหาอำนาจที่ดึงดูดโชคลาภและกัลยาณมิตรในปี 2026…

  • ปลาจากท้องนา

    ปลาจากท้องนาที่ไม่รู้จักนำมาพูมฟักให้เติบโตพ่อครูมักนำปลาที่ติดดินแห้งๆหรือที่ชาวบ้านจับมาได้เอามาฟากให้ครูเลี้ยงครูจะเลี้ยงไว้น้ำท่วมเมื่อไหร่มันคงจะเติบใหญ่ต่อไปและออกจากรั้วประตูธรรมไปตามธรรมชาติของมัน

  • กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า

    กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า#พบแล้วเทวดาประจำตัวการฝึกฝนในห้องเรียนไม่สนภาวะเปลือกนอก(ความแปดเปื้อน) ของจิตเช่นความโกรธความโลภ หรือรัก ความชอบหรือความไม่ชอบแต่จะชี้ตรงไปยังจิตส่วนลึกที่สุดเมื่อตัวรู้(จิต)กับสิ่งที่ถูกรู้(วัตถุ) กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเมื่อจิตกลายเป็นความตระหนักรู้บริสุทธิ์ในความตระหนักรู้อันนี้จะไม่มีภาวะแปลกปลอมจะไม่มีกระบวนการสร้างความคิดและไม่มีมโนทัศน์ด้านคู่ใดๆเกิดขึ้นจิตในระดับลึกที่สุดนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนต่อให้จนถึงที่สุดก็จะนำไปสู่อิสรภาพการฝึก จิตส่วนลึกก็คือการกำจัดอุปาทานทั้งหลายแม้ในระดับละเอียดอ่อนให้สิ้นไปเมื่อนั้นจิตย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธะโลกไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจิตของตนเอง