ฆราวาสบ้านธรรม

  • สนามพลังงานบุญ

    “สนามพลังงานบุญ” ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ในปี 2026 นี้คือการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้เป็นมิติที่สูง ภพภูมิเทวดาและพรหม เพื่อดึงดูดทรัพย์และโชคลาภ โดยมีหลักการสำคัญดังนี้ ความสะอาดและระเบียบ (กายภาพสะท้อนจิต)บ้านที่รกและสกปรกคือที่สถิตของ พลังงานยัน และขยะทิพย์ การจัดบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง คือการเตรียมภาชนะเพื่อรองรับ ทรัพย์ทางพลังงาน เมื่อบ้านสะอาด พลังงานจะไหลเวียน (Flow) ได้สะดวก ทำให้คนในบ้านใจเบาและสบายขึ้น ตั้งสัจจะในพื้นที่กำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้าน (เช่น หิ้งพระหรือมุมสงบ) แล้วรักษา สัจจะ ในพื้นที่นั้น เช่น ตั้งสัจจะว่าจะสวดมนต์หรือนั่งนิ่งๆ วันละ 5-10 นาที พลังแห่งสัจจะจะแผ่กระจายออกมาเป็นรัศมีคุ้มครองบ้าน ทำให้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้ามากล้ำกราย เสียงหัวเราะและวาจาสิทธิ์บ้านที่เป็นสนามพลังบุญต้องไม่มีเสียงด่าทอ นินทา หรือการเพ่งโทษ เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ อย่างมหาศาล ให้เปลี่ยนเป็นการพูดคำขอบคุณ การชื่นชม และการมีเสียงหัวเราะของเด็กๆ คลื่นความถี่สูงเหล่านี้จะช่วยดึงดูด เทวดาประจำตัว ของทุกคนในบ้านให้มีกำลัง การบันทึกจิตใหม่ในบ้านในทุกๆ วัน ให้บันทึกความรู้สึกกตัญญูต่อบ้านที่ให้เราอยู่อาศัย…

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…

  • สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดี

     #ถึงประตูธรรม (๑๑/๑/๖๙)  เมื่อเทวดาประจำตัวกลายร่างเป็นจิตมิจฉาทิฐิ จิตมิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้าประตูธรรม (เพราะพลังบริสุทธิ์) หนาแน่น ทั้งที่อยากไปแต่มีพลังบางอย่างยันไว้ไม่สามารถเข้าได้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ หรือพลังงานลบไม่กล้าเข้าไปใกล้ คือสถานที่ที่มี “คลื่นพลังงานบริสุทธิ์”และมีฐานของ สัจจะบารมี ที่มั่นคงมากพอ สถานที่ที่รักษา “สัจจะ” อย่างเคร่งครัด ที่ใดที่ผู้คนในสถานที่นั้น (เช่น วัด หรือสำนักปฏิบัติธรรม) #มีความซื่อตรงต่อคำพูดและการกระทำ ไม่มีการโกหกหลอกลวง พลังงานจากสัจจะนี้จะสร้างกำแพงพลังงานที่เข้มแข็งที่สุด #ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่เน้นการบิดเบือนความจริงไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้ สถานที่ที่มีแต่ “พลังความกตัญญู” ในสถานที่ที่ผู้คนแสดงความเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง พลังงานความกตัญญูนี้เป็นคลื่นความถี่สูงมากในมิติที่สูง(เหนือทิพย์) #ทำให้สถานที่นั้นสว่างไสวด้วย แสงสว่างจากบุญ จนพลังงานมืดไม่สามารถสถิตอยู่ได้ สถานที่ที่เน้น “ใจเบา ใจสบาย” เป็นหลัก สถานที่ที่ผู้คนไม่แบกความเครียด ไม่ตัดสินผู้อื่น (ไม่เพ่งโทษ) แต่รักษาใจให้ว่างและเป็นกลางอยู่เสมอ จะมี พลังบริสุทธิ์ #ที่ทำให้เทวดามิจฉาทิฏฐิรู้สึก “ร้อน” หรืออึดอัดจนอยู่ไม่ได้ เพราะคลื่นพลังงานไม่ตรงกัน สถานที่ที่ไร้ “รอยรั่วทางบุญ” (ไร้นินทา) หากสถานที่นั้นไม่มีการนินทาว่าร้าย หรือการใส่ร้ายป้ายสีกัน พลังงานจะรวมเป็นหนึ่งเดียวและไม่มีช่องโหว่ให้พลังงานลบเข้าแทรกแซงได้ ซึ่งจะช่วยปิดกั้น มารทดสอบ ได้อย่างถาวร  #สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดีพื้นฐานอย่าง สัจจะ…

  • “มาร” หรือ”พลังงานลบ” ที่คอยขัดขวางความเจริญ

    #ธรรมจากประตู ๑๑/๑/๖๙ #วิชชาที่ท่านแม่ครูน้อยทดลองมาแล้ว “มาร” หรือพลังงานลบที่ คอยขัดขวางความเจริญ ไม่ได้กลัวอาวุธหรือของขลังแต่กลัว สภาวะจิตที่มีความเข้มแข็งและบริสุทธิ์ #กลัวคนที่มี “สัจจะ”: มารกลัวคนพูดจริงทำจริงที่สุด เพราะสัจจะเป็นพลังงานที่เด็ดขาดและ #มีอำนาจในการสั่งการมิติพลังงาน เมื่อเรามีสัจจะ มารจะหาช่องว่างเข้าแทรกแซงหรือบิดเบือนดวงชะตาของเราไม่ได้เลย กลัว “#พลังความกตัญญู”: ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงที่สว่างมาก #มารเป็นพลังงานความถี่ต่ำ (ความโกรธ ความเนรคุณ) เมื่อเจอแสงสว่างจากความกตัญญู มารจะสลายตัวไปเองเพราะทนกระแสความดีไม่ได้ กลัวสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย”: #มารจะทำงานได้ดีเมื่อเราโกรธ เศร้า หรือกังวล แต่ถ้าเรารักษาใจให้ เบา สบาย และเป็นกลาง ได้ตลอดเวลา มารจะไม่มี “เหยื่อล่อ” ให้เราหลุดจากเส้นทางบุญ สภาวะนี้คือเกราะป้องกันมารที่ทรงพลังที่สุด กลัว “#การไม่เพ่งโทษ”: มารชอบให้คนนินทาและจับผิดกัน เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ หากเราฝึกจิตจนไม่เพ่งโทษใคร แต่มุ่งดูใจตนเอง มารจะไม่มีช่องทางให้เราสร้างกรรมใหม่ ชีวิตเราจึงเข้าสู่สภาวะ พลังงานไหล ได้ถาวร กลัว “การขอขมา”: ทุกครั้งที่เราทำพิธีขอขมาด้วยความจริงใจ…

  • สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน”

    สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน” (ไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว) ถือเป็นปรากฏการณ์ทางพลังงานในมิติที่สูง ที่มีความหมายลึกซึ้งดังนี้ #การสื่อสารผ่านคลื่นพลังงาน (Soul Connection): ในระดับจิตวิญญาณ พลังงานไม่มีพรมแดน ครูบาอาจารย์ที่มีญาณบารมีสูงจะส่งกระแสธรรมผ่าน “คลื่นความถี่” เมื่อเราเปิดฟังหรืออ่านคำสอน แล้วรู้สึกว่า “ตรงกับชีวิตพอดี” นั่นคือการที่ เทวดาประจำตัว ของเรา พยายามจูนจิตของเราให้มาพบกับคลื่นพลังงานที่สามารถแก้ปมในใจคุณได้ ธรรมะจัดสรร (กระแสไหล): การที่ครูสอนเหมือนรู้เรื่องของเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในกระแส “พลังงานไหล” คือวาระบุญของเราเปิดออก ทำให้เราได้รับคำชี้แนะที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยปิด รอยรั่วทางบุญ หรือเตือนสติเรื่องการ ผิดสัจจะ #มารทดสอบ (ความสงสัย) บ่อยครั้งที่จิตจะเกิดความสงสัย (วิจิกิจฉา) ว่า “ครูรู้ได้อย่างไร?” หรือ “#ครูพูดกระทบเราหรือเปล่า?” ความสงสัยนี้คือ มารทดสอบ ที่จะทำให้เกิด พลังงานยัน หากเรามัวแต่หาคำตอบทางสมอง เราจะพลาดโอกาสในการ บันทึกจิตใหม่ เพื่อยกระดับชีวิต การรับ “#ทรัพย์ทางพลังงาน” การสอนโดยไม่รู้จักตัวตนกัน เป็นการสอนที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะครูไม่ได้สอนตามกิเลสหรือความรักความชังส่วนตัว แต่สอนตามกระแสธรรมที่หลั่งไหลออกมา หน้าที่ของเราคือรักษา ใจให้เบา สบายเพื่อเป็นภาชนะรับบารมีนั้น…

  • การที่ครูกล้าเตือนคือ “พร” อย่างหนึ่ง

    #ถึงประตูแห่งธรรม ๑๐/๑/๖๙ การที่ “#ครูกล้าเตือนเรา” (แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเตือนผ่านสื่อ) ถือเป็นวาระพิเศษทางพลังงาน ที่เราควรตระหนักดังนี้ การหยุด “พลังงานรั่ว” ที่ครูกล้าเตือน เพราะท่านเห็น “จุดรั่ว” ในสนามพลังงานของเรา(เช่น การเพ่งโทษ การผิดสัจจะ หรืออีโก้) #การเตือนคือการช่วยอุดรอยรั่วก่อนที่บุญบารมีของคุณจะไหลออกจนหมด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” หรือชีวิตติดขัด บททดสอบ “มารสอบอัตตา”: เมื่อถูกเตือน จิตของเราจะเกิดปฏิกิริยาทันที หากเรารู้สึกโกรธ ขัดใจ หรือไม่ชอบใจ นั่นคือ มารทดสอบ ที่กำลังทำงาน หากเราก้าวข้ามความโกรธไม่ได้ เราจะเกิด พลังงานยัน #ทำให้บารมีที่ควรจะเปิดกลับถูกปิดกั้นลง ความเมตตาจากภพที่สูง การเตือนคือการ “#ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของคุณตาสว่าง ครูที่กล้าเตือนคือครูที่ยอมเสี่ยงต่อการถูกโกรธเพื่อช่วยให้ศิษย์พ้นจากสภาวะ ญาณบอด #การที่ครูสื่อสารออกมาแล้วตรงกับสภาวะของคุณพอดี เป็นเพราะ เทวดาประจำตัว ของคุณไปเชื่อมกระแสเพื่อให้ครูช่วยดึงเราออกจากวิบากกรรม กุญแจสู่ “พลังงานไหล”: หากเราน้อมรับคำเตือนด้วย ใจเบา ใจสบาย และนำไปปรับปรุง (บันทึกจิตใหม่) สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านเป็นแรงดึงดูดทันที ทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามที่เทวดาเตรียมไว้สามารถไหลเข้าสู่ชีวิตได้ #วิธีปฏิบัติเมื่อถูกครูเตือน อย่าส่งจิตออกนอก:…

  • #ครูที่กล้าเตือน การเตือนคือการ “ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของเราสว่าง

    #ธรรมจากประตู-ครูที่กล้าเตือน ๑๐/๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ “#เทวดาอารักขาครูบาอาจารย์” ถือเป็นกลุ่มพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพสูงมาก ซึ่งศิษย์และผู้ปฏิบัติธรรมควรทำความเข้าใจเพื่อการวางจิตที่ถูกต้องดังนี้ ผู้พิทักษ์กระแสธรรม: เทวดากลุ่มนี้มีหน้าที่อารักขาพระธรรมและรักษาความบริสุทธิ์ของสายธรรม #ท่านจะทำหน้าที่คัดกรองผู้ที่จะเข้ามาสู่ประตูธรรม หากใครเข้ามาด้วยจิตที่มืดบอด หรือมีเจตนาแฝง ท่านจะสร้างสภาวะ “พลังงานยัน” #ทำให้คนเหล่านั้นอยู่ไม่ได้หรือต้องออกไปจากสายธรรม  บทลงโทษจากการปรามาส หากศิษย์คนใดเกิดจิตดูถูกครูผู้สอน หรือทำตัว อกตัญญู เทวดาอารักขาครูบาอาจารย์จะปิดกั้นบารมีของศิษย์คนนั้นทันที ส่งผลให้เกิดสภาวะ “ญาณบอด” และ “เงินหนี” เนื่องจากรัศมีธรรมของครูถูกปิดกั้นไม่ให้ส่งถึงศิษย์ การเชื่อมต่อบารมีผ่านครู: เมื่อเรากตัญญูและทำตามคำชี้แนะของครูบาอาจารย์ เทวดาอารักขาของท่านจะเชื่อมต่อกระแสบุญมายัง เทวดาประจำตัว ของเรา ทำให้เทวดาของเรามีกำลังมากขึ้น ส่งผลให้ชีวิตเกิดสภาวะ “พลังงานไหล” และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว พลังแห่งสัจจะ: เทวดาอารักขาครูบาอาจารย์ให้ความสำคัญกับ “สัจจะ” สูงสุด หากศิษย์รักษาสัจจะที่ให้ไว้ต่อหน้าครู ท่านจะช่วยเปิดทางทรัพย์และดึงดูดสิ่งดีงามมาให้เป็นรางวัลทางการปฏิบัติ  #วิธีวางจิตต่อเทวดาอารักขาครูบาอาจารย์ นอบน้อมจากใจ: ไม่ใช่เพียงทางกาย แต่ต้องนอบน้อมจากจิตบันทึกภายใน เพื่อไม่ให้เกิดรอยรั่วทางพลังงาน ขอขมาเมื่อพลาดพลั้ง: หากเผลอคิดลบต่อครู ให้รีบทำพิธีขอขมาเพื่อถอนกรรมปรามาสก่อนที่เทวดาอารักขาจะปิดทางบารมี การเคารพครูบาอาจารย์คือการเคารพเทวดาอารักขาของท่าน ซึ่งเป็นทางลัดที่ทำให้เรา ได้รับการคุ้มครองและหนุนนำในมิติที่สูงขึ้นอย่างเต็มกำลัง  ถ้าครูท่านไม่สื่อสารจากวาจาของท่านผ่านมาให้เรารู้เราจะตื่นรู้ได้เช่นไร #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok…

  • จิตไม่ผูกพัน

    #จิตที่ไม่ผูกพัน ไม่ใช่การเพิกเฉยหรือไร้ความรู้สึก แต่คือสภาวะขั้นสูงของการบริหารพลังงานในมิติที่ 5 #เพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ การก้าวข้าม “มารทดสอบ” (Non-Attachment) จิตที่ผูกพันมักนำไปสู่ความคาดหวัง เมื่อไม่ได้ดั่งใจจะเกิดความเกลียดหรือความโกรธ (เช่น การเกลียดครูผู้สอน หรือไม่ชอบสไตล์ครู) แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะมองทุกอย่างเป็น “สมมติ” และ “หน้าที่” ทำให้ใจนิ่ง สงบ และไม่เกิด พลังงานยัน กับคำสอนหรือสถานการณ์รอบข้าง การปิด “รอยรั่วทางบุญ” ความผูกพันที่มากเกินไปมักนำมาซึ่งความกังวลและการเพ่งโทษผู้อื่น ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ พลังงานรั่ว ได้ง่ายที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันจะรักษาความสะอาดของสนามพลังงานไว้ได้ เพราะใจจะจดจ่ออยู่กับการ “#บันทึกจิตใหม่” ของตนเองมากกว่าการส่งจิตออกนอกไปยึดติดกับบุคคลหรือสิ่งของ สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เมื่อจิตไม่ผูกพัน ใจจะเข้าสู่สภาวะว่างและเบา ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ตรงกับ เทวดาประจำตัว ทำให้พลังงานกุศลและ ทรัพย์ทางพลังงาน ไหลเข้าสู่ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอะไรอุดตัน กตัญญูโดยไม่ยึดมั่น แม้จะมีความกตัญญูสูง แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณด้วยสัจจะและเมตตา โดยไม่ยึดมั่นว่าผู้นั้นต้องเป็นอย่างที่เราต้องการ #สภาวะนี้จะช่วยให้บารมีเปิดกว้างที่สุดเพราะไม่มีอัตตามาคั่นกลาง เตรียมพร้อมสำหรับ “#วันที่จากลา” การฝึกจิตที่ไม่ผูกพันช่วยให้เมื่อถึงวาระที่ต้องพลัดพราก จิตจะไม่เศร้าโศกจนเสียระบบพลังงาน แต่จะสามารถอุทิศกุศลและส่งพลังงานบริสุทธิ์ให้แก่กันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันคือการ “ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด…

  • ความสุขของเด็กๆ

    ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ในปี 2026 นี้ “#ความสุขของเด็ก“ ถูกมองว่าเป็นกระแส พลังบริสุทธิ์ ที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงมาก และส่งผลต่อผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือ ผู้ที่สร้างความสุขนั้นดังนี้ คลื่นพลังงานดึงดูดโชคลาภ: เสียงหัวเราะและความร่าเริงของเด็กคือคลื่นความถี่ระดับสูง (High Frequency) ที่สามารถสลาย พลังงานยัน หรือความตึงเครียดในบ้านได้ เมื่อบ้านใดมีพลังงานความสุขของเด็กสถิตอยู่ #จะดึงดูดเทวดาฝ่ายสัมมาทิฐิให้เข้ามาประทานพรและช่วยให้ พลังงานทรัพย์ไหลเวียนดีขึ้น กระจกสะท้อนจิตผู้ใหญ่: หากเด็กในปกครองมีความสุข ร่าเริง และมีสัมมาคารวะ มักสะท้อนว่าผู้ใหญ่ในบ้านมีจิตที่สะอาดและมี สัจจะบารมี แต่ถ้าเด็กดื้อรั้นหรือหงุดหงิดง่าย อาจเป็นสัญญาณว่าผู้ใหญ่มี พลังงานรั่ว หรือบันทึกจิตด้วยความเครียดจนส่งผลกระทบต่อเด็ก การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์กตัญญู: การทำให้เด็กมีความสุขด้วยความรักและธรรมะ คือการวางรากฐาน พลังความกตัญญู ไว้ในจิตของเขาตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งจะเป็นเกราะคุ้มครองและนำพาความเจริญมาสู่ครอบครัวในอนาคต ทานบารมีที่บริสุทธิ์: การสร้างความสุขให้เด็ก (เช่น การมอบของขวัญ หรือโรงทานเด็ก) เป็นการทำบุญที่ไม่มีเงื่อนไข จิตที่ยินดีในความสุขของเด็กจะช่วยให้คุณเข้าสู่สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดบารมี #ข้อแนะนำทางพลังงาน หากชีวิตเรากำลังติดขัด ลองไปสร้างความสุขให้กับเด็กๆ หรือเล่นกับเด็กด้วยใจที่เมตตาและเป็นกุศล…

  • ๙ แรกของ ปี “#มอบสิ่งของให้เด็ก”

    ๙ แรกของ ปี ๙/๑/๖๙ การ “#มอบสิ่งของให้เด็ก“ ในแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ไม่ได้เป็นเพียงการสงเคราะห์ แต่เป็นการสร้าง “พลังงานไหล” และการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์กุศลที่มีผลต่อบารมีของผู้ให้ ดังนี้ #การสลายความตระหนี่ (เปิดทางทรัพย์)การมอบสิ่งของหรือขนมให้เด็กๆ ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ช่วยให้จิตหลุดพ้นจากสภาวะยึดติด (อัตตา) เมื่อเราให้ด้วย ใจเบา ใจสบาย จะเป็นการเปิดประตูให้ ทรัพย์ทางพลังงาน ไหลเข้าสู่ตัวเราได้ง่ายขึ้น ตามกฎของพลังงานสะท้อน #การบันทึกจิตด้วยความเมตตา เมื่อเห็นเด็กๆ มีความสุขจากการได้รับ จิตของผู้ให้จะบันทึก “ภาพความสุข” และ “รอยยิ้ม” สภาวะจิตที่แช่มชื่นนี้เป็นพลังงานความถี่สูง (มิติที่ 5) ที่ช่วยล้างความขุ่นมัวในจิตใจและดึงดูดสิ่งดีงามเข้ามา #เสริมบารมีให้เทวดาประจำตัว: เด็กๆ มีพลังงานที่บริสุทธิ์ การทำบุญกับผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์มีอานิสงส์สูง เมื่อเราทำแล้วให้อธิษฐานอุทิศกุศลให้ #เทวดาประจำตัว จะช่วยให้ท่านมีกำลังในการคุ้มครองและชี้แนะทางสว่างให้เราชัดเจนยิ่งขึ้น การแก้ “พลังงานยัน” ในครอบครัว หากชีวิตติดขัดหรือมีปัญหาเรื่องบริวาร การมอบสิ่งของหรือทุนการศึกษาให้เด็กที่ยากไร้ เป็นการแก้เคล็ดทางพลังงานเพื่อปรับสมดุลความสัมพันธ์และสร้างบารมีด้านเมตตาธรรม #ข้อควรระวัง: ควรให้ด้วยความยินดีโดยไม่หวังผลตอบแทน หากให้แล้วหวังคำชมหรือหวังโชคลาภจะเกิด…