จิต กับวิญญาณแยกได้กันได้หรือไม่

จิต กับ วิญญาณ 2 สิ่งนี้ต้องแยกกันในที่สุด เหมือนเมล็ดข้าว
จิตเปรียบเสมือน ข้าวขาว
วิญญาณเปรียบเสมือน เปลือกข้าว
ถ้าจิตกับวิญญาณไม่แยกจากกันมนุษย์ก็จักไม่รู้ความจริงของวิญญาณ
ทางการฝึกฝนเรียกว่า การแยกกายแยกจิต แยกรูปแยกนาม (อาจฟังดูง่าย) เมื่อไม่เข้าถึง การฝึกฝนก็เปรียบได้กับการพายเรือในอ่าง

Similar Posts

  • “มารสอบอัตตา” ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน”

    🚩🚩 ปัญหาส่วนตัวคุณละการที่ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน” ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพูด การแต่งกาย หรือบุคลิกของครูผู้สอน ถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่เรียกว่า “มารสอบอัตตา” (ตัวตน) ของผู้ปฏิบัติเอง ตามหลักการปรับจูนพลังงาน ⚠️ #ปัญหานี้คือตัวผู้ปฏิบัติเอง มีแง่คิดให้พิจารณาดังนี้ ⚠️ ติดสมมติ (ติดเปลือก): แม่ครูน้อยมักสอนว่า “สไตล์” คือเปลือกภายนอกที่เป็นโลกสมมติ หากเรายังไม่ชอบหรือขัดใจในสไตล์ แสดงว่าจิตของเรายังยึดติดกับรูปลักษณ์ (รูปนาม) และยังเข้าไม่ถึง “กระแสธรรมบริสุทธิ์” ที่อยู่ภายใน นี่คือสัญญาณว่า “ญาณ” ของเรายังถูกบดบังด้วย ความชอบ-ไม่ชอบส่วนตัว ⚠️พลังงานยัน (ต้านกัน): ความไม่ชอบสไตล์จะสร้าง “กำแพงพลังงาน” ขึ้นมาปิดกั้นการรับรู้ ทำให้บุญบารมีที่ควรจะไหลผ่านคำสอนเข้าสู่จิตใจของเราเกิดอาการติดขัด หรือที่เรียกว่า “#บารมีไม่เปิด” เพราะใจของเราปิดตั้งแต่เริ่มมองเห็นสไตล์ที่ไม่ถูกจริต ⚠️ กระจกสะท้อนจิต: #บางครั้งครูผู้สอนอาจแสดงสไตล์ที่จงใจให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกขัดใจ เพื่อทดสอบว่าผู้ปฏิบัติจะสามารถ “รักษาความนิ่ง” และ “วางจิตที่ความว่าง” ได้หรือไม่ หากเราผ่านความไม่ชอบสไตล์ไปได้ จิตของคุณจะขยับสู่มิติที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นมิติแห่งการไม่ตัดสิน (Non-judgment) ⚠️ #วิธีแก้ไข (บันทึกจิตใหม่) แยกแยะ:…

  • กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า

    #ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปร #กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า#พบแล้วเทวดาประจำตัวการฝึกฝนในห้องเรียนไม่สนภาวะเปลือกนอก(ความแปดเปื้อน) ของจิตเช่นความโกรธความโลภ หรือรัก ความชอบหรือความไม่ชอบแต่จะชี้ตรงไปยังจิตส่วนลึกที่สุดเมื่อตัวรู้(จิต)กับสิ่งที่ถูกรู้(วัตถุ) กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเมื่อจิตกลายเป็นความตระหนักรู้บริสุทธิ์ในความตระหนักรู้อันนี้จะไม่มีภาวะแปลกปลอมจะไม่มีกระบวนการสร้างความคิดและไม่มีมโนทัศน์ด้านคู่ใดๆเกิดขึ้นจิตในระดับลึกที่สุดนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนต่อให้จนถึงที่สุดก็จะนำไปสู่อิสรภาพการฝึก จิตส่วนลึกก็คือการกำจัดอุปาทานทั้งหลายแม้ในระดับละเอียดอ่อนให้สิ้นไปเมื่อนั้นจิตย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธะโลกไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจิตของตนเอง

  • แบบฝึกหัดตาที่สาม

    #แบบฝึกหัดตาที่สาม สอนสมองซีกขวาและซีกซ้ายให้สื่อสารกัน1.เพ่งตาจนวงกลมสองวงกลายเป็นสี่วง 2.นำวงในสองวงมารวมกันจนเหลื่อมกัน 3.โฟกัสจนกว่าคุณจะเห็นกากบาทตรงกลาง 4.ตอนนี้ลองซ้อน วงกลมเล็ก ๆ สองวง 5.ฝึกระหว่างการทำสมาธิโดยลืมตาหรือหลับตา 6.อย่าทำมากเกินไปมันจะปวดตา

