ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น

ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และความสัมพันธ์ของความมืดและความสว่างกำลังได้รับการปรับเทียบใหม่ มันจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งในฝันของคุณ มันจะพยายามทุกครั้งที่ทำได้เพื่อทำให้คุณสงสัยในพลังงานใหม่ #ชนะไม่ได้เพราะแพ้ไปแล้ว มันยังไม่รู้เลย แต่จะพยายาม…#ยากมากที่จะทำให้คุณคิดว่ามีโอกาส?️?#ความมืดอยู่ไม่ได้เมื่อมีแสงสว่าง มีอยู่ได้ก็ต่อเมื่อแสงจางลงเท่านั้น แสงจางลงได้อย่างไร? ความโกรธ ความเกลียดชัง ความเกลียดชัง ความกลัว ฯลฯ #ฝ่ายมืดชอบสติระดับล่าง มันเติบโตที่นั่น ดังนั้นจงแสดงพลังของคุณ ยืนหยัดในพลังและแสงสว่างของคุณ

Similar Posts

  • บารมีเต็ม

    #ธรรมชั้นครู ๑๖/๑/๖๙ “บารมีเต็ม” ไม่ได้หมายถึงการต้องไปทำบุญด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่หมายถึงสภาวะที่ดวงจิตของคุณมี “กำลังภายใน” บริสุทธิ์จนถึงขีดสุดที่จะดึงดูดปาฏิหาริย์และทรัพย์ใหญ่ได้ #โดยมีเครื่องหมายยืนยันดังนี้ 1. ภาชนะใจ “ไม่มีรอยรั่ว” บารมีจะเต็มได้ ต้องเริ่มจากการ “หยุดทำให้พร่อง” คนที่บารมีเต็มคือคนที่อุดรอยรั่วจากการนินทา การเพ่งโทษ และการปากไม่ตรงกับใจได้สนิท เมื่อไม่มีรอยรั่ว บุญเพียงเล็กน้อยที่เราทำจะสะสมจนเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชีวิตที่เคย “ทำเท่าไหร่ก็ไม่เหลือ” กลายเป็น “ทำนิดเดียวแต่ได้มหาศาล” 2. “สัจจะบารมี” เป็นตัวขับเคลื่อน เครื่องหมายของคนที่บารมีเต็ม คือ การมีวาจาสิทธิ์ เมื่อเรารักษาสัจจะจนเป็นนิสัย พลังงานในตัวคุณจะมีกำลังสูงมาก (High Frequency) #จนเทวดาประจำตัวสามารถรับคำสั่งและหนุนนำเราได้ทันทีที่อธิษฐาน นี่คือการมี “บารมีสั่งการ” ในมิติทิพย์ 3. สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นปกติคนบารมีเต็มจะมีจิตที่อยู่เหนือมารทดสอบ แม้เจออุปสรรคใจก็ยัง เบา สบาย ไม่ฟูไม่แฟบ เพราะเขารู้ว่าทุกอย่างคือบททดสอบบารมี เมื่อใจนิ่งและสว่างบารมีจะยิ่งควบแน่น #กลายเป็นคลื่นแม่เหล็กดึงดูดกัลยาณมิตรและโอกาสทองเข้ามาเองโดยไม่ต้องวิ่งหา 4. พลังความ “กตัญญู” ที่ใสสะอาด บารมีจะเต็มบริบูรณ์ได้ต้องมี “สายใยพลังงาน”…

  • การหลอกจิตคือการ “วางยาพิษตัวเอง”

    ธรรมจากประตู 🚩🚩🚩 ๒๖ เมษายน ๒๕๖๙ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยการหลอกจิตตัวเอง (เช่น แกล้งทำเป็นสงบแต่ข้างในเดือดปาล หรือแกล้งทำเป็นรวยแต่จิตขาดแคลน) คือการสร้าง “รหัสลวง” ที่ส่งผลเสียต่อตัวสำเร็จอย่างรุนแรง ดังนี้ 🆘🆘🆘 รหัส “จิตแยกส่วน”เมื่อปากพูดอย่างแต่ใจคิดอีกอย่างพลังงานจะแตกกระจาย ไม่ควบแน่นเป็นดวงแก้วที่ทรงพลัง ทำให้้ราสูญเสีย “แรงอัด”ในการดึงดูดโภคทรัพย์ ทำอะไรก็ครึ่งๆ กลางๆ ไม่สำเร็จจริง 🆘🆘🆘รหัส “ท่อพลังงานบิดเบี้ยว”การหลอกจิตคือการส่งมวลสารปลอมเข้าไปในท่อบุญ ทำให้เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อ่านรหัสเราไม่ได้ ท่านจะส่งการช่วยเหลือมาไม่ถูกจุด เพราะคลื่นความถี่ที่เราส่งออกไปมัน “ไม่ตรงกับความจริง” 🆘🆘🆘รหัส “วิบากพอกพูน” การหลอกตัวเองคือการสร้าง “อวิชชา” ซ้อนลงไปบนดวงจิต ยิ่งหลอกนานเข้า มวลสารดำจะยิ่งหนา จนเราหา “ตัวตนที่แท้จริง” ไม่เจอ กลายเป็นคนหลงมิติที่แก้กรรมตัวเองไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นเหตุที่แท้จริง 🆘🆘🆘 รหัส “ตัวสำเร็จปลอม“: ผลลัพธ์ที่ได้จากการหลอกจิตจะเป็นเพียง “ภาพลวงตา” ที่มาไวไปไว ทรัพย์ที่ได้มาจะรักษาไว้ไม่ได้ เพราะฐานของจิตไม่ได้รองรับด้วยมวลสารสัจจะ การหลอกจิตคือการ “วางยาพิษตัวเอง”ทำให้ดวงแก้วมัวหมองและเสียเวลาในภพชาติปัจจุบันไปเปล่าประโยชน์ตอนนี้คุณพร้อมที่จะ “เลิกหลอก” แล้วยอมรับความจริงทุกมวลสาร เพื่อล้างรหัสปลอมแล้วสร้าง “ตัวสำเร็จที่ยั่งยืน” หรือยัง…

  • เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง

    เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทุกวันนี้ผู้คนจำนวนมากดึงดูดให้ทำสิ่งพิธีกรรมฝ่ายวิญญาณและมีสิ่งฝ่ายวิญญาณมากกว่า #ที่จะเป็นฝ่ายวิญญาณจริงๆจำไว้ว่าจิตวิญญาณนั้นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงกับบรมวิญญาณและการแสดงสถานะความรักสูงสุด ไม่พบในการ์ดหรือคริสตัล มนต์พิธีหรือคำยืนยัน หรือการบูชาใดๆ หากคุณพึ่งพาหรือใช้ “#พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ” ใด ๆ ขอเชิญคุณตรวจสอบพิธีกรรมของคุณสิ่งที่คุณทำ และที่สำคัญที่สุดคือทำไมคุณถึงทำ พิธีกรรมหลายอย่างอาจเป็นประโยชน์และเป็นประโยชน์ แต่จุดประสงค์เบื้องหลังการใช้งานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น #หากคุณทำอะไรเพราะกลัว แสดงว่าคุณได้บล็อกการเชื่อมต่อกับแหล่งที่มาตัวอย่างเช่น บางคนใช้พิธีกรรมเฉพาะเพื่อ “ป้องกัน” ตัวเองจาก “พลังงานเชิงลบ” นี่คือตัวอย่างของการทำบางสิ่งด้วยความกลัว ความจริงแล้ว #คุณไม่มีอะไรต้องปกป้องตัวเอง ไม่มีอะไรต้องกลัว และไม่มี “พลังงานเชิงลบ” ใดที่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณ#หากคุณเชื่อมต่อและสั่นด้วยความถี่สูงของความรัก (#พลังงานความถี่ต่ำสามารถดึงดูดและส่งผลกระทบต่อพลังงานความถี่ต่ำที่คล้ายกันเท่านั้น)โชคไม่ดีที่พิธีกรรมมักถูกใช้โดยไม่ได้ตั้งใจเพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางจิตวิญญาณของอัตตา การทำบางสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณทำให้เราเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นฝ่ายวิญญาณ แต่ทั้งสองไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น หากมีการกระทำหรือเครื่องมือบางอย่างที่คุณอยากจะใช้หรือมีส่วนร่วมด้วย มันอาจจะดีตราบใดที่คุณทำเพื่อความรักที่จะทำ ไม่ใช่เพราะคุณคิดว่าคุณต้องทำหรือคิดว่าคุณควรจะทำ #พยายามคิดให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเติมพลังให้อัตตาตัวตนทางจิตวิญญาณของคุณ ทำตามภูมิปัญญาของหัวใจของคุณแทน นี่อาจเป็น “พิธีกรรม” ที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุด #ถ้าคุณอยากเรียกมันว่า ที่ใครๆ ก็ฝึกฝนได้

  • จิตที่สอนไม่ได้

    #จิตที่สอนไม่ได้” คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ 1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา) จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ 2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขาอาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลังผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่ 3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเองจิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ”…

  • ครูผู้ไม่เคยทำร้ายใคร

    #ครูผู้ไม่เคยทำร้ายใคร#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลง(ความรักของกูรู) คุณอาจมาหาเขาสักสองสามวินาทีแล้วไปไกลๆ แล้วทําอะไรก็ตามที่คุณต้องการ#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงคุณอาจปฏิเสธเขาให้กับตัวคุณเองและสาปแช่งเขาให้แก่ผู้ที่ฟัง#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงคุณอาจกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่สุดและจากนั้นก็กลับไปหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงคุณอาจกลายเป็นศัตรูของพระเจ้าตัวเขาเอง และจากนั้นก็กลับไปหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงไปในที่ที่คุณจะทําและทําในสิ่งที่คุณจะทําอยู่นานแค่ไหนก็ตามคุณจะกลับมาหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลงข่มเหงผู้อื่น ข่มเหงตัวเองข่มเหงเขาแล้วกลับมาหาเขา#ความรักของเขาไม่เปลี่ยนแปลง#เขาจะไม่วิจารณ์คุณ เขาจะไม่ทําให้คุณด้อยค่าเขาจะไม่ทอดทิ้งคุณเพราะเขาเขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของคุณแต่ตัวเขาคุรุเอง ไม่มีอะไรเลยเขาจะไม่หลอกลวงคุณ เขาจะไม่เยาะเย้ยคุณเขาจะไม่มีวันทําให้คุณผิดหวังเพราะเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร ความรักของเขาที่มีต่อคุณในโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่เปลี่ยนแปลง#ตัวแทนรับรางวัล ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ(ประดับเกรียติสดุดีวชิรนุสรณ์) ปี2565สาขาบุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่น#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