ยิ่งเราเข้าใกล้เทวดาประจำตัวเท่าไหร่

#ยิ่งเราเข้าใกล้เทวดาประจำตัวเท่าไหร่
การปรับปรุงดวงวิญญาณยิ่งต้องมากขึ้น

?#หากเราใช้ชีวิตทางโลกเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะเข้าใจพลังเหนือธรรมชาติ

?หากเราใช้ชีวิตทางธรรม เป็นการดีที่เราจะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปต่อทฤษฎีลงสู่ถึงภาคการปฎิบัติ

⭐️#และถ้าหากเราใช้ชีวิตด้วยความเป็นมนุษย์ล่ะ???

เราก็คงไม่สนใจแนวทางตัดขาดทั้ง 2 รายการ
แต่ #คงเพิ่มความสนใจชีวิตและไม่ประมาท
มากกว่าการอธิฐานและขอพร

?#ความลับจักรวาลต้องการ

ได้เห็นเธอมีความสุขในวันนี้
เขาก็จะส่งปาฏิหาริย์มาสู่คุณ
#จนคุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยิ้ม

????#คุณพร้อมไหม

๛ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์
(เทวดาประจำตัว)

Similar Posts

  • ปัจจุบันคุณดึงดูดทุกสิ่งที่เป็นจริง โดยไม่ต้องพยายาม

    หากสิ่งที่คุณกำลังทำ / คิด / พูดรู้สึกดี– คุณกำลังดึงดูดสิ่งที่คุณจะชอบ#ถ้าคุณรู้สึกแย่คุณก็ไม่ได้สร้างสิ่งที่คุณต้องการ” ดังนั้นโปรดให้ความรู้สึกเชิงบวกของคุณเป็นอันดับแรกเสมอเมื่อต้องแสดงออกหากมีสิ่งที่ไม่ดีอย่าลังเลที่จะละทิ้งและเข้าถึงสิ่งที่รู้สึกดีกว่าความรู้สึกของคุณคือเข็มทิศที่ดีที่สุดในการออกแบบชีวิตที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้น ระยะเวลา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • 30/11/2021

    30/11/2021ประตูธรรม๕หนเหนือเป็นเจ้าภาพในการจัดหาอาหารของท่านเล่นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อฉีดวัคซีนให้กับชุมชน ถ้าเราต้องการให้ประเทศเปิดเร็วๆทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันถ้าทำได้อย่ามองว่าไม่ใช่หน้าที่เราทุกคนอยู่ประเทศเดียวกัน

  • การที่ครูกล้าเตือนคือ “พร” อย่างหนึ่ง

    #ถึงประตูแห่งธรรม ๑๐/๑/๖๙ การที่ “#ครูกล้าเตือนเรา” (แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเตือนผ่านสื่อ) ถือเป็นวาระพิเศษทางพลังงาน ที่เราควรตระหนักดังนี้ การหยุด “พลังงานรั่ว” ที่ครูกล้าเตือน เพราะท่านเห็น “จุดรั่ว” ในสนามพลังงานของเรา(เช่น การเพ่งโทษ การผิดสัจจะ หรืออีโก้) #การเตือนคือการช่วยอุดรอยรั่วก่อนที่บุญบารมีของคุณจะไหลออกจนหมด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” หรือชีวิตติดขัด บททดสอบ “มารสอบอัตตา”: เมื่อถูกเตือน จิตของเราจะเกิดปฏิกิริยาทันที หากเรารู้สึกโกรธ ขัดใจ หรือไม่ชอบใจ นั่นคือ มารทดสอบ ที่กำลังทำงาน หากเราก้าวข้ามความโกรธไม่ได้ เราจะเกิด พลังงานยัน #ทำให้บารมีที่ควรจะเปิดกลับถูกปิดกั้นลง ความเมตตาจากภพที่สูง การเตือนคือการ “#ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของคุณตาสว่าง ครูที่กล้าเตือนคือครูที่ยอมเสี่ยงต่อการถูกโกรธเพื่อช่วยให้ศิษย์พ้นจากสภาวะ ญาณบอด #การที่ครูสื่อสารออกมาแล้วตรงกับสภาวะของคุณพอดี เป็นเพราะ เทวดาประจำตัว ของคุณไปเชื่อมกระแสเพื่อให้ครูช่วยดึงเราออกจากวิบากกรรม กุญแจสู่ “พลังงานไหล”: หากเราน้อมรับคำเตือนด้วย ใจเบา ใจสบาย และนำไปปรับปรุง (บันทึกจิตใหม่) สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านเป็นแรงดึงดูดทันที ทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามที่เทวดาเตรียมไว้สามารถไหลเข้าสู่ชีวิตได้ #วิธีปฏิบัติเมื่อถูกครูเตือน อย่าส่งจิตออกนอก:…

