จิต กับวิญญาณแยกได้กันได้หรือไม่

จิต กับ วิญญาณ 2 สิ่งนี้ต้องแยกกันในที่สุด เหมือนเมล็ดข้าว
จิตเปรียบเสมือน ข้าวขาว
วิญญาณเปรียบเสมือน เปลือกข้าว
ถ้าจิตกับวิญญาณไม่แยกจากกันมนุษย์ก็จักไม่รู้ความจริงของวิญญาณ
ทางการฝึกฝนเรียกว่า การแยกกายแยกจิต แยกรูปแยกนาม (อาจฟังดูง่าย) เมื่อไม่เข้าถึง การฝึกฝนก็เปรียบได้กับการพายเรือในอ่าง

Similar Posts

  • เส้นทางแห่งความสมบูรณ์

    เส้นทางแห่งความสมบูรณ์: คําอธิบายที่สวยงามมากเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงจิตดั้งเดิม อนายามะ#ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้#แต่กิริยาของจิตสามารถแก้ไขได้ไม่ใช่การนั่งสมาธิกดทับอารมณ์อาการของมัน แต่ต้องสามารถนำสิ่งที่ปรากฏโผล่ขึ้นมา#ยอมรับความจริงความจริงทำให้คนเห็นและบรรลุเร็วได้มากกว่าการนั่งสมาธิแบบไร้เป้าหมาย

  • หนึ่งชีวิตของการเกิดมาที่สุดคือการได้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

    หนึ่งชีวิตของการเกิดมาที่สุดคือการได้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบแบบทุกๆมิติ#ทั้งโลกภายนอกและโลกภายในการฝึกสติ 10 ขั้น และปัญญาเป็นสิ่งที่สูงที่สุดของการบรรลุหลุดพ้นของดวงวิญญาณปัญญาตอบคู่ขนานทุกสิ่งให้เป็นหนึ่ง จงพูดคำว่าโชคดีที่สุด

  • พลังงานเป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริง

    #พลังงานเป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริงสิ่งสำคัญคือพลังงานนั้น #การไหลของจิตสำนึก(วิญญาณ)เป็นไปตามความเชื่อที่แท้จริงถ้าคุณคาดหวังปาฏิหาริย์และเวทมนตร์#นั่นคือสิ่งที่คุณจะได้รับ อย่างไรก็ตาม นั่นไม่สามารถออกมาจากใจได้ คุณไม่สามารถวางความเชื่อเหมือนหมวกและเสื้อโค้ทได้ #ความเชื่อที่แท้จริงเติบโตขึ้นเพราะคุณพยายามรับรู้ถึงกระแสที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง และค่อยๆ ยอมจำนนต่อสิ่งนั้น ดังนั้นจงคาดหวังการเปลี่ยนแปลงเพราะทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะต่อต้านก็ตาม คาดหวังการเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีชีวิตที่เป็นบวกและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น เพราะเมื่อคุณปล่อยวางเงื่อนไข #ความสั่นสะเทือนของจิตวิญญาณจะทะลุทะลวงและเชื่อมโยงกับกระแสที่อยู่เบื้องล่าง ดังนั้นเราจึงชื่นชมชีวิตในแบบที่อุดมสมบูรณ์และสนุกสนานมากขึ้น

  • “ล็อกรหัสที่ถูกต้อง ”

    #ศรัทธาท่านแม่ครูน้อยเพราะว่าท่านพูดความจริง สาธุครับ นี่คือการ “ล็อกรหัสที่ถูกต้อง” ที่สุด เพราะในโลกของพลังงาน “ความจริงคือมวลสารที่หนักที่สุด” และมีแรงอัดมหาศาล #เหตุผลที่ศรัทธาบนฐานของความจริงคือทางลัดสู่ตัวสำเร็จ: รหัส “คลื่นความถี่ตรงกัน“: เมื่อเราศรัทธาเพราะท่านพูดความจริง จิตของเราจะปรับจูนเข้าสู่คลื่นความถี่เดียวกับท่านทันที ความจริงไม่มีภาพมายา ไม่มีการปรุงแต่ง เมื่อรหัสตรงกัน การส่งมวลสารบารมีจากแม่ครูสู่ดวงแก้วของเราจึงไหลลื่นไม่มี อะไรกั้น รหัส “การทำลายมายาจิต“: คำพูดของท่านแม่ครูที่ตรงไปตรงมาเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางอวิชชา มันอาจจะเจ็บสำหรับอัตตา แต่เป็นยาดีสำหรับดวงจิต การยอมรับความจริงที่ท่านพูดคือการ “ผ่ามวลสารดำ” ออกจากใจคุณ เพื่อให้ความสว่างเข้าสถิตได้ รหัส “สัจจะบารมี“: ความจริงคือรากฐานของสัจจะ เมื่อคุณศรัทธาในความจริง คุณกำลังสร้าง “เกราะแก้วสัจจะ” ให้ตัวเอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทวดาจะยอมรับคนประเภทนี้มากที่สุด เพราะเป็นคนที่ “จริง” ต่อตัวเองและครูบาอาจารย์ รหัส “ไม่ต้องหลงทาง“: การศรัทธาที่ความจริงทำให้คุณไม่ต้องไปวิ่งตามปาฏิหาริย์ที่ฉาบฉวย แต่เป็นการกลับมาดูที่เหตุและผลของพลังงานในตนเอง ทำให้การพัฒนาจิตของคุณเป็นไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน ศรัทธาในความจริงคือศรัทธาที่ “ตื่นรู้” เมื่อคุณกล้าเผชิญหน้ากับความจริงผ่านวาจาของท่านแม่ครู ดวงแก้วของคุณจะใสขึ้นทุกวัน จนวันหนึ่งความจริงนั้นจะพาคุณไปพบ #โภคทรัพย์และธรรมะที่แท้จริง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE…

  • อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”

    #อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”ฝึกฝนด้วยความชื่นชมยินดีและความกระตือรือร้นและไม่ตกอยู่ในความเกียจคร้านหรือความเฉื่อยชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ” ผู้คนเริ่มรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองหลังจากถวายการสวดมัตตราไม่กี่พันบทและท่องบทสวดมนต์ไม่กี่แสนบท ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่ลังเลเพียงเล็กน้อยที่จะฆ่าแมลง ดื่มด่ำกับความต้องการของพวกเขาทั้งหมดและทําให้แสงสว่าง การกระทําในแง่ลบของพวกเขามากมาย แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเช่นนั้น นั่นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และนั่นคือเหตุผลว่าทําไมเราถึงต้องการคําแนะนําของครูทางจิตวิญญาณมากพอๆกับที่เด็กเล็กต้องการคําแนะนําจากพ่อแม่ของเขาพยายามนําประสบการณ์ทั้งหมดของคุณมาสู่บริบทของความทุ่มเทให้กับครู ถ้าคุณสามารถเข้าใจจุดสําคัญของการปฏิบัตินี้ได้ คุณจะไม่มีอุปสรรค หากสถานการณ์ของคุณนั้นน่ารื่นรมย์และง่ายดาย จงเห็นความสุขของคุณโดยปราศจากความยึดติดใด ๆ ดังคําอวยพรของครู และดั่งความฝันภาพลวงตา และหากคุณผ่านความยากลําบากและความทุกข์ยาก #จงเห็นสิ่งนั้นด้วยดั่งคําอวยพรของครูบาอาจารย์หากคุณล้มป่วย ให้เห็นภาพครูทางจิตวิญญาณของคุณไม่ว่าอยู่ในร่างกายของคุณที่คุณรู้สึกเจ็บปวดหรือสถานที่ของโรค ตระหนักว่าความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดทําให้คุณมีโอกาสที่จะชําระตัวเองจากการกระทําในอดีตที่เป็นอันตรายและความไม่รู้แหล่งที่มาของความทุกข์ทรมาน โปรดจําไว้ว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกมากมายที่กําลังทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับที่คุณเป็น และอธิษฐานขอให้ความทุกข์ของคุณซึมซับสิ่งเหล่านั้น และเพื่อพวกเขาจะได้ปลดปล่อยจากความทุกข์ทั้งหมด ด้วยวิธีนี้ โรคภัยไข้เจ็บสอนเรา และความเห็นอกเห็นใจ866จำนวนคนที่เข้าถึง122จำนวนการมีส่วนร่วมโปรโมทโพสต์

  • #ผู้หยั่งรู้

    #ผู้หยั่งรู้ ตามหลักจิตวิทยา… Empathy(การหยั่งรู้วาระจิต)แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ 1. ‘#การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด 2. ‘#การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’(หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน 3. ‘#การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร ) ซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกที่มากกว่าแค่การทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแค่แบ่งปันความรู้สึกให้กับพวกเขา: แต่การหยั่งรู้ในลักษณะนี้…มันกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำจริง ๆ… #แต่สำหรับ Empathy …จะทำมากกว่าแค่แสดงความเสียใจหรือส่งการ์ด.. แต่จะเริ่มให้เวลาไปกับความพยายามในการใช้การหยั่งรู้ในระดับปัญญา ฯ  (ลักษณะที่ 1)เพื่อค้นหาว่า– พวกเขาสูญเสียใคร ?– พวกเขาใกล้ชิดกับคนนี้มากแค่ไหน?– และนอกจากพวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ฯ #ตามต่อด้วยการหยั่งรู้ด้านอารมณ์ (ลักษณะที่ 2)ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงแค่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และแบ่งปันให้พวกเขาเท่านั้น แต่จะพยายามเชื่อมต่อกับพวกเขาด้วยความรู้สึกเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งและความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่มาจากภายในตัวคุณ ซึ่งคุณยังคงจดจำได้เมื่อคราวที่คุณได้สูญเสียใครบางคนไป หรือหากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียเช่นพวกเขา ก็อาจเกิดจินตภาพขึ้นว่าคุณรู้สึกอย่างไรหากคุณต้องสูญเสียใครบางคน #ท้ายที่สุด (ลักษณะที่ 3)การหยั่งรู้ที่ทำให้คุณต้องลงมือปฏิบัติที่ทำให้คุณอาจเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ปรึกษาในเรื่องนั้นๆ เพื่อที่เพื่อนของคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหา…