เทวดาประจำตัวมีจริงหรือไม่ คืออะไร

เทวดาประจำตัวตอบว่ามีจริง แล้วคืออะไร  การอธิบายในเนื้อหานี้ คือรูปธรรมทางพลังงานชนิดหนึ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของมนุษย์ คำว่าเทวดาประจำตัวถูกจำกัดความในความหมายของภาษาเรียก เพียงเท่านั้น และแนวการปฏิบัติของสิ่งที่ถูกเรียกชื่อหรือความเชื่อ
          ทั้งหมดนี้จะสามรถไขปริศนาได้ให้ท่านได้เมื่อท่านได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งพลังงาน หรือมีโอกาส ได้รู้จักเทวดาประจำตัว แล้วเท่านั้น ท่านจึงจะทราบความหมายของสิ่งๆนั้น ได้ด้วยตัวท่านเอง

Similar Posts

  • ไม่ว่าคุณจะปฏิบัติธรรมใด ๆ

    ไม่ว่าคุณจะปฏิบัติธรรมใด ๆตั้งแต่ภาวนาสมาธิไปจนถึงการถวายเทียนเล่มเดียวจงทําด้วยความตั้งใจที่การปฏิบัติของคุณจะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ในบริบทนี้ “ประโยชน์” ไม่ได้หมายถึงการให้ความช่วยเหลือในทางปฏิบัติเท่านั้น เช่น การถวายอาหารหรือยา หรือการให้อาหารอารมณ์ของผู้คน ความอัปยศและการหลงผิด ในที่นี้ “ประโยชน์” รวมถึงความปรารถนาที่จะเป็นเครื่องดนตรีในการตรัสรู้ของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย โดยปราศจากความใฝ่ฝันเช่นนั้น ก็เป็นเรื่องง่ายสําหรับการปฏิบัติธรรมที่จะรับใช้ตนเอง #ไม่ใช่เพื่อความสุข #แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว

  • #จิตใจมนุษย์

    #จิตใจมนุษย์ อะไรที่ทำให้คนเราเป็นมนุษย์ได้จริงๆ? เราแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่เดินบนโลกใบนี้อย่างไร? อันที่จริง เพื่อให้สิ่งต่าง ๆ ง่ายขึ้น ให้จำกัดขอบเขตของคำถามนี้ให้แคบลงให้เหลือเฉพาะ#เพื่อนบ้านทางพันธุกรรมของเรา#อะไรทำให้เราเป็นมนุษย์และมีจิตวิญญาณนอกเหนือจากความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในลักษณะทางกายภาพแล้ว สมองของมนุษย์ยังสร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่าง “มนุษย์” และ “สิ่งมีชีวิต” จิตใจของมนุษย์เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ไม่อาจเลียนแบบได้ และทำงานในลักษณะที่ขัดต่อมาตรฐานความสอดคล้องทั้งหมดอย่างชัดเจนCamp47(22-24/1/2022)

  • #อุปสรรคใหญ่ของลูกศิษย์ใหม่#ของท่านอาจารย์คืออะไรครับ ?

    #อุปสรรคใหญ่ของลูกศิษย์ใหม่#ของท่านอาจารย์คืออะไรครับ ?คำตอบหลวงปู่ชา : ทิฐิ ความเห็นและความนึกคิดเกี่ยวกับสิ่งทั้งปวง เกี่ยวกับตัวเขาเอง เกี่ยวกับการปฏิบัติภาวนา เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า หลายๆ ท่านที่มาที่นี่ มีตำแหน่งการงานสูงในสังคมบางคนเป็นพ่อค้าที่มั่งคั่ง หรือได้ปริญญาต่างๆ ครูและข้าราชการ สมองของเขาเต็มไปด้วยความคิดเห็นต่อสิ่งต่างๆ เขาฉลาดเกินกว่าที่จะฟังผู้อื่น เปรียบเหมือนน้ำในถ้วย ถ้าถ้วยมีน้ำสกปรกอยู่เต็มถ้วยน้ำก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เมื่อได้เทน้ำเก่านั้นทิ้งไปแล้วเท่านั้น ถ้วยนั้นก็จะใช้ประโยชน์ได้ ท่านต้องทำจิตให้ว่างจากทิฐิ แล้วท่านจึงจะได้เรียนรู้การปฏิบัติของเรานั้นอยู่เหนือความฉลาดหรือความโง่ #ถ้าท่านคิดว่า..ฉันเก่ง ฉันรวย ฉันเป็นคนใหญ่คนโตฉันเข้าใจพระพุทธศาสนาแจ่มแจ้งทั้งหมด เช่นนี้แล้ว ท่านจะไม่เห็นความจริงในเรื่องอนัตตา หรือความไม่ใช่ตัวตน ท่านจะมีแต่ตัวตน ตัวฉัน ของฉัน แต่พระพุทธศาสนา คือ การละตัวตน เป็นความว่าง เป็นความไม่มีทุกข์ เป็นนิพพาน

  • สุษุมนา

    #สุษุมนา คือ ไขสันหลังหรือช่องทางเดินชีวิตของกายทิพย์กายแสงอันปราณีตของมนุษย์ ปราณหรือประจุพลังชีวิตซึ่งเป็นกาบวิญญาณชั้นที่สองในบรรดากาบอุ้มวิญญาณสามชั้น กายเหตุหรือกายดำริ กายทิพย์และกายเนื้อกายทิพย์มีอำนาจให้ชีวิตแก่กายเนื้อเช่นเดียวกับที่ประจุไฟฟ้าทำให้หลอดไฟเกิดความสว่างในสมาธิภาวนาเมื่อจิตท่านสู่ภายในและไหลเข้าสู่กระแสชีวิต สุษุมมา มุนีจะได้ประสบการณ์อภิจิตอันเกษมหยั่งรู้ทิพยสัจจะคือรู้เหตุและสารัตถะแห่งสิ่งสร้าง#จิตของคุรุผู้นำทางศิษย์สู่แดนแห่งบรมวิญญาณ#ด้วยพรและญาณปัญญาอันเก่าเก่านิรันดร์ #ความเกษมที่ยิ่งลึกล้ำเมื่อผู้แสวงหาจิตวิญญาณพ้นจากกายไปรวมกับบรมวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ทั่ว#จงอย่าถอยหนีนกที่อยู่ในกรงจนชินมักจะลังเลเมื่อมีโอกาสที่จะพ้นจากกรงขังกลับสู่อิสรภาพทำนองเดียวกันวิญญาณที่จองจำอยู่กับกายอาจหวั่นไหวเมื่อแรกได้ประสบการณ์ความเกษมอันสถิตทั่วในสมาธิลึกแห่งโยคะ

  • สุขลักษณะทางจิตวิญญาณ#จิตใต้สำนึก

    #สุขลักษณะทางจิตวิญญาณ#จิตใต้สำนึก ของคุณเป็นแหล่งสะสมวาสนาสัญญาเดิมที่คุณมีบุญตามวาสนาเก่าและรวมถึงการสะสมวิธีการคิดและวาสนาใหม่ปัจจุบันที่คุณไม่มีโอกาสได้เข้าใจวิธีการทำงานของจิตใต้สำนึกนี้ จิตใต้สำนึกเป็นตัวบงการชั้นสุดท้ายของจิตที่จะบ่งบอกพฤติกรรมนิสัยของดวงวิญญาณที่จะบรรลุธรรม #ลึกที่สุดในชั้นของจิตใต้สำนึกต้องถูกปรากฏผ่านออกมา ให้จิตสำนึกปัจจุบันของเรารับรู้ถึงนิสัยที่นอนเนืองให้ได้มากที่สุดโดยวิธีการฝึกฝนจิต การปฎิบัติธรรมและการเข้าคอร์สจิตวิญญาณอื่นๆ #มีกฎการใช้พลังจิตใต้สำนึกตัวอย่างหลายรายการดังนี้ 1. ต้องรู้จัก การทำงานของมัน2. คัดกรองบุคคลที่คุณจะอนุญาตให้เข้าพื้นที่ชีวิต3. ใช้เวลาในการคบหาผู้คน4. จิตสำนึก ที่ยังไม่ผ่านการฝึกฝนดวงวิญญาณจะไม่สามารถต้านทานพลังงานจิตใต้สำนึกเชิงลบได้ บุคคลเหล่านั้นจะปรากฏนิสัยการทำร้ายจิตใจการกระทำเรื่องเดิมๆซ้ำๆที่เป็นสันดานที่หนาแน่น5. อริยะครูบาอาจารย์ทั้งหลายใช้จิตใต้สำนึกที่เป็นคลังมหาปัญญาเป็นส่วนใหญ่จากการฝึกฝนรูปภายในและเรียนรู้จิตสำนึกปัจจุบันให้ควบคู่กับแหล่งปัญญามหาปัญญา6. จิตใต้สำนึกของคุณเป็นเช่นไรปัจจุบันนี้คือสิ่งที่คุณเป็นอยู่7. จิตใต้สำนึกเมื่อสะสมเรื่องราวที่ดีกว่าและเรื่องที่เป็นอกุศลกว่าจะสร้างพลังจิตใต้สำนึกและช่วยให้ดีดดวงวิญญาณดวงนี้สู่การเปลี่ยนภพ หรือเรียกว่าย้ายจากสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่งหนึ่ง8. จิตใต้สำนึกไม่มีสมองของตัวเองเก็บสะสมทุกเรื่อง9. วิธีป้องกันขยะทางจิตเริ่มต้นจากการใช้เกราะป้องกันและวิจารณญาณตั้งแต่จุดเริ่มต้นรับข้อมูลจากตาที่สาม10. จิตใต้สำนึกเป็นนามเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่ปรากฏเป็นพฤติกรรมนิสัยของบุคคลนั้นนั้น11. คำว่าอย่าไว้ใจตนเองให้มากนั่นก็คืออย่าไว้ใจในจิตใต้สำนึกของตนเอง12. จิตสำนึกดวงวิญญาณที่ผ่านการฝึกฝนแล้วจะเผาขยะทางจิตใต้สำนึกให้หมดสิ้นไปและสามารถดับสัญญาในจิตใต้สำนึกนี่ได้นั่นคือขั้นตอนสุดท้ายของการสิ้นสุดการเป็นดวงวิญญาณ13.เรื่องที่คุณพูดคุย (ถ้าอยากมีปัญญา)ก็ต้องพูดคุยเรื่องการพัฒนาตนเองอยากบรรลุหลุดพ้น ต้องพูดคุยเรื่องแนวทางการปฏิบัติดวงวิญญาณ #จิตใต้สำนึกสำคัญขนาดนี้คุณควรดูแลสุขลักษณะทางจิตวิญญาณของคุณให้ดี จิตดี = จิตสำนึกดีทำดี= จิตใต้สำนึกดีรู้ผิดชอบชั่วดี= จิตสำนึกดีดีประพฤติไม่ดีฉ้อโกงลักทรัพย์ หลอกลวง= จิตสำนึกไม่ดี , จิตใต้สำนึกไม่ดี  อวดดื้อถือดีหยิ่งยโสโอหัง= จิตสำนึกไม่ดี ,จิตใต้สำนึกไม่ดี คิดไม่ดีต่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์= จิตสำนึกไม่ดีจิต, จิตใต้สำนึกไม่ดี ไม่มีความอดทนต่อสิ่งใดเรียนอะไรก็ไม่บรรลุผล= จิตสำนึกไม่ดี ไม่สามารถต้านทานพลังลบจากจิตใต้สำนึกได้ อตัญญู = จิตใต้สำนึกไม่ดี ,จิตสำนึกไม่ดี #ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ผู้รู้สามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้

  • สภาวะ “ธาตุไม่เข้ากัน”

    #ถึงประตูธรรม  ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙ สภาวะ “ธาตุไม่เข้ากัน” ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องดวงพงศ์สมพงษ์ตามตำรา #แต่คือการขัดแย้งกันของ “คลื่นพลังงาน” ในมิติที่สูง #ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างรุนแรง ดังนี้ 1. ธาตุระหว่าง “บุคคล” (คนศีลไม่เสมอกัน) เมื่อเรายกระดับจิตใจให้ เบา สบาย และรักษาสัจจะ แต่คนรอบข้างยังอยู่ในพลังงานตกยุค (นินทา เพ่งโทษ โกรธแค้น) จะเกิดสภาวะธาตุไม่เข้ากัน ผลที่เกิด: เราจะรู้สึกอึดอัด เหนื่อยง่ายเวลาอยู่ใกล้คนเหล่านั้น #หรือเกิดการโต้เถียงกันโดยไม่มีเหตุผล วิธีแก้: #ไม่ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับพลังงานลบ แต่ให้รักษาความนิ่งและประคองใจให้เบาสบายไว้ แล้ว “#กฎแห่งการคัดกรองพลังงาน” จะผลักคนธาตุไม่ตรงกันออกไปจากชีวิตคุณเอง 2. ธาตุระหว่าง “ตัวเรากับงานหรือสถานที่” หากเราทำงานในที่ที่เต็มไปด้วยการคดโกง หรืออยู่ในสถานที่ที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น ในขณะที่ดวงจิตคุณเริ่มสะอาดขึ้น จะเกิดอาการธาตุต้านกัน ผลที่เกิด: ทำงานติดขัด ไอเดียไม่ออก (ญาณบอด) หรือเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้วิธีแก้: ให้ใช้ “น้ำสะอาด” และ “พานอธิษฐานจิต” เพื่อปรับธาตุในบริเวณนั้น หรือหากถึงเวลา “สัญญากรรมหมด” เทวดาจะเปิดทางให้เราได้เปลี่ยนเส้นทางใหม่ที่ธาตุตรงกันมากกว่า 3. ธาตุใน “กายตนเอง” (กายกับจิตไม่สัมพันธ์กัน)คนที่มีสัจจะล้มเหลว…