น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมา ด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า

น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมา
ด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า

พระเจ้าหรือพระพุทธเจ้า
#คือจิตสำนึก…ไม่ใช่ผู้สร้าง

พระเจ้าเป็นแหล่งกำเนิดของการสร้างเอง
มัน (ไม่ใช่เขาหรือเธอหรือใคร)
ไอทีไม่ได้เป็นอิสระจากคุณ
คือความสมบูรณ์ของทุกสิ่ง

#ดังนั้นเมื่อคุณเรียกตัวเองว่าพระเจ้า
ไม่ได้หมายถึงตัวคุณเอง
คุณกำลังพูดถึงการแสดงออก

#ของตัวตนของพระเจ้าที่อยู่ภายในตัวคุณ

⭐️? กริยา…พลังงาน…ไม่ใช่คำนาม

เมื่อคุณคิดว่าพระเจ้าเป็นคำนาม คน สถานที่ หรือสิ่งของ #คุณจะแยกตัวเองออกจากพระเจ้าและกลายเป็นสิ่งที่จำกัดในทันที

นั่นคือสิ่งที่แยกผู้เชื่อ (ศาสนา) ออกจากผู้รู้ (ฝ่ายวิญญาณ)

Similar Posts

  • ความตั้งใจเป็นสิ่ง สำคัญหากคุณต้องการทำให้ ความฝันของคุณเป็นจริง

    #ความตั้งใจเป็นสิ่งสำคัญหากคุณต้องการทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง เมื่อเราตั้งเป้าหมาย เราขอให้จักรวาลนำทางเราไปสู่เป้าหมายของเรา เราขอเลื่อนตำแหน่งความสัมพันธ์ใหม่หรือบ้านในฝัน เหตุผลใหญ่ว่าทำไมผู้คนล้มเหลวที่จะประจักษ์ในสิ่งที่พวกเขาต้องการเป็นเพราะพวกเขาไม่เคยตั้งใจจริงเพื่อความฝันของพวกเขาให้เป็นจริงขึ้นมา พวกเขาเชื่อว่าความปรารถนาของพวกเขานั้นเป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปไม่ได้ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยแม้แต่จะขอด้วยซ้ำ #เราเคยมีความผิดในเรื่องนี้ในอดีตของเรา มีหลายสิ่งที่เราอยากได้และไม่คิดว่าตัวเองจะมี ดังนั้นเราจึงไม่เคยใส่ใจที่จะขอมัน #อย่างไรก็ตามเมื่อเราไม่ขอสิ่งที่เราต้องการ เราจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ! ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณไม่ขอผ้าเช็ดปากจากพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหาร คุณก็อาจจะไม่ได้ผ้าเช็ดหน้ามา หากคุณหลงทางโดยสมบูรณ์และไม่ถามทาง คุณอาจจะหลงทาง สิ่งเดียวกันนี้ได้ผลสำหรับจักรวาล – ถ้าคุณไม่ขอสิ่งที่คุณต้องการ มันก็จะไม่มีวันมา! ดังนั้น หากคุณมีความปรารถนาใดๆ (ไม่ว่าจะมากหรือน้อย) ให้เริ่มตั้งเป้าหมายให้เป็นจริง! ต่อไปนี้เป็นกลยุทธ์เจ็ดประการในการขอสิ่งที่คุณต้องการจากจักรวาล 1. #ถามสิ่งแรกในตอนเช้า!นี่เป็นวิธีที่เราชอบในการตั้งเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน เมื่อคุณตื่นนอนครั้งแรก ให้ขอพรสำหรับวันของคุณสักสองสามข้อ บางทีคุณอาจต้องการนำเสนอผลงานที่ยอดเยี่ยมในที่ทำงาน ดูดีที่สุดหรือเพียงแค่สนุก ทันทีที่คุณตื่นขึ้น ให้ทำเป็นนิสัยขอบางสิ่งที่คุณต้องการ 2. #นั่งสมาธิในความตั้งใจของคุณการนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการจดจ่อกับความตั้งใจ ขณะนั่งหรือนอนลงกับตาของคุณปิดมุ่งเน้นการหายใจของคุณไม่กี่นาทีเพื่อล้างใจของคุณ เมื่อความคิดของคุณเป็นศูนย์และปราศจากความคิดที่แข่งกัน ให้จินตนาการว่าความปรารถนาของคุณเป็นจริงและขอให้จักรวาลช่วยนำทางคุณไปสู่เป้าหมาย 3.#รับทุกความปรารถนา?? โอกาสที่คุณพบทำเช่นนี้ทุกวันวันละหลายครั้ง เมื่อไหร่ก็ตามที่นาฬิกาบอกเวลา 11:11 น. เห็นดาวตกหรือผ่านบ่อน้ำขอพร จงใช้เวลาสักครู่เพื่อนึกถึงความปรารถนาอย่างรวดเร็ว ใช้โอกาสเหล่านี้ทุกครั้งที่แสดงตัวเพื่อเริ่มแสดงความปรารถนาออกไปและเริ่มแสดงสิ่งที่คุณต้องการมากขึ้น บ่อยครั้งที่เราเก็บความปรารถนาของเราไว้สำหรับบางสิ่งที่ใหญ่กว่า แต่คุณสามารถตั้งความตั้งใจได้มากเท่าที่คุณต้องการ – ทำไมไม่ขอเพิ่มล่ะ 4. #เขียนความตั้งใจของคุณลงไปการเขียนความตั้งใจของคุณเป็นอีกกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม เขียนเป้าหมายของคุณลงในบันทึกส่วนตัว หรือเก็บ “ความปรารถนา” ไว้ในขวดโหล?? พบว่าการเขียนเป้าหมายและความปรารถนาของเราลงไปและเก็บมันไว้สักระยะหนึ่งอาจเป็นเรื่องที่สนุกมาก…

  • ในมิติของ “ยุคพลังงานชีวิตใหม่” และการรักษาจิตให้ผ่องใส การเจอกับ “#คนชอบขอ” 

    #ถึงประตูธรรม ๒๗/๑/๖๙ ในมิติของ “ยุคพลังงานชีวิตใหม่” และการรักษาจิตให้ผ่องใส การเจอกับ “#คนชอบขอ” (ทั้งขอเงิน ขอน้ำใจ หรือขอพลังงาน/Energy Vampire) เป็นบททดสอบสำคัญในการรักษาความสมดุลของตัวเอง วิธีรับมือโดย ไม่ร่วมกรรม และ จิตยังผ่องใส มีดังนี้: 1. แยกให้ออกระหว่าง “เมตตา” กับ “การทำร้าย” เมตตาที่ประกอบด้วยปัญญา: คือการให้ที่ทำให้ผู้รับดีขึ้นหรือพ้นทุกข์จริง การให้ที่ทำร้าย: หากการให้ของเราส่งเสริมให้เขา “#ไม่พึ่งพาตนเอง” หรือ “#เสพติดการแบมือขอ” นั่นคือการสร้างวงจรวิบากกรรมร่วมกัน  #เรากำลังขัดขวางไม่ให้เขาเรียนรู้บทเรียนชีวิตของตัวเอง 2. ฝึกทักษะการ “ปฏิเสธด้วยพลังงานบวก” การปฏิเสธไม่ได้แปลว่าใจดำ แต่เป็นการรักษาขอบเขต (Boundary): ใช้คำพูดที่เด็ดขาดแต่สุภาพ: “ครั้งนี้เราไม่สะดวกจริงๆ” #โดยไม่ต้องอธิบายเหตุผลยืดเยื้อเพราะการอธิบายมากเกินไปจะเปิดช่องให้เขาโน้มน้าวต่อ รักษาใจไม่ให้ขุ่นมัว: เมื่อปฏิเสธแล้ว ให้วางใจทันที ไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะเราได้พิจารณาด้วยเหตุผลแล้ว 3. รับมือกับ “Energy Vampire” (คนชอบขอความเห็นใจ/ขอพลังงาน)คนประเภทนี้จะชอบเอาเรื่องลบๆ มากรอกหู หรือมาขอให้เราช่วยแก้ปัญหาเดิมๆ ซ้ำๆ: ตั้งขีดจำกัดเวลา: “เรามีเวลาฟังแค่ 5 นาทีน้า…

  • การที่ครูกล้าเตือนคือ “พร” อย่างหนึ่ง

    #ถึงประตูแห่งธรรม ๑๐/๑/๖๙ การที่ “#ครูกล้าเตือนเรา” (แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเตือนผ่านสื่อ) ถือเป็นวาระพิเศษทางพลังงาน ที่เราควรตระหนักดังนี้ การหยุด “พลังงานรั่ว” ที่ครูกล้าเตือน เพราะท่านเห็น “จุดรั่ว” ในสนามพลังงานของเรา(เช่น การเพ่งโทษ การผิดสัจจะ หรืออีโก้) #การเตือนคือการช่วยอุดรอยรั่วก่อนที่บุญบารมีของคุณจะไหลออกจนหมด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” หรือชีวิตติดขัด บททดสอบ “มารสอบอัตตา”: เมื่อถูกเตือน จิตของเราจะเกิดปฏิกิริยาทันที หากเรารู้สึกโกรธ ขัดใจ หรือไม่ชอบใจ นั่นคือ มารทดสอบ ที่กำลังทำงาน หากเราก้าวข้ามความโกรธไม่ได้ เราจะเกิด พลังงานยัน #ทำให้บารมีที่ควรจะเปิดกลับถูกปิดกั้นลง ความเมตตาจากภพที่สูง การเตือนคือการ “#ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของคุณตาสว่าง ครูที่กล้าเตือนคือครูที่ยอมเสี่ยงต่อการถูกโกรธเพื่อช่วยให้ศิษย์พ้นจากสภาวะ ญาณบอด #การที่ครูสื่อสารออกมาแล้วตรงกับสภาวะของคุณพอดี เป็นเพราะ เทวดาประจำตัว ของคุณไปเชื่อมกระแสเพื่อให้ครูช่วยดึงเราออกจากวิบากกรรม กุญแจสู่ “พลังงานไหล”: หากเราน้อมรับคำเตือนด้วย ใจเบา ใจสบาย และนำไปปรับปรุง (บันทึกจิตใหม่) สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านเป็นแรงดึงดูดทันที ทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามที่เทวดาเตรียมไว้สามารถไหลเข้าสู่ชีวิตได้ #วิธีปฏิบัติเมื่อถูกครูเตือน อย่าส่งจิตออกนอก:…

  • อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่าย

    อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่ายๆ หากเจ้าบังเอิญได้อะไรมาง่ายๆ เจตจำนงจะอ่อนแอลง #จงพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อทำสิ่งที่เราทำอยู่สำเร็จผล”

  • ครูผู้ไม่เคยทำร้ายใคร

    #ครูผู้ไม่เคยทำร้ายใคร#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลง(ความรักของกูรู) คุณอาจมาหาเขาสักสองสามวินาทีแล้วไปไกลๆ แล้วทําอะไรก็ตามที่คุณต้องการ#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงคุณอาจปฏิเสธเขาให้กับตัวคุณเองและสาปแช่งเขาให้แก่ผู้ที่ฟัง#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงคุณอาจกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่สุดและจากนั้นก็กลับไปหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงคุณอาจกลายเป็นศัตรูของพระเจ้าตัวเขาเอง และจากนั้นก็กลับไปหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงไปในที่ที่คุณจะทําและทําในสิ่งที่คุณจะทําอยู่นานแค่ไหนก็ตามคุณจะกลับมาหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงข่มเหงผู้อื่น ข่มเหงตัวเองข่มเหงเขาแล้วกลับมาหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลง#เขาจะไม่วิจารณ์คุณ เขาจะไม่ทําให้คุณด้อยค่าเขาจะไม่ทอดทิ้งคุณเพราะเขาเขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของคุณแต่ตัวเขาคุรุเอง ไม่มีอะไรเลยเขาจะไม่หลอกลวงคุณ เขาจะไม่เยาะเย้ยคุณเขาจะไม่มีวันทําให้คุณผิดหวังเพราะเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร ความรักของเขาที่มีต่อคุณในโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่เปลี่ยนแปลง#ตัวแทนรับรางวัล ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ(ประดับเกรียติสดุดีวชิรนุสรณ์) ปี2565สาขาบุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่น#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ

  • เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงพลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง 

     ถึงประตูธรรม ๑๓/๒/๖๙ เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลง พลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง ทำให้กำแพงที่เคยกั้นระหว่าง “จิตสำนึก” กับ “จิตใต้สำนึก” บางลงจนเปิดออก ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. การเผยตัวของ “ผังกรรม” (Karmic Blueprint) ในยามปกติ เราใช้สมองสั่งการและกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆ ไว้ แต่เมื่อป่วยจนขยับกายไม่ได้ จิตจะย้อนกลับไปขุดคุ้ยความจำส่วนลึก สิ่งที่ปรากฏ: คุณอาจฝันแปลกๆ เห็นภาพอดีต หรือมีความรู้สึกผิด/โกรธแค้นที่ลืมไปแล้วผุดขึ้นมา นี่คือการที่ จิตใต้สำนึก กำลังสำแดง “ขยะพลังงาน” หรือ วิบากกรรม ออกมาให้เราเห็นเพื่อแก้ไข 2. ช่องโหว่ของ “สนามพลังงาน” เมื่อจิตใต้สำนึกเปิดในขณะที่จิตใจหดหู่ สนามพลังงานรอบตัวจะหม่นหมองความเสี่ยง: พลังงานลบภายนอกหรือเจ้ากรรมนายเวรจะเข้าแทรกแซงได้ง่าย ทำให้เห็นนิมิตที่น่ากลัว หรือรู้สึกกระสับกระส่ายผิดปกติทางแก้: แม่ครูน้อยสอนให้ใช้ สติ ประคองไว้ที่จุดเดียว (เช่น ลมหายใจ)…