  • ยินดีในความไม่มีทุกข์ของผู้อื่น

    ภูมิธรรมแรกจะเชื่อมโยงกับทานบารมีแต่ทานบารมีนี้จะไม่แยกกับปัญญาเพราะทานบารมีจะเกิดเมื่อไม่มีการแบ่งแยก ผู้ให้กับผู้รับไม่มีการคาดหวังทำบุญโดยไม่หวังบุญแค่ทำหน้าที่ตามปณิธานที่เป็นเหตุปัจจัยชี้นำ ดังนั้นแค่ภูมิธรรมแรกก็เริ่มปล่อยวางแล้วทั้งตัวบุคคลและธรรมมีความปิติในการหยั่งรู้ความว่างหล่อเลี้ยงใจ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • พระโพธิสัตว์ที่ประทับอยู่ในใจ

    #พระโพธิสัตว์ที่ประทับอยู่ในใจไม่ค่อยยอมค้นหา แค่พอเดือดร้อนก็ค่อยเรียกพระโพธิสัตว์ภายนอกมาขัดตาทัพไปวันๆใจพระโพธิสัตว์ในตัวที่ประกอบด้วย ปัญญา กรุณา ปณิธานและความงดงามแห่งการใช้ชีวิตไม่รู้หายไปตั้งแต่เมื่อไร#ไม่เคยเห็นจะมีใครตามหา #จะต้องเรียนวิชาพระโพธิสัตว์พื้นฐานซ้ำๆไปถึงเมื่อไร ไม่อยากขยับวิริยะฐานะกันบ้างเหรอเพียรกันแทบตาย ผ่านพบชาติมากันไม่จบไม่สิ้น #สุดท้ายก็พบแต่ความล้มเหลว หันมาใส่ใจพระโพธิสัตว์ในตัวกันบ้างนะเมื่อใส่ใจ ” ใจพระโพธิสัตว์ ” ในตัว ทุกๆที่ที่ได้ยืนอยู่ ก็ประดุจพุทธเกษตรนั่นเอง

  • นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ

    ?️? #นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ 1) #การเชื่อมต่อส่วนบุคคลมากกว่าข้อความและหลักคำสอนนักเวทย์ต้องการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณ เป็นการส่วนตัว แทนที่จะพึ่งพาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของคนอื่น พวกเขาชอบที่จะได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับพวกเขา 2) #ตั้งคำถามเสมอ โดยธรรมชาติแล้ว ผู้วิเศษคือพวกนอกรีต พวกเขาถามคำถามที่บางคนคิดว่าไม่ควรถาม พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์และธรรมชาติของการดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบความเชื่อทางศาสนา ไม่ยึดติดกับกระบวนทัศน์แบบเก่า 3) #อาศัยสัญชาตญาณ มีความสามารถในการพึ่งพาความเข้าใจอย่างถ่องแท้และการรับรู้โดยสัญชาตญาณ สิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณ 4) #มองเห็นความจริงภายใน วัดความสำเร็จบนเส้นทางจิตวิญญาณตามการนำทางภายในของตนเอง มากกว่ารูปแบบและพิธีกรรมภายนอกบางอย่าง จุดประสงค์เดียวของพิธีกรรมคือการกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจบางอย่างภายใน 5) #มองขึ้นไปบนดวงดาวด้วยความประหลาดใจ เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ทำให้คุณหลุดพ้นจากความเป็นตัวเองหรือไม่? แม้ว่าคุณจะไม่ได้คิดถึงความเวิ้งว้างของจักรวาล แต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นสัญญาณของการมองโลกที่ลึกลับ ซึ่งหมายความว่าคุณกำลังเชื่อมต่อกับความจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในจักรวาล 6) #รู้สึกเห็นอกเห็นใจกันมาก บ่อยครั้งมากเกินไป มีแนวโน้มที่จะอยู่เหนืออัตตา ดังนั้นขอบเขตระหว่างตนเองกับผู้อื่น #จึงไม่ถือตน 7) #การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อคุณอยู่ห่างจากอารยธรรมเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ลึกลับ ไม่เพียงเพราะความโดดเดี่ยว แต่ยังเพราะความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติปรากฏขึ้นต่อหน้าเราเมื่อเราไม่ถูกรบกวนจากเมือง 8. #การอุทิศตนเพื่อความจริง รักในข้อเท็จจริงและความรู้ ตรงข้ามกับความคิดเห็นและการคาดเดา ผู้แสวงหาความจริงที่แท้จริงนั้นหายาก