เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า

⭐️#เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า ⭐️ เด็กๆ #ทั้งหลายเป็นผู้สร้างโลกเธอไม่ใช่เป็นแต่เพียงว่า ‘เป็นเด็กวันนี้ เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า’ เหมือนที่เขาพูดๆ กัน มันไม่มีความหมายอะไรนัก ธรรมดามันก็เป็นอย่างนั้นอยู่เองแล้ว?#เธอรู้จักตัวเองน้อยเกินไปจึงไม่รู้จักข้อนี้?#ไม่รู้ถึงเกียรติอันสูงสุดว่าเป็นผู้สร้างโลก…โลกนี้ทั้งหมดย่อมประกอบอยู่ด้วยมนุษย์ทั้งหมด มนุษย์ทั้งหมดเป็นอย่างไรโลกนี้ก็เป็นอย่างนั้น เด็กทุกคนจะเป็นมนุษย์ทุกคนในอนาคตในโลก โลกจึงเป็นอย่างที่พวกเธอทุกคนเป็นในขณะนั้น หรือจะทำให้มันเป็นในขณะนั้นเธอจึงเตรียมตัวเป็นคนดี เพื่อโลกมันจะเป็นโลกที่ดีมีค่า และสวยสดงดงาม ไม่มีอะไรน่าขยะแขยง แล้วจะเป็นโลกที่มีสันติสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน ไม่มีวิกฤตการณ์อันเลวร้ายอันโสมมเหมือนที่กำลังมีอยู่ในโลกนี้ในเวลานี้⭐️#นี่เห็นไหมเธอทั้งหลายสามารถสร้างโลกพระศรีอาริยเมตไตรยขึ้นมาได้ ในเมื่อเธอทั้งหลายเป็นคนดีมีศีลธรรมที่เธอควรจะตั้งต้นกันเสียแต่บัดนี้ ศีลธรรมนั้นสรุปเป็นหัวข้อเพียง ๓ ข้อ⭐️ข้อที่ ๑ คือ #รักผู้อื่น – ผู้อื่นทั้งหลายถ้าเธอมองดูสักนิดจะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายกันกับเรา มันมีใครเล่าที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย มันก็เกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือนกัน มีปัญหาอย่างเดียวกัน มีหัวอกอย่างเดียวกัน ทนทุกขเวทนาอย่างเดียวกัน เราจึงถือว่าเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ครั้นรักผู้อื่นแล้วก็จะหมด #ความเห็นแก่ตัว อันเป็นสิ่งเลวร้ายทำลายโลก ⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจจะฆ่าใคร ไม่อาจจะทำอันตรายใคร⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจลักขโมยคดโกงใคร⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะล่วงละเมิดของรักของใคร่ของใครในทุกระดับ ตั้งแต่ของรักอย่างธรรมดาจนของรักสูงสุดในเรื่องบุตรภรรยาเป็นต้น⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะโกหกพูดเท็จหลอกล่วงใครเพื่อเอาประโยชน์ของเขามา⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะเสพของมึนเมาให้สูญเสียความเป็นมนุษย์ให้รำคาญแก่ผู้อื่นให้รำคาญแก่บิดามารดา ดังที่รำคาญกันอยู่ในเมื่อบุตรหลานเป็นผู้ติดยาเสพติดเมื่อรักผู้อื่นแล้วโลกนี้ก็จะมีแต่ความเมตตา กรุณา ช่วยเหลือกันฉันท์มิตรทุกทั่วหน้า เป็นโลกที่มีแต่มิตรไม่มีศัตรู แม้นอนก็ไม่ต้องปิดประตู เหลียวไปทางไหนมีแต่มิตร มีแต่มิตรที่พร้อมจะช่วยเหลือไม่ใช่มิตรเฉยๆ ไม่ใช่เป็นเพื่อนกินคอยหลอกลวงมิตรเพื่อจะกิน ⭐️ศีลธรรมข้อที่ ๒ คือ #การบังคับจิตของตนบังคับจิตก็คือบังคับความรู้สึก ควบคุมความรู้สึก บังคับจิตของตนไม่ให้ผลุนผลันบันดาลโลภะ บันดาลโทสะ บันดาลโมหะ- บันดาลโลภะก็คดโกงทันทีขโมยทันที- บันดาลราคะก็ข่มขืนแล้วฆ่าเหมือนที่มีอยู่ทั่วไป- บันดาลโทสะก็คือโกรธไว โกรธร้ายแรงเป็นดินระเบิดนี่เรียกว่าบันดาลโทสะซึ่งมีเห็นอยู่ทั่วๆไป เธอก็เคยบันดาลโทสะ ถ้าพูดกันจริงๆ แล้วผู้หลักผู้ใหญ่เกือบจะทุกคนก็เคยบันดาลโทสะ เธอมองให้ดีว่ามันเสียหายเท่าไหร่- บันดาลโมหะก็เหมือนกับโง่เร็วเกินไป คือสะเพร่าเร็วเกินไปนี่เรียกว่าบันดาลโมหะถ้าเราบังคับจิตหรือบังคับตัวเองมันไม่บันดาลสิ่งเลวร้ายเช่นนั้น มันจะมีสติสมบูรณ์ ไม่เผลอเรอเลินเล่อ ไม่มีทางที่จะตัดสินใจอะไรผิดๆ ไม่คิดผิด ไม่พูดผิด ไม่ทำผิด#จะทำอะไรก็ตั้งนะโมก่อนเสมอ เด็กบางคนจะนึกหัวเราะเยาะอยู่ในใจว่าตั้งนะโม…ตั้งนะโมนั้นให้สำรวมจิตใจระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน…ก็จะมีเวลาพอที่จะคิดนึกสังเกตศึกษาว่า ควรทำไหมหรือควรทำอย่างไร ควรทำเท่าไหร่ ควรทำที่ไหน นี่เรียกว่ามันไม่มีทางจะผิดพลาดถ้าทำอะไรนี่ตั้งนะโมเสียก่อนเอาแต่ใจความก็คือว่า #สำรวมสติสัมปชัญญะ ให้ดีที่สุดตัวกิเลสตามธรรมชาติ ตามธรรมดาของคนทุกคนต้องบังคับไว้ ต้องควบคุมไว้ ต้องปกครองไว้ #อย่าให้กิเลสมันไปกระทบกระทั่งผู้อื่น โดยทางกาย หรือโดยทางสิทธิอันชอบธรรม…เดี๋ยวนี้คนละเมิดสิทธิของผู้อื่นจนเกิดเรื่องเกิดราวอยู่ทั่วไปทั้งโลกองค์การโลกก็มีการละเมิดสิทธิกันบ่อยๆ เหมือนกัน คุมพวกเป็นพวกๆ แล้วก็ออกเสียงเพื่อได้เปรียบทางตน จนกระทั่งว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น เธออย่าเอาอย่างเธอโตขึ้นแล้วจะเป็นผู้สร้างโลก #เธอจงสร้างโลกให้ไม่มีการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ทุกหนทุกแห่งให้มีแต่ความถูกต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย⭐️ศีลธรรมข้อที่ ๓ คือถือหลักว่า #การทำการงานนั้นเป็นการปฏิบัติธรรม ทำงานด้วยกิเลสคือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เขาก็เท่ากับทำลายตัวเอง เชือดคอตัวเองลงไปทีละน้อยๆ แล้วก็จะวินาศลงไปในที่สุดการทำงานคือการปฏิบัติธรรมคำว่า ธรรม แปลว่าหน้าที่ของมนุษย์ หน้าที่นั้นมีอยู่ตามธรรมชาติ มีหน้าที่รักษาตัวเองให้รอด แล้วก็มีหน้าที่ทำตัวเองให้เจริญสูงยิ่งๆ ขึ้นไปจนถึงระดับสูงสุดที่มนุษย์ควรจะทำได้ ฉะนั้นหน้าที่ที่มนุษย์จะต้องทำให้ถูกต้องนี่เขาเรียกว่า ธรรม เรียกว่าพระธรรมในเวลาที่เราทำงานเรามีความสุข เราไม่ต้องไปอาบอบนวดเหมือนเขาอื่น ไม่ต้องหาความสุขจากอบายมุขคือดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน ดูการละเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านทำการงาน ซึ่งเป็นปากทางแห่งอบายเป็นประตูแห่งอบายคือ ความพินาศ ความฉิบหายทั้งทางร่างกายและทางจิตใจการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างไร เขามีความรักการงานเป็นสุขอยู่ในการงาน มีการงานเป็นที่เคารพ ระวัง ทำให้ดีที่สุด ถ้าทุกคนทำอย่างนี้แล้วโลกนี้มันจะเป็นอย่างไร โลกนี้จะไม่มีคนจนแม้แต่คนเดียว ไม่มีคนยากจนแม้แต่คนเดียว มีใครเจ็บไข้ลงสักคนมีคนมาช่วยเหลืออาสาเยียวยารักษาตั้งร้อยคนนะคิดดูเถอะว่า ถ้าว่ามันมีการงานเป็นพระธรรม ก็ไม่มีใครเป็นคนยากจนมีแต่คนร่ำรวย รวยด้วยเงินรวยด้วยน้ำใจนี่ล่ะลักษณะของโลกของพระศรีอาริยเมตไตรย ซึ่งเธอทั้งหลายสามารถจะสร้างมันขึ้นมาได้ในอนาคต เมื่อมีการศึกษาดี ถูกต้อง เพียงพอแล้ว สรุปความว่าสร้างโลกพระศรีอริยเมตไตรยได้ด้วยการกระทำเพียง ๓ อย่างเท่านั้น ไม่ใช่มากมายเป็นภูเขาเลากาท่วมหูท่วมหัว ๑.ทุกคนรักผู้อื่น๒.ทุกคนบังคับกิเลสของตนเอง๓.ทุกคนรักและบูชาการงานเห็นหน้าที่ของมนุษย์เป็นสิ่งสูงสุด มีความสุขจากการทำงานได้ความสุขชนิดที่ไม่ต้องจ่ายเงิน มันเป็นความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินอย่างที่เธอไปขโมยของพ่อแม่มาซื้อหาความสนุกสนาน เอร็ดอร่อย ความสุขหลอกลวง ความสุขโง่เขลา ความสุขที่ต้มให้สุก เผาให้สุก กี่ให้สุก เราจะต้องมีความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินแล้วกลับได้เงินมามีเงินเหลือเฟือมากขึ้นทุกที นี่คือความสุขที่ได้มาจากการไหว้ตัวเอง เคารพตัวเองเมื่อทำการงาน มีความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินแล้วกลับมีเงินเหลือเฟือมากขึ้นทุกที ไม่มีใครขาดแคลนอะไรตนเองก็เป็นสุขแล้วก็ช่วยเหลือผู้อื่นให้เป็นสุขข้อนี้ระวังไว้ดีๆ ว่าเราอยู่ในโลกคนเดียวไม่ได้ เราต้องมีเพื่อนร่วมโลก เราจะเป็นผู้มีความสุขคนเดียวไม่ได้เมื่อคนอื่นทุกคนไม่มีความสุข จึงต้องทำพร้อมๆ กันไป ตัวเองก็เป็นสุขผู้อื่นก็เป็นสุขจึงจะเป็นโลกที่มีแต่สันติสุขเรียกว่าโลกของพระศรีอริยเมตไตรยถ้าเธอจะเห็นว่ามันเป็นชื่อที่ยืดยาวโก้หรูเกินไปจะไม่เรียกอย่างนั้นก็ได้แต่เรียกว่าโลกที่เธอต้องช่วยกันสร้างมันขึ้นมา เพราะว่าเด็กๆ คือผู้สร้างโลกดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น มันเป็นโลกที่พวกเธอต้องช่วยกันสร้างขึ้นมาในที่สุดนี้ฉันจะขอให้เด็กๆ ทุกคนรู้จักตนเองให้ถูกต้องตามที่เป็นจริงว่า เด็กๆ คือผู้สร้างโลก มีหน้าที่สร้างโลกในอนาคตโดยเฉพาะอย่างถูกต้อง เธอทั้งหลายเตรียมตัวเสียแต่วันนี้เพื่อทำหน้าที่อันแท้จริงของตน วันนี้เป็นวันเด็กเป็นวันที่มีเกียรติที่สุดสำหรับเด็กพุทธทาสภิกขุ

Similar Posts

  • สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดี

     #ถึงประตูธรรม (๑๑/๑/๖๙)  เมื่อเทวดาประจำตัวกลายร่างเป็นจิตมิจฉาทิฐิ จิตมิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้าประตูธรรม (เพราะพลังบริสุทธิ์) หนาแน่น ทั้งที่อยากไปแต่มีพลังบางอย่างยันไว้ไม่สามารถเข้าได้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ หรือพลังงานลบไม่กล้าเข้าไปใกล้ คือสถานที่ที่มี “คลื่นพลังงานบริสุทธิ์”และมีฐานของ สัจจะบารมี ที่มั่นคงมากพอ สถานที่ที่รักษา “สัจจะ” อย่างเคร่งครัด ที่ใดที่ผู้คนในสถานที่นั้น (เช่น วัด หรือสำนักปฏิบัติธรรม) #มีความซื่อตรงต่อคำพูดและการกระทำ ไม่มีการโกหกหลอกลวง พลังงานจากสัจจะนี้จะสร้างกำแพงพลังงานที่เข้มแข็งที่สุด #ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่เน้นการบิดเบือนความจริงไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้ สถานที่ที่มีแต่ “พลังความกตัญญู” ในสถานที่ที่ผู้คนแสดงความเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง พลังงานความกตัญญูนี้เป็นคลื่นความถี่สูงมากในมิติที่สูง(เหนือทิพย์) #ทำให้สถานที่นั้นสว่างไสวด้วย แสงสว่างจากบุญ จนพลังงานมืดไม่สามารถสถิตอยู่ได้ สถานที่ที่เน้น “ใจเบา ใจสบาย” เป็นหลัก สถานที่ที่ผู้คนไม่แบกความเครียด ไม่ตัดสินผู้อื่น (ไม่เพ่งโทษ) แต่รักษาใจให้ว่างและเป็นกลางอยู่เสมอ จะมี พลังบริสุทธิ์ #ที่ทำให้เทวดามิจฉาทิฏฐิรู้สึก “ร้อน” หรืออึดอัดจนอยู่ไม่ได้ เพราะคลื่นพลังงานไม่ตรงกัน สถานที่ที่ไร้ “รอยรั่วทางบุญ” (ไร้นินทา) หากสถานที่นั้นไม่มีการนินทาว่าร้าย หรือการใส่ร้ายป้ายสีกัน พลังงานจะรวมเป็นหนึ่งเดียวและไม่มีช่องโหว่ให้พลังงานลบเข้าแทรกแซงได้ ซึ่งจะช่วยปิดกั้น มารทดสอบ ได้อย่างถาวร  #สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดีพื้นฐานอย่าง สัจจะ…

  • ยิ่งเราเข้าใกล้เทวดาประจำตัวเท่าไหร่

    #ยิ่งเราเข้าใกล้เทวดาประจำตัวเท่าไหร่การปรับปรุงดวงวิญญาณยิ่งต้องมากขึ้น #หากเราใช้ชีวิตทางโลกเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะเข้าใจพลังเหนือธรรมชาติ หากเราใช้ชีวิตทางธรรม เป็นการดีที่เราจะนำสิ่งที่เรียนรู้ไปต่อทฤษฎีลงสู่ถึงภาคการปฎิบัติ #และถ้าหากเราใช้ชีวิตด้วยความเป็นมนุษย์ล่ะ??? เราก็คงไม่สนใจแนวทางตัดขาดทั้ง 2 รายการแต่ #คงเพิ่มความสนใจชีวิตและไม่ประมาทมากกว่าการอธิฐานและขอพร #ความลับจักรวาลต้องการ ได้เห็นเธอมีความสุขในวันนี้เขาก็จะส่งปาฏิหาริย์มาสู่คุณ#จนคุณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยิ้ม #คุณพร้อมไหม ๛ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์(เทวดาประจำตัว)

  • คิดว่าสำคัญมากสำหรับการทำความเข้าใจอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ

    #มาดูกันว่ามันคืออะไร: Lightworkers มีคนที่รู้สึกสำนึกในหน้าที่ที่มีต่อโลกที่จะรักการแพร่กระจาย, การศึกษา, การรักษาและมีสติมากขึ้น พวกเขามีบทบาทสำคัญในความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณของโลกDr. Doreen Virtueจัดหมวดหมู่พวกเขาใน 4 อาณาจักร#ทูตสวรรค์ที่แตกต่างกัน #อาณาจักรเทวดาดินคือ: 1. #เทวดาที่จุติมาคนเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะเช่น- ใบหน้ารูปหัวใจหรือผมสีอ่อน พวกเขามักจะสงบ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และอดทน พวกเขามักจะพกสิ่งของต่างๆ เช่น ล็อกเกตนางฟ้า หนังสือ เป็นต้น เนื่องจากมีความสุภาพเรียบร้อย พวกเขาจึงหางานทำในสาขาต่างๆเช่น การสอน การให้คำปรึกษา การพยาบาล ฯลฯ 2. #องค์ประกอบที่จุติมาองค์ประกอบที่จุติมาสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากในแง่ของรูปลักษณ์ พวกเขาอาจมีผมหยักศก จมูกสั้น หรืออะไรก็ได้ที่แสดงถึงองค์ประกอบของธรรมชาติ บุคลิกของพวกเขามักจะกระฉับกระเฉงมาก พวกเขาชอบเล่น หัวเราะและสนุกสนาน พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับธรรมชาติและสัตว์ พวกเขามักจะทำงานเป็นนักแสดงตลก นักแสดง หรือนักดนตรี 3. #สตาร์ผู้คนพวกเขาเกิดบนโลกใบนี้มีภารกิจในการแพร่กระจายความเมตตา ลักษณะเด่นของร่างกายคืออัลมอนด์หรือตารูปตัวยูคว่ำ ผู้ชายมักจะสูงและผอม พวกเขารู้สึกทึ่งกับยูเอฟโอและเทคโนโลยี พวกเขามักจะทำงานเป็นผู้รักษาพลังงาน 4. #ปราชญ์คนเหล่านี้มีพฤติกรรมที่จริงจังและมีสัญชาตญาณอย่างมาก เหล่านี้รวมถึงผู้ที่เกิดก่อนหน้านี้นักปฏิบัติ สวดมนต์ พวกเขาสนุกกับการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาต่างๆ ยุคในตำนาน กฏแห่งกรรม และอื่นๆ

  • ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต

    #ธรรมชั้นครู ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต” คือการเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “ปุ๋ย” ในทางพุทธศาสนาและพลังงานยุคใหม่ เราไม่ได้มองว่ากิเลสเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งแบบรุนแรง แต่เรามองมันเป็น “#ห้องแล็บ” สำหรับการตื่นรู้ นี่คือ 5 เทคนิคในการใช้กิเลสเป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตให้ผ่องใส 1. ใช้กิเลสเป็น “เครื่องวัดสติ” (The Speedometer) กิเลสที่เกิดขึ้นคือแบบทดสอบความไวของสติ วิธีฝึก: เมื่อความโกรธหรือความอยาก (กิเลส) พุ่งขึ้นมา ให้ “จับเวลา” ว่าสติเราเห็นมันช้าหรือเร็ว? ถ้าเห็นทันทีที่มันเริ่มไหวในใจ แปลว่าสติคุณแหลมคม (High Vibration) ถ้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ตัว แปลว่าต้องฝึกเพิ่ม ถ้าผ่านไปเป็นวันยังไม่รู้ตัวเลยให้คนอื่นเห็นให้แปลว่าต้องเริ่มในการฝึกจิตแล้ว ผลลัพธ์: กิเลสกลายเป็น “นาฬิกาปลุก” ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตื่นอยู่เสมอ 2. ใช้กิเลสเรียนรู้ “ความจริง “ (The Reality Teacher) กิเลสเป็นครูที่สอนเรื่อง “ไตรลักษณ์” ได้ชัดที่สุด: วิธีฝึก: เมื่อความอยากได้บางอย่างเกิดขึ้น (เช่น อยากได้ของใหม่ หรือคนชอบมาขอทำให้เราอยากรำคาญ)…

  • ตำนานจีนโบราณบรรยายถึงโลกและจักรวาลทั้งมวลที่เชื่อมโยงกันด้วยธาตุทั้งห้า

    #ตำนานจีนโบราณบรรยายถึงโลกและจักรวาลทั้งมวลที่เชื่อมโยงกันด้วยธาตุทั้งห้า ได้แก่ น้ำ โลหะ ดิน ไฟ และไม้ #หากไม่มีความสมดุลด้วยองค์ประกอบทั้งห้า ความโกลาหลก็เป็นอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ เราต้องปฏิบัติต่อตนเองเช่นเดียวกับธาตุทั้งห้าเนื่องจากเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับโลกของเราและอีกมากที่กระจัดกระจายไปทั่วสวรรค์ อย่างไรก็ตาม ในฐานะมนุษย์ เรามีเพียงหนึ่งหรือสององค์ประกอบที่โดดเด่นกว่าองค์ประกอบอื่นๆ มาก แต่ละองค์ประกอบสามารถอธิบายรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับบุคลิกภาพของคุณที่อาจถูกซ่อนไว้1. น้ำธาตุในฐานะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธาตุน้ำมากกว่าธาตุทั้งสี่ คุณแบกรับน้ำหนักไว้มากจากความรู้ที่คุณได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมา เฉกเช่นสายน้ำ คุณพยายามจะเป็นสายธารที่แผ่วเบาที่ถางหุบเขา สร้างผลงานชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ในขณะที่คุณสาธิตขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อให้คุณและคนอื่นๆ ประสบความสำเร็จ คุณห่วงใยคนรอบข้างอย่างสุดซึ้ง มีความคิดเห็นที่ละเอียดมากในการให้คำแนะนำกับผู้อื่นเกี่ยวกับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา และคุณทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้แน่ใจว่าความสมดุลนั้นอยู่ในลำดับ2. ธาตุโลหะเช่นเดียวกับที่โลหะทำหน้าที่เป็นตัวสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับสิ่งต่าง ๆ บนโลกเช่นเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของจักรวาล คุณก็แสวงหาความมั่นคงแบบเดียวกัน คุณเป็นคนที่ไม่สามารถรับมือได้โดยไม่มีโครงสร้างในชีวิต และต้องการให้คนอื่นมีความคิดที่ดีว่าพวกเขาต้องการอะไร พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด และสิ่งที่พวกเขาวางแผนจะทำเมื่อไปถึงที่นั่น คุณเป็นคนใจเย็น โกรธยาก และคุณทำได้ดีภายใต้แรงกดดันเมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์ยากขึ้น คุณไม่เคยล้ม เพราะคุณคือเสาหลักของชีวิตนี้และอีกหลายชีวิตที่คุณห่วงใย3. ธาตุดินผู้ที่มีความโดดเด่นมากขึ้นในองค์ประกอบของโลก คุณกำลังแสวงหาที่จะนำสันติสุขมาสู่โลกรอบตัวคุณอยู่ตลอดเวลา สิ่งนี้ทำให้คุณเป็นหนึ่งในนักแก้ปัญหาที่น่าทึ่งที่สุด เนื่องจากคุณมีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และความต้องการความสามัคคีอย่างไม่ลดละของคุณ ทำให้คุณเป็นหนึ่งในผู้นำที่เก่งที่สุดโดยกำเนิดโดยกำเนิด ไม่ใช่ทุกคนที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เท่าคุณในการจัดการกับอารมณ์และคุณอย่าเอาปัญหาของคนอื่นไปง่ายๆ เพียงเพราะว่าคุณเอาใจใส่ทุกคนมากแค่ไหน เช่นเดียวกับที่โลกทำ คุณจะไม่หยุดพยายามที่จะเป็นผู้รักษาสันติภาพที่คุณรู้ว่าคุณสามารถเป็นได้4. ธาตุไฟในฐานะบุคคลที่เชื่อมโยงกับธาตุไฟ คุณเป็นคนที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่คุณหลงใหลที่สุดในโลก ไม่มีอะไรมาขวางทางคุณได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องการให้มันแย่พอ…

  • วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ “ศิษย์”

    #ธรรมจากประตู ๖/๒/๖๙ วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ”ศิษย์” ให้ดูที่ “กระแสพลังงาน” และ “ผลลัพธ์ของใจ” เป็นหลัก #หากท่านนิ่งพอท่านจะเห็นสัญญาณเหล่านี้ชัดเจน มาเพื่อ “สูบ” ไม่ใช่เพื่อ “สร้าง”: สังเกตว่าเมื่ออยู่ใกล้หรือสนทนาด้วย ท่านรู้สึก “เหนื่อยหม่น” หรือพลังงานรั่วไหล หากเขามาเพื่อกิเลส ใจท่านจะสัมผัสได้ถึง แรงสั่นสะเทือนที่หยาบ ที่พยายามดึงท่านลงไปคลุกคลีกับเรื่องทางโลกหรือความยโส และตัวตนของเขา เอาธรรมะไป “พอกอัตตา”: เช็คว่าเขาเรียนรู้เพื่อนำไป “ละ” หรือนำไป “อวด” หากเขายิ่งรู้ธรรมยิ่งมีความยโส ถือตัวว่าเก่งกว่าคนอื่น หรือนำชื่อท่านไปแอบอ้างเพื่อลาภสักการะ นั่นคือลักษณะของมารที่มาทำลายกระแสธรรมที่บริสุทธิ์ กับดักของกิเลสในคราบนักบุญ ความกตัญญูที่เคลือบแฝง: มารในรูปศิษย์มักจะปรนนิบัติอย่างหนักในช่วงแรกเพื่อให้ท่าน “ตายใจ” และเกิดความผูกพัน แต่เมื่อไม่ได้ดั่งใจหรือท่านชี้ขุมขนกิเลสให้ เขาจะพลิกกลับเป็นศัตรูหรือนินทาท่านทันที สังเกตลักษณะกัลยาณมิตรเทียม ลองใจและจับผิด: เขาจะไม่ได้มองท่านด้วยความศรัทธาที่แท้จริง แต่มองด้วยสายตาของ “ผู้คอยจับผิด” เพื่อหาจุดอ่อนมาลดทอนความน่าเชื่อถือของท่าน นี่คือการสะท้อนว่าใจเขาไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว แต่มีกิเลสเป็นใหญ่ #ศิษย์แท้จะทำให้ท่านเบาสบาย #แต่ศิษย์ที่เป็นมารจะทำให้ท่านรู้สึกเหมือนมีโซ่ตรวนมาล่ามใจไว้ วิธีที่เด็ดขาดที่สุดคือ “วางอุเบกขา” ให้ธรรมตามหน้าที่แล้วเดินผ่านไป อย่าเอาใจไปผูกไว้กับความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเขา ในบรรดาคนที่เข้ามาหาท่านตอนนี้…