เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล

#เมื่อเราเผชิญกับบททดสอบจากมาร
(อุปสรรค, คนนินทา, หรือเหตุการณ์ขัดใจ)
ให้ใช้เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้

🔴หยุดนิ่งและรู้เท่าทัน (Stop & Recognize)
วินาทีที่เกิดอาการหงุดหงิดหรือโกรธ ให้รีบบอกตัวเองในใจทันทีว่า “นี่คือมารสอบบารมี” การรู้เท่าทันจะช่วยแยกจิตของเราออกมาจากอารมณ์ลบ ไม่ให้ถลำลึกลงไปสร้างกรรมใหม่

🔴ใช้สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นเกราะ
อย่าเข้าไปตอแยหรือหาเหตุผลกับสิ่งที่มากระทบ ให้ดึงจิตกลับมาที่ฐานของความ “เบา สบาย และเป็นกลาง” หากเรานิ่งได้ มารจะไม่มีพลังงาน (อาหาร) มาหล่อเลี้ยง และบททดสอบนั้นจะสลายตัวไปเอง

🔴พลิกจิตด้วย “พลังความกตัญญู”
หากใจเริ่มสั่นคลอน ให้รีบนึกถึงพระคุณของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเทวดาประจำตัวทันที คลื่นความถี่สูงจากความกตัญญูจะช่วยยกจิตของเราออกจากมิติต่ำ กลับเข้าสู่ มิติที่ 5 ซึ่งเป็นเขตที่มารเข้าไม่ถึง

🔴อุดรอยรั่วด้วยการ “ไม่เพ่งโทษ”
เทคนิคสำคัญคือ “หันกลับมาดูใจตนเอง ไม่ไปจับผิดคนอื่น” การนินทาตอบโต้คือการเปิด รอยรั่วทางบุญ ให้กว้างขึ้น ให้วางจิตไว้ที่ความสงบและอโหสิกรรม #เพื่อรักษาความใสสะอาดของสนามพลังงานบุญไว้

🔴รักษาสัจจะบารมี
หากมารมาในรูปแบบความขี้เกียจหรือข้ออ้างที่จะไม่ทำความดี ให้ใช้ สัจจะ เป็นตัวตั้ง ยิ่งมารขวาง #ยิ่งต้องทำตามสัจจะที่ให้ไว้ พลังแห่งความเด็ดขาดนี้จะทำให้มารยำเกรงและบารมีของเราจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

🚩🚩🚩#เมื่อถูกมารทดสอบ ให้วางจิตแบบ “นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว” รักษาใจให้เบาสบายและกตัญญู แล้วเราจะ “สอบผ่าน” เพื่อไปรับโชคลาภก้อนใหญ่ที่รออยู่

๑๒/๑/๖๘

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • พลังงานจิตตก

    #ธรรมชั้นครู๒๐/๑/๖๙ พลังงานจิตตก”ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกเศร้าหมอง แต่คือสภาวะที่ “#ความถี่ดวงจิตลดต่ำลง” จนหลุดจากมิติที่ 5 ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาและทรัพย์ใหญ่โดยตรง ดังนี้ 1. สาเหตุที่ทำให้จิตตก (รอยรั่วพลังงาน) #สิ่งที่ดึงพลังงานจิตให้ตกได้เร็วที่สุดคือ การนินทาและเพ่งโทษ: เมื่อส่งจิตออกไปจับผิดคนอื่น จิตจะรับ “ขยะทิพย์” เข้ามาทันที ทำให้ใจหนัก ร้อน และมืดบอด (สภาวะญาณบอด) การผิดสัจจะ: เมื่อพูดแล้วไม่ทำ จิตใต้สำนึกจะเสียความเชื่อมั่น พลังงานในตัวจะแตกพร่า ทำให้รู้สึกเคว้งควางไม่มีกำลัง ความกังวลและใจที่ “หนัก”: ความกลัวอนาคตหรือความเศร้ากับอดีต จะทำให้เกราะคุ้มกายบางลง 2. ผลกระทบเมื่อจิตตก ทรัพย์ไม่เข้า: ทรัพย์ในยุคศิวิไลซ์ไหลตามความสุขและความเบา เมื่อจิตตก ภาชนะใจจะ “ปิด” ทำให้โชคลาภลอยผ่านไป #ดึงดูดคนพลังงานต่ำ: เมื่อจิตตก เราจะกลายเป็นคลื่นความถี่เดียวกับคนนินทา คนโกง และปัญหาวุ่นวาย ร่างกายทรุดโทรม: พลังงานลบจะเข้าไปรบกวนธาตุในกาย ทำให้เหนื่อยง่าย เพลีย หรือเจ็บป่วยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน 3. วิธีแก้ “จิตตก” แบบเร่งด่วน (ปรับจูนมิติที่ 5) หากรู้ตัวว่ากำลังจิตตก…

  • เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง

    เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทุกวันนี้ผู้คนจำนวนมากดึงดูดให้ทำสิ่งพิธีกรรมฝ่ายวิญญาณและมีสิ่งฝ่ายวิญญาณมากกว่า #ที่จะเป็นฝ่ายวิญญาณจริงๆจำไว้ว่าจิตวิญญาณนั้นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงกับบรมวิญญาณและการแสดงสถานะความรักสูงสุด ไม่พบในการ์ดหรือคริสตัล มนต์พิธีหรือคำยืนยัน หรือการบูชาใดๆ หากคุณพึ่งพาหรือใช้ “#พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ” ใด ๆ ขอเชิญคุณตรวจสอบพิธีกรรมของคุณสิ่งที่คุณทำ และที่สำคัญที่สุดคือทำไมคุณถึงทำ พิธีกรรมหลายอย่างอาจเป็นประโยชน์และเป็นประโยชน์ แต่จุดประสงค์เบื้องหลังการใช้งานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น #หากคุณทำอะไรเพราะกลัว แสดงว่าคุณได้บล็อกการเชื่อมต่อกับแหล่งที่มาตัวอย่างเช่น บางคนใช้พิธีกรรมเฉพาะเพื่อ “ป้องกัน” ตัวเองจาก “พลังงานเชิงลบ” นี่คือตัวอย่างของการทำบางสิ่งด้วยความกลัว ความจริงแล้ว #คุณไม่มีอะไรต้องปกป้องตัวเอง ไม่มีอะไรต้องกลัว และไม่มี “พลังงานเชิงลบ” ใดที่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณ#หากคุณเชื่อมต่อและสั่นด้วยความถี่สูงของความรัก (#พลังงานความถี่ต่ำสามารถดึงดูดและส่งผลกระทบต่อพลังงานความถี่ต่ำที่คล้ายกันเท่านั้น)โชคไม่ดีที่พิธีกรรมมักถูกใช้โดยไม่ได้ตั้งใจเพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางจิตวิญญาณของอัตตา การทำบางสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณทำให้เราเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นฝ่ายวิญญาณ แต่ทั้งสองไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น หากมีการกระทำหรือเครื่องมือบางอย่างที่คุณอยากจะใช้หรือมีส่วนร่วมด้วย มันอาจจะดีตราบใดที่คุณทำเพื่อความรักที่จะทำ ไม่ใช่เพราะคุณคิดว่าคุณต้องทำหรือคิดว่าคุณควรจะทำ #พยายามคิดให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเติมพลังให้อัตตาตัวตนทางจิตวิญญาณของคุณ ทำตามภูมิปัญญาของหัวใจของคุณแทน นี่อาจเป็น “พิธีกรรม” ที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุด #ถ้าคุณอยากเรียกมันว่า ที่ใครๆ ก็ฝึกฝนได้

  • เมื่อลาพุทธภูมิแล้วยังสอนได้อยู่หรือไม่

    การ “ลาพุทธภูมิ” (การเลิกปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อเบนเข็มไปเป็นพระอรหันต์ในชาตินั้นหรือเร็วที่สุด) ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการสอนหายไป แต่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิง “หน้าที่” และ “สไตล์” ดังนี้ สรุป: การลาพุทธภูมิคือการ “#เปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่” จากผู้ที่จะเป็นเจ้าของกิจการ (พระพุทธเจ้า) มาเป็นผู้จัดการหรือที่ปรึกษา (พระสาวก) ความรู้ความสามารถเดิมยังอยู่ครบและมักจะช่วยคนได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้นด้วยซ้ำ #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • จูนติดกับกระแสของเทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม

    ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ การที่ “#เทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม” เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการที่สนามพลังงานในตัวเรามีความถี่ที่ “จูน” #ติดกับกระแสของเทวดา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้1. กฎแห่งพลังงานสะท้อน (Law of Resonance)เทวดาเป็นพลังงานความถี่สูง (มิติที่ 5) ท่านจะสามารถดึงดูดโชคลาภ กัลยาณมิตร และโอกาสดี ๆ มาให้เราได้ก็ต่อเมื่อ ใจของคุณเบาสบาย และเป็นกุศล หากใจคุณบันทึกแต่ความโกรธหรือการนินทา จะเกิด “#พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาเข้าใกล้เพื่อประทานพรไม่ได้ 2. #พลังความกตัญญูคือแม่เหล็ก ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นพลังงานที่ “#หอมหวาน” ที่สุดในโลกทิพย์ เมื่อเรามีจิตกตัญญู สนามพลังงานรอบตัวจะสว่างไสวเป็นพิเศษ ซึ่งพลังงานนี้จะทำหน้าที่เป็น แม่เหล็กดึงดูดสิ่งดีงาม และความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาหาคุณอย่างรวดเร็ว 3. สัจจะคือสายใยดึงดูดหากเรามี สัจจะบารมี (พูดคำไหนทำคำนั้น) เทวดาประจำตัวจะมีกำลังในการช่วยเราอย่างมหาศาล สัจจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางพลังงานที่ทำให้คำอธิษฐานของเราส่งผลจริง และทำให้เทวดาสามารถ “ดึง” สิ่งที่เราปรารถนามาให้ตามวาระธรรม 4. การปิดรอยรั่วเพื่อให้พลังงานคงอยู่สิ่งดีงามที่เทวดาดึงเข้ามาจะอยู่กับเราได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเรามี พลังงานรั่ว…

  • ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง

    #ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง ในอุดมการณ์ ความหลงใหล และแผนการของพวกเขา และเต็มใจที่จะใช้ชีวิตที่แท้จริงในการให้บริการผู้อื่น สังคม โลกของเรา #และหลายคนได้เปลี่ยนแปลงสภาพของมนุษย์อย่างแท้จริงมีคนจำนวนมากที่ไม่อยู่ในรายการที่สร้างความแตกต่างทุกวันและทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคน! คนเหล่านี้คือคนที่เราต้องการอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราดีขึ้น ใหญ่กว่าตัวเรา เมตตา เอาใจใส่มากขึ้น และสร้างความแตกต่างในโลกทีละวัน#สิ่งที่สวยงามและน่าทึ่งเกี่ยวกับแรงบันดาลใจคือส่วนที่ “ธรรมดา” ของการเดินทางของมนุษย์กลายเป็น “#สิ่งที่ไม่ธรรมดา” #ด้วยพลังแห่งเจตจำนงเสรี, ความมุ่งมั่น, ความหลงใหล, จุดมุ่งหมาย, แง่บวก, ความปรารถนา, สมาธิ, สติ, การศึกษา, ความรู้, ปัญญา#และที่สำคัญที่สุดคือพลังแห่งการเลือกท่ามกลางเส้นทางชีวิตมากมาย อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? ใครเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? อะไรทำให้เราเหนื่อย? ใครทำให้เราเหนื่อย? #ทางเลือกเป็นของเราเสมอที่จะทำให้

  • มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า

    มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้าครูอาจารย์เป็นทิศเบื้องขวาบุตรภรรยาเป็นทิศเบื้องหลังมิตรสหายเป็นทิศเบื้องซ้ายคนรับใช้หรือผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นทิศเบื้องต่ำสมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน ถ้าทิศทั้งหลายดังกล่าวไม่ดีเสียโดยมากก็ยากที่จะให้ใครๆที่อยู่ระหว่างกลางดีอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อมองไปเบื้องหน้า ไม่มีบิดา-มารดาเป็นที่ยึดเหนี่ยวมองไปเบื้องขวาก็ไม่พบครู-อาจารย์ที่จะอบรมแนะนำมองไปเบื้องหลังก็ไม่พบญาติพี่น้องผู้หวังดีมองไปเบื้องซ้ายก็ไม่มีสหายที่เป็นกัลยาณมิตร มองไปเบื้องล่างก็ไม่พบผู้ที่รับใช้ให้ความช่วยเหลือมองไปเบื้องบนก็ไม่พบสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดี ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ทางที่ถูกให้ #ตรงกันข้าม มองไปทางทิศไหนก็พบแต่โรงหนัง โรงละคร สถานอบายมุขต่างๆ และบุคคลต่างๆ ที่ชักนำไปทางเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นเหตุชักจูงกันไปในทางเสื่อมเสียต่างๆ แต่ถ้าทิศทั้งหลายดีอยู่โดยมากก็ยากจะเสื่อมเสียได้