#ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ

⭐️#ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ(ประดับเกรียติสดุดีวชิรนุสรณ์) ปี2465สาขาบุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่นเนื่องด้วยวันที่ 23.1.2022เป็นวันประดับเกียรติสดุดีวชิรนุสรณ์ครูติดแคมป์งานสอนรุ่น 47ไ้ด้ส่งตัวแทนห้องเรียน#คุณข้าวโพดคั่ว เป็นตัวแทนห้องเรียนในการเข้ารับรางวัลในกาลนี้⭐️พลังแผ่นดิน⭐️ความรักความสามัคคี⭐️คุณค่าคุณธรรมและสันติสุขกำลังใจของบุคคลทำดีคิดดีสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมไทย#ปูชนียบุคคลผู้เป็นแบบอย่างที่ดีรางวัลที่ 8 ของห้องเรียนที่ทีมงานทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาสู่ศักยภาพสูงสุดของการเป็นห้องเรียนพัฒนาจิตและวิญญาณ

Similar Posts

  • จิตวิญญาณและวิทยาศาสตร์มาบรรจบกัน

    จิตวิญญาณและวิทยาศาสตร์มาบรรจบกันการรวมตัวกันระหว่างชุมชนทางจิตวิญญาณและวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับมนุษย์ในการใช้ชีวิตที่สดใส มีสุขภาพดี และเจริญรุ่งเรือง ตัวบ่งชี้ที่สำคัญว่ากระบวนทัศน์ด้านสุขภาพใหม่กำลังมาถึงเรา วิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณเช่นเดียวกับสมองและร่างกาย ได้ประโยชน์มากมายจากการ #โอบรับปัญญาที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องแบ่งปัน เรามีวิวัฒนาการมามากพอที่จะรู้ว่าคำตอบที่เราแสวงหาไม่ได้เหมือนกัน/หรือเสมอไป ?️? ร่างกายของคุณจะขอบคุณสำหรับการฟัง อารมณ์ของคุณ จะปลดปล่อยออกมาอย่างอิสระเมื่อรู้สึกยินดีและคุณภาพชีวิตของคุณจะเพิ่มขึ้น

  • ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆ

    ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆเกิดขึ้นเพราะกรรมที่แต่ละตัวตนทำไว้ฉะนั้น ตนเองจึงเป็น ผู้สร้างชาติคือความเกิดและความสุขทุกข์ของตนแก่ตน หรือผู้สร้างก็คือตนเอง แต่มิได้ไปสร้างใครอื่น เพราะใครอื่นนั้นๆ ต่างก็เป็นผู้สร้างตนเองด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่มีใครเป็นผู้สร้างให้ใคร และเมื่อผู้สร้างคือตนสร้างให้เกิดก็เป็นผู้สร้าง ให้ตายด้วย ทำไมผู้สร้างคือตนเองจึงสร้างชีวิตที่เป็นทุกข์เช่นนี้เล่า ปัญหา นี้ตอบว่า #สร้างขึ้นเพราะความโง่ ไม่ฉลาดคือไม่รู้ว่าการสร้างนี้ก็คือสร้างทุกข์ขึ้นถ้าเป็นผู้รู้ฉลาด เต็มที่ก็จะไม่สร้างสิ่งที่เกิดมาต้องตาย

  • มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด

    ๖/๒/๖๙ มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด เพราะเขาไม่ได้มาเพื่อทำลายท่านด้วยกำลัง แต่มาเพื่อทำลาย “ความสงบ” และ “ความบริสุทธิ์ของดวงจิต” #ด้วยความศรัทธาจอมปลอม #จุดสังเกตที่ชัดเจนของมารประเภทนี้คือ มาเพื่อ “ติด” ไม่ได้มาเพื่อ “ปล่อย”: เขาจะพยายามทำให้ท่านเกิดความเมตตาจนกลายเป็น “ความห่วงใย” (ความผูกพัน) ซึ่งเป็นพันธะกับ ให้มีสัญญาอดีตร่วมกัน อย่างหนึ่ง หากท่านเริ่มกังวลว่าเขาจะปฏิบัติได้ไหม นั่นคือท่านตกหลุมพรางที่ทำให้ แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล ของท่านแกว่งแล้ว #ช่างประจบแต่ไม่ปฏิบัติ: มารในรูปศิษย์จะเก่งเรื่องการใช้ “คำหวาน” และความยโสที่ซ่อนอยู่ภายใต้การกราบไหว้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับกิเลสตัวเองจริงๆ เขาจะหลีกเลี่ยงและหาข้ออ้างเสมอ Spiritual Narcissism #สร้างความร้าวฉานในหมู่คณะ เขาจะพยายามทำตัวเป็น “ศิษย์เอก” เพื่อสร้างเขตแดนและกันคนอื่นออกไป สิ่งนี้คือการนำ “ความแบ่งแยก” มาสู่สถานที่ปฏิบัติธรรม ทำให้ความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณของส่วนรวมมัวหมอง ศิษย์ที่เป็นมาร จะดึงจิตท่านให้ลงมา ‘แบก’ ส่วนศิษย์ที่เป็นธรรม จะทำให้ท่าน ‘เบา’ และสว่างขึ้น วิธีจัดการที่ ใจอริยะ ใช้คือ: ให้ธรรมะอย่างเสมอภาค แล้วนิ่งอยู่ที่พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ใครจะดีหรือร้าย…

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…

  • เมื่อคนใดคนหนึ่งได้พบคุรุของเขา

    เมื่อคนใดคนหนึ่งได้พบคุรุของเขาควรจะมีความอุทิศตนอย่างไม่มีเงื่อนไขสําหรับเขาเพราะเขาเป็นพาหนะของพระเจ้า วัตถุประสงค์เดียวของคุรุคือการนําลูกศิษย์ไปสู่การตระหนักถึงตนเอง ความรักที่คุรุได้รับจากผู้อุทิศตน#ได้รับโดยคุรุให้กับพระเจ้าCamp-นักเรียนประจำ(15-16 ม.ค.2022า

  • ตำนานนาคธิดา (มังกร) โพธิสัตตว์

    #ตำนานนาคธิดา (มังกร) โพธิสัตตว์ เอกอัครสาวิกาเบื้องขวาของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตตว์นาคธิดาของพญานาคราช องค์ที่ ๔นามอื่นเช่น “หลงหนี่ว์ จีนแต้จิ๋วเรียก เหล่งนึ่งนาคกัญญา ธิดามังกร “อวี้หนี่ว์”จีนแต้จิ๋วว่า เง็กนึ่งดรุณีหยกกุมารีหยก #นาคธิดาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้เคยได้ถวายแก้วมณีนาคราชแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้า ท่ามกลางอริยสภาพระพุทธองค์ทรงพระมหากรุณาธิคุณรับแก้วมณีนาคราชของนางด้วยพระหัตถ์เปล่ามิได้ทรงใช้ผ้ารับประเคน #พุทธบริษัททั้งหลายผู้ยังอยู่ในปุถุชนวิสัยต่างตกตะลึง#แต่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า #ก็นาคกัญญาโพธิสัตตว์องค์นี้ถึงพร้อมด้วยภูมิธรรมอันประเสริฐเข้าถึงศูนยตา (ความว่าง)ย่อมพ้นไปจากการครอบงำด้วยเพศสภาวะอย่างที่ปุถุชนเข้าใจนาคกัญญาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้ย่อมคงไว้แต่สภาวะธรรมอันบริสุทธิ์ #ตถาคตรับการถวายแก้วมณีนาคาของนาง#ก็ดั่งรับการถวายจากพระอริยเจ้าองค์หนึ่งแต่เท่านั้น ตำนานของนาคกัญญาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้ผู้เป็นพระสาวิกาเบื้องขวา พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตตว์ ยังมีอีกหลายที่มา รวมไปถึงการเล่าขานอย่างตำนานพื้นบ้านเช่นกัน