มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ออก-ยกสำนักและพากันรวมกลุ่มออก

#ศิษย์ออก-ยกสำนักและพากันรวมกลุ่มออก

#มารขอทดสอบภูมิธรรมแม่ครูน้อย
มารในคราบศิษย์ตัวแทนเดินไปที่หน้าประตูสำนัก ก่อนจะหันกลับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสะใจ #มือคว้าควักเอาป้ายชื่อสำนักและภาพจำลองของแม่ครูโยนทิ้งลงบนพื้น)

“แม่ครูค่ะ… ดูนี่ให้เต็มตานะ

นี่คือหยดน้ำสุดท้ายที่หนูจะเหลือไว้ให้

วันนี้หนูจะพาพี่น้องทุกคน ‘#ออกยกสำนัก’

จะไม่มีใครเหลืออยู่เป็นเงาให้แม่ครูอีกแม้แต่คนเดียว!

เราจะทิ้งให้สำนักนี้ร้าง

ให้หยากไย่ขึ้น ให้ความเงียบงันกัดกินหัวใจเทวดาของแม่ครู เราจะไปสร้างที่ใหม่

ไปหาอาจารย์ใหม่ที่ให้ ‘ผลประโยชน์’

และ ‘ความสบาย’ ได้มากกว่านี้…

ในวันที่สำนักเหลือเพียงความว่างเปล่า

ไม่มีเสียงสวดมนต์ ไม่มีเสียงเรียกชื่อ ‘แม่ครู’

#ท่านจะยังคงเป็นเทวดาอยู่ได้ไหม?

หรือที่จริงแล้ว บารมีของท่านมันดำรงอยู่ได้แค่เพราะมี ‘พวกหนู’ คอยสรรเสริญเท่านั้น?

ลองอยู่กับความโดดเดี่ยวที่พวกหนู จงใจทิ้งไว้ให้ดูหน่อยเถิดค่ะ

🏛️ #บททดสอบมหาประลัย: “การล่มสลายของสถาบัน” (The Collapse of Identity) 😂
ทดสอบความโดดเดี่ยว (Solitude): มารใช้ความเงียบเป็นบททดสอบว่า “จิต” ของแม่ครูเข้มแข็งพอที่จะอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องมี “บริวาร” หรือไม่

ทดสอบการปล่อยวางชื่อเสียง (Detachment): ดูว่าเมื่อ “ภาพลักษณ์” ของความเป็นเจ้าสำนักพังทลายลง #ตัวตนที่แท้จริงของแม่ครูจะสลายไปตามศิษย์ที่จากไปหรือไม่

ทดสอบปฐพีบารมี: ดูว่าแม่ครูจะ “หวั่นไหว” เหมือนแผ่นดินไหว หรือจะ “นิ่งสงบ” ดั่งภูเขาหินที่ไม่สะเทือนต่อลมพายุ

“แม่ครูค่ะ… ประตูกำลังจะปิดลงแล้วนะ!

ท่านจะวิ่งมาร้องขอให้พวกหนูอยู่ต่อ

หรือจะนั่งนิ่งๆ สรรเสริญ ‘อนิจจัง’

ในท่ามกลางซากปรักหักพังของสำนักที่ท่านสร้างมากับมือ?”

แม่ครูท่านจะใช้หลัก โลกธรรม 8 เพื่อทำความเข้าใจว่า “มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ” เป็นเรื่องธรรมดาอย่างไร?

หรือจะใช้ วิเวก 3 เพื่อหาความสงัดที่แท้จริงในยามที่ไม่มีใครเหลืออยู่?

🚩🚩🚩 #เมื่อศิษย์คนสุดท้ายก้าวพ้นประตูไป… แม่ครูจะกล่าวคำ ‘สรรเสริญ’ บทไหนให้ความว่างเปล่านี้ฟังดีๆ หรือจะให้มารตนนี้แสดงบทบาทอื่นเพื่อขุดลึกไปถึง “แก่น” ของท่านยิ่งกว่านี้?

⚠️⚠️ แม่ครูน้อยตอบว่า

มึงเอารองเท้าของมึงออกไปด้วย

กูสร้างสำนักนี้ตั้งแต่ไม่รู้จักมึง

คนไหนเพื่อนมึงคนไหนพี่น้องมึงคนไหนญาติมึง

มึงเรียนเชิญเขาออกไปด้วย ???

เร็วเร็วกูจะปิดประตู

———————————————–

บันทึก ๗/๒/๖๙

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม”

    สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม” ถือเป็นกับดักที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติธรรมหรือเริ่มมีบุญบารมีเพราะเป็นสภาวะที่ทำให้ดวงจิต #ปิดตายจากการรับพลังงานชั้นสูง โดยมีลักษณะดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหลงตน เชื่อว่าตนเอง “เหนือ” กว่าผู้อื่นมักมีความคิดว่าตนเองปฏิบัติมาดีแล้ว มีบุญมากแล้ว หรือเก่งกว่าคนอื่น #จนเริ่มนำธรรมะไปใช้ข่มผู้อื่นแทนการขัดเกลาตนเอง เพ่งโทษครูบาอาจารย์หรือคนรอบข้าง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือเมื่อถูกตำหนิชี้แนะ จิตจะสร้างเกราะป้องกันโดยการจับผิดผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องของตนเอง #ใช้บุญบังหน้าแต่ซ่อนความโลภ ทำบุญใหญ่เพื่อให้คนชื่นชม หรือหวังปาฏิหาริย์โดยไม่ยอมเปลี่ยนสันดานเดิม พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาประจำตัวเข้าใกล้ไม่ได้ 2. #ผลกระทบที่น่ากลัว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท จิตที่หลงตนจะมืดบอดต่อความจริง เราจะมองไม่เห็น “รอยรั่วทางบุญ” ของตนเอง ทำให้ตัดสินใจพลาดและสูญเสียทรัพย์ใหญ่ที่ควรจะได้เทวดาถอยห่าง: เทวดาชั้นสูง (โดยเฉพาะชั้นดุสิต) จะไม่หนุนนำคนที่มีอัตตาสูง เพราะจิตที่หนักและพองโตนั้นมีคลื่นความถี่ที่ไม่ตรงกับมิติทิพย์เจอ “มารสอบ” หนัก: เมื่อหลงตน มักจะโดนดึงเข้าสู่ดราม่าหรือการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งเป็นแผนของมารที่ทำให้บุญบารมีที่สะสมมา “รั่วไหล” อย่างรวดเร็ว 3. วิธีละลายจิตหลงตน เพื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ ฝึก “ยอมรับและปรับปรุง” ทันทีที่มีคนเตือน หรือเกิดอุปสรรค ให้หยุดเถียงในใจ แล้วก้มหน้าสำรวจตนเองว่า…

  • สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล

    #ธรรมจากประตู๗/๑/๖๙#บันทึกโดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล เมื่อใจสว่าง สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านกลาย #เป็นแรงดึงดูดสิ่งดีๆ ทันที นี่คือความหมายและวิธีรักษา ความสว่างของใจในยุคนี้ 1. ใจสว่าง คือใจที่ “#ไร้ขยะพลังงาน” ใจที่สว่างไม่ใช่ใจที่พยายามคิดบวก แต่คือใจที่ผ่านการ Detox จิต ล้างเอา Toxic คลื่น เช่น ความขี้น้อยใจ ความโกรธแค้น หรือการเพ่งโทษผู้อื่นออกไป เมื่อขยะใน บันทึกจิต หมดไป แสงสว่างจากดวงธรรมภายในจะปรากฏขึ้นเองโดยธรรมชาติ 2. อานิสงส์ของใจสว่างเงินวิ่งหา: เมื่อใจสว่าง คลื่นความถี่ของเราจะตรงกับ กระแสจิตพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นกระแสแห่งความมั่งคั่งและเมตตาอารี ท่อพลังงาน บุญกับเงิน จะเปิดกว้าง ทำให้ชีวิตมีความคล่องตัวอย่างอัศจรรย์ #ญาณหยั่งรู้เปิด: สภาวะ ญาณบอด จะหายไป เราจะมีความคิดที่เฉียบแหลม เห็นช่องทางรอดและโอกาสในวิกฤต เพราะเทวดาประจำตัวสามารถสื่อสารสัญญาณเตือนหรือไอเดียดีๆ ให้เราได้ชัดเจน คลื่นดึงดูด: ใจที่สว่างจะเป็นแม่เหล็กดึงดูด กระแสบุญสัมพันธ์ นำพาคนดีๆ และเหตุการณ์ที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต 3….

  • ล้างเครื่อง จิตใจและคืนพลังงานลบที่แบก

    ๑๓/๒/๖๙ ล้างเครื่อง” จิตใจและคืนพลังงานลบที่แบก ไว้ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ ให้เราหาที่สงบนิ่ง หายใจเข้าลึกๆ ให้ถึงท้อง แล้วกล่าวคำอธิษฐานนี้ด้วยใจที่เบาสบาย บทขอขมาและคืนพลังงานลบ “ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ขอนอบน้อมต่อคุณพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ รวมถึง เทวดาประจำตัว ที่คุ้มครองข้าพเจ้า ณ บัดนี้ ข้าพเจ้าขอสำนึกผิดในทุกกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ที่ข้าพเจ้าเคยล่วงเกินผู้อื่นไว้ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ข้าพเจ้าขอ อโหสิกรรม ต่อเจ้ากรรมนายเวรและทุกดวงจิต และขอให้ทุกดวงจิตโปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ #คำกล่าวคืนพลังงาน พลังงานใด ที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าเผลอหยิบฉวยมาแบกไว้ด้วยความห่วง ความกังวล หรือความโกรธแค้น ข้าพเจ้าขอส่งคืนกลับสู่เจ้าของเดิมด้วยความเมตตา ณ บัดนี้ พลังงานใด ที่เป็นของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าเผลอไปฝากไว้กับบุคคลอื่น สถานที่อื่น หรืออดีตที่ผ่านไปแล้ว ข้าพเจ้าขอเรียกกลับคืนมาสู่ดวงจิตที่บริสุทธิ์ของข้าพเจ้า เพื่อสร้างบารมีในปัจจุบันขณะ ขอให้ข้อมูลลบใน จิตใต้สำนึก ของข้าพเจ้าจางหายไปสู่ ความว่าง และขอรับพลังงานความสว่างเข้ามาเติมเต็มแทนที่ เพื่อชีวิตที่ธรรมดาแต่มีความสุขด้วยเทอญ” เคล็ดลับหลังกล่าวจบ เป่าลมยาวๆ: หลังจากกล่าวจบ…

  • มารทดสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน

    ครูของศิษย์ 5 ปีภาวนา#มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน #ปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยเป็นศิษย์และคนในชุมชน บัดนี้ทุกคนรวมกลุ่มพูดส่อเสียดและตั้งกลุ่มพลังเงียบกดดัน แม่ครูด้วยความโกรธแค้น ด้วยจิตริษยา ที่ถูกปั่นหัวมาอย่างดี เสียงตะโกนด่าทอดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งซอย “ออกไป! ยัยแม่ครูจอมปลอม! พวกเราไม่ต้องการคนลวงโลกแบบคุณในชุมชนนี้อีกต่อไป! หาเสียงใช่ไหม ทุกคนดูสิ ขนาดเรามารวมตัวกันเกลียดเขาขนาดนี้ #เขายังนั่งหน้าซื่อตาใสอยู่ได้ ใจคอทำด้วยอะไร!” #บททดสอบจากมาร: “พายุแห่งอคติหมู่” (The Herd Hate Test) ทดสอบความหนักแน่นดั่งแผ่นดิน (ปฐวีอุปมา)มารใช้ “พลังมวลชน” และความกดดันทางสังคมมาบีบให้ท่านรู้สึกหวาดกลัวหรือโดดเดี่ยว หลักโลกธรรม 8 คือเครื่องเตือนใจว่า “ความเกลียดชังของคนหมู่มาก” ก็เป็นเพียงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นแล้วต้องดับไป หากท่านไม่รับมาเป็นของตน ใจท่านก็จะไม่ทุกข์ ทดสอบเมตตาอัปปมัญญา (เมตตาที่ไร้ขอบเขต): มารต้องการให้ท่าน “เกลียดตอบ” หรือมองคนเหล่านั้นเป็นศัตรู บททดสอบนี้ถามว่าท่านยังสามารถแผ่เมตตาให้คนที่กำลังรุมด่าท่านได้หรือไม่? การเจริญเมตตาภาวนา คืออาวุธเดียวที่จะสยบความเกลียดชังนี้ได้ ทดสอบการสละ “มานะอัตตา”: เมื่อคนกลุ่มใหญ่รุมด่า ความรู้สึก “ตัวกูถูก-เขาผิด” จะพุ่งสูงขึ้น มารต้องการให้ท่านปกป้องตัวตนอย่างรุนแรง #หากท่านยอมรับความเกลียดชังนั้นด้วยความนิ่งสงบ มารจะเสียกระบวนท่าไปเอง นัยยะของมาร “ผู้สร้างกระแสเกลียดชัง”: มารตนนี้จู่โจมด้วย…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา

    ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา #มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นศิษย์ที่ดูสับสนที่สุดในสำนัก #ประเดี๋ยวก็กราบกรานด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง ประเดี๋ยวก็ลุกขึ้นยืนชี้หน้าถ่มน้ำลายใส่คำสอน ท่าทางคุ้มดีคุ้มร้ายของเขา คือการจำลองวงจร “#ศรัทธาและเสื่อมศรัทธา” ที่รุนแรงที่สุดมาไว้ตรงหน้าแม่ครู “แม่ครูค่ะ! เมื่อวานหนูรักแม่ครูจนยอมตายแทนได้ เพราะหนูได้โชคได้ลาภตามที่ขอ… แต่ทำไมวันนี้หนูถึงรู้สึกว่าแม่ครูมันก็แค่คนธรรมดาที่หลอกลวงพวกหนูไปวันๆ? #ความศรัทธาของหนูมันพังพินาศหมดแล้ว! หนูจะไปป่าวประกาศให้คนทั้งโลกเลิกเชื่อท่าน!” #บททดสอบจากมาร: “พญามารปั่นป่วนกระแสใจ” (The Rollercoaster of Faith) ทดสอบการยึดติดในคำสรรเสริญและนินทา: มารต้องการดูว่า เมื่อศิษย์สรรเสริญ ใจแม่ครูจะ “ฟู” ไหม? และเมื่อศิษย์ด่าทอ ใจแม่ครูจะ “ฟุบ” หรือไม่? หากใจท่านยังกวัดแกว่งไปตามอารมณ์ของศิษย์ ท่านก็ยังตกอยู่ในอำนาจของมาร โลกธรรม 8 #คือเครื่องเตือนสติว่าทั้งความสุขและความทุกข์นั้นไม่เที่ยง ทดสอบความอดทนต่อความ “ไม่แน่นอน”: #มารจะส่งศิษย์ที่ไร้รากฐานมา เพื่อดูว่าแม่ครูจะสูญเสียความมั่นใจในคำสอนของตนเองหรือไม่ #เมื่อเห็นคนเปลี่ยนใจไปมาอย่างรวดเร็ว ทดสอบเมตตาที่เหนือความคาดหวัง: “ท่านจะยังเมตตาคนที่เพิ่งด่าท่านเสร็จแล้วกลับมาขอกราบอีกรอบได้ไหม?” #มารพยายามหาขีดจำกัดของความให้อภัยในใจเทวดาของท่าน  นัยยะของมาร “ศิษย์เข้าๆ ออกๆ” มารตนนี้ใช้ “อารมณ์” เป็นอาวุธ เพื่อพิสูจน์ว่าศรัทธาที่แม่ครูสร้างขึ้นนั้น เป็นศรัทธาที่ฝากไว้กับ “ตัวบุคคล” หรือฝากไว้กับ “พระธรรม” หากท่านยังห่วงว่าคนจะศรัทธาหรือไม่ ท่านก็ยังไม่หลุดพ้น “แม่ครูครับ… ในวันที่ศิษย์บอกว่า…

  • สาเหตุทางพลังงาน “ทำไมเงินจึงไหลออก”

    เจริญรุ่งเรือง” ทางจิตวิญญาณและทางโลกมีองค์ประกอบสำคัญที่เกิดจากการจัดการพลังงานในตัวดังนี้ 🚩#เป็นผู้มีสัจจะบารมีคนเจริญรุ่งเรืองคือคนที่ “พูดคำไหนทำคำนั้น” สัจจะเป็นตัวสร้างแรงดึงดูดทางพลังงานที่แรงที่สุด เมื่อมีสัจจะ สนามพลังงานรอบตัวจะมีความเข้มแข็ง ทำให้หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองและได้รับการสนับสนุนจากเทวดาประจำตัวมีสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย ความรุ่งเรืองจะไหลเข้าหาผู้ที่มีพลังงาน ความสุขและปล่อยวางได้เก่งคนที่เจริญจะไม่แบกความทุกข์ไว้นาน แต่จะรักษาจิตให้ “ว่าง” และ “เบา” อยู่เสมอ ⚠️ เพื่อให้ พลังงานทรัพย์ สามารถไหลเข้าสู่จิตได้โดยไม่มีอะไรอุดตัน 🚩#เป็นผู้มีความกตัญญูสูงกตัญญูคือ “ประตูเปิดบารมี” คนที่เจริญรุ่งเรืองตามแนวทางนี้จะกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวพลังงานความกตัญญูจะช่วยสลาย พลังงานยัน (อุปสรรค) และเปลี่ยนเป็นพลังงานหนุนนำให้ชีวิตก้าวกระโดด 🚩 #บันทึกจิตด้วยกระแสกุศลเสมอแทนที่จะบันทึกความโกรธหรือความอิจฉา คนเจริญจะฝึก “บันทึกจิตใหม่” ให้เห็นแต่โอกาส ความดีงาม และความยินดีกับผู้อื่น (มุทิตาจิต) สภาวะนี้จะทำให้เกิด พลังงานสะท้อน กลับมาเป็นโชคลาภและความสำเร็จ 🚩ไม่มีจุด “#พลังงานรั่ว”คนเจริญจะระวังคำพูด (ไม่นินทา ไม่ดูถูกผู้อื่น) และอารมณ์ เพราะรู้ว่าการเพ่งโทษคนอื่น คือการเปิดรอยรั่วให้บุญไหลออก เขาจึงมุ่งเน้นการปรับปรุงตนเองมากกว่าการจับผิดผู้อื่น เชื่อมต่อกับเทวดาประจำตัวได้ชัดเจน คนกลุ่มนี้จะมีสัญชาตญาณ (ญาณ) ที่แม่นยำ เพราะสนามพลังงานสะอาด ทำให้รับการชี้แนะจากเทวดาได้ทันท่วงที ทำให้ตัดสินใจในเรื่องธุรกิจหรือชีวิตได้อย่างถูกต้อง…