หลวงปู่สีโห เขมโก

หลวงปู่สีโห เขมโก

#พระผู้ทรงอภิญญา
#รู้ภาษาสัตว์และคนได้ทุกชาติทุกภาษา

หลวงปู่สีโห เขมโก ท่านเป็นพระผู้ศักดิ์สิทธิ์เคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างยิ่งยวดและชอบรุกขมูล ไม่ชอบอยู่วัดวาอาราม ท่านรักที่จะอยู่ตามป่าช้า ตามถ้ำในป่าเปลี่ยว สถานที่วิเวกแวดล้อมไปด้วยสัตว์ร้ายนานาและไข้ป่า มุ่งมั่นอยู่ในมรรคกระแสพระนิพพานเต็มตัว
ไม่วอกแวกไปทางอื่น

ที่ท่านไม่ชอบอยู่ตามวัดเพราะไม่ชอบคลุกคลีกับชาวบ้าน #ทำให้ใกล้ความประมาท เป็นเหตุให้กิเลสกำเริบและเข้าไปเกาะจิตวิญญาณ

?️?ผู้รู้ภาษาจิตตั้งแต่ครั้งโบราณถึงคณาจารย์ปัจจุบันมักไม่ชอบอยู่ใกล้ผู้คนหากไม่จำเป็น
ท่านจะงดเว้นการสนทนา และใช้ชีวิตด้วยกายวิเวกเป็นหลัก #เพื่อป้องกันกระแสจิตหยาบเกาะจิตวิญญาณของท่าน

ภาษาของจิตมีหลายชั้นหลายระดับ
พัฒนาขึ้นตามสภาวะของผู้ฝึกฝน
ด้วยสติปัจจุบันของดวงวิญญาณ

?️?ฝึกเป็นเข้าใจเป็น
สามารถใช้ผ่านมรรคาได้
ภาษาบางชนิดเป็นภาษาสูง
เมื่ออยู่กับผู้ฝึกจิตระดับสูง
ท่านจะ งดเว้นการสนทนา

#MAEKHUNOY
เทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจของคุณ

    น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตั้งใจของคุณ ดังนั้น ให้ตรวจสอบทัศนคติและแรงจูงใจของคุณตลอดเวลา ทุกคนต้องการความสุข แต่วิธีที่แท้จริงในการบรรลุความสุขที่สมบูรณ์แบบ #คือการนำความสุขไปสู่ผู้อื่น

  • ผมได้ยินท่านอาจารย์พูดว่าท่านเป็นห่วงลูกศิษย์ที่พากเพียรมากใช่ไหมครับ ?

    #อย่ากลัวคว ผมได้ยินท่านอาจารย์พูดว่าท่านเป็นห่วงลูกศิษย์ที่พากเพียรมากใช่ไหมครับ ?คำตอบหลวงปู่ชา :#ถูกแล้วผมเป็นห่วง ผมเป็นห่วงว่าเขาเอาจริงเอาจังจนเกินไป #เขาพายายามจนเกินไปแต่ขาดปัญญา เขาเคี่ยวเข็ญตนเองไปสู่ความทุกข์โดยไม่จำเป็น อย่างนี้เป็นความพยายามมากเกินไปคนทั่วไปก็เช่นกัน พวกเขาไม่รู้ถึงสภาพเป็นจริงของสิ่งทั้งปวง สังขารทั้งปวง จิตและร่างกายล้วนเป็นของไม่เที่ยง บางคนคิดว่าเขารู้ เขาวิพากษ์วิจารณ์จับตามอง และลงความเห็นเอาเอง อย่างงี้ก็ตามใจเขา ทิฐิของใครก็ปล่อยให้เป็นของคนนั้นถ้าเราคิดว่าคนอื่นด้อยกว่า หรือดีกว่า หรือเสมอกันกับเราเราก็ตกทางโค้ง #ถ้าเราแบ่งเขาแบ่งเราเราก็จะเป็นทุกข์คำตอบหลวงปู่ชา#กับพ่อ

