#จิตที่ไม่ผูกพัน ไม่ใช่การเพิกเฉยหรือไร้ความรู้สึก แต่คือสภาวะขั้นสูงของการบริหารพลังงานในมิติที่ 5 #เพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ การก้าวข้าม “มารทดสอบ” (Non-Attachment) จิตที่ผูกพันมักนำไปสู่ความคาดหวัง เมื่อไม่ได้ดั่งใจจะเกิดความเกลียดหรือความโกรธ (เช่น การเกลียดครูผู้สอน หรือไม่ชอบสไตล์ครู) แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะมองทุกอย่างเป็น “สมมติ” และ “หน้าที่” ทำให้ใจนิ่ง สงบ และไม่เกิด พลังงานยัน กับคำสอนหรือสถานการณ์รอบข้าง การปิด “รอยรั่วทางบุญ” ความผูกพันที่มากเกินไปมักนำมาซึ่งความกังวลและการเพ่งโทษผู้อื่น ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ พลังงานรั่ว ได้ง่ายที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันจะรักษาความสะอาดของสนามพลังงานไว้ได้ เพราะใจจะจดจ่ออยู่กับการ “#บันทึกจิตใหม่” ของตนเองมากกว่าการส่งจิตออกนอกไปยึดติดกับบุคคลหรือสิ่งของ สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เมื่อจิตไม่ผูกพัน ใจจะเข้าสู่สภาวะว่างและเบา ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ตรงกับ เทวดาประจำตัว ทำให้พลังงานกุศลและ ทรัพย์ทางพลังงาน ไหลเข้าสู่ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอะไรอุดตัน กตัญญูโดยไม่ยึดมั่น แม้จะมีความกตัญญูสูง แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณด้วยสัจจะและเมตตา โดยไม่ยึดมั่นว่าผู้นั้นต้องเป็นอย่างที่เราต้องการ #สภาวะนี้จะช่วยให้บารมีเปิดกว้างที่สุดเพราะไม่มีอัตตามาคั่นกลาง เตรียมพร้อมสำหรับ “#วันที่จากลา” การฝึกจิตที่ไม่ผูกพันช่วยให้เมื่อถึงวาระที่ต้องพลัดพราก จิตจะไม่เศร้าโศกจนเสียระบบพลังงาน แต่จะสามารถอุทิศกุศลและส่งพลังงานบริสุทธิ์ให้แก่กันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันคือการ “ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด…