Similar Posts
อยากให้อะไรดีๆ#สะสมบารมีกันบ้างหรือยัง
#อยากให้อะไรดีๆ#สะสมบารมีกันบ้างหรือยัง#บารมีเต็ม แปลว่า ทำจนถึงที่สุดของกำลังใจแล้ว บารมีก็คือกำลังใจ มีอยู่ ๓ ระดับ ๙ ขั้น๑. #สามัญบารมี กำลังใจขั้นต้น ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๒. #อุปบารมี กำลังใจขั้นกลาง ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๓. #ปรมัตถบารมี กำลังใจขั้นสูงสุด ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง #ละเอียด เหมือนกัน#ถ้าหากว่าถึงปรมัตถบารมีขั้นละเอียดก็แปลว่ากำลังใจเต็ม พร้อมที่จะเข้าพระนิพพานได้ #คราวนี้จะวัดจากตรงไหนได้สามัญบารมี ให้ทานได้ บอกให้รักษาศีลก็จะไม่ไหว อุปบารมีให้ทานได้ รักษาศีลได้ บอกให้ภาวนาไม่ไหว #ถ้าหากว่ากำลังใจพร้อมทั้ง ทาน ศีล ภาวนา ตั้งมั่นว่าจะทำเพื่อพระนิพพาน อันนี้ถือเป็นปรมัตถบารมีเต็มแล้ว พร้อมที่จะไปแล้ว ถาม : ถ้าในชาตินี้เราให้ทานประจำ รักษาศีลก็ได้ ภาวนาได้ ?ตอบ : #แสดงว่ากำลังใจของเราอยู่ระดับปรมัตถ์แล้ว เพียงแต่จะหยาบ จะกลาง จะละเอียดเท่านั้น ถ้าถึงปรมัตถบารมีนี้มีสิทธิ์ไปพระนิพพานได้แน่ อย่างแย่…
เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล
#เมื่อเราเผชิญกับบททดสอบจากมาร (อุปสรรค, คนนินทา, หรือเหตุการณ์ขัดใจ) ให้ใช้เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ หยุดนิ่งและรู้เท่าทัน (Stop & Recognize) วินาทีที่เกิดอาการหงุดหงิดหรือโกรธ ให้รีบบอกตัวเองในใจทันทีว่า “นี่คือมารสอบบารมี” การรู้เท่าทันจะช่วยแยกจิตของเราออกมาจากอารมณ์ลบ ไม่ให้ถลำลึกลงไปสร้างกรรมใหม่ ใช้สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นเกราะ อย่าเข้าไปตอแยหรือหาเหตุผลกับสิ่งที่มากระทบ ให้ดึงจิตกลับมาที่ฐานของความ “เบา สบาย และเป็นกลาง” หากเรานิ่งได้ มารจะไม่มีพลังงาน (อาหาร) มาหล่อเลี้ยง และบททดสอบนั้นจะสลายตัวไปเอง พลิกจิตด้วย “พลังความกตัญญู” หากใจเริ่มสั่นคลอน ให้รีบนึกถึงพระคุณของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเทวดาประจำตัวทันที คลื่นความถี่สูงจากความกตัญญูจะช่วยยกจิตของเราออกจากมิติต่ำ กลับเข้าสู่ มิติที่ 5 ซึ่งเป็นเขตที่มารเข้าไม่ถึง อุดรอยรั่วด้วยการ “ไม่เพ่งโทษ”เทคนิคสำคัญคือ “หันกลับมาดูใจตนเอง ไม่ไปจับผิดคนอื่น” การนินทาตอบโต้คือการเปิด รอยรั่วทางบุญ ให้กว้างขึ้น ให้วางจิตไว้ที่ความสงบและอโหสิกรรม #เพื่อรักษาความใสสะอาดของสนามพลังงานบุญไว้ รักษาสัจจะบารมีหากมารมาในรูปแบบความขี้เกียจหรือข้ออ้างที่จะไม่ทำความดี ให้ใช้ สัจจะ เป็นตัวตั้ง ยิ่งมารขวาง #ยิ่งต้องทำตามสัจจะที่ให้ไว้…
บันไดสายรุ้งสู่จักรวาล
#บันไดสายรุ้งสู่จักรวาลคนชอบฟังครูก็จักเล่าให้ฟัง #ตำนานพญานาค นาค หรือ พญานาค งูใหญ่มีหงอนสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา#และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล นาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำบางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า #ตำนานความเชื่อเรืองพญานาคมีความเก่าแก่มาก ดูท่าว่าจะเก่ากว่าพุทธศาสนาอีกด้วย สืบค้นได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ด้วยเหตุจากภูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าเขาจึงทำให้มีงูอยู่ชุกชุม และด้วยเหตุที่งูนั้นลักษณะทางกายภาพคือมีพิษร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ชาวอินเดียใต้จึงนับถืองู #นาคสะดุ้ง…ที่ราวบันไดโบสถ์นั้นได้สร้างขึ้นตามความเชื่อถือ “บันไดนาค” ก็ด้วยความเชื่อดังกล่าว แม้ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็โดยบันไดแก้วมณีสีรุ้ง ที่เทวดาเนรมิตขึ้นและมีพญานาคจำนวน 2 ตน เอาหลังหนุนบันไดไว #ตำนานสิงหนวัติ ซึ่งเป็นตำนานเก่าแก่ของทางภาคเหนือ คือ “เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคจะแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมือง เป็นเมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมายกทัพปราบเมืองอื่นได้และรวมดินแดนเข้าด้วยกันจึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนคร ต้นวงศ์ของพญามังรายผู้ก่อกำเนิดอาณาจักรล้านนานั่นเอง #MAEKHUNOY#เทวดาประจำตัว
เหตุผลที่คนตามหาเทวดาประจำตัวก่อนวัยอันควร
เหตุผลที่คนตามหาเทวดาประจำตัวก่อนวัยอันควร #ไม่ต้องรอบารมีเต็ม#ไม่ต้องรอชาติหน้า#ต้องเดี๋ยวนี้#การบายพาสจิตวิญญาณคืออะไร?การเลี่ยงผ่านฝ่ายวิญญาณคือแนวโน้มที่จะข้ามไปยังฝ่ายวิญญาณก่อนเวลาอันควร การเข้าถึงจิตวิญญาณตัวเองในระหว่างที่อายุยังน้อยเพื่อกลับไปเข้าใจและแก้ไขบางสิ่งบางอย่างการเลี่ยงผ่านทางจิตวิญญาณมักเกิดขึ้นเมื่อผู้คนพยายามหลีกเลี่ยงการจัดการโดยตรงกับความเป็นจริงทางโลกต่างๆ ของตนเอง (อารมณ์ที่ไม่ได้รับการแก้ไข ความทรงจำ และความท้าทายส่วนตัวและชีวิต)#อาการหลุดพ้นทางวิญญาณอาการเบื้องต้นของการเลี่ยงผ่านจิตวิญญาณ (การบายพาส) ได้แก่: เราใช้การเข้าถึงความเชื่อและการปฏิบัติทางจิตวิญญาณเพื่อหลีกเลี่ยงบาดแผลที่ไม่ได้รับการแก้ไขและความรู้สึกเจ็บปวด เราสมควร ให้อภัยใครบางคนก่อนวัยอันควร แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่มีเหตุผล เราประสบกับการแยกตัวอย่างรุนแรงจากการระบุตัวตนของตัวเอง การปราบปรามทางอารมณ์และการทำให้มึนงง ความอดทนอดกลั้นและความเห็นอกเห็นใจ ใครบางคนอย่างไม่สมเหตุสมผลทำให้ดวงวิญญาณของเราเจ็บปวดรวดร้าวและฝังใจ เกินความดีงามต่อผู้อื่นแทนที่จะพัฒนาความลึกทางอารมณ์และความถูกต้อง เรามุ่งเน้นเน้นบวกมากเกินไป อย่างไม่สมเหตุสมผล การแสดงความโกรธ – ความหวาดกลัวที่ความโกรธสับสนกับการรุกรานและเจตนาไม่ดี ที่กล่าวมานี้เป็นผลให้คนที่เดินผ่านทางเลี่ยง ไม่ต้องการรู้จักตัวตนภายในมักจะทำงานเพื่อสร้างจิตวิญญาณของพวกเขาจากภายนอกสู่ภายในแทนที่จะทำอย่างอื่น #ดังนั้นพวกเขาพยายามที่จะประจักษ์ที่คาดว่าผลกระทบของการพัฒนาด้านจิตวิญญาณของพวกเขาเช่นความรักความเมตตาความอดทน, ความรัก, การเคารพผู้อื่น ฯลฯเหตุใดพวกเราหลายคนจึง หันกลับเข้ามาใส่ใจสนใจการบายพาสจิตวิญญาณก่อนวัยอันควร#โลกที่เราสร้างขึ้นมาทำให้เราหวาดกลัว#โครงการสมัยใหม่แห่งการค้นพบศักยภาพอันไร้ขอบเขตของการกำหนดตนเอง และการตระหนักรู้ในตนเองและการเติบโตได้สร้างโครงสร้างทางสังคมที่บีบรัดอย่างมาก เราสับสนกับข้อมูล หาหลักไม่พบ เราค่อยๆ ยอมรับความจริงอันมืดมิดของความพยายามของเราในการพัฒนาโลก เราได้ตระหนักถึงผลกระทบของการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อความก้าวหน้าและการพัฒนาที่มีต่อโลกของเราและคนรุ่นต่อไป หาที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณการขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ (โค้ชชีวิต นักบำบัด ฯลฯ) ไม่ได้สะท้อนถึงตัวคุณในทางไม่ดี มีหลายสิ่งที่คุณไม่สามารถทำหรือบรรลุโดยลำพังได้ตลอดเวลา และจิตวิญญาณ/การพัฒนาตนเองและการเติบโตเป็นหนึ่งในมิติที่สำคัญในชีวิต#?????????วิทยฐานะ อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น
แม้ว่าคนๆ หนึ่งจะพัฒนาประสบการณ์พิเศษ
แม้ว่าคนๆ หนึ่งจะพัฒนาประสบการณ์พิเศษและการตระหนักรู้ แต่ก็ไม่ควรภาคภูมิใจในสิ่งนั้น #ถ้าสมาธิของคนเราถูกรบกวนด้วยอาการง่วงซึมและความโลภ พึงระลึกถึงความตาย ความไม่เที่ยง และความทุกข์ของสังสารวัฏ ด้วยวิธีนี้ เราจะพัฒนาความกล้าหาญและความขยันหมั่นเพียร ดังนั้น เราอดไม่ได้ที่จะรับรู้ถึงการอภัยโทษที่หกว่าเป็นการปรากฏกายอันบริสุทธิ์ของ#สามกายะ กาย จิต จิตวิญญาณปรากฏเป็นกิยา 3 อย่างมีย่อมไม่มีทุกข์หนึ่งจะได้รับการปลดปล่อยในผลของมนตราที่เป็นความลับบรรยากาศคืนวันที่ 18/12/2021สำหรับนักเรียนรุ่น 463 ท่านสุดท้ายสำหรับการเปิดญาณบารมี#ผู้พบเจอมิติพลังงานจริง#พบกายในจริง#พบเจอเทวดาที่รักษาตนจริงจริงๆมนุษย์เราทุกคนมีศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ ภายใน แต่ส่วนมากจะเกิดสภาวะตีบตันในระดับพลังงาน ไม่สามารถสำแดงพลังมหาศาลนั้นออกมาได้ เปรียบดุจ ดั่งยักษ์จินนี่ที่หลับไหลอยู่ในตะเกียงวิเศษ รอคอยใคร บางคนไป “ปลุก” ขึ้นมาจากตะเกียง ครูทางจิต วิญญาณที่ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ #และเข้าถึงพลังแห่งจักรวาลอันไร้ขอบเขต เพื่อความตระหนักรู้และความเป็นอยู่ที่ดีของชีวิต แม่ครูมีแนวทางการสอนที่โดดเด่นเฉพาะตัว ในการเชื่อมโยงวิถีแห่งธรรมมะให้สอดคล้องกับชีวิตทาง โลกโดยใช้หลักธรรมะในการเข้ามาให้ความเข้าใจกับการเชื่อมสนามพลังงาน การใช้วิธีการปกป้องจิตและปกป้องทางพลังงาน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำ โดยในตอนแรกเลยนั้นคุณก็ ต้อง #มีสติรับรู้ให้ได้ก่อนว่าคุณไปรับพลังงานนั้นมาจาก ไหน การคัดเลือกสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่จะอยู่อาศัยจะ สำคัญมากในช่วงนี้ คุณมีความจำเป็นต้องสแกนพลังงาน ก่อนทุกครั้งไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนความสามารถในการสแกนพลังงานเป็นอีก ความสามารถหนึ่งที่คุณจำเป็นต้องฝึกฝนเพิ่มเติมโดยใช้ เทคนิค การตื่นรู้เพื่อตรวจจับพลังงาน ในทางพลังงานมนุษย์ทุกคนมีพรสวรรค์ หรือ วาสนาเก่า
ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่ และการยกระดับจิตวิญญาณ
๒๗/๑/๖๙ ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่และการยกระดับจิตวิญญาณ หมายถึงการรักษา “เอกเทศทางพลังงาน” (Energetic Sovereignty) เพื่อไม่ให้กระแสลบหรือวิบากกรรมของผู้อื่นมาดึงรั้งการตื่นรู้ของเรา มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้ 1. การวางเฉยด้วยเมตตา (Equanimity with Compassion)การไม่ร่วมกรรมไม่ใช่การใจดำ แต่คือการระลึกว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”: เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์หรือทำผิด ให้ช่วยตามกำลังที่ทำได้โดยไม่เอาใจไป “แบก” หรือไป “ตัดสิน” (Judge) #การด่าทอหรือซ้ำเติมผู้ที่ทำผิด คือการเอาตัวเราเข้าไปพันตูในกระแสกรรมนั้นโดยตรง 2. การรักษาขอบเขตพลังงาน (Setting Energetic Boundaries) ในยุคนี้เราต้องรู้จักการปฏิเสธสิ่งที่ “ไม่ใช่” สำหรับเรา หลีกเลี่ยงการนินทา: การร่วมวงนินทาคือการรับกระแสพลังงานลบและร่วมพันธะกรรมกับผู้พูดและผู้ถูกพูดถึง ไม่รับพิษทางอารมณ์: หากใครมาตัดพ้อหรือด่าทอเพื่อระบายพลังงานลบ ให้รับรู้แต่ไม่รับมาเป็นอารมณ์ของตนเอง 3. กฎแห่งการไม่แทรกแซง (Law of Non-Interference) หนึ่งในกฎสำคัญของการไม่ร่วมกรรมคือ การไม่เข้าไปก้าวก่ายบทเรียนชีวิตของผู้อื่นหากเขาไม่ได้ขอ บางครั้งความลำบากของเขาคือ “บทเรียน” ที่จิตวิญญาณเขาเลือกมาเพื่อเติบโต การเข้าไปช่วยผิดวิธีหรือช่วยจนเขาไม่ต้องเรียนรู้ #อาจเป็นการเข้าไปรับส่วนแบ่งแห่งกรรมนั้นมาโดยไม่จำเป็น 4. #การตัดพันธนาการทางจิต (Cutting Energetic Cords) #หากรู้สึกว่ายังยึดติดกับใครบางคนในทางลบ ให้ฝึกการ…
