มหามติ

มหามติ! เรามุ่งหมายธรรม ๒ ประการจึงกล่าวคำเช่นนั้นธรรม ๒ ประการอะไรบ้างเล่า? ⭐️? ก็ได้แก่ สภาวะธรรมอันจะเข้าถึงเฉพาะตน และ สภาวะธรรมอันดำรงเช่นนั้นมาแต่เดิมมหามติ! เรามุ่งหมายธรรม ๒ ประการนี้แลจึงกล่าวคำเช่นนั้นแล#ความหมายอันล้ำลึกแห่งสภาวะธรรมอันจะบรรลุด้วยตนเอง เป็นอย่างไรเล่า? นั่นก็ได้แก่ สิ่งที่บรรลุโดยตถาคต #เป็นสิ่งที่เราบรรลุด้วยตนเอง ไม่เพิ่มและไม่ลดวิถีดำเนินแห่งการบรรลุได้ด้วยลำพังตนนั้น พ้นไปจากถ้อยคำและการแบ่งแยก เป็นอิสระจากสุดขั้วสองข้าง⭐️⭐️?#แห่งการใช้ภาษา (อักษรคติ)#และสภาวะธรรมอันดำรงเช่นนั้นมาแต่เดิม เป็นอย่างไร? มหามติ! ?️?#นั่นก็คือ สิ่งเก่าดั้งเดิมแห่งธรรมดา เปรียบประดุจเงิน ทอง แก้วมุกดาที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ (#รอให้ผู้คนค้นพบ) ธรรมธาตุนี้สถิตดำรงอยู่เสมอไม่ว่าตถาคตจะอุบัติหรือไม่ก็ตาม เป็นสภาพธรรมชาติ (ธรรมดา) แห่งธรรมทั้งหลาย เป็นสภาวะที่ดำรงอยู่เสมอ (ธรรมสถิติตา) เป็นกฎธรรมชาติ (ธรรมนิยามตา) เป็นประดุจดั่งหนทางนำเข้าสู่เมืองโบราณนั่นแล มหามติ!?️?#มหามติเอย! เปรียบดั่งบุรุษคนหนึ่งเดินเข้าไปในดงป่าและค้นพบเมืองโบราณพร้อมทั้งหนทางที่นำเข้าไปในเมือง เมื่อเขาเข้าไปในเมืองนั้นแล้วก็จะได้พักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับลักษณะอันงดงามของเมืองนั้น #ไปให้ถึงเทวดาประจำตัวสภาพธรรมเดิมแท้ของจิต

Similar Posts

  • การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม”

    ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม” ฟังดูย้อนแย้ง แต่ในทางปฏิบัติขั้นสูง (เช่น แนวทางวัชรยาน หรือการเจริญสติแบบวิปัสสนา) กิเลสคือ “#เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ทำให้เกิดการตื่นรู้ #หากไม่มีกิเลสเราก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพื่อจะหลุดพ้น นี่คือวิธีการเปลี่ยน “พิษ” ของกิเลส ให้กลายเป็น “ยา” แห่งปัญญา 1. กิเลสคือ “ครู” ที่สอนอริยสัจ หนทางบรรลุธรรมเริ่มต้นที่การ “กำหนดรู้ทุกข์”ถ้าไม่มีกิเลส (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) เราก็จะไม่เห็น “ความบีบคั้น” (ทุกข์) ในใจ เมื่อกิเลสเกิดขึ้น ให้จ้องมองความทุกข์ที่มันสร้างขึ้นมาอย่างชัดๆ จนจิตมัน “เข็ด” และเห็นความจริงว่า “การมีกิเลสนั้นเป็นภาระ” การบรรลุ: เกิดขึ้นเมื่อจิตเห็นโทษของกิเลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดการ “คลายความกำหนัด” (วิราคะ) และปล่อยวางไปเองโดยธรรมชาติ 2. ใช้กิเลสเป็น “เป้านิ่ง” ของสติ การฝึกจิตที่ไม่มีกิเลสเลยเหมือนการซ้อม ชกมวยกับลม แต่การฝึกกับกิเลสคือการลงสนามจริง วิมุตติ (ความหลุดพ้น) ไม่ได้เกิดจากการที่กิเลสหายไปหมดโลก แต่เกิดจาก “การที่กิเลสทำอะไรจิตไม่ได้” ทุกครั้งที่กิเลสมา…

  • คุณกำลังสร้างอนาคตของคุณทุกขณะด้วย

    #คุณกำลังสร้างอนาคตของคุณทุกขณะด้วย พลังแห่งความคิดความตั้งใจ คำพูดและการกระทำของคุณ ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ถูกต้องในโลกของคุณเสมอ – #คุณป้อนพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าให้กับสิ่งที่คุณกำลังคิด #ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบ#ซึ่งจะทำให้ชีวิตของคุณมีความเหมือนกันมากขึ้น S – แสวงหาความชัดเจนของความคิดA – ซื่อสัตย์ต่อคำแนะนำจากภายในของคุณเสมอC – สร้างเฉพาะสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขR – ไปให้ถึงดวงดาวและศักยภาพสูงสุดของคุณE – เพลิดเพลินและเติมเต็มทุกช่วงเวลาให้เต็มที่D – แสดงให้เห็นและใช้ชีวิตของคุณ #ความเชี่ยวชาญเมื่อคุณเชื่อในความขาดแคลนการจำกัด การเสียสละและการเสียสละ คุณกำลังปฏิเสธตัวตนของพระเจ้าและมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ของคุณ

  • มารดลใจ

    #ถึงประตูธรรม มารดลใจ ๑๒/๑๑/๖๙ #มารดลใจ” (ท่านแม่ครูน้อยลองดูทั้งหมดแล้ว) คือรูปแบบหนึ่งของบททดสอบ ทางพลังงานที่แยบยลที่สุด เพื่อขัดขวางไม่ให้คุณเข้าสู่ความเจริญในมิติที่ สูงขึ้น #โดยมีลักษณะดังนี้ ดลใจให้ “เพ่งโทษ”: มารจะดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น โดยเฉพาะกับครูบาอาจารย์ พ่อแม่ หรือกัลยาณมิตร เพื่อให้เราสร้าง รอยรั่วทางบุญ เมื่อเรานินทาหรือตำหนิ พลังงานกุศลจะรั่วไหลออกไปทันที และทำให้เราเกิดสภาวะ ญาณบอด ดลใจให้ “ผิดสัจจะ”เมื่อเราตั้งใจจะทำความดีหรือรักษาสัจจะ มารจะดลใจให้เรารู้สึกว่า “เอาไว้ก่อน” หรือหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่ต้องทำตามคำพูด เพื่อทำลายฐาน สัจจะบารมี ของเรา ซึ่งส่งผลให้การอธิษฐานจิตไม่มีพลังและเกิดอาการ เงินหนี ดลใจให้ “ใจหนักและกังวลมารจะดึงภาพความล้มเหลวในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมาให้เราคิดวนเวียน เพื่อทำลายสภาวะ ใจเบา ใจสบาย หากเราหลงเชื่อและจมอยู่กับความเศร้า พลังงานในตัวจะกลายเป็น พลังงานยัน ที่ผลักโชคลาภออกไป ดลใจให้ “อกตัญญู” มารจะพยายามทำให้เราลืมพระคุณของผู้ที่เคยช่วยเหลือ หรือดลใจให้เรามองว่าคำสั่งสอนของครูเป็นเรื่องน่ารำคาญ เพื่อตัดสายสัมพันธ์ทางพลังงาน (ท่อบารมี) ระหว่างเรากับแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ #วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าถูกมารดลใจรู้เท่าทัน: เมื่อจิตเริ่มคิดลบ ให้บอกตัวเองว่า “นี่คือบททดสอบ” แล้วหยุดความคิดนั้นทันที  #บันทึกจิตใหม่: รีบพลิกใจกลับมาที่ ความกตัญญู…

  • ฉันแลกพลังของฉันเพื่อให้เธอกลับมา

    ฉันแลกพลังของฉันเพื่อให้เธอกลับมาฉันไม่ขอ #ให้สัญญาแต่ฉันกลับมาเพื่อ #มอบความรักให้เธอ#เธอมีประตูแห่งจิตวิญญาณ#แต่กุญแจดอกนั้นอยู่กับฉันเธอจะลืมกุญแจที่ไขเข้าไปไม่เป็นไรแต่เธอรับปากกับตัวเองได้ไหมเธอจะซื่อสัตย์กับหัวใจและจิตวิญญาณของเธอเอง คลอดแล้วคนที่ 5 (20.20)รุ่น 47/2022

  • การตื่นขึ้นทางวิญญาณ

    การตื่นขึ้นทางวิญญาณ#การเจอเทวดาประจำตน มักจะไม่น่ารื่นรมย์มักจะรู้สึกเหมือนสับสนหงุดหงิด โกรธ เศร้าเศร้าโศก หรืออยู่นอกสถานที่ สิ่งนี้อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ#และท้าทาย เพราะเป็นช่วงเวลาที่เข้มข้นของการเติบโต #ส่วนบุคคล แต่ถึงแม้จะรู้สึกยากเพียงใดคุณก็ไม่ต้องคลั่งไคล้คุณกำลังพัฒนา #จงตื่นตัว #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • “มาร” หรือ”พลังงานลบ” ที่คอยขัดขวางความเจริญ

    #ธรรมจากประตู ๑๑/๑/๖๙ #วิชชาที่ท่านแม่ครูน้อยทดลองมาแล้ว “มาร” หรือพลังงานลบที่ คอยขัดขวางความเจริญ ไม่ได้กลัวอาวุธหรือของขลังแต่กลัว สภาวะจิตที่มีความเข้มแข็งและบริสุทธิ์ #กลัวคนที่มี “สัจจะ”: มารกลัวคนพูดจริงทำจริงที่สุด เพราะสัจจะเป็นพลังงานที่เด็ดขาดและ #มีอำนาจในการสั่งการมิติพลังงาน เมื่อเรามีสัจจะ มารจะหาช่องว่างเข้าแทรกแซงหรือบิดเบือนดวงชะตาของเราไม่ได้เลย กลัว “#พลังความกตัญญู”: ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงที่สว่างมาก #มารเป็นพลังงานความถี่ต่ำ (ความโกรธ ความเนรคุณ) เมื่อเจอแสงสว่างจากความกตัญญู มารจะสลายตัวไปเองเพราะทนกระแสความดีไม่ได้ กลัวสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย”: #มารจะทำงานได้ดีเมื่อเราโกรธ เศร้า หรือกังวล แต่ถ้าเรารักษาใจให้ เบา สบาย และเป็นกลาง ได้ตลอดเวลา มารจะไม่มี “เหยื่อล่อ” ให้เราหลุดจากเส้นทางบุญ สภาวะนี้คือเกราะป้องกันมารที่ทรงพลังที่สุด กลัว “#การไม่เพ่งโทษ”: มารชอบให้คนนินทาและจับผิดกัน เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ หากเราฝึกจิตจนไม่เพ่งโทษใคร แต่มุ่งดูใจตนเอง มารจะไม่มีช่องทางให้เราสร้างกรรมใหม่ ชีวิตเราจึงเข้าสู่สภาวะ พลังงานไหล ได้ถาวร กลัว “การขอขมา”: ทุกครั้งที่เราทำพิธีขอขมาด้วยความจริงใจ…