#ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ

⭐️#ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ(ประดับเกรียติสดุดีวชิรนุสรณ์) ปี2465สาขาบุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่นเนื่องด้วยวันที่ 23.1.2022เป็นวันประดับเกียรติสดุดีวชิรนุสรณ์ครูติดแคมป์งานสอนรุ่น 47ไ้ด้ส่งตัวแทนห้องเรียน#คุณข้าวโพดคั่ว เป็นตัวแทนห้องเรียนในการเข้ารับรางวัลในกาลนี้⭐️พลังแผ่นดิน⭐️ความรักความสามัคคี⭐️คุณค่าคุณธรรมและสันติสุขกำลังใจของบุคคลทำดีคิดดีสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมไทย#ปูชนียบุคคลผู้เป็นแบบอย่างที่ดีรางวัลที่ 8 ของห้องเรียนที่ทีมงานทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาสู่ศักยภาพสูงสุดของการเป็นห้องเรียนพัฒนาจิตและวิญญาณ

Similar Posts

  • การคัดกรองคนเข้ามาในชีวิต คัดกรองด้วยระดับพลังงาน

    #การคัดคนเข้าชีวิตไม่ใช่ เรื่องของการเลือกที่ฐานะหรือหน้าตา แต่คือการ “#คัดกรองด้วยระดับพลังงาน” เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีคลื่นความถี่ ต่ำมาดึงดวงชะตาหรือสร้างรอยรั่วทางบุญให้เรา 1. คัดคนด้วย “สัจจะ” (เสาสัญญาณ) ในปี 2026 นี้ #พลังของสัจจะรุนแรงมาก วิธีสังเกต: หากใครที่พูดแล้วไม่ทำ รับปากพล่อยๆ หรือผิดนัดเป็นประจำ คนเหล่านี้มีคลื่นพลังงานที่แตกพร่าการตัดสินใจ: #ไม่ควรให้คนไม่มีสัจจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน หรือคนสนิท เพราะเขาจะนำสภาวะ “งานติดขัด” และ “พลังงานรวน” มาสู่ชีวิตคุณ 2. คัดคนด้วย “วาจา” (หยุดคนนินทา)คนที่มีนิสัย นินทาและเพ่งโทษ คือคนที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น วิธีสังเกต: หากใครเข้าหาเราแล้วเริ่มบทสนทนาด้วยการว่าร้ายผู้อื่น หรือจับผิดครูบาอาจารย์ ให้รู้ทันทีว่าเขากำลังนำ “รอยรั่ว” มาแบ่ง ให้เรา การตัดสินใจ: ให้รักษาระยะห่างทันที เพราะหากเราร่วมวงนินทาด้วย บารมีที่เราสะสมมาจะรั่วไหลออกไป และเกิดสภาวะ ญาณบอด ตัดสินใจอะไรก็พลาด 3. คัดคนด้วย “ความกตัญญู” (รากแก้ว) ความกตัญญูคือเครื่องบ่งบอกถึง “ท่อพลังงาน” ที่สะอาด…

  • นั่งสมาธิ 10 นาทีที่ถูกต้อง

    การเปิดกายทิพย์ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้เรา #เข้าใจต่อ การฝึกฝนของความก้าวหน้าของดวงวิญญาณ  นั่งสมาธิ 10 นาทีที่ถูกต้องช่วยทำให้ชีวิตท่านเปลี่ยนแปลง ในแต่ละวันนอกจากเราจะฝึกสงบจิตคลื่นสมองยังเป็นสิ่งสำคัญ #บุคคลหนึ่งคนจะถูกพัฒนา IQ (Intelligence Quotient)ความฉลาดทางสติปัญญา เป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ การคำนวณ และการใช้เหตุผล EQ(Emotional Quotient) ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตนเองและผู้อื่น สามารถควบคุม อารมณ์และยับยั้งชั่งใจตนเองและแสดงออกอย่างเหมาะสม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักรอคอย รู้จักกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส และ มองโลกในแง่ดี การเจริญพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา) จะช่วยเสริม EQ ได้ CQ (Creativity Quotient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ มีความคิด จินตนาการหรือแนวคิดใหม่ๆ ในรูปแบบต่างๆ เช่น การ เล่น งานศิลปะ และการประดิษฐ์สิ่งของ นักวิจัยพบว่าการเล่นและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการเช่น การเล่นศิลปะ การหยิบจับของใกล้ตัวมาเป็น ของเล่น การเล่านิทาน เป็นต้น…

