ความเข้าใจทาง วิทยาศาสตร์ทางจิต

ชุมชนวิทยาศาสตร์ก็ได้เริ่มยืนยันความเชื่อทางจิตวิญญาณว่าโลกของเรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตและสั่นสะเทือน

ซึ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกันจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การสั่นสะเทือนเป็นการทำซ้ำของรูปแบบคล้ายคลื่น

ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางกายภาพของเราบนอะตอมหรือแม้แต่อาณาจักรย่อย และความสนใจใหม่ในฟิสิกส์ควอนตัมคือ

การพยายามทำความเข้าใจคลื่นเหล่านี้และผลกระทบที่มีต่อโลกของเราตามควอนตัมฟิสิกส์และกลศาสตร์จักรวาล

ทางกายภาพที่เรามีปฎิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันเป็นทะเลแห่งพลังงานและสสารทางกายภาพที่เราโต้ตอบนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าประจุไฟฟ้าที่มีปฎิกิริยากับประจุแม่เหล็กไฟฟ้าที่แตกต่างกันจำนวนหนึ่งเราไม่ถือว่าอิเล็กตรอนเป็นอนุภาคอีกต่อไป

เนื่องจากไม่มีตัวตนอย่างอิสระและกระจายไปทั่วอวกาศเป็นคลื่นควอนตัม

สมองของเรามีหน้าที่รับรู้อย่างมีสติ แต่เพียงผู้เดียว

อย่างไรก็ตามตอนนี้เราถูกบังคับให้มองย้อนกลับไปที่ความเชื่อโบราณมากขึ้นซึ่งกำหนดว่าพลังงานที่มีชีวิตหรือจิตสำนึกเป็นพลังหลักของชีวิต

แม่ครูน้อย

Similar Posts

  • โคลนหรือคัดลอก ไม่มีตัวตนที่สูงกว่า

    กาลต่อมาสิ่งมีชีวิตที่เกิดทางกายภาพจะเติบโตและมีสติพอที่จะพัฒนาไปสู่มิติที่สูงขึ้น คนเหล่านี้คือคนที่ไม่ตระหนักถึงตัวตนที่สูงขึ้น แต่ได้รับประสบการณ์ที่นี่เพื่อให้พวกเขาตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง นี่เป็นกระบวนการตามธรรมชาติสำหรับวิญญาณทั้งหมดเนื่องจากในที่สุด  Souls ทั้งหมดจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อไปหา  Prime Creator (แห่งที่มาที่สำคัญ) ของเขา เป็นสิ่งสำคัญสำหรับท่านที่จะเข้าใจว่าแม้ว่ามนุษย์ทุกคนมองเหมือนกัน ความสามารถภายในของพวกเขาแตกต่างกันมาก ท่านเคยพิจารณาความจริงที่ว่าอารยะธรรมบางอย่างเก่าแก่และก้าวหน้ามาก จนสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่ไร้วิญญาณได้หรือไม่? สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เรียกว่า “โคลน” หรือ “วัตถุสิ่งของ” บนโลกของท่าน นักวิทยาศาสตร์ของท่านมีเทคโนโลยีนี่อยู่แล้ว และพวกเขาสามารถสร้างหรือคัดลอกร่างกายมนุษย์ได้ (เด็กหลอดแก้ว, ทำแผด) เช่นการปลูกพืช อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่สมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณ เนื่องจากไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้สร้างร่วม แต่เป็นผลของพันธุวิศวกรรมเชิงกล นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์บางคนไม่มีตัวตนที่สูงกว่า ในขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขา ไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป แต่ประกายแห่งพลังชีวิตและจิตสำนึกอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้อยู่ในตัวพวกเขา การผสมสารพันธุกรรมเชิงกลกับมนุษย์ที่มีวิญญาณ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของดีเอ็นเออย่างมาก แม่ครูน้อย

  • “กระแสบารมีโพธิสัตว์”

