ศาลามันตรา

#ศาลามันตราอีก 1 ปี ฤดูข้าวผ่านไป วันนี้ครูและพ่อได้ดำเนินการ สร้างศาลามันตราสำหรับ การสวดภาวนา อภิเษกมนต์และปรับบทสวดให้ตรงกับผู้เชื่อมต่อมิติเพื่อจะได้บำเพ็ญบารมีสูงยิ่งขึ้น?งานสอนครูไม่มีการรับพระ?ไม่มีลัทธิ?ไม่มีพิธีกรรม?ไม่มีการเปลี่ยนศาสนา#มีเพียงการเรียนรู้หลักคำสอนและเข้าถึงสภาวะพุทธะในตนเพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับสติสูงสุด ขึ้นอยู่กับผู้รับคำสอนและฝึกฝน1 ปีกว่าน้ำจะแห้ง แต่ครูรอได้ แม้จะนานเพียงใดก็ตาม?️?ดั่งคำสอนที่ว่าอวโลกิเตศวร บัดนี้ถึงเวลาแล้ว เธอเป็นเพียงผู้เดียวที่จะสามารถขัดเกลาสรรพสัตว์ ผู้เต็มไปด้วยอวิชชาแห่งดินแดนหิมะอันเป็นสถานที่ ที่คำสอนของพระพุทธเจ้าในตรีกาลแผ่ไปไม่ถึง #นี่คือผลแห่งโพธิจิตที่เธอปรารถนาจะยังประโยชน์ เพื่อสรรพสัตว์ เธอเท่านั้นจึงทำสิ่งนี้ได้?️?#ทันทีที่บรรดาสรรพสัตว์เหล่านั้นได้เห็นรูปกายของเธอและได้ยินแว่วเสียงแห่งมณีมนต์ พวกเขาจะได้รับ#การปลดปล่อยจากภูมิอันต่ำทั้งสามทันทีเราขอให้โพธิจิตของเธอจงปรากฏในดวงจิต#ของผีร้ายปีศาจ และอสุระ ขอให้เธอนำทางพวกเขาให้เข้าสู่หนทางแห่งโพธิสัตว์เพื่อที่พวกเขาจะได้ทำประโยชน์แก่ผู้อื่นแทนที่คอยแต่จะทำร้ายขอให้สัตว์กินเนื้อทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เสือ เสือดาวหมี และ หมีหิมะ จงละทิ้งวิสัยแห่งการฆ่า และแปรเปลี่ยนเป็นวิสัยแห่งความรักในทันทีที่พวกเขาเห็นรูปกายอันศักดิ์สิทธิ์ของเธอและแว่วเสียงแห่งการสวดภาวนามณีมนต์

ความโลภที่เกิดในใจตน จากเทพบุตรกลายเป็นมารร้าย แม้ได้อะไรๆ เท่าไหร่ไม่เคยพอ

Similar Posts

  • การ “อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน”

    #ถึงประตูธรรม ๒๘/๑/๖๙ การ “#อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน” ในยุคนี้เราไม่ได้หนีไปไหน แต่เราเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับกิเลสใหม่ จากการเป็น “ทาส” มาเป็น “ผู้สังเกตการณ์” ดังนี้ 1. เปลี่ยนจาก “เราเป็น” เป็น “เราเห็น” หัวใจสำคัญคือการไม่เอาตัวตนไปกระโดดตะครุบกิเลส เมื่อความอยากเกิดขึ้น: แทนที่จะคิดว่า “ฉันอยากได้” (อันนี้เป็นทุกข์แล้ว) ให้เปลี่ยนเป็น “อ้อ…ความอยากมันปรากฏขึ้นในใจ” เมื่อความหงุดหงิดเกิดขึ้น: ให้มองเหมือนเห็นฝนตกข้างนอกหน้าต่าง “อ้อ…ความหงุดหงิดกำลังโชยมา” ผลลัพธ์: เมื่อคุณเป็น “ผู้ดู” กิเลสจะกลายเป็นแค่ “ปรากฏการณ์พลังงาน” อย่างหนึ่งที่เกิดแล้วก็ดับไป มันจะไม่มีอำนาจทำให้ใจเราร้อนรน 2. รู้จัก “ธรรมชาติของกิเลส” (มันคือของชั่วคราว) #กิเลสทุกชนิดมีจุดอ่อนอย่างเดียวกันคือ “มันอยู่ไม่ได้นาน” หากเราไม่ไปให้อาหารมัน กิเลสเหมือนแขกที่มาเคาะประตูบ้าน ถ้าเราไม่เปิดประตูรับ (ไม่คิดต่อ ไม่สานฝัน) และไม่ไล่ตะเพิด (ไม่หงุดหงิดที่มันมา) แขกคนนี้จะยืนรอสักพักแล้วก็เดินจากไปเอง การอยู่กับมันอย่างไม่ทุกข์: คือการเห็นมันเดินผ่านหน้าบ้านไป โดยที่เรายังนั่งจิบกาแฟ (รักษาความผ่องใส) อยู่ในบ้านอย่างสงบ 3….

  • แม่สร้อยศรีสุดาจันทร์ (นาคิณี)

    #แม่สร้อยศรีสุดาจันทร์ (นาคิณี) ท่านเป็นมเหสีองค์ที่ ๗ ของพญาศรีสุทโธ นาคราช มีความงามแบบธรรมชาติชอบสันโดษ อยู่แบบเรียบง่ายสมถะเก่งด้านงานหัตถกรรมและด้านการร่ายรำถวายรำได้อ่อนช้อยพิสดารงดงามมากเป็นที่โปรดปรานของแม่ย่าศรีประทุมมา( มเหสีองค์แรก ) #ด้วยความเมตตาเสมอมา พญาศรีสุทโธท่านก็ให้ความรัก ความเมตตา ในความเรียบง่ายสมถะเช่นกัน จึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับแม่สร้อยฯ มากกว่ามเหสีองค์อื่น เป็นธรรมดาไม่ว่าภพมนุษย์ หรือภพบาดาล ความอิจฉา ริษยา ก็มีเหมือนกัน แม่สร้อยจึงตกเป็นเป้าของคำว่า อิจฉา (ริษยา แปลคือ จ้องทำร้ายให้ถึงแก่ความตาย) นี่คือที่มาของคำว่า #เจ้ากรรมนายเวร เมื่อมีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์มีอาการครบ ๓๒ แล้วได้พบพุทธศาสนา มีโอกาสแล้วที่จะบำเพ็ญเพียรเพื่อการพ้นทุกข์ เพราะอานิสงส์นี้มีบุญบารมีมาก แผ่ไปให้เทวดาที่รักษาตน พร้อมเจ้ากรรมนายเวร โอกาสที่จะแก้ไข ชดใช้กรรมชั่ว(อกุศลกรรม) ให้เบาบางลงเสียที กรรมดีที่เคยสร้างสะสมไว้จะได้แสดงตัว ความทุกข์จึงค่อยจางลง #แล้วจึงพบแต่ความเจริญทั้งทางโลก และทางธรรม พระนามคือพระนางสร้อยศรีสุดาจันทร์หรือคนทั่วไปหลายคนเอ่ยพระนามท่านเพี้ยนไปว่า#ศรีสุดาจันทร์ พระนางเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของเจ้าฟ้าหญิงพระองค์เจ้าศรีประทุมมานาคิณีซึ่งพระองค์ทรงเป็นมเหสีเอกของสมเด็จเจ้าพญานาคาธิบดีศรีสุทโธวิสุทธิเทวา สำหรับพระนางสร้อยศรีสุดาจันทร์นี้พระองค์ทรงโปรดงานเย็บปักทักร้อย ประดิษฐ์ประดอยเก่งมาก เช่นการทำฉลององค์ถวายสมเด็จเจ้าพญานาคาธิบดีศรีสุทโธวิสุทธิเทวา ที่ว่านางสนมนาคีขึ้นมาบนโลกมนุษย์มายืม(เฟือม)ทอผ้าจากช้าวบ้าน และการทำบายศรี เป็นต้น #ส่วนเจ้าฟ้าหญิงพระองค์เจ้าศรีประทุมมานาคิณี พระองค์ไม่ค่อยได้ทรงงานอะไรมากนัก แต่พระนางทรงชอบการบำเพ็ญภาวนามีน้ำพระทัยที่งดงาม พระนางมีพระกิริยาที่สวยสดงดงามสมดังมเหสีขององค์ราชาผู้เป็นใหญ่ใต้บาดาลที่มีบริวารมากล้นอย่างเช่นภาษาอิสานว่า (มีเหล่าบริวาลหมื่อกือกองล้าน) เป็นเกล็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากเจ้าชายเสลี่ยงรัตน์ราชนาคาโอรสธิดาของสมเด็จเจ้าพญานาคาธิบดีศรีสุทโธวิสุทธิเทวา…