  • หลงยึดติดลูกศิษย์ร่ำรวย

    #ถึงประตูธรรม๙/๒/๖๙ การ “#หลงยึดติดลูกศิษย์ร่ำรวย” คือบททดสอบที่มักทำให้ผู้มีบารมี “ตกม้าตาย” ได้ง่ายที่สุด เพราะมันถูกเคลือบไว้ด้วยคำว่า “การบำรุงพระศาสนา” หรือ “การสร้างมหากุศล” ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย #สภาวะนี้มีอันตรายต่อจิตวิญญาณดังนี้ 1. การเกิด “อคติ” ในกระแสญาณ เมื่อจิตเริ่มให้ค่ากับ “ฐานะ” มากกว่า “ดวงจิต” พลังงานความเมตตาที่ควรจะเป็น อัปปมัญญา (ไม่มีประมาณ) จะถูกบีบให้แคบลงเราจะให้เวลาและความสำคัญกับคนรวยมากกว่าคนจน คำทำนายหรือการชี้แนะจะเริ่ม “อวย” หรือไม่กล้าขัดใจ เพราะลึกๆ กลัวสูญเสียท่อน้ำเลี้ยงก้อนใหญ่ ผลคือ: ญาณที่เคยใสจะเริ่ม “ขุ่นมัว” และกลายเป็นอุปาทานที่ปรุงแต่งเพื่อความอยู่รอดของลาภสักการะ 2. #การกลายเป็น “บริวาร” ของลูกศิษย์ ในโลกวิญญาณ #ใครที่มีกำลังใจอ่อนกว่าย่อมเป็นบริวารของผู้นั้น หากเราเกรงใจเงินของเขา จิตของเราจะตกเป็นรองพลังงานของเขาทันที เราจะสูญเสียอำนาจแห่ง “สัจจะบารมี” ทำให้คำพูดของเราไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม เพราะมันเจือด้วยความโลภและการเอาใจ 3. การแบก “วิบาก” โดยไม่รู้ตัว #ลูกศิษย์ที่รวยมักมาพร้อมกับกรรมหนักจากการทำธุรกิจหรือการชิงดีชิงเด่น หากเรารับเงินเขามาเพื่อบำเรออัตตาตนเอง หรือเพื่อสร้างวัตถุใหญ่โตเกินจำเป็น เรากำลังเอา “โซ่ทองคำ”…

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…

  • เหตุที่พระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิ

    #เหตุที่พระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิ ทำไมพระพุทธองค์จึงทรงบำเพ็ญเพียรภาวนาต่อไปทั้งๆ ที่พระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ตอนนี้พบว่าคำตอบนั้นธรรมดาพอที่จะเห็น#ความสุขนั้นไม่เที่ยงเหมือนสิ่งอื่นใดเพื่อให้ความสุขได้รับการขยายและต่ออายุ คุณต้องเรียนรู้วิธีเลี้ยงความสุขของคุณ ไม่มีอะไรสามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากอาหาร รวมทั้งความสุข #ความสุขของคุณสามารถตายได้ หากคุณไม่รู้จักวิธีบำรุงเลี้ยงมัน หากคุณตัดดอกไม้แต่ไม่ใส่น้ำ ดอกไม้จะเหี่ยวภายในสองสามชั่วโมง #แม้ว่าความสุขจะแสดงออกมาแล้วแต่เราก็ต้องหล่อเลี้ยงมันต่อไป บางครั้งสิ่งนี้เรียกว่าการปรับสภาพ และมันสำคัญมาก เราสามารถกำหนดร่างกายและจิตใจของเราให้มีความสุขได้ด้วยการปฏิบัติ 5 ประการ คือการปล่อยวาง การเชื้อเชิญเมล็ดบวก สติ สมาธิ และญาณทิพย์ 1. #ปล่อยวางวิธีแรกในการสร้างความสุขและความสุขคือการละทิ้ง มีความสุขที่เกิดจากการปล่อยวาง พวกเราหลายคนผูกพันกับหลายสิ่งหลายอย่าง เราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการอยู่รอด ความมั่นคง และความสุขของเรา แต่หลายสิ่งหลายอย่าง—หรือพูดให้ตรงกว่าคือ ความเชื่อของเราเกี่ยวกับความจำเป็นอย่างยิ่ง—เป็นอุปสรรคต่อความยินดีและความสุขของเราจริงๆ 2. #เชิญเมล็ดพันธุ์เชิงบวกเราแต่ละคนมี “เมล็ดพืช” หลายชนิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตสำนึกของเรา สิ่งที่เรารดน้ำนั้นเป็นสิ่งที่งอกขึ้นมาในการรับรู้ของเราและแสดงออกสู่ภายนอก 3. #ความสุขที่เกิดจากสติสติไม่เพียงแต่ช่วยให้เราสัมผัสกับความทุกข์เท่านั้นเพื่อให้เราสามารถโอบรับและเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่ยังได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของชีวิตรวมถึงร่างกายของเราเองด้วย หายใจเข้าก็เป็นสุข หายใจออกก็เป็นสุขได้เช่นกัน คุณมาเพลิดเพลินไปกับการหายใจของคุณอย่างแท้จริง 4. #ความเข้มข้นสมาธิเกิดจากการมีสติสัมปชัญญะ สมาธิมีพลังทะลุทะลวง เผาผลาญความทุกข์ยากที่ทำให้คุณทนทุกข์ และปล่อยให้ปีติและความสุขเข้ามาการอยู่กับปัจจุบันขณะนั้นต้องใช้สมาธิ ความกังวลและความกังวลเกี่ยวกับอนาคตมีอยู่เสมอพร้อมที่จะพาเราไป เราสามารถเห็นพวกเขา รับทราบ และใช้สมาธิของเราเพื่อกลับไปสู่ปัจจุบันขณะ 5. Insight ด้วยสติ เรารับรู้ถึงความตึงเครียดในร่างกายดูความคิด จิตใจ และการเคลื่อนไหวดูอะไรบวก อะไรลบ ที่เกิดขึ้นกับคุณ เจาะเข้าไปถึงแกนกลางของดวงวิญญาณพบเจอเทวดาประจำตัวของคุณเข้าไปสู่ในกระบวนการของญาณทิพย์ตรวจสอบระบบคงค้างที่คุณยังไม่มีโอกาสได้เข้าถึงกระบวนการลำดับที่ห้านี้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อการเปลี่ยนแปลงพลวัต

  • ธรรมชาติของบรมวิญญาณ#และบรมวิญญาณของธรรมชาติ

    ธรรมชาติของบรมวิญญาณ#และบรมวิญญาณของธรรมชาติ จงฟังว่าเจ้าจะหยั่งรู้ เราได้อย่างไรเมื่อจิตเอิบอาบอยู่ในเรามีเราเป็นที่พึ่งฟังไว้เถิดว่าเจ้าจะหยั่งรู้เราได้บริบูรณ์อย่างไม่ต้องสงสัยอยากรู้เราด้วยคุณลักษณะและอำนาจทั้งหมดของเราได้อย่างไรเราจะบอกเจ้าให้หมดสิ้นทางปัญญาตามทฤษฎีและปัญญาญาณที่อาจ รู้ได้ด้วยสหัชญาณหยั่งรู้ เมื่อเจ้าเข้าถึงปัญญานี้แล้วไม่มีสิ่งใดในโลกที่เจ้าจะไม่รู้ในหมู่ผู้คนนับล้านอาจมีเพียงคนเดียวที่ขวนขวายไปสู่จิตวิญญาณ แต่ในบรรดาผู้แสวงหาแท้จริงที่พยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อถึงเราบางทีอาจมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เห็นเราตามที่เราเป็น เพราะบรมวิญญาณอยู่ในธาตุดินน้ำลมและไฟเมื่อเจ้าเข้าไม่ถึงเจ้าก็ไม่มีทางพบ #บรมวิญญาณหลังจากเวียนเกิดเวียนตายมาหลายภพชาติผู้มีปัญญาย่อมเข้าถึงเราและหยั่งรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ทั่ว