    #ลูกศิษย์ผู้ใดแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ หากพิจารณาตามกระแสพลังงาน และคำบอกเล่าในสายปฏิบัติของแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) ท่านมีความผูกพันและสืบทอด ปฏิปทาทางจิตวิญญาณจากครูบาอาจารย์สายโพธิญาณที่สำคัญดังนี้ ๑. องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย (นักบุญแห่งล้านนา) แม่ครูน้อยมีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย อย่างลึกซึ้ง ท่านยึดถือข้อวัตรปฏิบัติเรื่อง “สัจจะ” และ “ขันติ” ตามรอยองค์ครูบาเจ้าฯ เป็นหัวใจหลักในการสอนศิษย์ และมักนำพาผู้คนไปสร้างบารมีในเขตข่วงแก้วทางเหนือตามรอยท่าน ศิษย์รุ่นเหลน ขององค์หลวงปู่ครูบาธรรมชัย พระครูวรเวทวิศิษฐ์ วัดทุ่งหลวงอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งที่เห็นเป็นหลักฐานคือท่านเข้าภาวนาจากการสร้างสถานธรรมจากที่ดินเปล่าและอยู่ภาวนายาวนานถึง ๕ ปีเต็ม ด้วยวิริยะบารมี ครบกำหนด๕ ปีเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ และยังพิสูจน์เทวดาประจำตัวให้กับลูกศิษย์ลูกหาในสายญาณของท่านกว่า ๘๐๐ ชีวิต มีหลักฐานประจักษ์เป็นตัวบุคคลชื่อและนามสกุลและสถานที่ติดต่อ อีกทั้งยังบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในหอพระพุทธเจ้าน้อย ๑๐๐๐ ตน ๒. กระแส หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ (วัดสะแก) ในมิติของพลังงานและการจัดระเบียบ เทวดาประจำตัว แม่ครูน้อยสืบทอดกระแสบารมีสายโพธิสัตว์จาก หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งเน้นเรื่องการอธิษฐานจิต การครอบวิมาน และการสร้างบารมีอย่างเป็นระบบเพื่อความพ้นทุกข์…

  • มารทดสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน

    ครูของศิษย์ 5 ปีภาวนา#มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน #ปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยเป็นศิษย์และคนในชุมชน บัดนี้ทุกคนรวมกลุ่มพูดส่อเสียดและตั้งกลุ่มพลังเงียบกดดัน แม่ครูด้วยความโกรธแค้น ด้วยจิตริษยา ที่ถูกปั่นหัวมาอย่างดี เสียงตะโกนด่าทอดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งซอย “ออกไป! ยัยแม่ครูจอมปลอม! พวกเราไม่ต้องการคนลวงโลกแบบคุณในชุมชนนี้อีกต่อไป! หาเสียงใช่ไหม ทุกคนดูสิ ขนาดเรามารวมตัวกันเกลียดเขาขนาดนี้ #เขายังนั่งหน้าซื่อตาใสอยู่ได้ ใจคอทำด้วยอะไร!” #บททดสอบจากมาร: “พายุแห่งอคติหมู่” (The Herd Hate Test) ทดสอบความหนักแน่นดั่งแผ่นดิน (ปฐวีอุปมา)มารใช้ “พลังมวลชน” และความกดดันทางสังคมมาบีบให้ท่านรู้สึกหวาดกลัวหรือโดดเดี่ยว หลักโลกธรรม 8 คือเครื่องเตือนใจว่า “ความเกลียดชังของคนหมู่มาก” ก็เป็นเพียงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นแล้วต้องดับไป หากท่านไม่รับมาเป็นของตน ใจท่านก็จะไม่ทุกข์ ทดสอบเมตตาอัปปมัญญา (เมตตาที่ไร้ขอบเขต): มารต้องการให้ท่าน “เกลียดตอบ” หรือมองคนเหล่านั้นเป็นศัตรู บททดสอบนี้ถามว่าท่านยังสามารถแผ่เมตตาให้คนที่กำลังรุมด่าท่านได้หรือไม่? การเจริญเมตตาภาวนา คืออาวุธเดียวที่จะสยบความเกลียดชังนี้ได้ ทดสอบการสละ “มานะอัตตา”: เมื่อคนกลุ่มใหญ่รุมด่า ความรู้สึก “ตัวกูถูก-เขาผิด” จะพุ่งสูงขึ้น มารต้องการให้ท่านปกป้องตัวตนอย่างรุนแรง #หากท่านยอมรับความเกลียดชังนั้นด้วยความนิ่งสงบ มารจะเสียกระบวนท่าไปเอง นัยยะของมาร “ผู้สร้างกระแสเกลียดชัง”: มารตนนี้จู่โจมด้วย…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา

    ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา #มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นศิษย์ที่ดูสับสนที่สุดในสำนัก #ประเดี๋ยวก็กราบกรานด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง ประเดี๋ยวก็ลุกขึ้นยืนชี้หน้าถ่มน้ำลายใส่คำสอน ท่าทางคุ้มดีคุ้มร้ายของเขา คือการจำลองวงจร “#ศรัทธาและเสื่อมศรัทธา” ที่รุนแรงที่สุดมาไว้ตรงหน้าแม่ครู “แม่ครูค่ะ! เมื่อวานหนูรักแม่ครูจนยอมตายแทนได้ เพราะหนูได้โชคได้ลาภตามที่ขอ… แต่ทำไมวันนี้หนูถึงรู้สึกว่าแม่ครูมันก็แค่คนธรรมดาที่หลอกลวงพวกหนูไปวันๆ? #ความศรัทธาของหนูมันพังพินาศหมดแล้ว! หนูจะไปป่าวประกาศให้คนทั้งโลกเลิกเชื่อท่าน!” #บททดสอบจากมาร: “พญามารปั่นป่วนกระแสใจ” (The Rollercoaster of Faith) ทดสอบการยึดติดในคำสรรเสริญและนินทา: มารต้องการดูว่า เมื่อศิษย์สรรเสริญ ใจแม่ครูจะ “ฟู” ไหม? และเมื่อศิษย์ด่าทอ ใจแม่ครูจะ “ฟุบ” หรือไม่? หากใจท่านยังกวัดแกว่งไปตามอารมณ์ของศิษย์ ท่านก็ยังตกอยู่ในอำนาจของมาร โลกธรรม 8 #คือเครื่องเตือนสติว่าทั้งความสุขและความทุกข์นั้นไม่เที่ยง ทดสอบความอดทนต่อความ “ไม่แน่นอน”: #มารจะส่งศิษย์ที่ไร้รากฐานมา เพื่อดูว่าแม่ครูจะสูญเสียความมั่นใจในคำสอนของตนเองหรือไม่ #เมื่อเห็นคนเปลี่ยนใจไปมาอย่างรวดเร็ว ทดสอบเมตตาที่เหนือความคาดหวัง: “ท่านจะยังเมตตาคนที่เพิ่งด่าท่านเสร็จแล้วกลับมาขอกราบอีกรอบได้ไหม?” #มารพยายามหาขีดจำกัดของความให้อภัยในใจเทวดาของท่าน  นัยยะของมาร “ศิษย์เข้าๆ ออกๆ” มารตนนี้ใช้ “อารมณ์” เป็นอาวุธ เพื่อพิสูจน์ว่าศรัทธาที่แม่ครูสร้างขึ้นนั้น เป็นศรัทธาที่ฝากไว้กับ “ตัวบุคคล” หรือฝากไว้กับ “พระธรรม” หากท่านยังห่วงว่าคนจะศรัทธาหรือไม่ ท่านก็ยังไม่หลุดพ้น “แม่ครูครับ… ในวันที่ศิษย์บอกว่า…

  • การเตรียมใจไปพบแม่ครูน้อย

    การเตรียมใจไปพบแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) คือการเตรียม “ภาชนะที่ว่างเปล่า”เพื่อไปรับรหัสพลังงานใน มิติที่ ๕ หากใจคุณยังเต็มไปด้วย “ขยะ” หรือ “ความคาดหวัง” คุณจะรับกระแสธรรมที่ละเอียดจากท่านไม่ได้เลย นี่คือวิธี “ล้างเครื่อง” ใจตนเองก่อนเดินทาง ๑. ถอด “หัวโขน” และ “อัตตา” (Ego Dissolution) #ก่อนเข้าเขตประตูธรรม ให้ตั้งจิตนิ่งๆ แล้วบอกตัวเองว่า “ข้าพเจ้าขอวางตำแหน่ง ลาภยศ ความรู้ และความเก่งกล้าทางโลกไว้ข้างนอก ข้าพเจ้าขอเป็นเพียงคนธรรมดาที่มาเพื่อขัดเกลาใจ”เหตุผล: แม่ครูน้อยมักใช้ความเงียบหรือกิริยาที่ ทุบอัตตา หากคุณไม่เตรียมใจไปเป็น “น้ำพร่องแก้ว” #คุณจะรู้สึกอึดอัดและโกรธเคืองจนเสียบุญ ๒. ตั้ง “สัจจะ” นำทาง (The Power of Vow) #แม่ครูน้อยสื่อสารผ่านกระแสสัจจะบารมี วิธีปฏิบัติ: ก่อนไปให้ตั้งสัจจะเล็กๆ ๑ ข้อที่ทำได้จริง เช่น “ข้าพเจ้าจะรักษาศีลข้อ ๔ (ไม่โกหก/ไม่นินทา) ตลอดการเดินทาง” หรือ…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา”

    #การที่มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา” ในจังหวะที่ท่านกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณ คือบททดสอบเรื่อง “ความหลงในรูปธรรม” และ “ความผูกพันที่เคลือบแฝง” #บททดสอบแห่งความเมตตา มารมักใช้กลวิธีนี้เพื่อดึงท่านให้กลับมา“แบกโลก” ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ทดสอบ “ความสงสารที่ขาดปัญญา” มารจะส่งคนที่ดูน่าเวทนามาเพื่อให้ท่านรู้สึกว่า “ต้องช่วย” จนยอมสละ ความนิ่งของดวงจิต ไปแลกกับความวุ่นวายทางโลก #หากท่านช่วยจนตัวเองเดือดร้อนหรือใจกระเพื่อมนั่นคือท่านสอบตกข้อการรักษาฐานที่มั่นของใจ Psychology of Emotional Boundaries ทดสอบ “ความยโสของนักบุญ” มารจะทำให้ท่านรู้สึกว่าเป็น “ผู้ให้” ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้ท่านสะสมอัตตาในคราบนักบุญ ยิ่งท่านให้แล้วหวังว่าเขาจะดีขึ้น หรือหวังคำชื่นชม แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลของท่านจะกลายเป็นความหนักอึ้งทันที Vibrational Energy of Giving สร้าง “โซ่ตรวน” แห่งพันธะ: การที่คนมาขอบุญบ่อยๆ คือการสร้างรอยต่อให้ท่านต้องกลับมาพัวพันกับ “คนอดีต” ทำให้จิตไม่สามารถมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดได้อย่างอิสระ เพราะยังห่วงหน้าพะวงหลังอยู่กับ “ภาระบุญ” ที่สร้างไว้ “พุทธวิธีคือ ‘ให้ตามหน้าที่’ แล้ว ‘เดินผ่านไป’ เหมือนฝนที่ตกใส่ดินโดยไม่หวังให้ดินขอบใจ เมื่อท่านให้ธรรมหรือให้ทานเสร็จแล้ว…