  • การตื่นขึ้นทางวิญญาณ

    การตื่นขึ้นทางวิญญาณ#การเจอเทวดาประจำตน มักจะไม่น่ารื่นรมย์มักจะรู้สึกเหมือนสับสนหงุดหงิด โกรธ เศร้าเศร้าโศก หรืออยู่นอกสถานที่ สิ่งนี้อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ#และท้าทาย เพราะเป็นช่วงเวลาที่เข้มข้นของการเติบโต #ส่วนบุคคล แต่ถึงแม้จะรู้สึกยากเพียงใดคุณก็ไม่ต้องคลั่งไคล้คุณกำลังพัฒนา #จงตื่นตัว #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • กำลังใจจาก #อีกา

    กำลังใจจาก #อีกา #นกชนิดเดียว…ที่สามารถอยู่เหนืออินทรีได้คืออีกา!#มันจะขึ้นขี่หลังพญาอินทรีและคอยจิกคอสร้างความรำคาญอยู่ตลอดเวลา …แต่พญาอินทรีจะไม่ตอบโต้ โจมตีและเสียเวลาไปตอแยกับมัน #เพียงแค่กางปีกให้กว้างและบินสูงขึ้นๆยิ่งสูงเท่าไหร่ อีกาก็ยิ่งหายใจลำบากเท่านั้น #แล้วมันก็จะเริ่มถอนตัวร่วงหล่นลงมาเพราะขาดอ๊อกซิเจนในอากาศ และหมดเรี่ยวแรงจะบิน  …เก็บแรงของคุณไว้บินให้สูงอย่าให้ราคากับคนที่ชิงชังเราเดี๋ยวเขาก็ตกต่ำเพราะทำตนเอง #เมื่อนั้นทุกอย่างจะราบรื่นโดยไม่ต้องออกแรง ดูน้อยลง

  • สิ่งที่ผสมผสานล้วนเป็นอนิจจัง

    สิ่งที่ผสมผสานล้วนเป็นอนิจจังทุกอารมณ์คือความเจ็บปวดทุกสิ่งไม่มีการดํารงอยู่โดยธรรมชาตินิพพานอยู่เหนือแนวคิด เมื่อคุณได้พบคุรุภายในของคุณแล้วคุณควรตั้งมั่นศึกษา และใช้เวลาเดินทางด้วยสติ ยิ่งภายนอกจะล่อเป้าโจมตีคุณการได้พบครูจะเปรียบเสมือนแสงตะเกียงแก้ว ….ชี้บอกทางไป จงเข้าให้ถึงเทวดาประจำตัว #ความจริงคือเนื่องจากคุณจะไม่ได้อยู่ในโลกนี้ตลอดไปจงเตรียมพร้อมสําหรับการเดินทางตอนนี้  พวกเราคนไหนที่ไม่คิดที่จะสร้างบ้านที่เราสามารถอาศัยอยู่ในหลายทศวรรษและนั่นจะคงอยู่ได้นานหลายศตวรรษหลังจากที่เราจากไป? พวกเราคนไหนบ้างที่ไม่เคยฝันที่จะสร้างโชคลาภและหลุดพ้นจากความกังวลไปตลอดชีวิต? “#ปีศาจแห่งนิรันดร์” นี้หลอกให้เราเชื่อสิ่งที่สามารถคงอยู่ตลอดไป #แต่ความเชื่อว่าสิ่งใดหรือใครก็ตามอาจเป็นของเราตลอดไปนั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่ผูกพันกับการผิดหวัง มันน่าเศร้าแค่ไหนที่เห็นผู้คนบนเตียงตายของพวกเขา ดังนั้นว้าวุ่นใจที่ความคิดที่จะทิ้งคนที่พวกเขารักไว้ข้างหลัง ดังนั้นจึงหมกมุ่นกับทรัพย์สินของพวกเขาและกับพินัยกรรมสุดท้ายของพวกเขาซึ่งในความจริงนั้นมีมากกว่ารายการสิ่งที่แนบมาด้วยของพวกเขา#กรรม อย่ามืดบอดต่อโชคชะตาที่รอพวกเขาอยู่ ซึ่งน่าจะเป็นคนที่ถูกทรมานหากพวกเขาละเลยสิ่งที่มีความหมายอย่างแท้จริงอย่างสิ้นเชิง และโดยทางตรงกันข้าม การสร้างแรงบันดาลใจอย่างไรที่ได้ยินเกี่ยวกับหรือพบกับผู้ปฏิบัติงานที่ฉลาดและแท้จริงที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของสิ่งใดเลย แม้กระทั่งร่างกายของพวกเขา น้อยกว่าวัตถุหรือสถานที่ที่พวกเขาอาจอาศัยอยู่ ไม่ว่าทรัพย์สินใดก็ตามที่พวกเขาอาจมี พวกเขามองว่าเป็นสิ่งไม่จริงและภาพลวงตาในชั่วครู่หนึ่งก็ถูกกู้ยืม เราต้องเดินทางอีกยาวไกลเพื่อผ่านทั้งหกอาณาจักรเราควรเข้าใกล้ธรรมะเหมือนกะลาสีกําลังเตรียมการอย่างพิถีพิถันสําหรับการเดินทางทั่วโลกและเตรียมตัวให้พร้อมสําหรับการเดินทางที่ยาวไกลของเรา ผ่านความตายและการเกิดใหม่