  • ตำนานนาคธิดา (มังกร) โพธิสัตตว์

    #ตำนานนาคธิดา (มังกร) โพธิสัตตว์ เอกอัครสาวิกาเบื้องขวาของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตตว์นาคธิดาของพญานาคราช องค์ที่ ๔นามอื่นเช่น “หลงหนี่ว์ จีนแต้จิ๋วเรียก เหล่งนึ่งนาคกัญญา ธิดามังกร “อวี้หนี่ว์”จีนแต้จิ๋วว่า เง็กนึ่งดรุณีหยกกุมารีหยก #นาคธิดาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้เคยได้ถวายแก้วมณีนาคราชแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้า ท่ามกลางอริยสภาพระพุทธองค์ทรงพระมหากรุณาธิคุณรับแก้วมณีนาคราชของนางด้วยพระหัตถ์เปล่ามิได้ทรงใช้ผ้ารับประเคน #พุทธบริษัททั้งหลายผู้ยังอยู่ในปุถุชนวิสัยต่างตกตะลึง#แต่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า #ก็นาคกัญญาโพธิสัตตว์องค์นี้ถึงพร้อมด้วยภูมิธรรมอันประเสริฐเข้าถึงศูนยตา (ความว่าง)ย่อมพ้นไปจากการครอบงำด้วยเพศสภาวะอย่างที่ปุถุชนเข้าใจนาคกัญญาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้ย่อมคงไว้แต่สภาวะธรรมอันบริสุทธิ์ #ตถาคตรับการถวายแก้วมณีนาคาของนาง#ก็ดั่งรับการถวายจากพระอริยเจ้าองค์หนึ่งแต่เท่านั้น ตำนานของนาคกัญญาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้ผู้เป็นพระสาวิกาเบื้องขวา พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตตว์ ยังมีอีกหลายที่มา รวมไปถึงการเล่าขานอย่างตำนานพื้นบ้านเช่นกัน

  • #เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา

    #เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา#เช่นพี่น้องครูเคยมีคำถามกับตัวเองว่าการที่เราจะได้รู้ซึ้งถึงความรักอันแรงกล้าและจดจ่อของความเป็นความรักเช่นพ่อแม่เราจะสามารถทำได้กับผู้อื่นหรือไม่มันจะเป็นไปได้จริงๆหรือที่เราจะรักผู้อื่นด้วยความรักแบบเดียวกันนี้ได้เราสามารถขยายวงกลมแห่งความห่วงใยไปสู่ผู้อื่นอีกมากมายไม่ใช่แต่เพียงคนในครอบครัวของเราได้จริงๆหรือ??? รักได้จริงหรือ???#เพราะความสันโดษของครูจึงสามารถมองความรักทั้งหมดไปสู่เพื่อนมนุษย์ได้ ดังเช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเรามีความรักปรารถนาดีที่มีต่อความเป็นมนุษย์และมันเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ซึ่งบางทีเราอาจไม่สามารถรักใครบางคนที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราได้#สำหรับครูครูมีความเห็นว่าเราอาจขยายความรักนี้ออกไปจนพ้นขอบเขตอันเป็นแบบฉบับที่เรามีจำกัดต่อตัวเราเองเราอาจมีความรักและความสัมพันธ์ให้เฉพาะคนในครอบครัวของเรามากเกินไปแต่รู้หรือไม่ว่าความรักนี้สามารถมอบให้กับผู้อื่นได้ห่วงใยผู้อื่นได้ ดังเช่น คนหนึ่งในครอบครัวของเราและมันเกิดขึ้นได้จริงในดวงใจของเราดวงเดียวกันนี้เอง

  • เช้าวันที่ 23.1.2022

    เช้าวันที่ 23.1.2022 ณ. บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ#ศูนย์การเรียนรู้ศิลปะการใช้ชีวิตและจิตวิญญาณประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยนำคณะนักเรียน รุ่น 47สวดมันตรา น้อมถวายอภิเษกมนต์น้อมส่งจิต แด่พระอาจารย์ ทิก เญิ้ต หั่ญ หรือท่าน ติช นัท ฮันห์พระภิกษุนิกายเซนชาวเวียดนาม กลับสู่สูญญตา ท่านเป็นหนึ่งในผู้นำจิตวิญญาณของโลกที่ให้ความรู้และปัญญา บิดาแห่งการมีสติตื่นรู้ขอน้อมรำลึกด้วยใจกรุณาแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ

  • จิตไม่ผูกพัน

    #จิตที่ไม่ผูกพัน ไม่ใช่การเพิกเฉยหรือไร้ความรู้สึก แต่คือสภาวะขั้นสูงของการบริหารพลังงานในมิติที่ 5 #เพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ การก้าวข้าม “มารทดสอบ” (Non-Attachment) จิตที่ผูกพันมักนำไปสู่ความคาดหวัง เมื่อไม่ได้ดั่งใจจะเกิดความเกลียดหรือความโกรธ (เช่น การเกลียดครูผู้สอน หรือไม่ชอบสไตล์ครู) แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะมองทุกอย่างเป็น “สมมติ” และ “หน้าที่” ทำให้ใจนิ่ง สงบ และไม่เกิด พลังงานยัน กับคำสอนหรือสถานการณ์รอบข้าง การปิด “รอยรั่วทางบุญ” ความผูกพันที่มากเกินไปมักนำมาซึ่งความกังวลและการเพ่งโทษผู้อื่น ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ พลังงานรั่ว ได้ง่ายที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันจะรักษาความสะอาดของสนามพลังงานไว้ได้ เพราะใจจะจดจ่ออยู่กับการ “#บันทึกจิตใหม่” ของตนเองมากกว่าการส่งจิตออกนอกไปยึดติดกับบุคคลหรือสิ่งของ สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เมื่อจิตไม่ผูกพัน ใจจะเข้าสู่สภาวะว่างและเบา ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ตรงกับ เทวดาประจำตัว ทำให้พลังงานกุศลและ ทรัพย์ทางพลังงาน ไหลเข้าสู่ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอะไรอุดตัน กตัญญูโดยไม่ยึดมั่น แม้จะมีความกตัญญูสูง แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณด้วยสัจจะและเมตตา โดยไม่ยึดมั่นว่าผู้นั้นต้องเป็นอย่างที่เราต้องการ #สภาวะนี้จะช่วยให้บารมีเปิดกว้างที่สุดเพราะไม่มีอัตตามาคั่นกลาง เตรียมพร้อมสำหรับ “#วันที่จากลา” การฝึกจิตที่ไม่ผูกพันช่วยให้เมื่อถึงวาระที่ต้องพลัดพราก จิตจะไม่เศร้าโศกจนเสียระบบพลังงาน แต่จะสามารถอุทิศกุศลและส่งพลังงานบริสุทธิ์ให้แก่กันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันคือการ “ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด…