การอยู่ในวงของการกระทำซ้ำ ๆ นั้น

การอยู่ในวงของการกระทำซ้ำ ๆ นั้น
ไม่ใช่ปัญหา แต่ไม่รู้ การรู้ว่าเราอยู่ใน
วงของรูปแบบการคิดซ้ำ ๆ เป็นปัญหา
เพราะจนกว่าเราจะตระหนักถึงรูปแบบที่เรา
จะติดอยู่ในวงเดียวกันอย่างไม่มีกำหนด

การทำลายรูปแบบไม่ใช่จุดจบของเกมอย่างที่คุณจะวนซ้ำในที่สุด

?️?#ดังนั้นจงระวังการวนซ้ำและแก้ไขกระบวนการคิดไปสู่สภาวะจิตใจที่เหมาะสมที่สุดของคุณ

⭐️⭐️ คิดดี รู้สึกดี ชีวิตดี

Similar Posts

  • #อุปสรรคใหญ่ของลูกศิษย์ใหม่#ของท่านอาจารย์คืออะไรครับ ?

    #อุปสรรคใหญ่ของลูกศิษย์ใหม่#ของท่านอาจารย์คืออะไรครับ ?คำตอบหลวงปู่ชา : ทิฐิ ความเห็นและความนึกคิดเกี่ยวกับสิ่งทั้งปวง เกี่ยวกับตัวเขาเอง เกี่ยวกับการปฏิบัติภาวนา เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า หลายๆ ท่านที่มาที่นี่ มีตำแหน่งการงานสูงในสังคมบางคนเป็นพ่อค้าที่มั่งคั่ง หรือได้ปริญญาต่างๆ ครูและข้าราชการ สมองของเขาเต็มไปด้วยความคิดเห็นต่อสิ่งต่างๆ เขาฉลาดเกินกว่าที่จะฟังผู้อื่น เปรียบเหมือนน้ำในถ้วย ถ้าถ้วยมีน้ำสกปรกอยู่เต็มถ้วยน้ำก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เมื่อได้เทน้ำเก่านั้นทิ้งไปแล้วเท่านั้น ถ้วยนั้นก็จะใช้ประโยชน์ได้ ท่านต้องทำจิตให้ว่างจากทิฐิ แล้วท่านจึงจะได้เรียนรู้การปฏิบัติของเรานั้นอยู่เหนือความฉลาดหรือความโง่ #ถ้าท่านคิดว่า..ฉันเก่ง ฉันรวย ฉันเป็นคนใหญ่คนโตฉันเข้าใจพระพุทธศาสนาแจ่มแจ้งทั้งหมด เช่นนี้แล้ว ท่านจะไม่เห็นความจริงในเรื่องอนัตตา หรือความไม่ใช่ตัวตน ท่านจะมีแต่ตัวตน ตัวฉัน ของฉัน แต่พระพุทธศาสนา คือ การละตัวตน เป็นความว่าง เป็นความไม่มีทุกข์ เป็นนิพพาน

  • บางคนคิดว่าไม่มีอะไรต้องเร่งรีบในการพบพระผู้มีจิตวิญญาณ

    บางคนคิดว่าไม่มีอะไรต้องเร่งรีบในการพบพระผู้มีจิตวิญญาณและในอนาคตจะมีเวลามากพอที่จะปฏิบัติธรรมเสมอ ด้วยทัศนคตินี้คุณจะละทิ้งการฝึกจิตวิญญาณและความยุ่งเหยิงในการแสวงหาจิตวิญญาณของคุณ

  • เมื่อลาพุทธภูมิแล้วยังสอนได้อยู่หรือไม่

    การ “ลาพุทธภูมิ” (การเลิกปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อเบนเข็มไปเป็นพระอรหันต์ในชาตินั้นหรือเร็วที่สุด) ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการสอนหายไป แต่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิง “หน้าที่” และ “สไตล์” ดังนี้ สรุป: การลาพุทธภูมิคือการ “#เปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่” จากผู้ที่จะเป็นเจ้าของกิจการ (พระพุทธเจ้า) มาเป็นผู้จัดการหรือที่ปรึกษา (พระสาวก) ความรู้ความสามารถเดิมยังอยู่ครบและมักจะช่วยคนได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้นด้วยซ้ำ #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ

    โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ #ศาลาภูตะนครา และให้คุณพ่อ กับ คุณแดนไตร นร.รุ่น 11ดำเนินการ ลงมือสร้าง ครูได้รับดอกบัวหลวง (จากคุณนก นร.รุ่น 46)มาลงสระ รอบศาลา อีกไม่นานคงได้ชื่นชมดอกบัวที่ตรัสรู้พ้นน้ำ#ศาลาหลังนี้ครูจะใช้แสดงธรรม และใช้สวดอภิเษกมนต์ (มณีมนต์) ให้กับลูกศิษย์ที่เดินทางมาฝึกฝน#มณีมนต์มีพลังในการในการขจัดอารมณ์ด้านลบ และสามารถประสาทพรให้กับเรามากมายมหาศาลโดยที่เราไม่สามารถจินตนาการถึง #แต่มนต์บทนี้จะไม่สามารถส่งผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อเราสวดภาวนาอย่างไม่ตั้งมั่น ฟุ้งซ่านอยู่บ่อยๆ ภาวนาไป คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ไป หรือภาวนาได้สองสามคำก็หยุดทำอย่างอื่น แล้วภาวนาต่อ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่สมบูรณ์มากนัก ต่อให้เราจะชักสายประคำรวดเร็วมากเท่าไหร่ แต่ในใจคิดฟุ้งซ่าน การภาวนาเช่นนี้จะให้ประโยชน์อะไร การภาวนาไม่ใช่เรื่องของการสะสมจำนวนครั้งให้ได้มากๆ สารัตถะที่แท้จริงแห่งการภาวนาคือการตั้งมั่น มีสมาธิ และเข้าใจในความหมายของมนต์ นี่ต่างหากคือเป้าหมายแห่งการปฏิบัติ

  • มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด

    ๖/๒/๖๙ มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด เพราะเขาไม่ได้มาเพื่อทำลายท่านด้วยกำลัง แต่มาเพื่อทำลาย “ความสงบ” และ “ความบริสุทธิ์ของดวงจิต” #ด้วยความศรัทธาจอมปลอม #จุดสังเกตที่ชัดเจนของมารประเภทนี้คือ มาเพื่อ “ติด” ไม่ได้มาเพื่อ “ปล่อย”: เขาจะพยายามทำให้ท่านเกิดความเมตตาจนกลายเป็น “ความห่วงใย” (ความผูกพัน) ซึ่งเป็นพันธะกับ ให้มีสัญญาอดีตร่วมกัน อย่างหนึ่ง หากท่านเริ่มกังวลว่าเขาจะปฏิบัติได้ไหม นั่นคือท่านตกหลุมพรางที่ทำให้ แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล ของท่านแกว่งแล้ว #ช่างประจบแต่ไม่ปฏิบัติ: มารในรูปศิษย์จะเก่งเรื่องการใช้ “คำหวาน” และความยโสที่ซ่อนอยู่ภายใต้การกราบไหว้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับกิเลสตัวเองจริงๆ เขาจะหลีกเลี่ยงและหาข้ออ้างเสมอ Spiritual Narcissism #สร้างความร้าวฉานในหมู่คณะ เขาจะพยายามทำตัวเป็น “ศิษย์เอก” เพื่อสร้างเขตแดนและกันคนอื่นออกไป สิ่งนี้คือการนำ “ความแบ่งแยก” มาสู่สถานที่ปฏิบัติธรรม ทำให้ความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณของส่วนรวมมัวหมอง ศิษย์ที่เป็นมาร จะดึงจิตท่านให้ลงมา ‘แบก’ ส่วนศิษย์ที่เป็นธรรม จะทำให้ท่าน ‘เบา’ และสว่างขึ้น วิธีจัดการที่ ใจอริยะ ใช้คือ: ให้ธรรมะอย่างเสมอภาค แล้วนิ่งอยู่ที่พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ใครจะดีหรือร้าย…