Similar Posts
เทวดาประจำตัวมีจริงหรือไม่ คืออะไร
เทวดาประจำตัวตอบว่ามีจริง แล้วคืออะไร การอธิบายในเนื้อหานี้ คือรูปธรรมทางพลังงานชนิดหนึ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของมนุษย์ คำว่าเทวดาประจำตัวถูกจำกัดความในความหมายของภาษาเรียก เพียงเท่านั้น และแนวการปฏิบัติของสิ่งที่ถูกเรียกชื่อหรือความเชื่อ ทั้งหมดนี้จะสามรถไขปริศนาได้ให้ท่านได้เมื่อท่านได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งพลังงาน หรือมีโอกาส ได้รู้จักเทวดาประจำตัว แล้วเท่านั้น ท่านจึงจะทราบความหมายของสิ่งๆนั้น ได้ด้วยตัวท่านเอง
ไม่มีกิจกรรมภายนอกใด
ไม่มีกิจกรรมภายนอกใดที่จะช่วยให้โลกภายในของคุณเปลี่ยนแปลงมีแต่หัวใจและโลกภายในของคุณเท่านั้นที่จะสร้างสันต์ โลกภายนอกของคุณให้งดงาม ไม่ว่าคุณจะขาดการศึกษาความรู้หรืออิทธิพลใดก็ตามคุณสามารถรับได้จากใครก็ตามที่มีมัน การแลกเปลี่ยนความโปรดปรานและการแลกเปลี่ยนความรู้เป็นหนึ่งในการแลกเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
จูนติดกับกระแสของเทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม
ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ การที่ “#เทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม” เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการที่สนามพลังงานในตัวเรามีความถี่ที่ “จูน” #ติดกับกระแสของเทวดา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้1. กฎแห่งพลังงานสะท้อน (Law of Resonance)เทวดาเป็นพลังงานความถี่สูง (มิติที่ 5) ท่านจะสามารถดึงดูดโชคลาภ กัลยาณมิตร และโอกาสดี ๆ มาให้เราได้ก็ต่อเมื่อ ใจของคุณเบาสบาย และเป็นกุศล หากใจคุณบันทึกแต่ความโกรธหรือการนินทา จะเกิด “#พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาเข้าใกล้เพื่อประทานพรไม่ได้ 2. #พลังความกตัญญูคือแม่เหล็ก ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นพลังงานที่ “#หอมหวาน” ที่สุดในโลกทิพย์ เมื่อเรามีจิตกตัญญู สนามพลังงานรอบตัวจะสว่างไสวเป็นพิเศษ ซึ่งพลังงานนี้จะทำหน้าที่เป็น แม่เหล็กดึงดูดสิ่งดีงาม และความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาหาคุณอย่างรวดเร็ว 3. สัจจะคือสายใยดึงดูดหากเรามี สัจจะบารมี (พูดคำไหนทำคำนั้น) เทวดาประจำตัวจะมีกำลังในการช่วยเราอย่างมหาศาล สัจจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางพลังงานที่ทำให้คำอธิษฐานของเราส่งผลจริง และทำให้เทวดาสามารถ “ดึง” สิ่งที่เราปรารถนามาให้ตามวาระธรรม 4. การปิดรอยรั่วเพื่อให้พลังงานคงอยู่สิ่งดีงามที่เทวดาดึงเข้ามาจะอยู่กับเราได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเรามี พลังงานรั่ว…
สติ 3 ระดับ
สติ 3 ระดับ > (#คุณมีสติระดับไหน)สติมีด้วยกัน 3 ระดับ1. #สติระดับควบคุมความคิดสติระดับนี้เป็นสติขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสติที่มีอยู่แล้วในสัตว์โลกตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไป เป็นสติที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน ความสัมพันธ์ และการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น นึกว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่ ก็ต้องตั้งใจทำงาน” หรือนึกว่า “เราไม่ควรไปโกรธเขาเลย ให้อภัยเขาจะดีกว่า จะได้ไม่มีเรื่องติดใจต่อกัน” การฉุกคิดในลักษณะนี้ ล้วนเกิดจากการใช้สติในการควบคุมความคิดทั้งสิ้น》สติระดับที่หนึ่งเป็นสติที่ทำให้เรากลายเป็นผู้มองโลกในแง่ดี ถ้าใช้สติระดับที่หนึ่งบ่อยๆ ชีวิตในโลกภายนอกก็จะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ2. #สติระดับเห็นความคิดสติระดับนี้เป็นสติที่พระพุทธเจ้าทรงคิดขึ้นมาเป็นคนแรก เป็นการกำหนดสมาธิ วางใจให้เป็นกลาง แล้วจึงใช้สติดึงจิตให้หลุดจากความคิดมาเป็นผู้สังเกต การฝึกสติเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นผู้เท่าทันความคิด สามารถเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด ทำให้อยู่เหนืออารมณ์ของตนเองได้ ความทุกข์ต่างๆ จะน้อยลง ความสุขจะเพิ่มขึ้น อัตตาตัวตนจะทุเลาเบา ถ้าฝึกสติในระดับนี้เป็นประจำ สติในระดับแรกก็จะเกิดง่ายขึ้น 》สติระดับที่สองนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นต้น3. #สติระดับเหนือความคิด (มหาสติมหาปัญญา)สติระดับที่สามนี้ เป็นสติที่ก่อให้เกิดปัญญาทะลุโลก เป็นสติที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนสติในระดับที่สองจนเกิดความชำนาญ สติระดับมหาสติมหาปัญญานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การฉุกคิด เพราะเป็นสติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเหมือนสายน้ำไหล ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลืม ไม่มีวันเผลอ ไม่มีคำว่าขาดช่วงขาดตอน กล่าวคือเป็นสติที่มีความเร็ว จนสามารถเห็นว่าความคิดและความรู้สึกมีกระบวนการทำงานอย่างไร…
มหามติ
มหามติ! เรามุ่งหมายธรรม ๒ ประการจึงกล่าวคำเช่นนั้นธรรม ๒ ประการอะไรบ้างเล่า? ก็ได้แก่ สภาวะธรรมอันจะเข้าถึงเฉพาะตน และ สภาวะธรรมอันดำรงเช่นนั้นมาแต่เดิมมหามติ! เรามุ่งหมายธรรม ๒ ประการนี้แลจึงกล่าวคำเช่นนั้นแล#ความหมายอันล้ำลึกแห่งสภาวะธรรมอันจะบรรลุด้วยตนเอง เป็นอย่างไรเล่า? นั่นก็ได้แก่ สิ่งที่บรรลุโดยตถาคต #เป็นสิ่งที่เราบรรลุด้วยตนเอง ไม่เพิ่มและไม่ลดวิถีดำเนินแห่งการบรรลุได้ด้วยลำพังตนนั้น พ้นไปจากถ้อยคำและการแบ่งแยก เป็นอิสระจากสุดขั้วสองข้าง#แห่งการใช้ภาษา (อักษรคติ)#และสภาวะธรรมอันดำรงเช่นนั้นมาแต่เดิม เป็นอย่างไร? มหามติ! #นั่นก็คือ สิ่งเก่าดั้งเดิมแห่งธรรมดา เปรียบประดุจเงิน ทอง แก้วมุกดาที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ (#รอให้ผู้คนค้นพบ) ธรรมธาตุนี้สถิตดำรงอยู่เสมอไม่ว่าตถาคตจะอุบัติหรือไม่ก็ตาม เป็นสภาพธรรมชาติ (ธรรมดา) แห่งธรรมทั้งหลาย เป็นสภาวะที่ดำรงอยู่เสมอ (ธรรมสถิติตา) เป็นกฎธรรมชาติ (ธรรมนิยามตา) เป็นประดุจดั่งหนทางนำเข้าสู่เมืองโบราณนั่นแล มหามติ!#มหามติเอย! เปรียบดั่งบุรุษคนหนึ่งเดินเข้าไปในดงป่าและค้นพบเมืองโบราณพร้อมทั้งหนทางที่นำเข้าไปในเมือง เมื่อเขาเข้าไปในเมืองนั้นแล้วก็จะได้พักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับลักษณะอันงดงามของเมืองนั้น #ไปให้ถึงเทวดาประจำตัวสภาพธรรมเดิมแท้ของจิต
ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น
ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และความสัมพันธ์ของความมืดและความสว่างกำลังได้รับการปรับเทียบใหม่ มันจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งในฝันของคุณ มันจะพยายามทุกครั้งที่ทำได้เพื่อทำให้คุณสงสัยในพลังงานใหม่ #ชนะไม่ได้เพราะแพ้ไปแล้ว มันยังไม่รู้เลย แต่จะพยายาม…#ยากมากที่จะทำให้คุณคิดว่ามีโอกาส#ความมืดอยู่ไม่ได้เมื่อมีแสงสว่าง มีอยู่ได้ก็ต่อเมื่อแสงจางลงเท่านั้น แสงจางลงได้อย่างไร? ความโกรธ ความเกลียดชัง ความเกลียดชัง ความกลัว ฯลฯ #ฝ่ายมืดชอบสติระดับล่าง มันเติบโตที่นั่น ดังนั้นจงแสดงพลังของคุณ ยืนหยัดในพลังและแสงสว่างของคุณ