  • จิตปรามาส

    #ธรรมชั้นครู๑๗/๑/๖๙ #จิตปรามาส” คือยาพิษทางพลังงานที่ร้ายแรงที่สุดเพราะเป็นการทำลาย “สายใยบารมี”#ระหว่างดวงจิตของเรากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และครูบาอาจารย์โดยตรง#มีลักษณะและผลกระทบที่ควรระวังดังนี้ 1. ลักษณะของจิตปรามาสการดูแคลนในใจ: แม้ปากจะไม่พูด แต่ในใจมีความรู้สึกสงสัย ไม่ศรัทธา หรือมองว่าครูบาอาจารย์/สิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ก็งั้นๆ” หรือ “ทำไมไม่ช่วยเรา” #การนำธรรมะมาเปรียบเทียบใช้ปัญญาทางโลกไปตัดสินปัญญาทางธรรม หรือตำหนิแนวทางการสอนของครูบาอาจารย์ว่าไม่ถูกใจตน การล่วงเกินด้วยวาจาและกิริยา การนินทาว่าร้ายครูบาอาจารย์ หรือการแสดงกิริยาไม่เคารพต่อหน้า และลับหลัง ซึ่งถือเป็นการสร้าง “ขยะทิพย์” ที่หนาแน่นมาก 2. ผลกระทบที่รุนแรงในปี (ยุคคัดพลังงาน) สภาวะ “ท่อพลังงานขาด” จิตปรามาสเปรียบเสมือนมีดที่ตัดสายใยบารมี ทำให้เราไม่สามารถรับกระแสเมตตาหรือการหนุนนำจากเทวดาได้อีก ส่งผลให้ชีวิตเข้าสู่ช่วง “ดวงตก” อย่างรวดเร็ว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท #เราจะเริ่มถอนตัวและตัดขาดจากครูบาอาจารย์ ด้วยเสียงในหัวและวิธีการของอัตตาหลายอย่างหรือมีพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก เมื่อไม่ได้รับความชื่นชมยินดี ทำความดีเพราะหวังผล พอไม่ได้ผลก็เลิกทำดีเราจะเริ่มตัดสินใจผิดพลาด มองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว และมักจะถูกมารจูงจิตไปสู่ทางเสื่อม เพราะไม่มีเกราะป้องกันจากครูบาอาจารย์ เงินหนี/บารมีรั่วพลังงานของการปรามาสคือ “ความร้อน” ที่เผาผลาญบุญเก่าให้หมดไป ทำมาหากินจะติดขัด เงินทองที่ควรจะได้จะหลุดลอยไปหาผู้อื่นแทน 3. วิธีแก้ไขและขอขมา (ก่อนที่สายใยจะขาดสะบั้น) หากรู้ตัวว่าเคยมีจิตปรามาส ต้องรีบสะสางพลังงานทันทีในปี 2026 นี้…

  • พลังแห่งจิตวิญญาณ พิษคืออะไร?

    พลังแห่งจิตวิญญาณ พิษคืออะไร? อะไรที่เกินความต้องการคือยาพิษ อาจเป็นอำนาจ ความเกียจคร้าน อาหาร อัตตา ความทะเยอทะยาน ความไร้สาระ ความกลัว ความโกรธ หรืออะไรก็ตาม

  • พลังหญิง พลังงานชาย และความศักดิ์สิทธิ์

    ?️? #พลังงานชาย (“ชาย” หรือ“หญิง”) อาศัยอยู่ในความเป็นจริงภายใต้ กฎหมายของขั้วความเป็นจริงประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากสามารถแสดงประสบการณ์เชิงบวกและเชิงลบได้ ?️? #ประสบการณ์เหล่านี้ยอดเยี่ยมสำหรับการสอนจิตวิญญาณให้วิญญาณของมนุษย์ให้ก้าวข้ามบทเรียนชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งเพื่อที่พวกเขาจะสามารถพัฒนาไปสู่สิ่งมีชีวิตที่รู้แจ้งเพื่อให้คุณรู้จักตัวเองในระดับที่ลึกที่สุด คุณต้องสัมผัสกับการแสดงออกของพลังเพศหญิงและความเป็นชายจากสวรรค์ เพื่อที่คุณจะได้เติบโตทางจิตวิญญาณ และขยายจิตสำนึกของคุณทำให้คุณ “เข้าใจ” ในความดีและความชั่ว ?? #พลังงานของผู้หญิงที่ศักดิ์สิทธิ์คืออะไร? พลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งเป็นพลังงานที่มองไม่เห็นอันชาญฉลาดซึ่งมีคุณภาพของสัญชาตญาณความเมตตาอารมณ์ความคิดสร้างสรรค์การเอาใจใส่การทำงานร่วมกันความคิดแบบองค์รวมและการคิดจากสมองซีกขวา#จากมุมมองของแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งคือพลังไฟฟ้าและพลังงานของผู้ชายที่ศักดิ์สิทธิ์คือพลังแม่เหล็ก ?? #พลังงานของผู้ชายศักดิ์สิทธิ์คืออะไร? พลังงานของผู้ชายที่สูงส่งเป็นพลังงานที่มองไม่เห็นอันชาญฉลาดซึ่งมีคุณภาพของการคิดวิเคราะห์และมีเหตุผลการแข่งขันความมุ่งมั่นการคิดเชิงเส้นการกระทำและการคิดสมองซีกซ้าย ?? #ด้วยเหตุนี้คนที่มีคุณสมบัติของพลังแห่งความเป็นชายสูงส่งมักจะเก่งในด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ คนส่วนใหญ่ได้รับการปรับสภาพให้สนับสนุนพลังแห่งความเป็นชายจากพระเจ้าซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงอยู่ในสังคมที่ต้องอาศัยคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นหลักเพื่อทำความเข้าใจชีวิต ?? สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่า#พลังงานของผู้หญิงที่สูงส่ง#ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงร่างกายของผู้หญิง#และพลังงานของผู้ชายจากสวรรค์ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงร่างกายของผู้ชายนอกจากนี้ชายหรือหญิงทุกคนมีทั้งพลังแห่งความเป็นผู้หญิงและความเป็นชาย #จากสวรรค์ภายในตัวเขาหรือเธอ ?? #สาเหตุพื้นฐานของความทุกข์ทรมานของมนุษย์ความไม่สมดุลของพลังงานของหญิงและชายจากสวรรค์เป็นสาเหตุพื้นฐานของความทุกข์ทรมานของมนุษย์#เพราะมันทำให้เราไม่อยู่ในสภาวะสมดุลและสอดคล้องกับธรรมชาติ ?? ทุกวันนี้เราอาศัยอยู่ในโลกที่พลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าแข็งแกร่งและบิดเบี้ยวจนทำให้พลังงานของผู้หญิงจากสวรรค์อ่อนแอลง ทำให้ไม่สามารถแสดงออกถึงคุณสมบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ?? #เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่าชายหรือหญิงแต่ละคนมีทั้งพลังแห่งความเป็นชายและหญิงอันศักดิ์สิทธิ์ในตัวเขาหรือเธอ อย่างไรก็ตามผู้หญิงมักมีคุณลักษณะของพลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งและผู้ชายมักจะมีคุณลักษณะของพลังแห่งความเป็นชายที่สูงส่งมากกว่าการกระทำของผู้ชายที่ทะเลาะกับพลังงานของสตรีศักดิ์สิทธิ์นั้นไร้จุดหมายเพราะพวกเขากำลังทำสงครามกับพลังของตัวเองเท่านั้นนอกจากนี้ยังใช้กับผู้หญิงที่ทำสงครามกับพลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าในตัวเอง ?? เพื่อป้องกันไม่ให้พลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าที่บิดเบี้ยวทำลาย (โลก)เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างไรนี้สามารถทำได้โดยการ เรียนรู้วิธีการดูและชื่นชมความงามของธรรมชาติและความสมดุลของผู้หญิงที่สูงส่งและพลังงานผู้ชายของพระเจ้าไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายต้องดูแลพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองอย่างนี้ที่อยู่ในตัวเราเองให้ดีผู้หญิงที่ทะเลาะกับตัวเองก็เท่ากับว่ามี ปัญหากับพลังงานชายของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าในตน ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต)

    Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต) #แตกต่างจาก Sympathy (ความสงสาร)Sympathy จะเป็นความรู้สึกของความเศร้าโศกหรือเวทนาไปกับผู้ที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบากในบางเรื่องราว…..แต่ Empathy คือการเสียสละ และแสดงออกด้วยการกระทำที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นซึ่งในขณะที่ Empathy จะดูเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปด้านบวก และมีจริยธรรมอันสูงส่ง ทั้งยังมีหลักการในการปฏิบัติที่ดีก็ตามที แต่ก็มีบางคนเชื่อว่า การหยั่งรู้วาระจิตผู้อื่นมากเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายต่อความผาสุกของตัว Empath (ผู้หยั่งรู้วาระจิต) เอง และอันตรายนั้นอาจลามไปถึงระดับโลกอีกด้วยเพราะพฤติกรรมของการหยั่งรู้วาระจิต (Empathy) ที่มากเกินไปนั้น จะไปรบกวนต่อการตัดสินใจที่ควรจะเป็นไปตามเหตุผล ซึ่งสืบเนื่องจากการที่พวก Empath ชอบที่จะใช้หัวใจนำทางมากกว่าสมอง ซึ่งอาจทำให้พวกเขาสูญเสียภาพที่กว้างขึ้นของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวก็เป็นได้ตามหลักจิตวิทยา… Empathy (การหยั่งรู้วาระจิต) แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ1. ‘การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด2. ‘การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’ (หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน3. ‘การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร…