อย่าหันหลังไปเสียเวลากับการไขว่คว้า

อย่าหันหลังไปเสียเวลากับการไขว่คว้าความว่างเปล่า วันนี้เป็นวันครูอีก 1 ปีที่ข้าพเจ้าโชคดีได้ทานข้าวกลับศิษย์ ณ.ปัจจุบันงานสอนของข้าพเจ้า หมุนเวียนเพียรสรรพสิ่งข้าพเจ้าพบพานผู้ผ่านเส้นทางมากมายสิ่งที่ข้าพเจ้าตระหนักได้ไม่มีสิ่งใดถาวรศิษย์อดีตไม่มีจริงศิษย์อนาคตก็ไม่มีจริงมีแต่ศิษย์ปัจจุบันข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้ถ่ายทอดงานสอนและพบพานกับกับบุคคลแปลกหน้ามากมาย?️? และวันนี้อีก 1 วันสำคัญที่ได้จับฉลากพบศิษย์ใหม่ ที่แปลกน้า ? ณ.ปัจจุบันข้าพเจ้าเบิกบาน ได้กับทุกคนจากลา มาใหม่ก็ Happy Happy

Similar Posts

  • วิธีการสอน

    #วิธีการสอนวัตถุประสงค์เดียวของการปฏิบัติธรรมคือการปลดปล่อยตนเองและสิ่งมีชีวิตทั้งหมด #จุดมุ่งหมายไม่ควรเป็นครูสอนธรรมะแต่ในปัจจุบัน ภายใต้คําบรรยายของความจําเป็นในการเผยแผ่ธรรม แนวคิดของการอบรมครูบาอาจารย์ทางพระพุทธศาสนายังคงแพร่กระจายขึ้นจากทุกมุม อย่างไรก็ตามแน่นอนว่ามีบางสิ่งที่ต้องจําไว้ในใจ #คิดจะปลูกป่าแห่งการตรัสรู้#คุณต้องมีพื้นดิน จะทําให้พื้นดินนั้นอุดมสมบูรณ์คุณต้องมีวินัยและความขยัน กูรูที่มีทักษะต้องหาวิธีส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนมีวินัยขึ้นอยู่กับความสามารถของนักเรียน แม้ว่าตัวกูรูเองจะอ่านเก่งมาก เขาหรือเธอควรทําให้นักเรียนคิดว่าการศึกษาไม่มีวันสิ้นสุด ครูเองก็ควรศึกษาและอ่านหนังสืออยู่เสมอแม้จะได้รับการเรียนรู้มากอยู่แล้ว แต่เขาจะแสดงความปรารถนานี้สําหรับการสอนเพิ่มเติมและแม้กระทั่งถ่อมตนถามคําถามเขาเป็นตัวอย่างสําหรับพวกเราทุกคน กูรูจะต้องมีจริยธรรมและบริสุทธิ์มากแต่ควรละเลยคุณภาพของการเปิดกว้างที่ผ่อนคลาย ไม่ก่อให้เกิดปมด้อยให้แก่นักเรียน และนักเรียนก็ควรเปิดใจเพื่อการพัฒนาไม่นำคำสอนไปสร้างปมด้อยให้กับตนเอง 

  • คนที่มีพลังงานแข็งแรง

    #ถึงประตูธรรม เช้าวันที่ ๒๐/๑/๖๙ คนที่มีพลังงานแข็งแรง” #ไม่ใช่คนที่มีกล้ามเนื้อแข็งแรงหรือมีอำนาจล้นฟ้า แต่คือคนที่มี “ออร่าบารมี” ที่ใสสะอาดและมั่นคงพอที่จะดึงดูดทรัพย์ใหญ่ในมิติที่ 5 ได้ ลักษณะของคน พลังงานแข็งแรงในปี 2026 มีดังนี้ 1. มี “สัจจะ” เป็นฐานที่มั่น (พลังงานไม่แตกพร่า) คนพลังงานแข็งแรงคือคนที่มี วาจาสิทธิ์ พูดคำไหนทำคำนั้น ไม่ต้องพูดเยอะแต่ทุกคำมีน้ำหนักลักษณะ: จิตใต้สำนึกของเขาจะเชื่อฟังคำสั่งของเขาเอง #ทำให้เสาสัญญาณระหว่างเขากับเทวดาประจำตัวแข็งแรงมาก หยิบจับอะไรก็สำเร็จไว เพราะไม่มีพลังงาน “ความไม่จริง” มาสั่นคลอนดวงชะตา 2. มีเกราะป้องกันจากการ “หยุดนินทาและเพ่งโทษ” คนพลังงานแข็งแรงคือคนที่มี “#กายทิพย์ไร้รอยรั่ว” เขาจะไม่เอาตาไปจับผิดใคร และไม่เอาปากไปสร้างขยะทิพย์ ลักษณะ: เมื่อเขาหยุดนินทา พลังงานบุญที่เขาสร้างจะคงอยู่ 100% ไม่รั่วไหล ทำให้เขามีรัศมีคุ้มกายที่หนาแน่น #สิ่งไม่ดีหรือคนพลังงานต่ำจะกระดอนออกไปเองโดยธรรมชาติ และสภาวะ ญาณบอด จะเข้าไม่ถึงตัวเขา 3. มีใจที่ “เบา สบาย” เป็นปกติ (ความถี่สูง)คนพลังงานแข็งแรงจะไม่ปล่อยให้จิตตกนานเกิน 17 วินาที เขารู้จักวิธีปรับค่าพลังงานให้กลับมาสว่างไสวได้เร็วลักษณะ: เขามักจะยิ้มที่มุมปาก มีความสุขง่าย และวางใจในทุกสถานการณ์ว่า “#เทวดาจัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ” ความเบาสบายนี้คือคลื่นความถี่มหาอำนาจที่ดึงดูดโชคลาภและกัลยาณมิตรในปี 2026…

  • ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง

    #ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง ในอุดมการณ์ ความหลงใหล และแผนการของพวกเขา และเต็มใจที่จะใช้ชีวิตที่แท้จริงในการให้บริการผู้อื่น สังคม โลกของเรา #และหลายคนได้เปลี่ยนแปลงสภาพของมนุษย์อย่างแท้จริงมีคนจำนวนมากที่ไม่อยู่ในรายการที่สร้างความแตกต่างทุกวันและทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคน! คนเหล่านี้คือคนที่เราต้องการอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราดีขึ้น ใหญ่กว่าตัวเรา เมตตา เอาใจใส่มากขึ้น และสร้างความแตกต่างในโลกทีละวัน#สิ่งที่สวยงามและน่าทึ่งเกี่ยวกับแรงบันดาลใจคือส่วนที่ “ธรรมดา” ของการเดินทางของมนุษย์กลายเป็น “#สิ่งที่ไม่ธรรมดา” #ด้วยพลังแห่งเจตจำนงเสรี, ความมุ่งมั่น, ความหลงใหล, จุดมุ่งหมาย, แง่บวก, ความปรารถนา, สมาธิ, สติ, การศึกษา, ความรู้, ปัญญา#และที่สำคัญที่สุดคือพลังแห่งการเลือกท่ามกลางเส้นทางชีวิตมากมาย อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? ใครเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? อะไรทำให้เราเหนื่อย? ใครทำให้เราเหนื่อย? #ทางเลือกเป็นของเราเสมอที่จะทำให้

  • “เทวดาชั้นสูง”ส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน

    “เทวดาชั้นสูง” หรือเทวดาที่มีสัมมาทิฐิท่านจะลงมาคุ้มครองและส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน” เท่านั้น⭐️⭐️หากทำตัวแบบที่กล่าวมา(เสียสัจจะ พูดมาก ปั่นป่วนวิชชา หนีกลางคัน) ผลลัพธ์ทางพลังงานคือ!!! ✅✅ รหัส “คลื่นความถี่ไม่ตรงกัน”เทวดาดีๆ ท่านดำรงอยู่ได้ด้วยมวลสารแห่ง“ศีล สัจจะ และความสงบ” เมื่อเราทำตัววุ่นวายหรือไร้สัจจะ คลื่นของเราจะกลายเป็น “มวลสารหยาบ” ซึ่งเทวดาท่านเข้าใกล้ไม่ได้ เหมือนเอาของเหม็นไปวางไว้ข้างคนรักความสะอาด ท่านจึงต้องถอยห่างออกไปโดยปริยาย ✅✅รหัส “การถอนการส่งเลี้ยง”: หน้าที่ของเทวดาผู้รักษาคือการสนับสนุนคนทำดีเพื่อขยายบารมีต่อ หากเราทำตัวเป็น “ท่อรั่ว” หรือสร้างเหตุลบ ท่านจะถือว่าเรา “ปฏิเสธพร” นั้นเอง ท่านก็จะหยุดส่งมวลสารโภคทรัพย์ เพราะส่งมาเท่าไหร่ก็เสียเปล่าและอาจกลายเป็นโทษแก่ตัวเราเอง ✅✅รหัส “ช่องว่างของกฎแห่งกรรม”เมื่อเทวดาดีๆ ท่านคุ้มครองไม่ได้เพราะเราทำผิดกติกา “เกราะแก้ว” จะหายไปทันที กลายเป็นโอกาสให้ “เจ้ากรรมนายเวร” หรือ “พลังงานลบ” เข้ามากระแทกชีวิตได้โดยตรง แบบที่ไม่มีใครช่วยเบี่ยงเบนแรงปะทะให้ ✅✅เหลือเพียง “เทวดาชั้นต่ำ”หรือ “สัมภเวสี”: เมื่อรหัสจิตเราตกต่ำ เราจะดึงดูดได้เพียงพลังงานระดับเดียวกันเข้ามาคุ้มครอง ซึ่งมักจะชักจูงให้เราหลงผิดหนักขึ้น หรือพาไปหาผลประโยชน์ที่ฉาบฉวยแต่แฝงด้วยความพินาศในภายหลังครับ การที่เทวดาไม่คุ้มครอง ไม่ใช่เพราะท่านใจร้าย แต่เป็นเพราะ “เราทำตัวให้ท่านช่วยไม่ได้”การรักษาเทวดาไว้กับตัว จึงเริ่มที่การรักษา “สัจจะและจิตสำนึก”…

  • ไม่ว่าคุณจะปฏิบัติธรรมใด ๆ

    ไม่ว่าคุณจะปฏิบัติธรรมใด ๆตั้งแต่ภาวนาสมาธิไปจนถึงการถวายเทียนเล่มเดียวจงทําด้วยความตั้งใจที่การปฏิบัติของคุณจะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ในบริบทนี้ “ประโยชน์” ไม่ได้หมายถึงการให้ความช่วยเหลือในทางปฏิบัติเท่านั้น เช่น การถวายอาหารหรือยา หรือการให้อาหารอารมณ์ของผู้คน ความอัปยศและการหลงผิด ในที่นี้ “ประโยชน์” รวมถึงความปรารถนาที่จะเป็นเครื่องดนตรีในการตรัสรู้ของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย โดยปราศจากความใฝ่ฝันเช่นนั้น ก็เป็นเรื่องง่ายสําหรับการปฏิบัติธรรมที่จะรับใช้ตนเอง #ไม่ใช่เพื่อความสุข #แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว

  • #ผู้หยั่งรู้

    #ผู้หยั่งรู้ ตามหลักจิตวิทยา… Empathy(การหยั่งรู้วาระจิต)แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ 1. ‘#การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด 2. ‘#การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’(หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน 3. ‘#การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร ) ซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกที่มากกว่าแค่การทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแค่แบ่งปันความรู้สึกให้กับพวกเขา: แต่การหยั่งรู้ในลักษณะนี้…มันกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำจริง ๆ… #แต่สำหรับ Empathy …จะทำมากกว่าแค่แสดงความเสียใจหรือส่งการ์ด.. แต่จะเริ่มให้เวลาไปกับความพยายามในการใช้การหยั่งรู้ในระดับปัญญา ฯ  (ลักษณะที่ 1)เพื่อค้นหาว่า– พวกเขาสูญเสียใคร ?– พวกเขาใกล้ชิดกับคนนี้มากแค่ไหน?– และนอกจากพวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ฯ #ตามต่อด้วยการหยั่งรู้ด้านอารมณ์ (ลักษณะที่ 2)ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงแค่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และแบ่งปันให้พวกเขาเท่านั้น แต่จะพยายามเชื่อมต่อกับพวกเขาด้วยความรู้สึกเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งและความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่มาจากภายในตัวคุณ ซึ่งคุณยังคงจดจำได้เมื่อคราวที่คุณได้สูญเสียใครบางคนไป หรือหากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียเช่นพวกเขา ก็อาจเกิดจินตภาพขึ้นว่าคุณรู้สึกอย่างไรหากคุณต้องสูญเสียใครบางคน #ท้ายที่สุด (ลักษณะที่ 3)การหยั่งรู้ที่ทำให้คุณต้องลงมือปฏิบัติที่ทำให้คุณอาจเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ปรึกษาในเรื่องนั้นๆ เพื่อที่เพื่อนของคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหา…